Beauty tips

เปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ซะ ถ้าไม่อยากหน้าเป็นสิว

เปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ซะ ถ้าไม่อยากหน้าเป็นสิว

สาว ๆ เคยสงสัยกันมั้ยว่า ทำไมหน้าของเรานั้นเป็นสิวเปลี่ยนจัง สาวหลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเพราะเครื่องสำอางที่ใช้ เลยลองเปลี่ยนเครื่องสำอางดู แต่ก็ยังเป็นสิวอยู่เหมือนเดิม ซึ่งเราอยากจะบอกสาว ๆ เลยว่าที่เปลี่ยนเครื่องสำอางแล้วยังเป็นสิวอยู่นั้นเพราะยังมีบางอย่างที่สาว ๆ ยังไม่ได้เปลี่ยนยังไงล่ะ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นก็เป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเราทั้งนั้น ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าสิ่งไหนที่ต้องเปลี่ยนถ้าไม่อยากหน้าเป็นสิว ถ้าพร้อมแล้วก็มาดูกันเลย

ปลอกหมอน

ปลอกหมอนเนี่ยแหละตัวดีเลย เพราะเรานั้นจะต้องเอาหน้าไปแนบกับมันในช่วงกลางคืนทุกวัน ซึ่งในระหว่างวันที่เราไม่อยู่นั่น เจ้าหมอนนั้นไปเจออะไรมาบ้างก็ไม่รู้ แถมเวลาที่เรานอนบางทีก็มีคราบน้ำลายที่ไหลออกมา นั่นแหละตัวกลางของการทำให้เกิดสิวเลย ดังนั้นเราควรที่จะซักปลอกหมอนสัก 2 วันต่อ 1 ครั้งหรือถ้าจะให้ดีก็ซักทุกวันไปเลย เพราะปลอกหมอนเป็นสิ่งที่สัมผัสกับหน้าเราตลอด ถ้าอยากหน้าใสลดสิวก็ต้องขยันกันหน่อยนะ

ผ้าเช็ดหน้า

เชื่อว่าสาว ๆ เลยคนนั้นไม่ได้มีผ้าเช็ดหน้าไว้เช็ดหลังล้างหน้ากันใช่หรือไม่ เพราะคิดว่าใช้ผ้าขนหนูซับ ๆ เอาก็ได้ อยากจะบอกว่าผิดมหันต์เลยนะ เราจะต้องมีผ้าเช็ดหน้าที่แยกกับผ้าขนหนู และที่สำคัญเราจะต้องซักมันบ่อย ๆ พอ ๆ กับปลอกหมอนเลย เพราะผิวหน้าของเรานั้นบอบบางมาก ถ้าใช้ผ้าเช็ดหน้าโดยที่ไม่ซักบ่อย ๆ ก็ไม่สามารถลดสิวบนใบหน้าได้นะ

แปรงและพัฟแต่งหน้า

สาว ๆ คนไหนที่ไม่ชอบล้างแปรงและพัฟแต่งหน้ากันบ้างก็ยกมือขึ้น ต้องบอกเลยว่าไม่ได้จริง ๆ เพราะพวกแปรงและพัฟแต่งหน้านี่คือตัวจับฝุ่นได้ดีมาก ๆ ถ้าไม่ซักบ่อย ๆ ยังไงก็ไม่สามารถลดสิวบนใบหน้าแน่ ๆ เพราะฉะนั้นควรล้างแปรงและพัฟแต่งหน้าทุกวัน แต่ถ้าไม่สะดวกซักทุกวันก็ควรเก็บแปรงในกระเป๋าหรือใส่อะไรก็ได้ให้มิดชิดสักหน่อย ส่วนพัฟนี่แนะนำให้ล้างทุกครั้งหลังใช้ เพราะพัฟนั้นแห้งช้ามาก ยิ่งใช้ยิ่งหมักหมม ถ้าไม่ซักแบบนี้สิวผดและสิวอื่น ๆ ก็ตามมาอย่างแน่นอน

เครื่องสำอาง

เครื่องสำอางเป็นอีกสิ่งที่ต้องเปลี่ยนบ้าง แต่ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยเท่าพวกปลอกหมอน แปรงกับพัฟ และผ้าเช็ดหน้า แต่ที่บอกว่าควรเปลี่ยนนี่ไม่ใช่การเปลี่ยนแบรนด์ใหม่อะไรหรอก แต่หมายถึงการเปลี่ยนชิ้นใหม่ เพราะเครื่องสำอางทุกตัวมีอายุการใช้งานของมันเอง ซึ่งเราเปิดใช้จนมันหมดอายุแล้วนั้นหควรที่จะต้องเปลี่ยนนะอย่าเสียดายที่อย่าใช้ไม่หมดเด็ดขาด เพราะไม่งั้นเจ้าสิวมาเยือนบนใบหน้าอย่างแน่นอน

พฤติกรรม

ถึงสิ่งนี้จะไม่ใช่สิ่งของแต่เป็นสิ่งที่ควรเปลี่ยนอย่างมาก ทั้งพฤติกรรมการกิน งดของมันของทอดที่ก่อให้เกิดความมันบนผิวหน้าจนทำให้เกิดสิว พฤติกรรมบางอย่างที่ติดเป็นนิสัยเช่น ชอบเอามือไปจับหน้าหรือเช็ดหน้าแรง ๆ พฤติกรรมพวกนี้ควรเปลี่ยนด่วน ๆ เลย ซึ่งเวลาจะจับหน้าก็ควรล้างมือให้สะอาดหรือใช้ทิชชู่ ผ้าเช็ดหน้าจะดีกว่าการเอามือที่เราไปสัมผัสสิ่งต่าง ๆ มาจับใบหน้านะ

น้ำหอมสุดฟินที่สาว ๆ ควรมีไว้ในคลัง

น้ำหอมสุดฟินที่สาว ๆ ควรมีไว้ในคลัง

อะไรที่หอม ๆ ก็ต้องเคียงคู่กับผู้หญิง เชื่อได้ว่าร้อยทั้งร้อยชอบน้ำหอม ซึ่งแต่ละคนนั้นก็จะชอบกลิ่นที่แตกต่างกันออกไปตามความชอบส่วนตัว แต่ก็มีสาว ๆ จำนวนไม่น้อยที่กำลังจะซื้อน้ำหอมขวดแรก หรือน้ำหอมขวดใหม่ที่ดีกว่าเดิม แต่ไม่รู้ว่าจะซื้อกลิ่นอะไรดี ดังนั้นในวันนี้เราได้รวบรวมน้ำหอมกลิ่นสุดฟินที่สาว ๆ ควรมีไว้ในคลังน้ำหอม ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

Chanel No.5

มาเริ่มกันที่ตัวแรกกันเลย ตัวนี้เป็นน้ำหอมที่สาว ๆ ต่างกรีดร้องหนักมาก แต่ราคาก็แอบโหดมากเช่นกัน เพราะราคาครึ่งหมื่นกันเลยทีเดียว No.5 นั้นมีกลิ่นที่ค่อนข้างแปลกใหม่ เพราะเป็นกลิ่นหอมที่ไม่ได้มาจากดอกไม้ ทำให้สร้างความรู้สึกเซ็กซี่ ลึกลับ น่าค้นหา เอาง่าย ๆ ก็คือกลิ่นนี้จะออกแนวผู้ใหญ่ ๆ ทางการ หรูหรา ฉีดแรก ๆ อาจจะรู้สึกว่าฉุนหรือกลิ่นแรงไปหน่อย แต่พอทิ้งไว้สักพักกลิ่นจะเบาลงและหอมมากขึ้น

