Beauty tips

เคล็ด(ไม่)ลับ ผมสวยจากเหล่าคนดังเกาหลี

เคล็ด(ไม่)ลับ ผมสวยจากเหล่าคนดังเกาหลี

เกาหลี เป็นประเทศที่น่าสนใจอยู่ในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นการแต่งตัว อาหาร ซีรีย์ หรือธุรกิจเพลง แน่นอนว่า นักแสดงไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์หรือซีรีย์ รวมไปถึงเหล่าไอดอลนั้นมักจะได้รับความนิยมจากในหลาย ๆ ประเทศ

ซึ่งนอกเหนือหน้าตา รูปร่าง ฝีมือการแสดงต่าง ๆ อีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนชื่นชอบในตัวเหล่านักแสดงหรือไอดอลเกาหลีก็คือ ผม เพราะอยากที่รู้ว่าสาวเกาหลีทำสีผมหรือเปลี่ยนทรงผมกันบ่อยมากโดยเฉพาะเหล่าไอดอล แต่ผมของพวกเธอนั้นก็สลวยสวยน่ามองกันอยู่ เลยทำให้สาว ๆ หลายคนอยากที่จะรู้เคล็ดลับการดูแลเส้นผมของเขาเธอ

เอาล่ะพูดมาขนาดนี้จะไม่บอกก็ไม่ได้ ฉะนั้นวันนี้เรามีเคล็ด(ไม่)ลับ ผมสวยจากเหล่าคนดังเกาหลีมาฝากกัน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

ทานกิมจิ

คนเกาหลีส่วนใหญ่ต่างก็รักในการทานกิมจิรวมไปถึงสาว Jessica Jung เพราะอย่างในที่เรารู้กันดีว่าในกิมจินั้นมีสารอาหารและแร่ธาตุมากมาย ที่จะช่วยเพิ่มภูมิคคุ้นกัน นอกจากนั้นซีลีเนียมจากกระเทียมในกิมจินั้นยังช่วยให้เส้นผมและผิวหนังของเรามีสุขภาพดี เงางามเป็นประกาย

เช็ดผมด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงผิว

มาต่อกันที่นางแบบสาว Irene Kim นั้นก็ได้มีวิธีแก้ปัญหาสำหรับคนที่ผิวมัน และคนที่เป็นสิว ที่สาเหตุมาจากผมมัน โดยเธอแนะนำให้ใช้ มอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวหน้า ที่เหลือจากการทาหน้านั้นมาทาลงปลายผมเพื่อลดความันและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผมตลอดทั้งวัน แต่ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนคิดว่าใช้มอยเจอร์ไรเซอร์แล้วมันแปลก ๆ ลองเปลี่ยนมาเป็นสเปรย์น้ำแร่แทนได้

ทาน้ำมัน Moroccan Oli บนเส้นผมทุกวัน

มาเริ่มกันที่การดูแลเส้นผมของนักแสดงและนักร้อง K-Pop อย่าง Uee หรือ Kim Yu Jin โดยผมที่นุ่มและเงางามของเธอนั้นบำรุงด้วยน้ำมันโมร็อกโก โดยที่เธอใช้น้ำมันโมร็อกโกทาลงปลายผมที่แห้งแตกเป็นประจำทุกวัน จนปลายผมดูเรียบและนุ่ม ซึ่งสาว Uee ได้บอกว่าเจ้าน้ำมันโมร็อกโกนั้น เป็นโซลูชันสำหรับผมที่มหัศจรรย์สำหรับเธอมาก เพราะทำให้ผมของเธอนั้นดูเด้งและมีสุภาพดีนั่นเอง

น้ำมัน สเปรย์น้ำแร่

ซุปตาร์ของเกาหลีอย่าง Yoon Eun Hye แนะนำว่าให้ใช้น้ำมันใส่ผมผสมกับน้ำแร่ 2 – 3 หยด แล้วชโลมลงบนเส้นผมให้ทั่วเป็นประจำ โดยน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันอาร์แกนนั้นจะช่วยปกป้องปัญหาหนังศีรษะมันและปลายผมแตกปล่าย ให้ดูนุ่ม เงางาม ดูเป็นธรรมชาติ

ใช้มาส์กบำรุงเส้นผม

การดูแลก็ไม่ต่างการจากดูแลผิวของเรา ซึ่งการดูแลเส้นผมโดยการใช้มาส์กนั้นเป็นวิธีที่เหล่าไอดอลต่าง ๆ ต้องทำกันเป็นประจำ โดยเฉพาะ CL นั้น เธอจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ๆ โดยจะมาส์กผมอาทิตย์ละครั้งเพื่อรักษาความเงางามและสุขภาพผมให้ดูสวย และถ้าใครทำสีผมบ่อย ๆ วิธีนี้จะเป็นการรักษาผมแห้งจากการย้อมได้อีกด้วย

หลีกเลี่ยงจากแสงแดด

นักร้องสาว Tiffany Hwang เพื่อเส้นผมที่แข็งแรงแล้วจึงใส่ใจในเรื่องการป้องกันผมเสียจากความร้อนของแสงแดดเอามาก ๆ โดยการใช้ครีมและสเปรย์ผมที่มี SPF ป้องกันแดด ทำให้เส้นผมดูมีชีวิตชีวา อยู่ทรงตลอดทั้งวัน

ใส่วิกแทนการใส่ผม

นักร้องสาว K – Pop อย่าง Sandara (Dara) Park บอกว่าแทนที่จะทำสีผม ย้อมผม ดัดผม ทำให้ผมโดนสารเคมี หรือเปลี่ยนสไตล์นั้น เธอเลือกใช้วิธีใส่วิกผมแทนเพื่อไม่ทำให้ผมของเธอเกิดความเสียหาย

เลือกแชมพู และครีมนวดที่ดี

Yura บอกว่าเธอดูแลเส้นผมโดยการเน้นตรวจสอบส่วนผสม และส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม เพื่อให้แน่ใจว่า เหมาะกับลักษณะและปัญหาเส้นผมของเธอหรือไม่ โดยเลือกแชมพูและครีมนวดให้เป็นสูตรเดียวกัน

เป่าผมแห้งด้วยลมเย็น

ราชินีแห่ง K – Drama อย่าง Song Hye Kyo แนะนำว่าการเป่าผมให้แห้งเวลาที่สระผมเสร็จนั้นควรเลือกระดับความร้อนของเครื่องเป่าผมให้ไม่ร้อนมากนัก เพราะความร้อนสูงที่มาจากเครื่องเป่าผมและเครื่องหนีบผมนั้นเป็นหนึ่งในสาเหตุของความเปราะบางในเส้นผม โดยการเลือกเป่าลมเย็นนั้น ไม่เพียงแค่ทำให้ผมแห้งได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังคงรักษาความเงางามและความชุ่มชื้นของผมไว้ได้ด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับเคล็ดลับต่าง ๆ ของไอดอลเกาหลี ถ้าเพื่อน ๆ นำวิธีต่าง ๆ ไปปรับใช้กับเส้นผมของตัวเองแล้ว รับรองว่าจะต้องออกมาสวย เงางาม และสุขภาพดีเหมือนไอดอลเกาหลีอย่างแน่นอน

