Beauty tips

4 โรงงานผลิตอาหารเสริม ที่อยากแนะนำ

4 โรงงานผลิตอาหารเสริม ที่อยากแนะนำ

4 โรงงานผลิตอาหารเสริม ที่อยากแนะนำ

ในโลกของเรานั้นมีธุรกิจมากมายที่กำลังอยู่ในความนิยมของผู้คนในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องสำอาง รวมไปถึงอาหารเสริมที่คนส่วนใหญ่นั้นกำลังหันมาสนใจและมีทีท่าจะเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย เนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่นั้นมีการสนใจในเรื่องของสุภาพที่มากขึ้นนั่นเอง ทำให้คนส่วนใหญ่นั้นหันมาบริโภคอาหารเสริมมากขึ้น และก็ได้มีการต่อยอดไปในการมีแบรนด์อาหารเสริมเป็นของตัวเอง ทำให้มีโรงงานรับผลิตอาหารเสริมเกิดขึ้นมามากมาย เพื่อรองรับให้การผลิตอาหารเสริม แต่โรงงานอาหารเสริมนั้นก็มีที่ทั้งดีและไม่ดี ดังนั้นเจ้าของแบรนด์จะต้องตรวจสอบให้ดีก่อนใช้บริการว่าโรงงานที่จะใช้บริการนั้นดีหรือได้มาตรฐานหรือไม่ โดยในวันนี้เราขอมาแนะนำโรงงานผลิตอาหารเสริมกัน เพื่อช่วยเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจของเจ้าของแบรนด์อีกทางหนึ่งด้วย

โรงงานรับผลิตอาหารเสริม

Kovic Kate International

มาเริ่มกันที่โรงงานแรกเลยดีกว่ากับโรงงานรับผลิตอาหารเสริม Kovic Kate International ต้องขอบอกเลยว่าโรงงานนี้นั้นเปิดมาให้บริการมามากกว่า 10 ปีแล้ว โดยโรงงานนั้นรับผลิตอาหารเสริมหลายรูปแบบเช่น อาหารเสริมบำรุงผิว อาหารเสริมบำรุงสมอง อาหารเสริมลดความอ้วน อาหารเสริมชะลอวัยเป็นต้น ไม่จะเป็นแบบเม็ด แคปซูล ผงชงดื่ม ฯลฯ ที่สำคัญโรงงานแห่งนี้นั้นไม่ได้รับผลิตอาหารเสริมแค่เพียงอย่างเดียว โรงงานนี้ยังรับผลิตอีกหลายอย่างได้แก่ รับผลิตครีม รับผลิตยาสมุนไพร รับผลิตเครื่องสำอาง ผลิตอาหารเสริม รับผลิตสบู่อีกด้วย แถมโรงงานนี้ยังได้มาตรฐานรองรับระดับสากลไม่ว่าจะเป็น ISO, GMP, HACCP, อย. และฮาลาล ที่รับประกันความปลอดภัยในทุกขั้นตอนการผลิต และมีบริการที่เรียกว่า One – Stop Service ที่จะคอยบริการเจ้าของแบรนด์อย่างครบวงจรตั้งแต่เริ่มต้นจนสินค้าออกจำหน่ายเลย โรงงานผลิตอาหารเสริม

เว็บไซต์ : https://kovic.co.th/

 

โรงงานอาหารเสริม

Revemed

Revomed นั้นเป็นโรงงานที่ให้บริการสำหรับผู้ที่อยากสร้างแบรนด์อาหารเสริมเป็นของตัวเอง ที่มีทีมที่ปรึกษามืออาชีพคอยให้คำปรึกษาในด้านการตลาด เพื่อช่วยให้แบรนด์นั้นติดตลาดได้รวดเร็ว อีกทั้งบริษัทมีเครือข่ายโรงงานผลิตอาหารเสริมที่ได้รับการรองรับมาตรฐานสากลและมีประสบการณ์ที่ยาวนานในการผลิตสมุนไพรและอาหารเสริมอย่าง ISO, HACCP, GMP และอื่น ๆ ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ทำให้เจ้าของแบรนด์นั้นสามารถมั่นใจได้ถึงคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า แถมก็การผลิตที่หลากหลายทั้ง อาหารเสริมควบคุมน้ำหนัก, เพิ่มน้ำหนัก, ปรับฮอร์โมน, เสริมสมรรถภาพ รวมทั้งสามารถผลิตได้หลายรูปแบบตามความต้องการไม่ว่าจะเป็นแคปซูล, ผงอมใต้ลิ้น, ผงชงดื่ม ฯลฯ

เว็บไซต์ :  www.revomed.co.th

 

รับผลิตอาหารเสริม

Skin Innovations

เป็นโรงงานที่ให้บริการในการรับผลิตอาหารเสริมและรับผลิตแครื่องสำอาง ที่มีบริการแบบครบวงจร โดยโรงงานแห่งนี้นั้นจะเน้นการผลิตอาหารเสริมในด้านความสวยความงามเป็นส่วนใหญ่ จึงเป็นโรงงานที่เหมาะมากสำหรับเจ้าของแบรนด์อาหารเสริมที่อยากอาหารเสริมเกี่ยวกับความสวยความงาม ซึ่งทางโรงงานมีทีมนักวิจัยที่จะช่วยสนับสนุนในการพัฒนาสูตรอาหารเสริมหรือเครื่องสำอางให้มีเอกลักษณ์ต่างจากแบรนด์อื่นได้ โดยทางโรงงานมีบริการออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบแพคเกจ การดำเนินการขอ อย. และด้านการตลาดแบบครบวงจร

เว็บไซต์ : www.skin-innovations.co.th

 