Miss Dior Blooming Bouquet

ถ้าพูดถึงน้ำหอมจะไม่พูดถึง Miss Dior ไม่ได้ เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่มีนางไว้ในคลังเรียบร้อยแล้ว ด้วยราคาที่ไม่แพงมาก สำหรับ Miss Dior Blooming Bouquet แค่แพ็กเกจก็หวานเวอร์แล้ว กลิ่นก็ไม่ใช่ย่อยเช่นกัน เพราะกลิ่นของตัวนี้หอมละมุนละไมมาก เพราะจะเป็นกลิ่นของดอกไม้นานาชนิด จนสาว ๆ หลายคนจึงต่างลงความเห็นให้เป็นน้ำหอมที่ต้องมีเพราะฉีดได้ทุกวัน ทุกที่ ทุกสถานการณ์

Chloe Eau de Parfum

น้ำหอมโบว์ครีมในตำนานหลายคนอาจจะบอกว่าตัวนี้นั้นไม่หอม ฉุน หรือดูแก่ไป แต่อีกหลายคนกลับชอบเพราะรู้สึกว่ากลิ่นมันค่อนข้างผู้ดี ดูแพง ดูสะอาด ไม่เชิงว่าแก่เลย เนื่องจากตัวนี้เป็นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบบริสุทธิ์ที่บอกเลยว่าไม่ใช่กุหลาบฉุน ๆ แต่คล้ายกับกุหลาบเนื้อครีมมี่ละเอียด สามารถฉีดได้ทุกวัน

Twilly d’Hermes

เป็นตัวที่ไม่ค่อยมีรีวิวเยอะเท่าไหร่ แต่ถ้าได้ลองแล้วจะหลงรักมาก เพราะมันจริงอะไรจริง โดยน้ำหอม Hermes มาด้วยน่ารักพกพาง่ายและมีความเก๋ไก๋ ส่วนในเรื่องของกลิ่นนั้นจะหอมละมุนให้ความสดชื่น แต่แฝงไปด้วยความเผ็ดร้อนจากการรวม 3 วัตถุดิบไม่ว่าจะเป็นขิง ดอกซ่อนกลิ่นและไม้จันทร์หอม

Versace Bright Crystal Absolu EDP

Versace Bright Crystal Absolu EDP ถือว่าเป็นน้ำหอมอีกหนึ่งกลิ่นที่สาว ๆ ควรมีและเป็นน้ำหอมที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก ตัวนี้นั้นเป็นกลิ่นหอมหวานนุ่มละมุนจากดอกไม้ ผสมกันอย่างลงตัวกับความสดชื่นของส้มยูสุและราสเบอร์รี่ กลิ่นหอมหวานสดใสจาง ๆ ของทับทิมและกลิ่นหอมเบา ๆ ของมัสก์ และติดทนนานไม่ต้องเติมระหว่างวัน

Marc Jacobs Daisy Eau So Fresh EDT

ตัวนี้เขาดีไซน์ออกมาให้ฝาเป็นลายดอกไม้น่ารัก ๆ ซึ่งสำหรับกลิ่นนั้นก็ดีงามไม่แพ้กันเลย เพราะกลิ่นของตัวนี้จะออกเฟรช ๆ สดชื่น สดใส ขี้เล่น มีความหรูเบา ๆ กลิ่นไม่แรงไม่ฉุน เหมาะสำหรับสาว ๆ วัยเรียนที่ต้องการน้ำหอมที่ที่ฉีดแล้วรู้สึกหวานใส สดชื่น

เป็นอย่างไรกันบ้างกับน้ำหอมที่ได้แนะนำกัน บอกเลยว่าแพง ก็มันแพงจริง ๆ แต่มันคุ้มกับการลงทุน เพราะน้ำหอมราคาถูกส่วนใหญ่นั้นจะไม่ค่อยติดทน ต้องฉีดตลอดทั้งวัน แต่ยังไงก็แล้วยังการเลือกซื้อน้ำหอมนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบและงบประมาณ แต่ถ้ามีงบมากหน่อยนั้นก็ให้ลองน้ำหอมราคาแพงดูสักครั้งเพื่อจะติดใจกันนะ

เผยผิวใสด้วยการพอกหน้า

เผยผิวใสด้วยการพอกหน้า

สวัสสาว ๆ ทุกคน วันนี้เราจะพาสาว ๆ ไปดูแลและบำรุงสุขภาพผิวหน้ากันสักหน่อย เพราะช่วงนีไหนจะฝุ่น ไหนจะมลพิษที่จะต้องเจอกันทุกวัน ส่งผลให้ผิวหน้าของเราหมองไปหมด ฉะนั้นเราจะต้องกู้หน้าสวยใสของเรากลับมาแบบด้วยจี๋ เผื่อวันดีคืนดีเดินไปเจอหนุ่มที่ถูกใจขึ้นมา แล้วหน้ายังพังอยู่ จะนกแบบไม่รู้ตัวนะ ยังไงต้องเตรียมสภาพหน้าให้ดูดีไว้ก่อน ดังนั้นเราจึงได้นำสูตรพอกหน้าแบบธรรมชาติที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เยอะ ที่สำคัญสามารถช่วยพื้นบำรุงผิวหน้าของเราให้กลับมาสดใส เปล่งปลั่งได้แบบด่วน ๆ อีกด้วย ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

ผิวใสเปล่งปลั่ง

              มาที่สูตรกันเลย สาว ๆ คนไหนที่ต้องการให้ผิวหน้ากระจ่างใส ผลัดเซลล์ผิดที่ตายแล้วออก เผยผิวใสเด้ง แถมยังช่วยลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ ต้องสูตรนี้เลย เพราะว่าในมะเขือเทศนั้นเต็มไปด้วยวิตามินซี และโยเกิร์ตที่มีกรดแลคติกจะเข้าไปช่วยทำให้ผิวสดใส เปล่งปลั่ง ลดความหมองคล้ำ โดยให้นำมะเขือเทศและโยเกิร์ตมาผสมกันแล้วนำมาพอกหน้า ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

ส่วนผสม

  • มะเขือเทศ
  • โยเกิร์ต

ผิวกระจ่างใส ลดสิว

              สูตรนี้นั้นจะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว เผยผิวหน้ากระจ่างใส และยังช่วยในการขจัดเชื้อสิวต่าง ๆ บนผิวหน้า สาว ๆ คนไหนมีปัญหาเรื่องสิวต้องใช้สูตรนี้เลย แถมน้ำผึ้งนั้นยังช่วยในการเพิ่มความชุ่มชื้นกับผิวหน้า ให้รู้สึกเรียบเนียน ไม่แห้งตึงอีกด้วย โดยผสมน้ำผั้งและน้ำมะนาวจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำมาพอกหน้า 5 – 10 นาที แล้วล้างให้สะอาด