ก่อนนอนควรทำอะไรบ้าง

ก่อนนอนควรทำอะไรบ้าง

ใครบ้างที่อาบน้ำเสร็จแล้วนอนเลย ก็คนมันเหนื่อยอ่ะเนอะ ไหนจะเดินทาง ไหนจะทำงาน กลับมาถึงบ้านหรือห้องแล้วก็อยากจะอาบน้ำนอนเลย แต่เราต้องขอบอกก่อนเลยว่าเรานั้นไม่ควรละเลยช่วงเวลาก่อนนอนนะ

เพราะเวลากลางคืนนั้นเป็นเวลานาทีทองของสาว ๆ ที่อยากสวยเลยล่ะ บางคนนั้นปล่อยให้เวลาผ่านไปกับการเล่นโซเซียลมีเดียต่าง ๆ แล้วปล่อยเวลาให้เสียเปล่า ดังนั้นอยากสวยต้องใช้ทุกเวลาให้มีประโยชน์ มาดูกันดีกว่าว่าควรที่จะทำอะไรบ้าง

มาส์กหน้า

อยากแรกที่แนะนำก็คือ การมาส์กหน้า โดยอาจจะเลือกเป็นมาส์กชีทจะดีกว่าการมาส์กแบบอื่น ๆ เพราะมาส์กชีทมีส่วนในการบำรุงผิวอย่างล้ำลึกนั่นเอง และสำหรับการเลือกสูตรมาส์กนั้น สาว ๆ สามารถเลือกแบบที่ต้องการได้เลย อย่างใครต้องการผิวกระจ่างใส ก็เลือกสูตรที่ช่วยให้กระจ่างใส รับรองได้เลยว่าตื่นมาหน้าสวยเปล่งปลั่งแน่นอน

มาส์กผม

มีมาส์กหน้าก็ต้องมีมาส์กผม แต่สำหรับการมาส์กผมก่อนนอนนั้น ไม่อยากแนะนำสารเคมีเท่าไหร่ เพราะการใช้สารเคมีบนหนังศีรษะนาน ๆ ไม่เกิดประโยชน์เท่าไหร่ ฉะนั้นจะให้ดีที่สุด ขอแนะนำว่าต้องเลือกมาร์กผมด้วยน้ำมันพร้าวหรือน้ำมันงาจะดีที่สุด เพราะว่าน้ำมัน 2 ชนิดนี้มีส่วนในการช่วยบำรุงผมแตกปลายได้ ตื่นเช้ามาสระผมรับรองว่าผมนุ่มอย่างแน่นอน

ทาแฮนด์ครีม

สำหรับสาว ๆ ที่ทมือด้านสากหรือไม่ค่อยได้บำรุงมือเท่าไหร่ ถึงเวลาแล้วนะจ๊ะที่จะต้องบำรุงมือ เพราะไม่อย่างนั้นเวลาที่หนุ่ม ๆ จับมือคงจะบอกว่ามือเธอด้านจัง และแน่นอนว่าเราจะอายมาก แต่สำหรับสาว ๆ ที่ไม่มีแฟนนั้นก็ยังถือว่ายังทันในการทำให้มือนุ่ม ดังนั้นทาแฮนด์ครีมทุกวันก็เป็นสิ่งสำคัญนะ

ทาอายครีม

ดวงตาเป็นหน้าตาของดวงใจ และเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับผู้หญิง เพราะหากเกิดริ้วรอยขึ้นมา ดวงตานี่ล่ะที่จะฟ้องอายุจริงของเราได้ ดังนั้นสาว ๆ ที่อยากให้ใบหน้าอ่อนกว่าวัย ควรที่จะทาอายครีมเป็นประจำถึงจะดีที่ เพราะถ้าหากไปบำรุงตอนที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นแล้วนั้น อาจจะแก้ไม่ทันก็ได้นะ

ทาลิปบาล์ม

สาว ๆ ที่ชอบทาลิปเนื้อแมท ลิปจิ้มจุ่ม มาฟังทางนี้เลย จ้องบอกว่าการทาลิปเนื้อแมทนั้น แม้จะมีข้อดีก็คือทำให้ปากเรียว ปากสวย ไม่หลุดและติดทนนาน แต่ข้อเสียที่สำคัญมากก็คือ ปากจะแห้ง แตกและลอก บางครั้งลอกออกมาเป็นสิลิปเนื้อแมทที่เราทามาเลยก็มีนะ ดังนั้นขอแนะนำให้เลือกทาลิปบาล์มก่อนนอนจะดีที่สุด เพราะจะช่วยให้ปากไม่แห้งนั่นเอง

บำรุงและทำความสะอาดเล็บเท้า

การบำรุงและทำความสะอาดเล็บเท้านั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะว่าเล็บเท้าเป็นตัวบ่งบอกถึงความเอาใจใส่ของผู้หญิงได้เช่นกัน สาว ๆ บางคนนั้นมัวแต่สนใจผิวหน้า แต่ลืมเอาใจใส่เล็บเท้ามันก็จะดูเป็นผู้หญิงที่ไม่สะอาดนะ เพราะฉะนั้นต้องหมั่นตัดเล็บและใช้ตะไบฝนให้เรียบ พร้อมกำจัดสิ่งสกปรกบนเล็บออกด้วย เพียงเท่านี้สาว ๆ ก็จะดูเป็นผู้หญิงที่สวยและสะอาดอย่างแน่นอน

นอนหงาย

สาว ๆ หลายคนนั้นอาจจะงงว่านอนหงายเกี่ยวยังไง แต่การนอนหงายนี่ล่ะ คือคีย์สำคัญสำหรับคนที่อยากสวย เพราะเวลานอนตะแคง ผิวหน้าของเราจะไปกดทับบนหมอนทำให้เลือดไม่ไหลเวียน เมื่อตื่นเช้าขึ้นมาผิวพรรณไม่ผ่องใสได้ นอกจากนี้บางคนลืมซักปลอกหมอนก็อาจจะเกิดปัญหาปลอกหมอนกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียได้เลย ดังนั้นอย่าลืมซักปลอกหมอนและนอนหงายกันนะ

เป็นอย่างไรกันบ้างกับสิ่งที่ควรก่อนนอน เป็นสิ่งที่สามารถทำได้โดยไม่ยุ่งยาก ดังนั้นอย่าปล่อยเวลาตอนกลางคืนให้เปล่าประโยชน์ นำเวลาเหล่านั้นมาทำให้เราดูสวยขึ้นกันดีกว่านะ เพียงแค่ยอมฝืนตัวหน่อยแล้วค่อยนอน ก็ได้ผิวสวย ๆ ไปโชว์ทุกคนในตอนเช้าของอีกวันแล้วล่ะ

How To ดูแลผมทำสีไม่ให้หลุด

How To ดูแลผมทำสีไม่ให้หลุด

ไหนใครชอบทำสีผมบ้าง ยกมือขึ้นหน่อย ซึ่งเมื่อเราทำสีผมสีใหม่ขึ้นมาบนหัวก็มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับผมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นสภาพผมที่แห้ง เส้นผมเยินจนดูไม่ได้ ซึ่งจะต้องมั่นดูแลเส้นผมทำสีอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นในวันนี้เราจะมาแชร์ How To ดูแลเส้นทำสีไม่ให้หลุด