รับผลิตเครื่องสำอางค์

Life Plus Pharma

Life Plus Pharma นั้นเป็นโรงงานผลิตอาหารเสริมที่เหมาะกับผู้ที่เริ่มต้นธุรกิจไปจนถึงผู้ประกอบการรายใหญ่ ให้บริการผลิตอาหารเสริมที่รวดเร็ว กระบวนการผลิตที่เป็นขั้นเป็นตอน แถมยังเริ่มการผลิตขั้นต่ำในราคาที่เป็นมิตร วัตถุดิบที่ได้คุณภาพ นำเข้ามาจากฝั่งยุโรปและอเมริกาเป็นหลัก ที่พ่วงมากับใบรับรองสารสกัดทุกประเภท ทำให้เจ้าของแบรนด์ไว้วางใจได้ในด้านคุณภาพของวัตถุดิบแถมทางโรงงานก็ยังมีบริการแบบ One – Stop Service ที่คอบคลุมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริการทางการตลาด, ออกแบบบรรจุภัณฑ์, บริการแนะนำโฆษณาหลากหลายสื่อ, โปรโมทสินค้า ด้วยทีมงานที่เป็นมืออาชีพ

เว็บไซต์ : www.lifepluspharma.com

บอกลาปัญหาถุงใต้ตาด้วย 5 วิธีนี้

บอกลาปัญหาถุงใต้ตา ด้วย 5 วิธีนี้

บอกลาปัญหาถุงใต้ตา ด้วย 5 วิธีนี้

เมื่อเราโตขึ้นกิจกรรมที่ทำในแต่วันก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกันไม่ว่าจะเป็นการงานที่ต้องหอบกลับมาทำที่บ้านจนดึกดื่น หรือแม้แต่ในวัยรุ่นที่ต้องนั่งทำการบ้าน อ่านหนังสือสอบบางทีโต้งรุ่งเลยก็มี ซึ่งถ้าทำเป็นประจำแล้วล่ะก็จะเกิดอะไรบ้างขึ้นกับบนใบหน้าของเรานั่นก็คือ ถุงใต้ตาบวมนั่นเอง ถุงใต้ตาบวมเกิดการที่เรานอนดึกหรือทำงานหนักเกินไป ทำให้ถุงใต้ตาเราเกิดอาการบวม และยังไม่พอมันยังแถมรอยคล้ำใต้ตามาอีกด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้หญิงไม่พึงประสงค์ให้มันเกิดขึ้นแน่นอน แต่จะต้องเสียเวลาในการแต่งหน้าเพื่อปกปิดรอยคล้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งถ้าใครคิดว่าแต่งหน้าแล้วจะรอด No จ้ะ!! ถ้าวันไหนลืมหรือตื่นสายโดยไม่ได้ตกหน้าแล้วล่ะก็ โดนแซวว่าเป็นหมีแพนด้าแน่นอน แต่เดี๋ยวก่อนใช่ว่าจะไม่มีวิธีอื่นในการแก้ปัญหาถุงตาใต้บวม ซึ่งไอ้วิธีที่สามารถแก้ปัญหาถุงใต้ตาได้ที่ก็สามารถทำได้ง่าย แถมวัตถุดิบก็สามารถหาได้ทั่วไปเลยนะ ซึ่งจะมีวิธีอะไรบ้างเราไปดูกันเลย บอกลาปัญหาถุงใต้ตา

บอกลาปัญหาถุงใต้ตาด้วย 5 วิธีนี้

1.มันฝรั่ง

ในต่างประเทศนั้นสาว ๆ มักจะใช้มันฝรั่งมาประคบดวงตากัน โดยการนำหัวมันฝรั่งนั้นมาปอกเปลือกจากนั้นก็หันเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วเอามาประคบบนดวงตาของเราเลย โดยปล่อยเอาไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วจัดการเอาออก แต่ต้องทำเป็นประจำนะ ไม่ใช่ว่าทำครั้งเดียวแล้วหายเลย

2.แตงกวา

วิธีนี้เนวิธีที่สาว ๆ เมืองไทยเราใช้กันอย่างแพร่หลายเพราะสามารถหาซื้อได้ง่ายและสะดวก แต่บางคนก็ยังใช้ผิดวิธีอยู่ จึงมีหลายคนบ่นว่าใช้ไปเท่าไหร่ก็ไม่เห็นดีขึ้น ซึ่งการจะแก้ปัญหาถุงใต้ตาบวมโดยการใช้แตงกวานั้น เราต้องเริ่มจากการเอาแตงกวาที่เราซื้อมาเนี่ยไปแช่ตู้เย็นให้มันเย็นก่อน พอแตงกวาเย็นแล้วค่อยนำออกมาล้างแล้วหั่นเป็นแว่นบาง แล้วจำนำมาประคบกับตาทั้ง 2 ข้างก่อนที่เราจะล้มตัวนอนประมาณ 30 นาทีแล้วเอาออก แต่บางคนอาจจะไม่ได่ทำตอนก่อนนอนเพราะเหนื่อยจากการทำงาน ให้เปลี่ยนมาทำในตอนตื่นเช้าก็ได้นะ โดยที่แช่แตงกวาเอาไว้ในตอนกลางคืน  ซึ่งในแตงกวาจะมีมอยส์เจอไรเซฮร์จากธรรมชาติที่จะช่วยพื้นบำรุงและแก้ปัญหาถุงใต้ตาบวมนั่นเอง

3.กากชาใช้แล้ว

อันนี้อาจจะหายากหน่อย แต่ก็มีร้านที่ขายอยู่เยอะเหมือนกันนะ แต่ต้องดูด้วยว่ากากก็ได้มากนั้นเขาเอาใช้ซ้ำมาแล้วหรือยัง เพราะถ้าใช้ไปแล้วอาจจะทำสารบางตัวที่อยู่กากหายไปด้วย โดยวิธีใช้คือ ให้นำกากชามาห่อด้วยผ้าขาวบางเพื่อจะทำเป็นลูกประคบ จากนั้นก็นำน้ำอุ่นราดลงไปเล็กน้อยแล้วบีบน้ำออก เสร็จแล้วก็นำมาประคบบนเปลือกตาทั้งสอง โดยทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วล้างออก ซึ่งในชาจะมีสารแทนนินและคาเฟอีนที่มีสรรพคุณช่วยลดอาการบวมลงได้