ส่วนผสม

  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
  • มะนาว 1 ช้อนชา

ผิวเนียนนุ่ม น่าจับ

              สาว ๆ คนไหนที่อยากมีผิวเนียนนุ่ม จับแล้วนุ่มเหมมือนด็กต้องมาทางนี้เลยเพราะสูตรนี้จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน ไม่หมองคล้ำ และช่วยลดอายุผิวหน้ากันแบบง่าย ๆ เลยทีเดียว โดยสาว ๆ นั้นจะต้องบดกล้วยหอมให้ละเอียด แล้วผสมกับนมและไข่แดงจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกหน้าประมาณ 20 – 30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด

ส่วนผสม

  • กล้วยหอม 1/2 ลูก
  • นมสด 1 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่แดง 1 ฟอง

เติมคอลลาเจนให้ผิวแข็งแรง

ปัญหาผิวหน้าโดนทำร้าย ทั้งแสงแดด หน้าจอคอม ฝุ่น ควัน การแต่งหน้าต่าง ๆ ทำให้ผิวของเรานั้นอ่อนแอได้ ทำให้ต้องมีการเติมคอลลาเจนให้ผิวแข็งแรงขึ้น ซึ่งสูตรนี้นั้นเราจะใช้เพียงแค่แอปเปิ้ลเท่านั้น เพราะในแอปเปิ้ลมีทั้งคอลลาเจนและอีลาสตินที่ช่วยให้ผิวหน้าผ่องใส ลดริ้วรอย เพิ่มพลังแข็งแรงให้กับผิว ช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใส โดยการนำเฉพาะส่วนเนื้อแอปเปิ้ลมาปั่น แล้วนำมาพอกทั้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออก

ส่วนผสม

  • แอปเปิ้ล

เพิ่มน้ำให้ผิว

มาถึงสูตรสุดท้ายกันแล้ว สำหรับสาว ๆ ที่มีปัญหาผิวแห้ง ขาดน้ำ ต้องพึ่งสูตรนี้แล้วล่ะ เพราะสูตรนี้จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทั้งแตงกวาและว่านหางจระเข้ที่มีน้ำเยอะมาก แถมด้วยสรรพคุณของว้านหางจระเข้ที่สามารถช่วยลดฝ้า ลดรอยดำรอยแดงจากสิวอีกด้วย โดยให้สาว ๆ นั้นปอกเปลือกว่านหางจระเข้และแตงกวาออก ล้างยางให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วปั่นรวมกันให้ละเอียด จากนั้นนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 20 – 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

ส่วนผสม

  • ว่านหางจระเข้ 1 ก้าน
  • แตงกวา 1 ลูก
  • นำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง ด้วย 6 อย่างนี้

ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง ด้วย 6 อย่างนี้

อย่างที่รู้กันช่วงนี้อากาศบ้านเราแย่เหลือเกิน ทั้งค่าฝุ่นที่สูงเกินปกติ ไหนจะมลพิษต่าง ๆ ที่มีอยู่ก่อนแล้วก็เพิ่มขึ้นมากในทุก ๆ วัน ทำให้เราต้องมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้นเพื่อไม่ได้รับผุ่นหรือมลพิษเข้าไปในร่างกายของเรานั่นเอง

แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่สาว ๆ อย่างเรานั้นก็ต้องดูแลให้มากขึ้น โดยเฉพาะในสภาวะที่อากาศนั้นทำร้ายเรา สิ่งหนึ่งในร่างกายของเราโดนร้านมากขึ้นนั่นก็คือ ผิว ของเรานั่นเอง ทั้งฝุ่น ทั้งมลพิษ ทั้งแสงแดด ทั้งแสงจากหน้าจอคอม หน้าจอโทรศัพท์ ส่งผลให้ผิวพรรณของเรามีสุขภาพที่ไม่ดี ไม่เปล่งปลั่ง แต่อย่าเพิ่งกังวลไปเพราะในวันนี้เราได้รวบรวมเอาอาหารต่าง ๆ ที่จะช่วยบำรุงให้ผิวพรรณให้สดใส เปล่งปลั่ง มากฝากกัน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

มะละกอ

มะละกอนั้นเป็นผลไม้ที่หากินได้ง่าย ราคาถูก แต่มีประโยชน์ที่เต็มเปี่ยม โดยมะละกอนั้นมีสารต้านอนุมูลลอิสระมากมายหลายชนิดไม่ว่จะเป็น วิตามินซี วิตามินเอ และอีกมากมายที่จะช่วยให้สุขภาพของเรานั้นแข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้ผิวพรรณกระจ่างใส สุขภาพดี ชะลอวัยและแน่นอนว่ามะละกอนั้นยังช่วยเรื่องขับถ่าย ซึ่งช่วยลดปัญหาผิวหมองคล้ำจากการท้องผูกด้วยนะ

น้ำมะเขือเทศ

ใจเย็น อย่าเพิ่งวิ่งหนีกัน ถ้าลองดูประโยชน์ของน้องน้ำมะเขือเทศอาจจะเปลี่ยนใจได้นะ โดยน้องน้ำมะเขือเทศนั้นอุดมไปด้วยวิตามินและธาตุเหล็กมากมาย ทั้งวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินเคและแร่ธาตุอีกมากมาย แถมยิ่งดื่มยิ่งช่วยเรื่องการขับถ่าย ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส ขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ แก้มแดงมีเลือดฝาดแบบไม่ใช่โดนตบนะ ลองดื่มดูแล้วจะติดใจ

ส้ม

ถ้าพูดผลไม้ที่ช่วยให้ผิวสดใสเปล่งปลั่ง สาว ๆ ทุกคนก็คงนึกถึง น้องส้ม เพราะน้องนั้นเป็นผลไม้ที่พกวิตามินมาให้แบบจัดเต็ม ซึ่งวิตามินซีนี้เองจะเข้าไปช่วยปกป้องผิจากการถูกทำร้ายจากรังสียูวี ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวยืดหยุ่น เต่งตึงกระชับ ผิวมีออร่า กินเพียง 1 ผลต่อวันก็เพียงพอต่อผิวแล้ว

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

มาถึงผลไม้วงศ์ตระกูลแห่งความสวยกันแล้วกับ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ไม่ว่าจะเป็นเชอร์รี่ บลูเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ และอีกมากมาย โดยผลไม้เหล่านี้อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยให้ผิวหน้าไม่แก่ก่อนวัย ลดริ้วรอย สิว จุดด่างดำ ผิวเปล่งปลั่ง แก้มแดงระเรื่อ แถมยังช่วยบำรุงสายตา เหมาะสำหรับสาวที่อยู่กับโทรศัพท์หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน บอกอีกอย่างหนึ่งว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นั้นมีแคลอรี่ที่ต่ำ แต่เพิ่มความสดชื่นได้สูงด้วยนะ

น้ำนมถั่วเหลือง

สำหรับสาว ๆ ที่กำลังไดเอต แล้วเลิกรับประทานน้ำนมถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้อยู่ล่ะก็อยู่ล่ะก็ บอกเลยว่าได้โชค 2 ชั้นเลยนะ เพราะนอกจากจะช่วยในเรื่องการลดน้ำหนัก เพราะมีโปรตีนเท่ากับนมวัว แต่มีแคลอรี่น้อยกว่า นอกจากนั้นเจ้าน้ำถั่วเหลืองยังช่วยให้ผิวของเราดี ผิวเนียนนุ่ม และมีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยให้นอนหลับสบายทำให้ผิวพรรณดีมากขึ้นด้วย