อย่าสระผมบ่อย

อย่าเพิ่งโวยวายว่าทำไมไม่เห็นสระผมบ่อยกันนะ เพราะสาเหตุที่ไม่ควรสระผมบ่อยก็คือจะทำให้สีผมไม่ติดทนและสีจางเร็ว อุตส่าห์ทำมาแพง แต่เล่นสระผมทุกวันสีที่ทำมาก็ไม่มีความหมายแล้ว และยังส่งผลให้เส้นผมของเรานั้นเสียความชุ่มชื้นและแห้งอีกด้วย ดังนั้นสระแค่อาทิตย์ละ 2 – 3 ครั้งก็พอ ส่วนใครที่เพิ่งทำสีมาใหม่ ๆ ลด ๆ ร้อน ๆ ไม่ควรสระผมทันทีในวันที่เพิ่งทำสีมา เพราะอาจจะทำให้สีหลุดไว รออย่างน้อย 72 ชั่วโมงค่อยสระจะดีกว่า

ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผมทำสีโดยเฉพาะ

สภาพเส้นผมของแต่ละคนนั้นไม่เหมาะกัน ซึ่งเวลาที่เราจะเลือกแชมพูก็จะต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพเส้นผมของเรา ฉะนั้นคนที่ทำสีผมก็เหมือนกันควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผมทำสีถึงจะถูก เพราะการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผมทำสี จะช่วยทำให้สีผมของเราติดทนนานมากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าสีผมจะคงสภาพสีเดิมเป๊ะตลอด แต่การเลือกใช้ยาสระเฉพาะเพราะจะช่วยทำให้สีที่เราทำมาติดทนและไม่เฟดเร็วนั่นเอง

ทานอาหารที่ช่วยบำรุงเส้นผม

นอกจากบำรุงจากภายนอกแล้ว ยังต้องบำรุงจากภายใน เรื่องอาหารเสริมบำรุงเส้นผมก็มีให้เลือกมากมาย แต่รู้ไหมว่าสารอาหารในอาหารบางชนิดก็สามารถช่วยบำรุงเส้นผมของเราได้เช่นกัน ไม่ต้องเสียเงินแพง ๆ ก้สามารถบำรุงเส้นผมได้เหมือนกัน

หมักทรีทเม้นท์

หลังจากเราทำสีผม จะต้องดูแลเส้นผมของเราเป็นอย่างดี โดยควรบำรุงอย่างล้ำลึกด้วยทรีทเม้นท์บำรุงเส้นผมด้วยนะ การทำทรีทเม้นท์นั้นดีกว่าการที่สาว ๆ ใช้แค่ครีมนวดหมักผมเพราะสามารถบำรุงได้อย่างล้ำลึกและตรงจุดมากกว่า ทำอาทิตย์ละ 2 – 3 ครั้งก็โอเค วิธีนี้จะช่วยฟื้นฟูเส้นผมของเราได้ดีมาก จากผมที่เพิ่งไปทำสีมา ทั้งแห้งทั้งชี้ฟู พอได้รับการบำรุงอย่างล้ำลึกผมก็จะกลับมาดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

รับมือกับผมแตกปลาย

เมื่อทำสีผมมาแล้วนั้น เราจะต้องเจอกับปัญหาผมแตกปลาย แค่นั้นยังไม่พอ ความแห้ง ความหยาบกระด้างมาเต็มอย่างแน่นอน ถ้าสีผมจะสวยแต่เยินก็ไม่ไหวนะ ดังนั้นเมื่อเราทำสีผมมาแล้วก็จะต้องยอมรับผลเสียที่จะตามมาด้วย ดังนั้นสาว ๆ จะต้องหมั่นรับมือกับปัญหาเหล่านี้ให้ได้ เมื่อเกิดปัญหาผมแตกปลายก็ควรหมั่นเล็มปลายผมที่แห้งเสียออกไปอย่างน้อยเดือนละครั้ง

อัพผิวสวยใสด้วยท่าโยคะ P.2

อัพผิวสวยใสด้วยท่าโยคะ P.2

เรากลับมาแล้วจ้าสาว ๆ ทุกคน หลังจากที่คราวที่แล้วเราได้แนะนำท่าโยคะกันไปแล้วประมาณ 3 – 4 ท่า แต่เหมือนว่าสาว ๆ จะยังไม่จุใจกันเท่าไหร่เลย วันนี้เราเลยจะมาแนะนำท่าโยคะที่ช่วยเรื่องผิวพรรณกันอีกประมาณ 3 ท่า ถ้าพร้อมแล้วก็ปูแผ่นโยคะรอกันเลย

ท่า Trikonasana

ท่านี้เป็นอีกท่าที่ทำตามได้ง่ายมาก แถมยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของเราเยอะแยะไปหมด ท่านี้จะช่วยทำให้กระดูกสันหลังยืดหยุ่น ช่วยเสริมสร้างต้นขา นอกจากนี้ยังช่วยให้ทรวงอกขยายเต็มที่บรรเทาอาการปวดหลัง ทำให้อวัยวะในช่องท้องและกล้ามเนื้อสะโพกแข็ง แถมยังช่วยปรับสภาพผิวให้ดีขึ้นด้วย

How To

  • ยืนแยกเท้าห่างกัน ยกแขนทั้งสองข้างออกด้านข้างเสมอหัวไหล่
  • โน้มลำตัวไปทางด้านขวา วางมือขวาใกล้เท้าขวาห แขนซ้ายเหยียดขึ้นเป็นเส้นตรงกับแขนขวา หันฝ่ามือซ้ายออกมาด้านหน้า หันศีรษะมองฝ่ามือซ้าย
  • ค้างท่า 20 – 30 วินาที ด้วยลมหายใจปกติ
  • ค่อย ๆ คืนท่ายกแขนขนานพื้น ลดแขนลง ทำซ้ำโดยสลับข้าง

ท่า Pavanamuktasana

ท่านี้สามารถกอดเข่าได้ทั้งแบบ ทีละข้างหรือทีเดียวสองข้างเลยก็ได้ เอาที่สะดวกเลยจ้า ท่านี้จะช่วยเพิ่มกำลังและปรับกล้ามเนื้อที่ขา แถมยังมีผลสำคัญกับระบบย่อยอาหาร ซึ่งถ้าเราขับถ่ายปกติ ผลดีมันเกิดขึ้นแน่นอนทั้งต่อสุขภาพกายและสุขภาพผิว

How To

  • นอนยืดตัวตรง เท้าชิด วางแขนแนบลำตัว จากนั้นหายใจเข้า
  • ยกเข่าขวาขึ้นหรือจะยกเข่าขึ้งสองข้างขึ้นก็ได้ ยกขึ้นมาชิดที่บริเวณอกพร้อมกับหายใจออก
  • ใช้แขนกอดขาไว้ แล้วกดบริเวณต้นขาลงที่ท้อง
  • ปล่อยมือออกแล้วค่อย ๆ กลับสู่ท่าปกติ ใครที่ทำทีละข้างให้เปลี่ยนไปทำแบบเดิมในขาอีกข้างนึง