4.มะเขือเทศ

มะเขือเทศนั้นสารพัดประโยชน์ ซึ่งก็สามารถช่วยลดปัญหาการเกิดถุงใต้ตาบวมได้เหมือนกัน โดยนำมะเขือเทศมาหั่นเป็นแว่นแล้วนำมาวางไว้บนเปลือกตา ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก รับรองว่าสามารถแก้ปัญหาถุงใต้ตาบวมได้อย่างแน่นอน

5.น้ำมันอัลมอนด์

วิธีนี้จะเป็นวิธีที่แปลกกว่าวิธีอื่นที่กล่าวมา โดยการนำน้ำมันอัลมอนด์ มานวดเบา ๆ บริเวณใต้ดวงตา แล้วปล่อยทิ้งไว้ตลอดทั้งคืนแล้วค่อยตื่นมาล้างออกในตอนเช้า ซึ่งน้ำมันอัลมอนด์จะช่วยบำรุงผิวรอบดวงตาของเราให้มีความชุ่มชื้นและสดใส แถมยังป้องกันอาการถุงใต้ตาบวมได้

พฤติกรรมทำร้าย-เล็บ-ที่ทำให้เล็บไม่น่ามอง

ดูแลเล็บ ให้น่ามอง

ดูแลเล็บ ให้น่ามอง

วันนี้ขอเอาใจสาวๆ ที่อยากใส่ใจดูแลเล็บ เพราะว่าการที่มีเล็บที่แข็งแรง สวย สุขภาพดีนั้นจะช่วยเสริมบุคลิกภาพของเราได้อย่างหนึ่ง ดังนั้นสาวๆ ที่เคยมองห้ามเรื่องเล็บ ก็คงต้องให้มาใส่ใจหรือสำหรับใครที่มีเล็บสวย สุขภาพดีอยู่แล้ว ก็สามารถเข้ามาเข้าได้ ซึ่งเราจะมาบอก พฤติกรรมทำร้าย เล็บ ที่ทำให้เล็บไม่น่ามอง ให้กับสวยๆ จะเป็นอย่างไรบ้างมาดูกันเลย

พฤติกรรมทำร้าย-เล็บ-ที่ทำให้เล็บไม่น่ามอง

1.อย่าพยายามตัดหรือดึงจมูกเล็บ

                การมีจมูกเล็บ ที่แข็งแรงเป็นตัวบ่งบอกอย่างหนึ่งว่ามีเล็บสุขภาพดี แข็งแรง ดังนั้นสาวๆ ไม่ควรดึง กัด จิก หรือตัดผิวหนังบริเวณรอบเล็บที่ควรที่จะหยุด เพราะว่า จมูลเล็บจะทำให้หน้าที่ป้องกันเชื้อโรค ไม่ให้มีการติดเชื้อและมีกรแพร่กระจาย รวมไปถึงยังช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นได้อย่างดีเยี่ยม

หากจมูกเล็บมีการโพล่ออกมากแนะนำว่า ควรจะใช้วิธรการดันหนังให้กลับไปที่บริเวณเดิม และใช้น้ำ Cuticle Remover เพื่อกำจัดหนังที่ตายแล้วมาช่วยจะทำให้ผิวหนังบริเวณที่ตายแล้วหลุดลอดออกมา

2.ไม่ใช้น้ำยาล้างเล็บ ใส่ลงไปในน้ำยาทาเล็บทที่แห้ง

                สาวๆ หลายคนคงเคยทำหากน้ำยาทาเล็บแห้ง เป็นก้อน เหนียว แล้วเอาน้ำยาล้างเล็บเติมลงไป จะช่วยทำให้น้ำยาทาเล็บฟื้นคืนชีพ แต่ความจริงแล้วน้ำยาล้างเล็บ จะทำให้สีของน้ำยาทาเล็บเพื้ยนไป และเสียร็วขึ้น เพราะว่าน้ำยาล้างเล็บไม่ได้เป็นส่วนประกอบของน้ำยาทาเล็บ

ดังนั้นหากเจอน้ำยาทาเล็บแห้ง ให้ใช้ยาละลายยาทาเล็ยแทน เพียแค่หยดไปไม่กี่หยดก็จะช่วยทำให้น้ำยาทาเล็บใช้ได้แล้ว แต่อย่าใส่เยอะเกินแ จะมีผลต่อคุณภาพของน้ำยาทาเล็บด้วย

3.ลด ละ เลิกการต่อเล็บอะครีลิค

                แนะนำให้หยุดการต่อเล็บแบบอะครีลิค เพราะน้ำยาที่ใช้สำหรับการต่อเล็บอะครีลิค ส่วนใหญ่จะเป็นสูตรที่แน่น แหนียว เวลาถอดเล็กแต่ละทีก็ทำยาก ต้องเสียเวลามากกว่าเดิม ที่ทำสำคัญคือ ทำให้เล็ถูกรบกวน เนื้อเล็บอาจเปลี่ยนสี หรือรูปร่างผิลปกติไปได้ และบางน้ำยาที่นำมาต่อเล็บอาจจะซึมสู่ผิวไปตามเส้นเลือดมีผลต่อระบบประสาทได้ด้วย

4.ไม่ตะไบเล็บไปๆ มาๆ

หลายคนเวลาตะไบเล็บ จะตะไบแบบถูไปถูมาแบบนี้ควรเลิก เพราะว่าการที่เราตะไบเล็บแบบนี้ นอกจากจะทำให้เล็บของเราหายหรือ แหว่งไปเร็วมาก ทำให้การที่เราจะแต่งทรงเล็บ ไม่ว่าจะเป็นแบบทรงไข่ ทรงเหลี่ยม ทรงกลม หรือทรงอื่นๆ ทำได้อยาก และการทำแบบนี้จะทำให้เล็บเกิดการเสียหายได้