ปลา และอาหารทะเล

สำหรับสาวสายทะเล สายซีฟู๊ด มาทางนี้เลยจ้า โดยเฉพาะปลา เพราะปลามีไขมันน้อยกว่าไขมันในสัตว์อื่น ๆ และเป็นไขมันดีด้วยนะ ซึ่งพวกอาหารทะเลนั้นมีน้ำมัน Omega – 3 ที่จะเข้าไปช่วยเรื่องริ้วรอย จดด่างดำ สิว ช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่ง ดูกระจ่างใสขึ้น แถมยังช่วยให้อารมณ์ดี ลดความเครียด สุขภาพดีคูณสองได้ไปเลย

ครีมกันแดดถูกและดี ในราคาไม่เกิน 500

ครีมกันแดดถูกและดี ในราคาไม่เกิน 500

              สาว ๆ ก็รู้กันดีว่าแดดประเทศไทยมันแรงแค่ไหน แรงแบบที่เรียกว่าไม่เคยปรานีผิวของใครเลยจริง ๆ เผลอไปตากแดดแปปเดียวแค่ 5 นาที มาดูอีกที หน้านี่หมองไปแล้วจ้า ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปผิวของสาว ๆ แย่แน่ ซึ่งถ้าไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น จำไว้เลยว่าการทาครีมกันแดดเป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าสาว ๆ นั้นกำลังหาครีมกันแดดดี ๆ สักตัวอยู่ละก็ มาทางนี้เลยจ้า เราได้รวบรวมครีมกันแดด 6 ตัวมาฝากกัน ที่สำคัญราคาไม่เกิน 500 บาท เอาล่ะ อยากรู้ว่ามีตัวไหนบ้างนั้นก็ไปดูกันเลย

1. Biore UV Aqua Rich Watery Essence SPF 50+ PA++++

              มาเริ่มกันที่ครีมกันของสัญชาติญี่ปุ่นกันก่อนเลย ต้องบอกเลยว่าตัวนี้เป็นตัวที่ทโด่งดังในวงการกันแดด ด้วยประสิทธิภาพในการกันแดดของเขามันดีจริง ๆ แถมราคาเพียง 420 บาท หาซื้อได้ตามห้างและร้านค้าทั่วไป โยตัวนี้นั้นมีจุดเด่นหลัก ๆ คือ เป็นกันแดดสูตรน้ำ เมื่อเวลาที่ทาลงผิว เนื้อกันแดดจะซึมไวมาก แห้งไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่เป็นคราบอีกด้วย แต่ยังไม่หมดแค่นั้น ตัวนี้ยังใช้ได้กับทั้งผู้หญฺงและผู้ชาย แถมยังสามารถทับ Make Up ระหว่างวันได้อีกด้วย

2. ZA True White Power Block UV SPF40 PA+++

              อีกที่โด่งดังเหมือนกันกับครีมกันแดดของ ZA โดยกันแดดตัวนี้เลื่องลือในเรื่องของความคุมมันมาก เนื้อครีมแห้งเร็ว เหมาะกับสาวหน้ามันมาก แถมตัวนี้ยังสามารถใช้แทนเบสเมคอัพได้ด้วยนะ ซึ่งเนื้อครีมเป็นสีขาวพอทาลงไปจะช่วยให้หน้าของเราดูกระจ่างใสขึ้นมาในระดับนึง แถมทำให้เครื่องสำอางติดทนนานอีกด้วย มาในราคา 380 บาท แต่สาวผิวแห้งนั้นอาจไม่ค่อยเหมาะกับตัวนี้เท่าไหร่ เพราะเรื่องการคุมมันอาจจะทำให้หน้าของสาว ๆ เป็นขุยได้

3. Cute Press White & Matte Sunscreen SPF 50+ PA++++

              สาว ๆ หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากันแดดเป็นอย่างนี้ เนื่องจากกันแดดตัวนี้เป็นกันแดดที่เรียกได้ว่า ครบครันในเลือดเดียว เพราะกันแดดตัวนี้เป็นกันแดดผสมเนื้อรองพื้น เหมาะกับสาว ๆ ที่ต้องแต่งหน้าในวันที่เร่งรีบ หรือขี้เกียจแต่งหน้า ตัวนี้ตัวเดียวเอาอยู่ทุกสถานการณ์ และยังไม่หมดเพียงเท่านั้น กันแดดตัวนี้กันน้ำ กันเหงื่อ คุมมัน แถมไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอมและน้ำมันอีกด้วยนะ ครบครันขนาดนี้แถมยังราคาที่แสนถูกเพียง 379 บาทเท่านั้น รีบไปหาซื้อกันด่วน ๆ เลย

4. Canmake Mermaid Skin Gel UV SPF50 PA++++

              กันแดดของ Canmake ตัวนี้เป็นเนื้อเจล ซึ่งเนื้อของเขาบางเบามาก ทาแล้วรู้สึกเหมือนไม่ได้ทา ไม่ทำให้หน้ามันเพิ่ม ช่วยคุมความมัน และสาว ๆ หลายคนก็ยังชอบใช้กันแดดตัวนี้แทน Primer ด้วยนะ อีกอย่างกันแดดตัวนี้ไม่ใช่ส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ เอาใจสาวแพ้ง่าย ผิวมันเป็นสุด ๆ แถมยังสามารถล้างน้ำเปล่าได้เลย ในราคาที่น่ารักเพียง 300 บาท เป็นกันแดดที่น่าสนใจอีกตัวเลยล่ะ

5. Garnier UV Complete SPF50+ PA+++

              กันแดดของ Garnier นั้นโด่งดังในเรื่องของการกันแดดที่ลดความเสถียรเลย สามารถกันแดดได้นานถึง 12 ชั่วโมง เรียกได้ว่าไม่ต้องพกไปเติมระหว่างวันเลย และเนื้อกันแดดออกเป็นแนวเบสเมคอัพเบา ๆ มีเฉดให้เลือกถึง 2 สี ทำให้ผิวดูขาวขึ้นมา 1 ระดับ ที่สำคัญเนื้อกันแดดตัวนี้จะให้ความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ เกลี่ยได้ง่าย ไม่เป็นคราบ คุมมัน และมาในราคาเพียง 119 บาท ขนาด 15 ml. และ 240 บาท ขนาด 30 ml.

6. Nivea Sun Protect & White Instant Aura Serum SPF50+ PA+++

              กันแดดเนื้อเซรั่มที่กันแดดได้ดีไม่แพ้แบรนด์อื่น ๆ เวลาทาลงไปที่ผิวแล้วจะให้ลุคใส ๆ ธรรมชาติ ออร่าแบบสาวสุขภาพดี เวลาทาไปเรียนแล้วอาจารย์จับไม่ได้อย่างแน่นอน หรือถ้าสาว ๆ คนไหนที่อยากจะใช้เป็น Primer ก่อนแต่งหน้าก็ย่อมได้ เพราะตัวนี้ช่วยให้เครื่องสำอางนั้นติดทนมากขึ้น แถมด้วยราคาสุดน่ารัก 25 บาท ขนาด 7 ml. , 149 บาท ขนาด 15 ml. และ 279 บาท ขนาด 30 ml.