ท่า Ustrasana

เรียกอรกชื่อหนึ่งก็คือ ท่าอูฐ ท่านี้จะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ การไหลเวียนเลือดและระบบทางเดินหายใจ ทั้งยังช่วยกระชับกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย ขจัดไขมันบริเวณอก คอ หน้าท้อง ต้นขา ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลไม่ได้ช่วยแค่เรื่องหุ่นสวย แต่ยังช่วยในเรื่องของผิวสวยด้วย เพราะท่าโยคะท่านี้จะช่วยให้ปอดของเรารับออกซิเจนได้มากขึ้น จึงส่งผลให้ผิวของเรามีสุขภาพดีไปด้วยโดยปริยาย

How To

  • เริ่มจากนั่งตั้งเข่า แยกเข่ากว้างพอประมาณ ปลายเท้าชิด ตั้งเท้า หลังตรงมองตรงไปข้างหน้า
  • หายใจเข้า เหยียดแขนไปด้านหน้า หายใจออก วาดมือทั้งสองจับส้นเท้าด้านหลังและหายใจเข้า
  • หายใจออก ยกสะโพกดันสูง แอ่นอก ไม่หลับตา ไม่อ้าปาก สติอยู่ที่ลมหายใจ เข้าลึก ออกยาว ผ่อนคลาย ค้างไว้สักครู่
  • เสร็จแล้วหายใจเข้า ยกลำตัวและแขนกลับที่เดิม หายใจออก ลดมือลงแล้วพัก

แหล่งที่มา : sistacafe.com

อัพผิวสวยใสด้วยท่าโยคะ P.1

อัพผิวสวยใสด้วยท่าโยคะ P.1

การเล่นโยคะนั้นไม่ได้มีดีแค่ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังช่วยทำให้สุขภาพผิวดีขึ้นอีกด้วยนะรู้หรือป่าว ละยิ่งช่วงนี้ที่ออกไปไหนแต่ละทีก็กลัวติดเชื้อ หรือบางคนกำลังกักตัวต้องติดอยู่บ้านแบบเหงา ๆ แล้วไม่รู้จะทำอะไรดี เรามาโยคะกันดีกว่านะ โดยในวันนี้เราได้รวบรวมท่าโยคะ เพื่อผิวสวยสุขภาพดีมาฝากกัน ว่าแต่จะมีท่าไหนบ้างนั้นก็ไปดูกันเลย

ท่า Matsyasana

ท่า Matsyasana หรือ ท่าปลา ท่านี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกสันหลัง ทั้งยังช่วยกระตุ้นในระบบหายใจทำงานได้อย่างสมบูรณ์ แถมท่านี้ยังช่วยปรับสมดุลภายในหน้าใส ลดริ้วรอยบริเวณคาง หน้าผากได้

How To

  • เริ่มจากนอนหงาย หลังราบพื้น
  • ซ่อนแขนใต้ตัว ฝ่ามือคล้ำใต้สะโพก พยายามให้ศอกชิดกันให้มากที่สุด เพื่อให้ไหล่ – อกเปิด
  • ใช้ศอกดันพื้น ยกตัวขึ้นมาในท่ากึ่งนั่ง กึ่งนอน โดยให้สะโพก แขนท่อนล่าง ข้อศอก เป็นฐานรับน้ำหนักตัว สายตามแงปลายเท้า
  • เสร็จแล้วเงยหน้า วางกลางกระหม่อมแตะพื้น จะหลับตา หรือลืมตาก็ได้ แต่ถ้าลืมตาระวังอาการย่นหน้าผาก

ท่า Kapalbhati

ท่า Kapalbhati หรือท่าสุขะสนะ ก็เป็นท่านั่งสมาธิทั่ว ๆ ไป แต่รู้มั้ยว่า ท่าโยคะท่านี้ไม่ได้มีดีแค่ช่วยให้จิตใจสงบ แต่ยังสามารถช่วยชะล้างสารพิษที่ตกข้างในร่างกายของเราให้ออกไปได้ด้วย ก็จะช่วยทำให้เรารู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า ทั้งยังช่วยทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น ปัญหาผิวต่าง ๆ ที่เคยมีดูลดลง

How To

  • เริ่มจากนั่งขัดสมาธิกับพื้น แล้วหงายมือสองข้างบนเข่า จะจับเข่าไว้ หรือพนมมือไว้ก็ได้ เอาที่สะดวก
  • หายใจเข้า – ออกลึก ๆ อย่างสม่ำเสมอ กำหนดลมหายใจเข้าและออกสัมพันธ์กัน ทำอย่างน้อย 5 ครั้ง

ท่า Janu Sirsasana

ท่า Janu Sirsasana ท่านี้เป็นท่าที่จะช่วยยืดกล้ามเนื้อหน้าท้อง หลังและขา ทั้งยังช่วยลดอาการของวัยทอง ช่วยระบบย่อยอาหาร ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน ปวดศีรษะ นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของผิวพรรณ โดยช่วยขจัดปัญหาเรื่องสิวให้หมดไปโดยไม่ต้องพึ่งยาอีกด้วย

How To

  • นั่งบนพื้น ให้เท้าทั้งสองข้างเหยียดตรง หลังตรง ศีรษะตั้งตรง
  • งอเข่าขวา นำส้นเท้าชิดบริเวณหัวเหน่า ฝ่าเท้าขวาแตะต้านในของต้นขาซ้าย
  • ยกมือขึ้นเหยียดตรงไปข้างหน้า หายใจเข้าพร้อมกับยกมือเหนือศีรษะ
  • หายใจออกช้า ๆ พร้อมกับก้มตัวลง ให้อกแนบต้นขา มือจับนิ้วเท้าซ้าย ค้างไว้จนกระทั้งจะเริ่มหายใจเข้า ให้ยกตัวกลับไปสู่ท่าเริ่มต้นแล้วเปลี่ยนสลับเท้า

ท่า Chakrasana

ท่า Chakrasana หรือท่ากงล้อ ก็เป็นอีกหนึ่งท่า ที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดีในชื่อ ท่าสะพานโค้ง ท่านี้สามารถช่วยเพิ่มพลังงานและความแข็งแรงให้กับปอดและทรวงอก และช่วยเร่งการขับสารพิษออกจากร่างกาย ถือว่าเป้นผลดีต่อสุขภาพและผิว

How To

  • นอนหงายให้หลังแนบพื้น ชันเข่าขึ้น แยกเท้าห่างเท่ากับความกว้างของสะโพก แขนวางแนบลำตัว
  • ค่อย ๆ ยกสะโพกขึ้นจนก้นกบอยู่ระนาบเดียวกับหัวเข่า
  • ยกหน้าอกให้อยู่เหนือไหล่ หายใจเข้าแล้วกลั้นหายใจไว้ครู่หนึ่ง แล้วค่อยผ่อนลมหายใจออก
  • กลับเข้าสู่ท่าผ่อนคลาย