ดังนั้นเวลาตะไบเล็บ ให้ตะไบไปทางเดียว หากต้องการตะไบซ้ำๆ เก็บรายละเอียดก็ให้กลับมาจุดที่เริ่มต้นใหม่ ทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ทรงเล็บที่ต้องการ แบบนี้จะช่วยทำให้การแต่งทรงเล็บง่ายขึ้น และไม่ทำให้เล็บเสียหาย

5.เลิกทาเล็บบนเล็บที่มีความมันเงา

                หลายคนมักจะบำรุงดูแลรักษามือและเล็ยด้วยการทาโลชั่นหรือน้ำมันเพื่อทำให้เล็บ รวมถึงผิวหนังบริเวณรอบเล็บชุ่มชื้น และแข็งแรง และหลายคมักคิดว่าการที่ทาพวกครีม หรือน้ำมันลงบนเล็บก่อนทาเล็บจะเป็นการบำรุงเล็บ บอกเลยว่าหยุดทำ เพราะว่าการที่เล็บเรามีความมันอยู่ทำให้การทาเล็บของเราไม่ติดทน

ดังนั้นก่อนทาเล็บ ควรเริ่มต้นจากเล็บที่แห้ง หลังจากนั้นให้ตัดแต่งทรงเล็บ จัดการจมูกเล็บอย่างระมัดระวัง แล้วจึงบำรุงผิวด้ยครีมทามือหรือน้ำมัน หลังจากนั้นให้ใช้น้ำยาล้างเล็บเช็ดล้างบริเวณเล็บอีกครั้งเพื่ให้เล็บไม่มัน แล้วจึงค่อยเริ่มทาเล็บ

6.ไม่เขย่าน้ำยาทาเล็บ

                หากน้ำยาทาเล็บที่ใช้ ไม่ได้ใช้นานมาก แล้วทำให้เกิดการแบ่งชั้นภายในขวด สิ่งที่ควรทำคือ นำขวดมาหมุนไปหมุนมาที่ฝ่ามือ แทนที่การเขย่าขวด เพราะการที่เขย่าน้ำยาทาเล็บจะทำให้เกิดฟองอากาศ เวลานำมาทาบนเล็บก็มีฟองเล็กๆ ทำห้ดูไม่สวย

การบำรุงผิวหน้าก่อนนอน-ให้หน้าขาว-ใส-ตอนร

การบำรุงผิวหน้าก่อนนอน ให้หน้าขาว ใส ตอนรับวันใหม่

การบำรุงผิวหน้าก่อนนอน ให้หน้าขาว ใส ตอนรับวันใหม่

การมีผิวหน้าที่ขาวในและสุขภาพดีนั้น จุดเริ่มต้นมาจากการดูแลผิวหน้าก่อนนอนเพราะว่าในตอนกลางคืนขณะที่กลับ ผิวจะมีการซ่อมแซมและฟื้นตัวเอง ดังนั้นวิธีการบำรุงผิวหน้าก่อนนอนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และเป็นสิ่งที่สาวๆ ไม่ควรละเลยเด็ดขาด ซึ่งวันนี้เรามีขั้นตอนการบำรุงผิวหน้าก่อนนอนมาฝากสาวๆ กัน รับรองว่าบำรุงตามขึ้นตอนนี้ก่อนอน ตื่นมาผิวหน้าของสาวๆ ก็จะขาวใสและสุขภาพดีแน่นอน

การบำรุงผิวหน้าก่อนนอน-ให้หน้าขาว-ใส-ตอนร

1.เช็คเครื่องสำอางบนใบหน้าให้สะอาด ด้วยคลีนซิ่ง

          สาวๆ ควรเช็คหน้าและล้างเครื่องสำอางบนใบหน้าให้สะอาด โดยใช้ คลีนซิ่ง เช็ดเครื่องสำอางบริเวณช่วงตาให้สะอาดก่อน ไม่ว่าจะเป็นอายแชโดว์ อายไลเนอร์และมาสคาร่า เป็นต้น จากนั้นก็เช็คบริเวณใบหน้าที่เหลือทั้งหมด เพื่อทำความสะอาดเครื่องสำอางที่อยู่บนใบหน้าให้หมดจด

2.มาส์กหน้า หรือสครับผิวหน้า

          สาวๆ ควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ครั้งละประมาณ 10-20 นาที ไม่จะเป็นการมาส์กหน้าหรือสครับผิวหน้า อย่างใดอย่างหนึ่งหรือจะสลับกันอาทิตย์ละอย่างก็ได้ ทั้งนี้การมาส์กหน้าจะช่วยลดสิวเสี้ยน และลดการอุดตันของผิว ส่วนการสครับผิวหน้าจะช่วยขัดสิวเสี้ยนและเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก ทำให้ผิวกระจ่างใส หน้าเนียนและไร้สิวเสี้ยนมากวนใจ

3.ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้า

          ในการล้างหน้าด้วย โฟมล้างหน้า สาวๆ ควรเลือกใช้โฟมล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิว ล้างหน้าได้สะอาดหมดจด และหลังล้างไม่ทำให้รู้สึกกว่าหน้าแห้งตึง ซึ่งจะช่วยลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ทั้งนี้วิธ๊การล้างหน้าสาวๆ ควรนวดโฟมล้างหน้าไปตามแนวรูขุมขน ไม่ควรนวดย้อนแนวรูขุมขน จะช่วยทำให้ล้างหน้าได้สะอาดและสิ่งสกปรกไม่อุดตัน

4.ทาเอสเซนต์แบบน้ำ หรือเช็ดด้วยโทนเนอร์

          หลังจากหน้าหน้าสะอาดแล้ว ให้ใช้เอสเซนต์แบบน้ำทาลงบนผิวหน้าหรือเช็ดด้วยโทนเนอร์อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อเป็นการเตรียมผิวให้พร้อมก่อนการบำรุงด้วยครีมตัวอื่น ทั้งนั้นสำหรับเอสเซนต์หรือโทนเนอร์นั้นสาวๆ ควรเลือกใช้สูตรที่ช่วยเรื่องความกระจ่างใส จะช่วยทำให้หน้าขาวเร็วขึ้น