สีเครื่องประดับมงคล เสริมดวงประจำวันเกิด

สีเครื่องประดับมงคล เสริมดวงประจำวันเกิด

สีเครื่องประดับมงคล เสริมดวงประจำวันเกิด

วันนี้ขอมาเรื่องดวงเรื่องโชคกันหน่อย ในเมื่อทุกปีใหม่นั้นเราจะต้องเช็คสีมงคลประจำวันแล้ว จะขาดเครื่องประทับไม่ได้ โดยสีเครื่องประดับมงคล 2019 นั้นจะเน้นไปที่เรื่องความรัก มีแต่คนอุปถัมภ์ค้ำชู ผู้ใหญ่เอ็นดู ความรักพุ่ง ซึ่งแต่วันนั้นจะเป็นสีอะไรก็ไปดูกันเลย

สีเครื่องประดับมงคล เสริมดวงประจำวันเกิด

วันจันทร์

สำหรับสาววันจันทร์นั้น สีที่จะช่วยในเรื่องคนอุปถัมภ์ค้ำชู คนรักคนเอ็นดูก็คือ สีฟ้า เนื่องจากสาววันจันทร์เป็นคนปากหวาน พูดเก่ง เป็นคนช่างเลือก เจ้าระเบียบ เนี้ยบ คิดเยอะ คิดมากอยู่ตลอดโดยเฉพาะเรื่องความรัก เครื่องประดับสีฟ้าที่เป็นสีมงคลของสาววันนี้ โดยเป็นเครื่องประดับแบบเรียบง่าย ไม่ดูเยอะ ไม่สร้างความรำคาณแก่สาววันวันทร์

 

วันอังคาร

สีที่จะช่วยในเรื่องคนอุปถัมภ์ค้ำชู คนรักคนเอ็นดูสำหรับสาววันอังคารก็คือ สีแดง เพราะสาววันอังคารเป็นคนที่คล่องแคล่ว ว่องไว มีเป้าหมายและหนักแน่น มีไฟในการทำงานสม่ำเสมอ ส่วนเรื่องความรักเขาว่าสาววันนี้เป็นคนเจ้าชู้ เพราะฉะนั้นเครื่องประดับของสาววันอังคารนั้นจะต้องมีการดูดแบบสายตาของผู้คนรอบข้างสักหน่อย แต่ต้องเป็นสีแดงนะ

วันพุธ

สาววันพุธนั้นเป็นสาวที่มีความกระตือรือร้น ขยันจนเรียกได้ว่าบ้างานแล้วทีเดียว ทำให้อนาคตในด้านการงานของสาว ๆ วันพุธนั้นมักจะพุ่งขึ้นแบบฉุดใม่อยู่ ซึ่งเครื่องประดับสีที่จะช่วยในเรื่องคนอุปถัมภ์ค้ำชู คนรักคนเอ็นดูก็คือ สีเหลือง เครื่องประดับที่ควรจะนุ่ม ๆ ละมุน ซอฟต์  ๆ เบา ๆ ให้ผู้ใหญ่หรือหัวหน้าเห็นแล้วยิ่งรักยิ่งเอ็นดูมากขึ้น โอกาสที่จะเลื่อนตำแหน่งก็จะมาแค่เอือมแน่นอน

 

วันพฤหัสบดี

สาววันพฤหัสเป็นสาวที่ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน มีความรับผิดชอบ มีไหวเพียบ แต่เรื่องความรักนั้นกลับเงียบกริบ อย่ามัวแต่นั่งเศร้าเสียใจ ได้เวลาที่จะหยิบเครื่องประดับมาเสริมดวงกันแล้ว โดยสีที่จะช่วยในเรื่องคนอุปถัมภ์ค้ำชู คนรักคนเอ็นดูของสาวพฤหัสก็คือ สีเขียว ไม่ว่าจะแบบไหน จะแรง จะซอฟต์ ได้หมด ขอแค่เป็นสีเขียวก็พอ เพียงแค่นี้ก็จะได้คนรัก คนเอ็นดู หรือเนื้อคู่มานั่งสะกิดอยู่ ๆ ข้างแน่นอน

 

วันศุกร์

สาววันศุกร์นั้นเป็นสาวเจ้าเสน่ห์ มีคนแวะเวียนไปมาไม่ขาดสาย เพราะว่าเป็นสาวที่ดูดี พูดจาอ่อนหวาน อ่อนโยนและเป็นคนชอบเพ้อฝัน มีจินตนาการ ซึ่งสีที่จะช่วยในเรื่องคนอุปถัมภ์ค้ำชู คนรักคนเอ็นดูได้ก็หนีไม่พ้น สีแดง ที่จะมาช่วยส่งเสริมการเป็นสาวเจ้าเสน่ห์แบบเพ้อฝันได้

 

วันเสาร์

สาวที่มีความมั่นใจสูงปรี๊ด ไม่สนคำใคร ดื้อเงียบ ไม่ชอบให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัวหรือก้าวก่ายชีวิต คงหนีไม่พ้นสาวที่เกิดวันเสาร์ แต่สาววันเสาร์เป็นสาวที่ฉลาด หัวดี คิดอะไรล่วงหน้า ส่วนเรื่องของความรักนั้น สาววันเสาร์นั้นเป็นคนที่รักมั่นคง รักแล้วรักเลย ไม่โลเล ซึ่งเครื่องประดับสีชมพูนั้นจะช่วยให้สาว ๆ วันเสาร์จะช่วยให้สาววันเสาร์ดูเป็นสาวใจเย็นและเข้าถึงง่ายมากขึ้น

 

วันอาทิตย์

สาววันอาทิตย์เป็นสาวที่มั่นใจ มีความเป็นผู้นำ มีความสามารถและเป็นที่ชื่นชอบของคนรอบข้าง นอกจากพูดเพราะ น่าฟัง แต่บางครั้งสาววันอาทิตย์ก็เป็นสาวใจร้อน ซึ่งสีที่จะช่วยในเรื่องคนอุปถัมภ์ค้ำชู คนรักคนเอ็นดูก็คือ สีน้ำตาลและสีดำ จะทำให้สาววันอาทิตย์ดูเป็นสาวใจเย็น สุขุม และดูมีเสน่ห์เพิ่มมากขึ้น

ผมไม่หงอก เพราะ 5 อาหารจากญี่ปุ่น

ผมไม่หงอก เพราะ 5 อาหารจากญี่ปุ่น

ผมไม่หงอก เพราะ 5 อาหารจากญี่ปุ่น

ผมหงอกนั้นเป็นหนึ่งในรูปธรรมที่ทำให้เจ้าของแลดูแก่ก่อนวัย ซึ่งไม่มีใครชอบหรอกที่ทำให้ตัวเองนั้นแก่เกินวัย ดังนั้นสำหรับใครที่ไม่อยากมีผมหงอกหรือให้คนอื่นมองว่าแก่ก่อนวัยนั้น มาฟังทางนี้เลย เพราะในวันนี้เราจะมาแนะนำ 5 อาหารที่คนญี่ปุ่นรับประทานเพื่อป้องกันและดูแลไม่ให้มีผมหงอกหรือผมขาวก่อนวัยกัน จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