แหล่งที่มา : sistacafe.com

เมนูเด็ดที่ช่วยทำให้ผิวใส ผมสวย

เมนูเด็ดที่ช่วยทำให้ผิวใส ผมสวย

ผู้คนส่วนใหญ่ก็อยากจะเป็นคนสวยในสายตาคนอื่นกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหุ่น ผิวพรรณ เส้นผม จรดปลายเล็บ ก็ต้องดูแลความสวยงามให้ดูเป๊ะกันทั้งนั้น แต่ปัญหาที่หลายคนกังวลก็คงหนีไม่พ้นเกี่ยวกับผิวและเส้นผม เพราะว่าสองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สังเกตได้ง่าย ดังนั้นถ้าอยากแก้ปัญหาที่กังวลใจเหล่านั้นหันมาทางนี้เลย ด้วยเมนูเด็ดที่ช่วยทำให้ผิวใส ผมสวย รับรองได้เลยว่าแค่เลือกทานเมนูเหล่านี้ก็ช่วยเพิ่มพลังความสวยได้ด้วยตัวเอง ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

แซลมอน

แซลมอน เมนูสุกโปรดของใครหลาย ๆ คน โดยเป็นอาหารที่อุดมไปด้วย กรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณดูเรียบเนียนเปล่งปลั่ง แล้วก็ยังมีแร่ธาตุซีลีเนียมที่ช่วยปกป้องผิวไม่ได้โดนแสงแดดทำร้าย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ วิตามินดีปริมาณสูง ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับทั้งกระดูก ฟันและเส้นผม

ผักโขม

ผักโขมมีสารอาหารตัวเด็ดที่มีประโยชน์เรื่องความสวยความงาม ก็จะมีทั้งลูทีน ที่ช่วยบำรุงสายตาให้แข็งแรงและดูเป็นประกาย พร้อมทั้งวิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียมและโอเมก้า 3 ที่ทานเข้าไปแล้วช่วยบำรุงทั้งผิวพรรณและเส้นผมให้มีความแข็งแรงมากขึ้น ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระให้ผิวใสแบบไร้ริ้วรอยก่อนวัย ปกป้องผิวไม่ให้โดนทำร้ายจากแสงแดดและรังสียูวี

หอยนางรม

หอยนางรม เป็นอาหารที่อุดมไปด้วย แร่ธาตุสังกะสีในปริมาณสูง ซึ่งถือเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายและความสวยความงาม ที่สำคัญยังช่วยบำรุงให้เส้นผม เล็บ และผิวพรรณแข็งแรงและสวยแบบสุขภาพดี รสชาติก็ดี ประโยชน์ก็เริ่ดขนาดนี้ต้องทานกันบ่อย ๆ แล้วล่ะ

มะเขือเทศ

มะเขือเทศ เป็นแหล่งอาหารสำคัญที่ช่วยในการต่อต้านริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัย ที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อ Antioxidant หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งร่างกายของเราจะสามารถดูดซึมสารไลโคปีนที่อยู่ในมะเขือเทศได้ดีมากยิ่งขึ้น ถ้านำมะเขือเทศไปผ่านการปรุงหรือแปรรูปเสร็จแล้ว หรือจะจำไปปั่นเป็นเมนูน้ำมะเขือเทศก็ได้เหมือนกัน

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ทั้งหลายอุดมไปด้วย สารต้านการอักเสบ และวิตามินหลากหลายชนิด ช่วยปกป้องผิวสาว เนียนให้ห่างไกลจากริ้วรอยหรือร่องตีนกากวนใจ ทำให้ผิวสตรองไม่อ่อนแอต่อมลภาวะต่าง ๆ แล้วนอกจากนี้ วิตามินซี ที่มีอยู่ในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ไม่ว่าจะเป็น บลูเบอร์รี่, สตรอว์เบอร์รี่, แบล็คเบอร์รี่ ฯลฯ จะมีประโยชน์ในการบำรุงผิวพรรณให้ขาวใสสไตล์เฮลท์ตี้ได้แล้ว ยังช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะให้แข็งแรง ลดปัญหาผมขาดหลุดร่วง ป้องกันการเกิดรังแค แถมยังช่วยกระตุ้นเส้นผมให้ยาวเร็วแบบติดสปีดได้ด้วย เพราะฉะนั้นอย่าลืมทานเบอร์รี่กันเป็นประจำทุกวันด้วยล่ะ

แหล่งที่มา : https://sistacafe.com/

เปลี่ยนตัวเองด้วย เช็คลิสต์ Resolution in 2020

เปลี่ยนตัวเองด้วย เช็คลิสต์ Resolution in 2020

เราก็กำลังเข้าสู่ปี 2020 ก็แล้วนะ เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนกำลังใจจดใจจ่อกับเทศกาลที่แสนสุขที่มีทั้งแสง สี เสียง คำอวยพร การเฉลิมฉลองวันใหม่กันอยู่ แต่บางคนก็กลับไม่อยากให้ถึงปีใหม่เลย ซึ่งคนเราชอบไม่เหมือนกันนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่ถึงยังไงก็ต้องยอมรับมันให้ได้นะ แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่นั้นสิ่งที่เราต้องทำกันเลยก็คือตั้งเป้าหมายให้กับตัวเอง เผื่อชีวิตจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีบ้าง โดยวันนี้เราลิสต์สิ่งที่สาว ๆ ควรทำ ถ้าพร้อมแล้วก็มาดูกันเลยจ้า

หาเวลาไปเที่ยว ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวบ้าง

ข้ออ้างของสาว ๆ ที่ต้องทำงานทั้งวี่ทั้งวันก็คือ บอกว่าตัวเองไม่ค่อยมีเวลา ปีเก่าจะจบไปแล้วนะ ปีใหม่นี้ก็หาเวลาว่างให้ตัวเองสักหน่อยดีกว่า อย่างการหาเวลาสักสามสี่ชั่วโมงที่มีอยู่ อาจจะเป็นช่วงเย็นหลังเลิกงาน แวะกลับบ้านไปทานข้าวฝีมือแม่บ้างก็ถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย ไม่ต้องกลับห้องไปเหงาอยู่คนเดียวจะดีกว่า หรือจะหาวันหยุดสุดสัปดาห์ชวนครอบครัวและเพื่อนไปเที่ยวอันนี้ยิ่งดีเลย

หาเวลาออกกำลังกาย

ปีใหม่แล้ว สุขภาพหรือร่างกายตัวเองก็ควรจะให้ความสำคัญ เพราะร่างกายมันต้องอยู่กับเราไปจนแก่ จะดีกว่าไหมถ้าเราหันมาออกกำลังกายดูแลสุขภาพบ้าง เลิกงานแล้วก็หาเวลาสักชั่วโมงไปวิ่งหรือเดิน ให้ชีพจรเต้นแรง ๆ หน่อย ให้เลือดสูบฉีดให้เหงื่อออกบ้าง อย่ามัวแต่นอนเล่นโทรศัพท์ถู ๆ ไปแบบนเบื่อโลก อย่างน้อยได้พักจากหน้าจอแล้วหันมาดูแลตัวเอง ไม่แน่เราอาจจะหุ่นแซ่บ ๆ ในปีหน้าก็ได้นะ