5.เซรั่มบำรุงผิว

          การทาเซรั่มบำรุงผิว โดยให้หมดเซรั่มเพียงหยดเดียวลงบนฝ่ามือและทาลงบนผิวหน้าให้ทั่ว ซึ่งเนื้อเซรั่มจะซึมซาบสู่ผิวได้เร็ว ทำให้ช่วยบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก ควรใช้คู่กับครีมเสมอจะช่วยทำให้การบำรุงผิวมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้หลังจากทาเซรั่มไปแล้ว ควรรอให้ซึมลงสู่ผิวก่อนประมาณ 3-5 นาที แล้วค่อยตามด้วยการทาครีม

6.ทาอายครีม

          เนื่องจากว่าผิวบริเวณรอบๆ ดวงตามีความบอบบางและต้องการดูแลเป็นผิวเศษ ดังนั้นควรเลือกใช้ครีมสูตรอ่อนโยนสำหรับผิวรอบๆ ดวงตาโดยเฉพาะหรือที่รู้จักในการชื่อ อายครีม ซึ่งวิธีการใช้ให้ค่อยๆ แตะเนื้ออย่างเบามือที่บริเวณใต้ตา หรือทาจากทิศทางหัวตาไปยังหางตา เพื่อป้องการเกิดริ้วรอย

7.ทาครีมบำรุงผิวหน้า

          ในการบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื่นนั้น สาวๆ ควรเลือกใช้ครีมสูตรไนท์ครีมหรือครีมสำหรับทากลางคืนโดยเฉพาะ เนื่องจากไนท์ครีมจะมีมอยส์เจอร์ไรเซอร์เป็นส่วนประกอบหลัก ทำให้ผิวมีความชุ่มชื่นซึ่งจะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอบได้ดี ทั้งยังจะช่วยให้ผิวซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเองได้อย่างเต็มที่ในเวลานอนอีกด้วย ทั้งนี้นอกจากจะทาครีมที่หน้าแล้ว ก็อย่าลืมทาบริเวณคอด้วย

8.ทายาแต้มสิว

          สำหรับสาวๆ ที่หน้าเป็นสิว หลังจากบำรุงผิวกน้าด้วยขั้นตอนต่างๆ ครบแล้ว ให้ปิดท้ายด้วยการใช้ยาแต้มสิว แต้มที่ใบหน้าบริเวณที่เป็นสิวทุกครั้ง ซึ่งจะช่วยให้สิวยุบและหายได้เร็วขึ้น

9.ทาลิปปาล์มที่ริมฝีปาก

          หลังจากบำรุงผิวหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว อีกสิ่งที่จะละเลยไม่ได้คือ การบำรุงริมฝีปากด้วย ลิปปาล์ม หรือใช้เจลปิโตรเลียมก็ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื่นตลอดคืน และยังช่วยป้องกันการปากแห้ง ลอก และแตกเป็นขุยได้ด้วย

เป็นสิว ซ้ำซาก เกิดจากอะไร

เป็นสิว ซ้ำซาก เกิดจากอะไร

เป็นสิว ซ้ำซาก เกิดจากอะไร

ในการรักษาสิวให้หายขาด นอกจากสาวๆ จะต้องรักษาความสะอาดของใบหน้า ใช้ยาแต้มสิวเสร็จสรรพแล้ว พฤติกรรมก็เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะบางพฤติกรรมอาจทำให้ผิวอ่อนแอ สิ่งสกปรกอุดตันผิวได้ง่าย และก่อให้เกิดสิวตามมาในที่สุด ดังนั้นสาวๆ คนไหนที่อยากมีผิวสวย ใสปิ๊ง ลองมาก 6 พฤติกรรมที่ทำให้เกิดสิว เมื่อสาวๆ รู้แล้วเลิกได้ สิวก็จะหายเกลี้ยงแน่นอน

1. ตามใจปาก กินทุกอย่าง

เรื่องกินเรื่องใหญ่ หากสาวๆ คนไหนที่คิดแบบนี้ บอกว่าถูกต้องแล้วค่ะ เพราะโรคต่างๆ ก็เกิดมาจากการกินและสิวก็เป็นศัตรูตัวร้ายที่เกิดจากการกินของด้วยเช่นกัน ซึ่งเบเกอรี่ ของหวาน ของทอด ก็เป็นอาหารอันดับต้นๆ ที่ทำให้เกิดสิว ยิ่งไปกว่านั้นผลิตภัณฑ์จากนม ชา กาแฟ ที่มีคาเฟอีน ก็ล้วนแต่ทำให้สิวขึ้นได้หรือใครที่แพ้อาหาร ก็ควรระวัง เนื่องจากอาจไปกระตุ้นการเกิดสิวได้

2. สิวตัวร้าย ต้องโดนบีบ

แต่งหน้าทั้งทีต้องหานั่น หานี่มาปกปิดสิวสักหน่อย แต่ยิ่งปกปิดยังไง ความปูดนูนของมันก็ยังอยู่ มองด้านหน้า ผิวสวยใส มองด้านข้างหน้ากากทุเรียนเลยก็ว่าได้ ดังนั้นเจ้าสิวตัวร้าย ต้องโดนบีบ โดนกดให้กระเด็นไปจากหน้า แต่ทำไมผลลัพธ์ที่ได้ คือ หน้าเป็นสิวมากขึ้น แถมมีหลุมพระจันทร์สามมิติอีกต่างหาก ใครที่กำลังเจอปัญหานี้ จะต้องหยุดแตะต้องสิวโดยด่วน ถ้าไม่อยากหน้าเยิน ก่อนสิวหาย