ผมไม่หงอก เพราะ 5 อาหารจากญี่ปุ่น

1.งาดำ

งาดำเป็นหนึ่งในอาหารที่คนญี่ปุ่นมักจะรับประทานในชีวิตประจำวัน ทั้งในรูปแบบการนำมาโรยบนข้าว เป็นเครื่องดื่มและแยมเป็นต้น โดยในงาดำนั้นอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าต่าง ๆ เช่น แอนโทไซยานินซึ่งมีประโยชน์ในการกระตุ้นการสร้างเซลล์เม็ดสีของผม ธาตุเหล็กนั้นช่วยส่งเสริมการไหลเวียนที่ดีของเลือดบนหนังศีรษะและ ลิกแนนซึ่งมีบทบาทสำคัญในการลดการเกิดผมหงอกที่มีสาเหตุมาจากความชราภาพ

2.สาหร่าย

สาหร่ายเป็นหนึ่งในอาหารที่คนญี่ปุ่นรับประทานในทุกวัน ได้แก่ โนริที่ใช้ห่อข้าวปั้น วากาเมะและคอมบุที่นำมารับประทานในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ เป็นน้ำซุปดาริ สลัดและผงโรยข้าวเป็นต้น ซึ่งสาหร่ายอุดมไปด้วยไอโอดีน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดสีที่มีชื่อว่า เมลาโนไซต์ เพื่อสร้างเม็ดสีเมลานินซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดการดำของเส้นผม

3.ชีส

หนึ่งในสาเหตุของลดลงของเม็ดสีเมลานินก็คือการที่ร่างกายขาดกรดอะมิโนไทโรซีน ซึ่งการรับประทานชีสเป็นประจำจะช่วยให้ร่างกายรับปริมาณกรดอะมิโนไทโรซีนในปริมาณที่เพียงพอเพื่อป้องกันไม่เกิดผมหงอก โดยทั่วไปชีส 100 กรัม จะให้กรดอะมิโนไทโรซีนประมาณ 1,000 มิลลิกรัม ปริมาณไทโรซีนที่ควรรับในแต่ละวันอยู่ในช่วงระหว่าง 500 มิลลิกรัมถึง 2,000 มิลลิกรัม ดังนั้นการรับประทานชีส 50 ถึง 200 กรัมก็เพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้เกิดผมหงอกก่อนวัยอันควรได้

4.หอยนางรม

หอยนางรมเป็นหอยที่หารับประทานได้ง่ายในญี่ปุ่นทั้งรูปแบบหอยสด หอยทอด และหอยย่าง หอยนางรมนั้นอุดมไปด้วยทองแดงซึ่งเป็นธาตุสำคัญในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานินทั้งนี้ปริมาณที่แนะนำให้รับประทานเพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อร่างกายสูงสุดต่อวันคือ หอยนางรมเพียง 2 ตัวก็ให้ปริมาณทองแดงที่เพียงพอต่อการสร้างสีผม

5.ขิง

ขิงนั้นเป็นสมุนไพรที่รับประทานแล้วช่วยให้เกิดการไหลเวียนที่ดีของเลือด เมื่อมีการไหลเวียนเลือดที่ดีนั้นก็จะทำให้สารอาหารถูกนำไปสู่รากผมและหนังศีรษะได้มากขึ้น ส่งผลให้ผมมีสีดำงดงาม

ผมหงอกนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุได้แก่ สูบบุหรี่ นอนหลับไม่เพียงพอ โรคบางชนิด และการใส้สารเคมีกับผมในปริมาณที่มากไป เพราะฉะนั้นนอกจากอาหารที่กล่าวไปข้างต้นแล้ววิธีการป้องกันการเกิดผมหงอกที่ดีนั้นทำได้โดยพยายามใช้ชีวิตให้มีความสุขง่าย ๆ ไม่เครียดบ่อย งดสูบบุหรี่ รับประทานอาหารที่มีโปรตีนและวิตามินบี 12 ให้เพียงพอ ลดการใช้สารเคมีในเส้นผม นอนหลับให้เพียงพอและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

5 ประโยชน์ของโยคะร้อน

5 ประโยชน์ของโยคะร้อน

5 ประโยชน์ของโยคะร้อน

โยคะนั้นคือการออกกำลังกายที่สาว ๆ หลายคนมักจะใช้ออกกำลังกายเป็นอย่างแรก ๆ เลย เพราะการเล่นโยคะนั้นเหมาะสมกับผู้หญิงที่วัย ซึ่งเราจะมองเห็นประโยชน์ของโยคะได้จากหลาย ๆ สื่อที่แพร่หลายในอินเตอร์เน็ตกัน ซึ่งนอกเหนือจากโยคะธรรมดาที่สาว ๆ มักจะออกกันแล้วนั้น ก็ยังมีโยคะร้อนอีกด้วย โดยประโยชน์ของโยคะร้อนนั้นมีอะไรบ้าง เราไปดูกันเลย

5 ประโยชน์ของโยคะร้อน

1.ทำให้ร่างกายมีความยืดหยุ่นและสมดุลมากขึ้น

การฝึกโยคะนั้นจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและทรงพลัง แต่ความร้อนที่เพิ่มเข้ามาจากโยคะร้อนจะไปช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นซึ่งเป็นเรื่องที่ดีสำหรับความยืดหยุ่นของร่างกาย เราจะรู้กันดีว่าเราจจำเป็นต้องยืดหลังจากการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังกล้ามเนื้อของเรา โดยความร้อนจะช่วยให้มีความอดทนกว่าเดิมอีกด้วย

2.ทำให้จิตใจแข็งแรงขึ้น

เหตุผลหนึ่งที่โยคะร้อนนั้นเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ เพราะว่าต้องใช้ความุ่งมั่นทางจิตใจอย่างรุนแรงเพื่อให้ท่าทางของโยคะนั้นมั่นคง ทำให้เราขับเหงื่อมากกว่าเดิม ทำให้เกิดความสำเร็จที่เราทำได้ทุกท่า การอยู่ในห้องที่มีอากาศร้อนจะทำให้เราทุ่มเทกับการออกกำลังกายที่ต้องใช้ความเข้มข้นมากกว่าเดิมอีกด้วย

3.ละลายไขมันในร่างกาย

แม้ว่าการเล่นโยคะนั้นอาจจะไม่ได้เป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ แต่เชื่อหรือไม่การเล่นเล่นโยคะร้อนนั้นจะทำให้เกิดการเผาผลาญแคลอรี่มากเลยล่ะ ไม่ต้องออกกำลังกายหนัก ๆ แค่เพียงความร้อนให้กับร่างกาย เราจะมีการสูญเสียไขมันในร่างกายมากกว่าการเล่นโยคะแบบปกติ การศึกษาที่ตีพิมพในวารสารวิทยาศาสตร์ Journal Experimental Physiology ได้ศึกษาสุขภาพของผู้ใหญ่วัย 40 – 60 ที่ฝึกการเล่นโยคะสามครั้งต่อสัปดาห์เป็นเวลา 12 สัปดาห์พบว่าคนที่เลนโยคะร้อนนั้นสุขภาพหัวใจดีขึ้นกว่าเดิมและยังทำให้ไขมันส่วนเกินลดลงอีกด้วย