ทานอะไรที่มีประโยชน์กับสุขภาพร่างกาย

เวลาเหนื่อย ๆ หลังจากทำงานเสร็จ ก็ถึงเวลาต้องหาอะไรทานเพื่อให้ตัวเองอิ่ม สาว ๆ บางคนก็นึกถึงอาหารที่อยากกินก็คงหนีไม่พ้นไก่ทอด หมูกระทะ ชาบู ส้มตำ แต่ถ้าเราทำแบบนี้ทุกวันเลือกทานของที่อยากทานจนลืมว่า ร่างกายควรทานอะไรดี ๆ บ้าง พอถึงเวลาที่ต้องเข้าออกโรงพยาบาลอาจจะทำให้เรานึกถึงอาหารสุขภาพเลยจริง ๆ อย่างน้อยควรเลือกทานผัก ผลไม้ในทุกมื้ออาหาร ดื่มน้ำเยอะ ๆ ทำแบบนี้ทุกวันแบบนี้ก็ช่วยได้มากแล้ว

หาหนังสือเล่มโปรดไว้ผ่อนคลาย

ข้อนี้อยากแนะนำสำหรับสาว ๆ ที่ตั้งเป้าหมายจะทำอะไรสักอย่างในปีใหม่ให้ตัวเอง เลือกหนังสือดี ๆ สักเล่ม ใครชอบหนังสือแนวจิตวิทยา บำบัด ผ่อนคลายเราว่าควรหาสักเล่มที่เป็นแรงบันดาลใจกับตัวเองเวลา ขาดกำลังใจก็หยิบขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ต้องรีบให้จบก็ได้ แถมยังช่วยฝึกสมาธิและฝึกทักษะการอ่านด้วย อย่าลืมหาหนังสือดี ๆ สักเล่มไว้เป็นเพื่อนคู่ใจนะ

เสริมทักษะความรู้ให้ตัวเองบ้าง

ข้อนี้สำหรับสาว ๆ ที่ตั้งเป้าหมายกับตัวเองว่า ปีใหม่อยากจะหากิจกรรมให้ตัวเอง เหมือนเป็นการเสริมทักษะเรื่องใหม่ที่ไม่เคยทำ หรืออยากลองทำอะไรใหม่ ๆ ดูบ้าง อย่างการเรียนเสริมต่าง ๆ พวก เรียนศิลปะ ดนตรี เรียนขับรถ เรียนภาษาทุกอย่างที่ตัวเองคิดว่าเราอยากทำ เป็นกิจกรรมที่ช่วยสานฝันความอยากเป็นนู่นนี่ตอนเด็ก เพราะตอนเป็นเด็กไม่ได้ทำ งั้นก็เอาช่วยเวลาที่ยังทำไหวในช่วงวัยรุ่น วัยทำงานมาช่วยสานฝันตัวเองกันดูนะ

วันหยุดอย่าเก็บตัวอยู่ในห้อง

ออกไปใช้ชีวิตกันให้คุ้มหน่อย เกิดมาทั้งทีต้องทำอะไรให้สุด ๆ เหนื่อยก็แค่พักแล้วค่อยมาเดินต่อ สาว ๆ ที่ตั้งเป้าหมายว่าปีหน้าฉันอยากทำอะไร ทานอะไร ไปที่ไหน ก็ต้องไปอย่ามัวแต่คิด ต้องลงมือทำได้แล้ว เพราะเวลาไม่รอใครหรอกนะ เราไม่รู้ว่าอนาคตอีกกี่ปีข้างหน้าจะเป็นยังไง ดังนั้นก็วางโทรศัพท์ลงแล้วเอาตัวเองออกมาจากห้อง หาแพชชั่นให้ตัวเองเป็นคนใหม่ในปี 2020

แหล่งที่มา : https://sistacafe.com/

ปัญหาที่คนหน้านิ่งต้องเจอ

ปัญหาที่คนหน้านิ่งต้องเจอ

ไหน สาว ๆ คนไหนเป็นคนหน้านิ่งบ้าง เชื่อว่าสาว ๆ ที่หน้านิ่งทุกคนจะต้องเคยพบเจอกับปัญหาต่าง ๆ ที่เข้าโดยที่เราไม่รู้เรื่องอะไรเลย ซึ่งถ้าเป็นสาวที่หน้านิ่งที่แถบเงียบด้วยแล้วไม่ต้องพูดถึง เวลามีปัญหาขึ้นมาก็ทำได้แค่บอกว่าหนูเป็นคนนิ่งค่ะ แค่นั้น ดังนั้นเรามาดูกันดีว่าปัญหาที่สาวหน้านิ่งจะต้องเจอมีอะไรบ้าง

หยิ่ง

ปัญหาหลัก ๆ เลยที่คนหน้านิ่งจะต้องเจอคือ หยิ่ง เจอกันก็จะต้องโดนหาว่าหยิ่งตลอดจนได้คุยกันถึงได้รู้ ฉันไม่ได้หยิ่ง ฉันแค่หน้านิ่งเฉย ๆ ซึ่งมันทำให้คนรอบมักจะเข้าใจเราแบบผิด ๆ เสมอ ทำให้ไม่ค่อยมีใครอยากเข้าหา เพราะกลัว ดูไม่เป็นมิตร ซึ่งจริง ๆ สาวหน้านิ่งไม่ได้มีอะไรเลยแค่หน้านิ่งเฉย ๆ เท่านั้นเอง

กลัว ไม่กล้าเข้ามาคุย

หลายคนมักจะคิดว่าคนหน้านิ่ง หน้าดุ นิสัยก็จะดุไปด้วย แล้วถ้ายิ่งมีตาดุด้วยนะยิ่งแล้วใหญ่ เพราะไม่มีใครกล้าเข้ามาคุยไง เพราะกลัวว่าเรานั้นจะดุหรือพูดจาไม่เป็นมิตรใส่ ซึ่งอย่าคิดแบบนั้น เปรียบเทียบง่าย ๆ ก็เหมือนอาจารย์ที่หน้าดุ ๆ แต่จริง ๆ แล้วไม่มีอะไร คนหน้านิ่งส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนั้น เพราะฉะนั้นเลิกกลัวและเข้ามาคุยเถอะ

เครียดหรอ ทำไมทำหน้าอย่างนั้น

เวลาที่เราชอบเผลอหน้านิ่งทีไร เพื่อนมักจะถามตลอดว่าเป็นอะไร เครียดหรอ ซึ่งเป็นแบบนี้ตลอด ฉันแค่เหม่อไม่ได้เป็นอะไร คือเข้าใจว่าเพื่อนเป็นห่วง แต่ฉันไม่ได้เป็นอะไร หน้ามันเป็นอย่างนั้นเอง เพราะฉะนั้นโปรดเข้าใจเราด้วยว่าไม่ได้เครียด แค่หน้ามันเป็นเอง เครียดเดี๋ยวบอกเอง