3. โบ๊ะหน้าด้วยสารพัดครีม  

ยุคนี้ผู้หญิงอย่าหยุดสวย ความสวยยอมกันได้ที่ไหน ต้องหาสารพัดครีมมาโบกให้ทั่วหน้า อันนั้นคนรีวิวเยอะต้องดี อันนี้แบรนด์ดังต้องเริ่ด แต่ลืมไปหรือเปล่าว่า บางครั้งครีมบำรุงก็อาจไม่เหมาะกับสภาพผิวของเรา ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคือง การแพ้แล้ว ทำให้เกิดสิว แถมหลายคนคงเสียดายอีก ซื้อมาตั้งแพง จะให้ทิ้งคงไม่ได้ ใช้ต่อสิวก็ยิ่งขึ้น ง่ายๆ เพียงสาวๆ เช็คสภาพผิวให้ดีก่อนซื้อครีมบำรุงและเลือกใช้ครีมบำรุงเท่าที่จำเป็นก็เพียงพอแล้ว

4. แต่งหน้าจัด แต่ไม่ใช้คลีนซิ่ง  

นางเอกในละครนอนก็สวย ตื่นมาก็สวยปิ๊ง เมคอัพอยู่ครบ ที่จริงน่าจะมีคำเตือนให้ด้วยว่า แค่การแสดงห้ามลอกเลียนแบบ เพราะคงมีหลายๆ คนที่แต่งหน้าแล้วไม่ยอมทำความสะอาด นอนไปทั้งอย่างนั้นจนสิวบุก สิวเห่อขึ้น แน่นอนว่าการแต่งหน้าก็ทำให้ผิวถูกรบกวนได้ ดังนั้นสาวๆ ห้ามละเลยการล้างเมคอัพให้สะอาดหมดจด และต้องเบามือเพื่อถนอมผิว อีกทั้งผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต้องมีประสิทธิภาพทำความสะอาดได้ล้ำลึกด้วย

5. นอนดึก ตื่นสาย ถ่ายไม่เป็นเวลา  

ช่วงเวลา 5 ทุ่มเป็นช่วงเวลาที่ผิวเริ่มซ่อมแซมตัวเอง แต่ก็ดันเป็นเวลาที่หลายๆ คนดูละคร บ้างก็ทำงาน จนถึงเที่ยงคืนตีหนึ่ง แถมต้องตื่นเช้าอีก พอวันหยุดก็ขอนอนดึก ตื่นสายๆ ทำให้ขับถ่ายผิดเวลาเข้าไปอีก ผลที่ได้ก็หนีไม่พ้นสภาพผิวที่อ่อนแอ ส่งผลให้ติดเชื้อได้ง่าย รูขุมขนกว้าง สิวอักเสบก็ขึ้นมาเยือนอย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อท้องผูกก็เป็นเหตุให้สิวขึ้นเพิ่มอีกด้วย ถ้าไม่ยอมเลิกพฤติกรรมนี้สิวก็จะวนเวียนเป็นซ้ำซากต่อไป ไม่มีวันจบสิ้น

6. โทรศัพท์จับได้ทั้งวัน  

โทรศัพท์มือถือคงกลายเป็นปัจจัยหลักของทุกคนแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่าโทรศัพท์เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้น เพราะเมื่อเราไปจับนั่น จับนี่มา ก็ต้องมาเล่นโทรศัพท์ ทำงานเสร็จ พักเหนื่อยเป็นไม่ได้ก็ต้องหยิบโทรศัพท์มาเล่นอีก เล่นเพลินๆ ก็จับหน้า แกะเกาหน้าพลางๆ สุดท้ายจบลงที่สิวบุก เหตุเพราะเชื้อโรคจากโทรศัพท์นั่นแหละ ขอแนะนำว่าควรเช็ดทำความสะอาดบ่อยๆ และอย่าเผลอไปแกะเกาหน้าเด็ดขาด

วิธีดูแลผิวหลัง เล่นน้ำสงกรานต์

วิธีดูแลผิวหลัง เล่นน้ำสงกรานต์

              วิธีดูแลผิวหลัง เล่นน้ำสงกรานต์ หลังจากป่านพ้นเทศกาลสงกราต์ เพื่อเพิ่มความชุ่มฉ่ำดับร้อนในช่วงซัมเมอร์กันไปแล้ว งานนี้นอกจากสาวๆ จะได้เล่นสนุกสนานคลายร้อนจากการเล่นน้ำ 3 วันติดแล้ว แน่นอนว่าตอนนี้มีหลายคนที่กำลังนุ่งกลุ่มใจอยู่ไม่น้อย เพราะผิวขาวใสที่เคยประคบประหงมดูแลมาอย่างดี ตอนนี้ก็กลายเป็นผิวแสบแดง ดูดำคล้ำไหม้แดด สำหรับสาวคนไหนที่ยังคิดไม่ตกว่าจะหาทางออกอย่างไร ในวันนี้เราได้รวบรวบวิธีแก้ปัญหาและการดูแลผิวหลังเล่นน้ำสงกรานต์ จะมีวิธีไหนบ้างไปดูกันเลย

1. ปรับอุณหภูมิผิวให้เย็นลง

              หลังจากที่เดินตากแดดเล่นน้ำจนผิวแสบไหม่ไปทั้งตัวแล้ว เมื่อกลับมาถึงบ้านก็ให้รีบล้างทำความสะอาดผิวด้วยการล้างน้ำเย็น เพื่อปรับอุณหภูมิความร้อนของผิวให้ลดลงและล้างคราบแป้ง ฝุ่นควันและสิ่งสกปรกบนผิวทันที โดยการใช้สบู่อ่อนฟอกเบาๆ ให้ทั่วแล้วเช็ดตัวให้แห้ง แต่สำหรับใครที่มีอาการแสบคันผิวมากเป็นพิเศษ ให้ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นประคบบริเวณที่โดนแดด จนรู้สึกเย็นสบายขึ้นหรือผิวหนังมีการแสบแดงลดน้อยลง

2. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ที่ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว

              สาวๆ หลายคนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเมื่อตากแดดจนผิวคล้ำควรรีบสครับผิวให้เร็วที่สุด เพื่อให้ผิวดูขาวใสเร็วทันใจมากขึ้น แต่จริงๆ แล้ววิธีนี้กลับทำให้ผิวแสบแดงและระคายเคืองมากกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นในช่วง 3-7 วันแรก หลังจากเล่นน้ำสงกรานต์ ให้งดเว้นการใช้เครื่องสำอางและครีมทาผิวบริเวณผิวหน้า รวมถึงการการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างโลชั่น สครับที่มีส่วนผสมของสารไวท์เทนนิ่ง เอเอชเอ และวิตามินซีออกไปก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้สารอาหารเหล่านี้รบกวนผิว

3. มาส์กว่านหางจระเข้

โดยการนำเนื้อว่านหางจระเข้ทาประคบลงบนผิวให้ทั่วหรือใช้เจลว่านหางจระเข้ทาบาง ๆ แทนโลชั่นหรือครีมทาผิวจนกว่าผิวหยุดลอก เพื่อบรรเทาอาการอักเสบของผิวหนัง

4. ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อทดแทนการสูญเสียน้ำบนผิว

ในช่วงที่เล่นน้ำสงกรานต์ สาวๆ จะต้องเผชิญหน้ากับแสงแดดเป็นเวลานาน ทำให้ปริมาณน้ำในผิวลดลงอย่างมาก ดังนั้นสาวๆ จึงดื่มน้ำเปล่าต่อวันเพิ่มมากขึ้นอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว อาจดื่มน้ำผัก ผลไม้สดเพิ่มในระหว่างวันก็ได้ รับรองผิวของสาวๆ จะเอิบอิ่มสดใสได้ในเร็ววันแน่นอน

5. สครับผิวอย่างอ่อนโยนด้วยสูตรธรรมชาติ

เมื่อผ่านไป 1-2 สัปดาห์ หรือผิวทุเลาลงแล้วให้นำขมิ้น + น้ำผึ้ง + น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะกอกผสมเข้าด้วยกัน แล้วนำนวดลงบนผิวเบาๆ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก ทำสัปดาห์ละครั้งติดต่อกัน จะช่วยปรับสภาพผิวให้ผุดผ่อง ลดความหยาบกร้านลงบนผิวได้เป็นอย่างดี

6. ฟื้นฟูผิวเสียจากภายใน

การเลือกรับประทานผัก ผลไม้ อาหาร ธัญพืช และนม ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ ซี อี และบีรวมเพิ่มมากขึ้น อาจเน้นเป็นเมนูสุขภาพอย่างเช่น สลัดผัก น้ำผลไม้ปั่นสดๆ ในทุกๆ วัน เท่านี้ก็ช่วยบำรุงผิวเสียจากการเล่นน้ำให้สวยสุขภาพดีได้ในเร็ววัน

ดูแลผิวหลังออกแดด ให้สวยไม่คล้ำไปจากเดิม

ดูแลผิวหลังออกแดด ให้สวยไม่คล้ำไปจากเดิม

ดูแลผิวหลังออกแดด ให้สวยไม่คล้ำไปจากเดิม

                หลังจากที่ออกแดด หรือเจอแดดที่แรงๆ สาวๆ ก็มักจะเจอกับปัญหาผิวแดงและดำคล้ำไปกว่าเดิม ในบางครั้งหนักสุดก็มีสิทธิ์ผิวลอกเลย ซึ่งทำให้สาวๆ ทั้งหลายไม่อยากจะออกไปเจอแดดเลย ถ้าอย่างนั้นสาวๆ ลองมาดูวิธีการดูแลผิวหลังจากออกแดด ให้ผิวสวยเป๊ะเหมือนเดิม รับรองกว่าสาวๆ จะไม่กลัวแสงแดดอีกต่อไป

ดูแลผิวหลังออกแดด ให้สวยไม่คล้ำไปจากเดิม

  1. สิ่งแรกหลังจากออกแดด

หลังออกแดดนั้นผิวจะสูญเสียความชุ่มชิ่นไปอย่างมาก ดังนั้นหลังจากออกแดดมาแล้ว แนะนะให้ทาอโรเวล่าเจลหรือเจลผสมสารสกัดจากธรรมชาติอื่นๆ ทันที เพื่อเป็นการเติมความชุ่มชื้นและบรรเทาอาการแสบจากแสงแดดให้กับผิว

  1. แตงกว่าสยบผิวแดงได้

ถ้าหากสาวๆ เจอแดดเผาไหม้ ลองหันมาให้แตงกวามาวางผิวทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จากนั้นก็ล้างออกให้สะอาด โดยทำเช่นนี้วันละ 2-3 ครั้ง จะสามารถช่วยลดอาการแสบแดงของผิวได้

  1. งดถูสบู่ไปก่อน

ถ้าหากผิวมีอาหารแสบหลังจากโดนแดดเผามากๆ ควรเลี่ยงการใช้สบู่ทำความสะอาดผิวไปก่อน แล้วให้ใช้เพียงแค่น้ำเปล่าล้างอย่างเบามือ เพื่อลดการระเคืองให้กับผิว

  1. มาส์กหน้าก่อนนอน

หลังจากที่ทำการบำรุงผิวแล้ว ให้มาส์หน้าในตอนกลางคทนเลย จะช่วยทำให้ฟื้นฟูบำรุงผิวที่ถูแสงแดดทำร้ายได้อย่างรวดเร็ว ถ้าใครที่มีเวลาก็อาจจะมาส์กหน้า 2-3 วันติอต่อกันก็จะดียิ่งขึ้น

  1. ไวท์เทนนิ่งใช้เมื่อหายแดงเท่านั้น

ในบางคนกลัวว่าผิวแดงแล้วต่อไปจะทำให้ผิวดำ ซึ่งบอกไว้เลยว่าอยากพึ่งรีบเร่งใช้สกินแคร์ไวท์เทนนิ่งตั้งแต่ผิวยังแดด เพราะยิ่งทำให้ผิวแสบและระคายเคืองหนักไปกว่าเดิม ดังนั้นควรที่จะรอให้ผิวหายแดงเป็นปกติก่อน แล้วค่อยกลับมาใช้ไวท์เทนนิ่ง