4.ดีต่อสุขภาพหัวใจ

โดยปกติแล้วการเล่นโยคะนั้นจะไม่ทำให้หัวใจแข็งแรง แต่ถ้าหากเล่นโยคะร้อนแล้วล่ะก็ หัวใจของเราจะทำงานหนักมากกว่าเดิม ทำให้เส้นเลือดยืดตัวได้ดี ผลจากการศึกษาพบว่าเยาวชนที่มีสุขภาพแข็งแรงส่วนมากนั้นจะเล่นโยคะร้อนสามครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลซึ่งเป็นผลต่อสุขภาพของหัวใจอีกด้วย ถ้าหากพ่อแม่ของใครนั้นเริ่มมีภาวะความดันโลหิตสูงลองชวนท่านมาเล่นพร้อมกับเราดูนะ

5.ทำให้ผิวสวย ดูอ่อนเยาว์กว่าเดิม

ส่วนใหญ่ในคลาสโยคะร้อนมักจะมีความชื้นมากกว่าปกติถึง 40% ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เมื่อเล่นโยคะร้อนติดต่อกันนาน ๆ ผิวของเราจะดีกว่าเดิม แถมช่วยการล้างพิษ ช่วยขับน้ำออกจากร่างกาย เหมาะสมกับคนที่อยู่ในภาวะบวมน้ำจากการทานโซเดียม ดังนั้นเมื่อเล่นโยคะร้อนผิวของเราจะสดชื่น มีความนุ่มนวล ชุ่มชื่นกว่าเดิม ลดสิวผดลความแห้งกร้านด้วย สาว ๆ คนไหนอยากให้ผิวสวยกว่าเดิม ต้องลองไปเล่นโยคะร้อนเลยนะ

เป็นยังไงบ้างกับประโยชน์ของโยคะร้อน น่าทึ่งไปเลยใช่มั้ยล่ะ ดังนั้นสาว ๆ คนไหนที่อยากผอมและอยากหุ่นดี โยคะร้อนกับไลฟ์สไตล์ดี ๆ ก็จะทำให้ชีวิตของสาว ๆ ดีขึ้นอย่างแน่นอน

How to เปลี่ยนตัวเองให้ผู้ชายเสียดายเล่น

How to เปลี่ยนตัวเองให้ผู้ชายเสียดายเล่น

How to เปลี่ยนตัวเองให้ผู้ชายเสียดายเล่น

“เธอ…เราเลิกกันเถอะ” ประโยคสั้น ๆ ประโยคเดียวแต่กลับทำให้เรานั้นเจ็บลึกลงไปในใจแบบสุด ๆ เลยว่ามั้ย ก็ในเมื่อผู้ชายที่เราคิดว่าใช่แล้วสำหรับเรา กลับมาบอกเลิกเราแบบที่ไม่ทันได้ตั้งตัว โดยการยกเหตุผลต่าง ๆ มากมายที่แสนจะดูดีมาว่า เธอดีเกินไปบ้าง เราดีไม่พอบ้าง และอีกสารพัดเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ ที่ไม่ได้ช่วยให้คนฟังรู้สึกดีขึ้น แต่อย่ามัวแต่นั่งซึมเศร้าจมกองน้ำตาอยู่เลย เวลาจะเยียวยาทุกอย่างเอง ถึงเวลาที่เราจะต้อง Move On กันแล้วล่ะ ถึงเวลาที่เราจะต้องงัดวิธีเด็ดมาแก้เผ็ดพวกที่ชอบเทกัน โดยในวิธีเรามี How to เปลี่ยนตัวเองให้ผู้ชายเสียดายเล่น เปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนใหม่ ให้ผู้ชายที่เทเราไปมาเห็นแล้วรู้สึกเสียดายเล่นกันเถอะ ซึ่งจะมีวิธีใดบ้างนั้นไปกันเลย

How to เปลี่ยนตัวเองให้ผู้ชายเสียดายเล่น

1.เลิกคุย เลิกติดต่อ เลิกง้อขอคืนดี

เข้าใจล่ะว่าเวลาเลิกกันใหม่ ๆ สาว ๆ อย่างเราก็คงยังลืมเขาคนนั้นไม่ได้ในทันที ก็แน่สิ คนคบกันมันก็ต้องมีช่วงเวลาดี ๆ ให้จดจำกันมากมาย แต่!! อย่าลืมนะว่าผู้ชายคนนั้นเป็นคนที่เพิ่งจะบอกเลิกเราไปแบบไม่เหลือเยื่อใย แบบนี้ถ้าอยากจะให้เขารู้สึกเสียดาย จะต้องเลิกคุย เลิกติดต่อ เลิกง้อขอคืนดีเด็ดขาด แล้วก็ไปฟังเพลงแนว ๆ แบบโดนผู้ชายเทแล้วไม่สนไม่แคร์อย่าง New Rules ของ Dua Lipa ก็ไม่เลวนะ ไม่เชื่อก็ลองดูสิจากที่เราเคยโทรจิก เคยส่งข้อความรัว ๆ แต่วันนึงเราหายไปดื้อ ๆ เขาจะต้องรู้สึกตะหงิด ๆ ว่าหรือเราตัดใจจากเขาได้จริง ๆ ทีนี้ฝ่ายชายที่ต้องมานั่งกระสับกระส่ายเอง

2.ปรับทัศนคติใหม่ ถึงไม่มีผู้ชายก็แฮปปี้ได้

พอสร้างระยะห่างจากเขาได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องเปลี่ยน Mindset ของตัวเองกันแล้ว จากเมื่อก่อนที่จะเคยมีคนคอยช่วยทำนู่นนี่ ช่วยตัดสินใจเวลาที่ทำอะไรร่วมกัน แต่ในมันนี้นั้นเหลือแค่ “เรา” ที่ต้องดูแลตัวเองก็แล้ว โดยเริ่มสร้างความมั่นใจกลับมาให้ตัวเองใหม่อีกครั้ง เชื่อเถอะว่าการทำอะไรคนเดียวมันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดหรอก อาจจะเริ่มจากจุดเล็ก ๆ อย่างลองออกไปกินข้าว ดูหนัง ช้อปปิ้งคนเดียวดูบ้าง ถึงแม้ช่วงแรกอาจจะยังไม่ชิน แต่ผ่านไปนาน ๆ จะรู้สึกฟินที่ไม่มีใครมาขัดใจแน่นอน

3.ฟิตหุ่นให้สวยเป๊ะ

สาว ๆ หลายคนเมื่ออยู่ในสถานะ In Relationship นั้นจะเป็นช่วงที่ Enjoy Eating กันแบบสุด ๆ เพราะจะพาไปกินนู่นกินนี่ตลอดเวลา กินอะไรก็อร่อยไปหมด แถมบางคู่นั้นก็เป็นสายกินกันทั้งคู่ เรียกได้ว่าน้ำหนักพุ่งขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัวเลย แต่พอเราอยู่คนเดียวแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องกลับมาดูแลหุ่นให้ดูเป๊ะ ให้กลับมากระชากใจ โดยเอาเงินจากการเสียกับปิ้งย่าง ชาบูนั้นไปสมัครฟิตเนสกันดีกว่า พูดเลยว่านอกจากที่จะได้หุ่นเป๊ะกลับมาแล้วยังได้ใช้เวลาว่างกับตัวเองด้วยนะ จะได้ไม่มีเวลาไปฟุ้งซ่านคิดเกี่ยวกับเรื่องของเขา