หาเรื่องหรอ

ปัญหาที่อาจจะพาความซวยมาถึงชีวิต เพราะอยู่ดี ๆ ก็โดนมองแรง ทุกครึ่งที่หน้านิ่งแล้วเผลอไปมองใครปุ๊ป เกิดเรื่องทันที เพราะคนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าเรากำลังมองหน้าหาเรื่องเขาอยู่ ซึ่งจริง ๆ เราแค่เผลอมองเฉย ๆ ไม่ได้รู้จักหรือเป็นอะไรด้วยเลย แต่ก็อย่างที่รู้ว่าส่วนใหญ่มักจะจบไม่ค่อยดี ทำให้แค่เตือนสติว่าอย่าเผลอไปมองใครเข้าล่ะ

เข้าถึงยาก

เราจะกลายเป็นคนเข้าถึงยากทันทีเมื่อเราเป็นสาวหน้านิ่ง เพราะด้วยหน้าที่มีอยู่มู้ดเดียว ยิ่งถ้าเป็นคนที่ไม่ค่อยเข้าสังคมหรือเพื่อนฝูงไม่เยอะ จะกลายเป็นคนเข้าถึงยากเป็นอัตโนมัติ เราก็แค่เป็นคนรักสงบ ไม่ชอบความวุ่นวาย ไม่ชอบให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัว แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราไม่เปิดให้เพื่อนนะ

ยิ้มเยอะ ๆ หน่อย

ทำให้เบื่อโลกอยู่ได้ ยิ้มเยอะ ๆ หน่อย ซึ่งจริง ๆ เราก็ยิ้มนะแค่ตอนที่เธอไม่เห็นเท่านั้นเอง เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่จังหวะ เอาจริง ๆ ก็คือถึงแม้จะเป็นหน้านิ่งก็ยิ้มเป็นนะ เพียงแต่ไม่ค่อยมีคนเห็นเท่านั้นเอง เพราะรู้ไว้ว่าสาวหน้านิ่งเขาก็หัวเราะและยิ้มอย่างมีความสุขได้เหมือนกัน

เข้มแข็งนะ คนแบบนี้

คนหน้านิ่งไม่แปลว่าจะต้องเป็นคนเข้มแข็งทุกคนนะ แต่ที่เราไม่แสงดออกไม่ใช่ว่าเราไม่รู้สึกอะไรเลย เราก็ร้องไห้ เราก็อ่อนเป็นเหมือนกัน เราก็คนนะ เรามีความรู้สึก ซึ่งเอาตามหลักความจริงคนหน้านิ่งเป็นคนที่น่าสงสารมากเวลาเสียใจหรือร้องไห้ เพราะไม่ค่อยมีคนอยู่เคียงข้างเท่าไหร่ เพราะคิดว่าเขาเข้มแข็งอยู่แล้ว คงมีแต่เพื่อนที่สนิทที่รู้เท่านั้น

แหล่งที่มา : https://sistacafe.com

เปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ซะ ถ้าไม่อยากหน้าเป็นสิว

เปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ซะ ถ้าไม่อยากหน้าเป็นสิว

สาว ๆ เคยสงสัยกันมั้ยว่า ทำไมหน้าของเรานั้นเป็นสิวเปลี่ยนจัง สาวหลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเพราะเครื่องสำอางที่ใช้ เลยลองเปลี่ยนเครื่องสำอางดู แต่ก็ยังเป็นสิวอยู่เหมือนเดิม ซึ่งเราอยากจะบอกสาว ๆ เลยว่าที่เปลี่ยนเครื่องสำอางแล้วยังเป็นสิวอยู่นั้นเพราะยังมีบางอย่างที่สาว ๆ ยังไม่ได้เปลี่ยนยังไงล่ะ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นก็เป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเราทั้งนั้น ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าสิ่งไหนที่ต้องเปลี่ยนถ้าไม่อยากหน้าเป็นสิว ถ้าพร้อมแล้วก็มาดูกันเลย

ปลอกหมอน

ปลอกหมอนเนี่ยแหละตัวดีเลย เพราะเรานั้นจะต้องเอาหน้าไปแนบกับมันในช่วงกลางคืนทุกวัน ซึ่งในระหว่างวันที่เราไม่อยู่นั่น เจ้าหมอนนั้นไปเจออะไรมาบ้างก็ไม่รู้ แถมเวลาที่เรานอนบางทีก็มีคราบน้ำลายที่ไหลออกมา นั่นแหละตัวกลางของการทำให้เกิดสิวเลย ดังนั้นเราควรที่จะซักปลอกหมอนสัก 2 วันต่อ 1 ครั้งหรือถ้าจะให้ดีก็ซักทุกวันไปเลย เพราะปลอกหมอนเป็นสิ่งที่สัมผัสกับหน้าเราตลอด ถ้าอยากหน้าใสลดสิวก็ต้องขยันกันหน่อยนะ

ผ้าเช็ดหน้า

เชื่อว่าสาว ๆ เลยคนนั้นไม่ได้มีผ้าเช็ดหน้าไว้เช็ดหลังล้างหน้ากันใช่หรือไม่ เพราะคิดว่าใช้ผ้าขนหนูซับ ๆ เอาก็ได้ อยากจะบอกว่าผิดมหันต์เลยนะ เราจะต้องมีผ้าเช็ดหน้าที่แยกกับผ้าขนหนู และที่สำคัญเราจะต้องซักมันบ่อย ๆ พอ ๆ กับปลอกหมอนเลย เพราะผิวหน้าของเรานั้นบอบบางมาก ถ้าใช้ผ้าเช็ดหน้าโดยที่ไม่ซักบ่อย ๆ ก็ไม่สามารถลดสิวบนใบหน้าได้นะ

แปรงและพัฟแต่งหน้า

สาว ๆ คนไหนที่ไม่ชอบล้างแปรงและพัฟแต่งหน้ากันบ้างก็ยกมือขึ้น ต้องบอกเลยว่าไม่ได้จริง ๆ เพราะพวกแปรงและพัฟแต่งหน้านี่คือตัวจับฝุ่นได้ดีมาก ๆ ถ้าไม่ซักบ่อย ๆ ยังไงก็ไม่สามารถลดสิวบนใบหน้าแน่ ๆ เพราะฉะนั้นควรล้างแปรงและพัฟแต่งหน้าทุกวัน แต่ถ้าไม่สะดวกซักทุกวันก็ควรเก็บแปรงในกระเป๋าหรือใส่อะไรก็ได้ให้มิดชิดสักหน่อย ส่วนพัฟนี่แนะนำให้ล้างทุกครั้งหลังใช้ เพราะพัฟนั้นแห้งช้ามาก ยิ่งใช้ยิ่งหมักหมม ถ้าไม่ซักแบบนี้สิวผดและสิวอื่น ๆ ก็ตามมาอย่างแน่นอน

เครื่องสำอาง

เครื่องสำอางเป็นอีกสิ่งที่ต้องเปลี่ยนบ้าง แต่ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยเท่าพวกปลอกหมอน แปรงกับพัฟ และผ้าเช็ดหน้า แต่ที่บอกว่าควรเปลี่ยนนี่ไม่ใช่การเปลี่ยนแบรนด์ใหม่อะไรหรอก แต่หมายถึงการเปลี่ยนชิ้นใหม่ เพราะเครื่องสำอางทุกตัวมีอายุการใช้งานของมันเอง ซึ่งเราเปิดใช้จนมันหมดอายุแล้วนั้นหควรที่จะต้องเปลี่ยนนะอย่าเสียดายที่อย่าใช้ไม่หมดเด็ดขาด เพราะไม่งั้นเจ้าสิวมาเยือนบนใบหน้าอย่างแน่นอน