4.มาเทคแคร์ผิวหน้ากันดีกว่า

ถึงตอนที่เราอกหักนั้นจะแย่หรือทำให้รู้เสียใจขนาดไหน แต่ร้องไห้ไปก็เสียเวลาแถมผู้ชายคนนั้นยังไม่กลับมาหาอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นเอาเวลามาเทคแคร์ผิวหน้ากันดีกว่า จากที่ต้องคอยดูแลคนอื่นจนไม่มีเวลาให้ตัวเอง แต่พอเราอยู่คนเดียวแล้วเราจะมีเวลาเทคแคร์ตัวเองได้แบบเต็มที่สักที โดยเริ่มจากการออกไปซื้อสกินแคร์มาดูผิวหน้ากันดีกว่า

5.จะแต่งตัวแซ่บแค่ไหนก็ได้

ตอนมีแฟนนั้นถึงแม้เราจะช้อปปิ้งเสื้อผ้ามาเยอะแค่ไหน ก็พอหยิบมาก็ใส่ไม่ได้สักชุด ก็เจ้าแฟนเก่า จอมจุ้นเนี่ยชอบมาออกคำสั่งห้ามนู่นนี่ ชุดนี้ก็โป๊ไป ชุดนั้นก็สั้นไป ใส่เสื้อเปิดไหล่ก็ไม่ได้ แต่แน่นอนพอเราโสดแล้วนั้น เราจะแต่งตัวแซ่บแค่ไหนก็ได้เพราะไม่มีใครคอยห้าม จากที่เคยยอมแต่งตัวในแบบที่คนอื่นพอใจ ก็ถึงเวลามาแต่งตัวเปลี่ยนลุคตามใจตัวเองกันสักที และมันจะเด็ดมากเมื่อเรามาเจอกันอีกครั้งในสภาพที่เราดูดีขึ้น ดูแซ่บขึ้น มันจะยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าชีวิตของเรานั้นดีกว่าตอนที่มีเขาอยู่อีก

ไซบูทรามีน สารอันตรายในอาหารเสริมลดน้ำหนัก

ไซบูทรามีน สารอันตรายในอาหารเสริมลดน้ำหนัก

ไซบูทรามีน สารอันตรายในอาหารเสริมลดน้ำหนัก

หลายคนอาจเคยได้ยินข่าวมากมายจากหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์เกี่ยวกับการเสียชีวิตที่มีสาเหตุมาจากการทานอาหารเสริมลดน้ำหนักเกินขนาด และส่วนใหญ่นั้นพบว่าในอาหารเสริมลดน้ำหนักเหล่านั้นมักจะมีสารที่มีชื่อว่า ไซบูทรามีน เป็นส่วนผสมอยู่ด้วย ซึ่งในวันเราจะพาไปรู้จักกับสารดังกล่าวกัน

ไซบูทรามีน สารอันตรายในอาหารเสริมลดน้ำหนัก

ไซบูทรามีนคืออะไร ?

สารไซบูทรามีน (Sibutramine) เป็นสารเคมีอินทรีย์ มีลักษณะเป็นผงแป้งสีขาวคล้ายกับเกลือหรือน้ำตาล ไม่มีกลิ่น มีคุณสมบัติออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางได้แก่ ซิโรโทนิน (Serotonin), นอร์อีพิเนฟริน (Norepinephrine) และ โดปามีน (Dopamine) โดยตัวเซลล์ประสาทจะมีการหลั่งสารสื่อประสาททั้ง 3 ประเภทนี้ เมื่อหลั่งสารเสร็จแล้วสารพวกนี้จะถูกกำจัดออกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการถ่ายทอดกระแสประสาทนานเกินไป แต่ถ้าหากร่างกายได้รับสารไซบูทรามีนเข้าไปนั้น สารตัวนี้จะเข้าไปลดการทำลายสารสื่อประสาทให้การถ่ายทอดกระแสประสาทนั้นอยู่ได้นานขึ้น จึงส่งผลให้มีความรู้สึกอิ่มเร็วขึ้นหรือไม่รู้สึกหิว

ทำไมในอาหารเสริมลดน้ำหนักจึงใส่ไซบูทรามีน

ยาไซบูทรามีนนั้นได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2540 ว่าสามารถช่วยลดน้ำหนักและช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในร่างกายได้ แต่จัดเป็นยาที่ต้องได้รับการควบคุมดูแลเป็นพิเศษ และแพทย์เท่านั้นที่จะต้องเป็นผู้พิจารณาการใช้ยาตัวนี้ เพื่อรักษาโรคอ้วนในผู้ป่วยรายที่จำเป็นต้องใช้จริง ๆ เท่านั้น ทำให้มีผู้ผลิตอาหารเสริมหลายรายแอบใส่ไซบูทรามีนลงไปในอาหารเสริมลดน้ำหนักเพื่อให้อาหารเสริมเห็นผล

 

อันตรายจากไซบูทรามีน

จากการศึกษาในภายหลังเกี่ยวกับผลกระทบจากการใช้สารไซบูทรามีนนั้นพบว่า ไซบูทรามีนทำให้เกิดภาวะไตวาย ความผิดปกติเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร มีโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดตีบต้น และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งในปี 2553 ทางประเทศยุโรปจึงได้ทำการประกาศยกเลิกไม่ให้ยานี้ รวมทั้งในประเทศไทยด้วยที่มีการเรียกเก็บยาที่สารไซบูทรามีนออกจากท้องตลาด และยกเลิกทะเบียนยาไซบูทรามีน

 

อาการที่พบหลังจากอาหารเสริมที่มีไซบูทรามีนเป็นส่วนผสม

  1. ปากแห้ง คอแห้ง
  2. ไม่รับรู้รสชาติ ทานอาหารไม่อร่อย
  3. เวียนหัว
  4. ปวดหัว
  5. คลื่นไส้ อาเจียน
  6. ท้องผูก
  7. นอนไม่หลับ รู้สึกไม่สบายตัว
  8. ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
  9. ปวดตัว ปวดแขน ปวดขา ปวดข้อ

อย่างกล่าวมาทั้งหมดนั้น ไซบูทรามีนเป็นสารที่ผู้ผลิตอาหารเสริมลักลอบนำมาใส่ในอาหารเสริมไม่ว่าจะมาฝั่งตัวเจ้าของอาหารเสริม หรือจากทางโรงงานอาหารเสริมเอง ซึ่งเป็นสารต้องห้ามในอาหารเสริมน้ำหนัก เพราะฉะนั้นเราควรลดน้ำหนักด้วยวิธีธรรมชาติจะดีที่สุด แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ตัวช่วยจริง ๆ แนะนำให้ตรวจสอบอาหารเสริมลดน้ำหนักอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสมหรือผลิตจากโรงงานอาหารเสริมที่ได้มาตรฐาน