พฤติกรรม

ถึงสิ่งนี้จะไม่ใช่สิ่งของแต่เป็นสิ่งที่ควรเปลี่ยนอย่างมาก ทั้งพฤติกรรมการกิน งดของมันของทอดที่ก่อให้เกิดความมันบนผิวหน้าจนทำให้เกิดสิว พฤติกรรมบางอย่างที่ติดเป็นนิสัยเช่น ชอบเอามือไปจับหน้าหรือเช็ดหน้าแรง ๆ พฤติกรรมพวกนี้ควรเปลี่ยนด่วน ๆ เลย ซึ่งเวลาจะจับหน้าก็ควรล้างมือให้สะอาดหรือใช้ทิชชู่ ผ้าเช็ดหน้าจะดีกว่าการเอามือที่เราไปสัมผัสสิ่งต่าง ๆ มาจับใบหน้านะ

น้ำหอมสุดฟินที่สาว ๆ ควรมีไว้ในคลัง

น้ำหอมสุดฟินที่สาว ๆ ควรมีไว้ในคลัง

อะไรที่หอม ๆ ก็ต้องเคียงคู่กับผู้หญิง เชื่อได้ว่าร้อยทั้งร้อยชอบน้ำหอม ซึ่งแต่ละคนนั้นก็จะชอบกลิ่นที่แตกต่างกันออกไปตามความชอบส่วนตัว แต่ก็มีสาว ๆ จำนวนไม่น้อยที่กำลังจะซื้อน้ำหอมขวดแรก หรือน้ำหอมขวดใหม่ที่ดีกว่าเดิม แต่ไม่รู้ว่าจะซื้อกลิ่นอะไรดี ดังนั้นในวันนี้เราได้รวบรวมน้ำหอมกลิ่นสุดฟินที่สาว ๆ ควรมีไว้ในคลังน้ำหอม ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

Chanel No.5

มาเริ่มกันที่ตัวแรกกันเลย ตัวนี้เป็นน้ำหอมที่สาว ๆ ต่างกรีดร้องหนักมาก แต่ราคาก็แอบโหดมากเช่นกัน เพราะราคาครึ่งหมื่นกันเลยทีเดียว No.5 นั้นมีกลิ่นที่ค่อนข้างแปลกใหม่ เพราะเป็นกลิ่นหอมที่ไม่ได้มาจากดอกไม้ ทำให้สร้างความรู้สึกเซ็กซี่ ลึกลับ น่าค้นหา เอาง่าย ๆ ก็คือกลิ่นนี้จะออกแนวผู้ใหญ่ ๆ ทางการ หรูหรา ฉีดแรก ๆ อาจจะรู้สึกว่าฉุนหรือกลิ่นแรงไปหน่อย แต่พอทิ้งไว้สักพักกลิ่นจะเบาลงและหอมมากขึ้น

Miss Dior Blooming Bouquet

ถ้าพูดถึงน้ำหอมจะไม่พูดถึง Miss Dior ไม่ได้ เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่มีนางไว้ในคลังเรียบร้อยแล้ว ด้วยราคาที่ไม่แพงมาก สำหรับ Miss Dior Blooming Bouquet แค่แพ็กเกจก็หวานเวอร์แล้ว กลิ่นก็ไม่ใช่ย่อยเช่นกัน เพราะกลิ่นของตัวนี้หอมละมุนละไมมาก เพราะจะเป็นกลิ่นของดอกไม้นานาชนิด จนสาว ๆ หลายคนจึงต่างลงความเห็นให้เป็นน้ำหอมที่ต้องมีเพราะฉีดได้ทุกวัน ทุกที่ ทุกสถานการณ์

Chloe Eau de Parfum

น้ำหอมโบว์ครีมในตำนานหลายคนอาจจะบอกว่าตัวนี้นั้นไม่หอม ฉุน หรือดูแก่ไป แต่อีกหลายคนกลับชอบเพราะรู้สึกว่ากลิ่นมันค่อนข้างผู้ดี ดูแพง ดูสะอาด ไม่เชิงว่าแก่เลย เนื่องจากตัวนี้เป็นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบบริสุทธิ์ที่บอกเลยว่าไม่ใช่กุหลาบฉุน ๆ แต่คล้ายกับกุหลาบเนื้อครีมมี่ละเอียด สามารถฉีดได้ทุกวัน

Twilly d’Hermes

เป็นตัวที่ไม่ค่อยมีรีวิวเยอะเท่าไหร่ แต่ถ้าได้ลองแล้วจะหลงรักมาก เพราะมันจริงอะไรจริง โดยน้ำหอม Hermes มาด้วยน่ารักพกพาง่ายและมีความเก๋ไก๋ ส่วนในเรื่องของกลิ่นนั้นจะหอมละมุนให้ความสดชื่น แต่แฝงไปด้วยความเผ็ดร้อนจากการรวม 3 วัตถุดิบไม่ว่าจะเป็นขิง ดอกซ่อนกลิ่นและไม้จันทร์หอม

Versace Bright Crystal Absolu EDP

Versace Bright Crystal Absolu EDP ถือว่าเป็นน้ำหอมอีกหนึ่งกลิ่นที่สาว ๆ ควรมีและเป็นน้ำหอมที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก ตัวนี้นั้นเป็นกลิ่นหอมหวานนุ่มละมุนจากดอกไม้ ผสมกันอย่างลงตัวกับความสดชื่นของส้มยูสุและราสเบอร์รี่ กลิ่นหอมหวานสดใสจาง ๆ ของทับทิมและกลิ่นหอมเบา ๆ ของมัสก์ และติดทนนานไม่ต้องเติมระหว่างวัน

Marc Jacobs Daisy Eau So Fresh EDT

ตัวนี้เขาดีไซน์ออกมาให้ฝาเป็นลายดอกไม้น่ารัก ๆ ซึ่งสำหรับกลิ่นนั้นก็ดีงามไม่แพ้กันเลย เพราะกลิ่นของตัวนี้จะออกเฟรช ๆ สดชื่น สดใส ขี้เล่น มีความหรูเบา ๆ กลิ่นไม่แรงไม่ฉุน เหมาะสำหรับสาว ๆ วัยเรียนที่ต้องการน้ำหอมที่ที่ฉีดแล้วรู้สึกหวานใส สดชื่น

เป็นอย่างไรกันบ้างกับน้ำหอมที่ได้แนะนำกัน บอกเลยว่าแพง ก็มันแพงจริง ๆ แต่มันคุ้มกับการลงทุน เพราะน้ำหอมราคาถูกส่วนใหญ่นั้นจะไม่ค่อยติดทน ต้องฉีดตลอดทั้งวัน แต่ยังไงก็แล้วยังการเลือกซื้อน้ำหอมนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบและงบประมาณ แต่ถ้ามีงบมากหน่อยนั้นก็ให้ลองน้ำหอมราคาแพงดูสักครั้งเพื่อจะติดใจกันนะ