  1. หลีกเลี่ยงการสครับผิว

หลังจากออกแดดผิวยังมีความบอบบางอยู่ ทางที่ดีควรงดสครับผิวหรืองดขับผิวในช่วงเวลาหลังจากออกแดด  1 สัปดาห์ ควรรอให้ผิวฟื้นตัวก่อน

  1. โทนเนอร์มีความจำเป็นมาก

หลังจากล้างหน้าแล้วก็ควรตามด้วยการใช้โทนเนอร์ เพื่อเป็นการปรับสภาพผิวและเตรียมความพร้อมสำหรับการบำรุงในขึ้นตอนไป โดยวิธีนี้จะช่วยให้ผิวสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นของผิวได้มากขึ้น

  1. มอยส์เจอไรเซอร์เติมน้ำให้ผิว

โดยขึ้นตอนนี้สำคัญมากหลักการง่ายๆ คือ เมื่อผิวขาดความชุ่มชื่น ก็ต้องเติมคืนเข้าไปมากที่สุด ด้วยเลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์สูตรเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ใช้ติดต่อกันอย่างน้อย 2 สัปดาห์หรือใช้ต่อไปยาวๆ ก็จะยิ่งดี

  1. รอบดวงตาก็สำคัญ

เมื่อบำรุงผิวหน้าแล้ว อย่าลืมดูแลรอบด้วยตาด้วย ยิ่งถ้าใครไม่ได้ใส่แว่นากันแดดไปทะเลก็ยิ่งต้องบำรุงให้มาก แค่ทาอายครีมในตอนเช้าและก่อนนอนทุกวัน เพียงแค่นี้ก็ช่วยได้แล้ว

  1. กระหน่ำบำรุงผิว

สำหรับผิวกายไม่ต้องอะไรมากมาย เพียงแค่ทาโลชั่นหลังอาบน้ำเป็นประจำก็ถือว่าโอเคแล้ว เพื่อให้ผิวคงความชุ่มชื่นอยู่เสมอ ผิวจะได้เนียนนุ่มน่าสัมผัส ไม่มีจุดต้องสะดุด

  1. ดื่มน้ำเยอะๆ

เมื่อดูแลตัวเองจากภายนอกแล้ว ก็อย่าลืมดูแลตัวเองจากภายในร่างกายด้วยการดื่มน้ำเยอะๆ เทคนิคง่ายๆ คือ ค่อยๆ จิบน้ำเรื่อยๆ อย่าดื่มน้ำทีเดียวครั้งละมากๆ เพราะร่างกายจะดูดซึมไม่ทัน

  1. อาบน้ำเย็น

ถ้าหากมีอาการของผิวลอกหรือแสบแดงให้รีบอาบน้ำเย็นไปก่อนสักระยะ เพื่อไม่ทำให้แผลลุกลามไปไกล และช่วยลดอาการแสบหรือผิวลอกได้ด้วย

  1. พกสเปรย์น้ำแร่ติดตัว

                ในช่วงหน้าร้อนนี้จะไปไหนขอใหพกเปรย์น้ำแร่ติดตัวไว้ตลอด เมื่อรู้สึกว่าผิวแสบๆ หน้าร้อนผ่าวๆ หรือคัน ก็ให้ฉีดสเปร์ยลงไปบนผิวก่อน จะช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวได้

  1. แต่งหน้าน้อยๆ

                หลังผิวออกแดดมาใหม่ๆ เวลาเลวแต่งหน้าอย่าไปโบกเครื่องสำอางให้มากจนเกินไป เพราะผิวต้องการพักผ่อน อาจจะเลอืกใช้เฉพาะชิ้นที่จำเป็นก็พอ

  1. เติมวิตามินซีให้ร่างกาย

                เพื่อเป็นการฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วน สาวๆ ก็ควรกินผักผลไม้ที่มีวิตามินซีเยอะๆ หรือจะหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารช่วยก็ได้ เพื่อเป็นการต้านอนุมูลอิสระให้ผิวกลับมาสวยอีกครั้ง

สูตรสมุนไพร-ช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ขาวกระจ่างใส

สมุนไพรผลัดเซลล์ผิว ให้ขาวกระจ่างใส

สมุนไพรผลัดเซลล์ผิว ให้ขาวกระจ่างใส

สำหรับสาวๆ แล้วการที่มีผิวสวย ผิวขาวใส เป็นสิ่งที่สาวทุกคนต้องการมาปราณาเป็นอย่างมาก เพราะว่าสาวคนไหนมีผิวสวย ผิวขาวกระจ่างใสก็เป็นที่น่าจับการมองของหนุ่มกันทั้งนั้น ซึ่งสาวคนไหนที่กำลังมองหาสูตรพอกหน้าเพื่อให้ผิวขาวกระจ่างใส ในวันนี้เราจะมาแนะนำสูตรสมุนไพรง่ายๆ ที่จะช่วยพลัดเซลล์ผิวเก่า เผยความงามของผิวให้ขาวกระจ่างใสได้ ซึ่งจะมีสูตรสุมนไพรตัวไหนบ้างไปดูกันเลย สมุนไพรผลัดเซลล์ผิว

ขมิ้น

ขมิ้น

                ขมิ้นนอกจากจะมีคุณสมบัติช่วยต่อต้านสิวแล้ว ยังมีคุณสมบัติช่วยปรับผิวให้ขาวกระจ่างใสขึ้นได้ด้วย ซึ่งเคล็บง่ายๆ คือ นำเอาขมิ้นมาผสมกับน้ำผึ้ง แล้วนำมามาส์กหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที จากนั้นก็ให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด โดยให้ทำเป็นประจำ จุดด่างดำต่างๆ ก็จะลดลง และจะมีผิวที่กระจ่างใสขึ้น

มะขามเปียก

มะขามเปียก

                มะขามเปียกนั้นอยู่คู่กับความขาวมานานแล้ว ซึ่งเคล็ดลับคือง่ายมาก เพียงแค่ผสมมะขามเปียกกับน้ำผึ้งหรือโยเกิร์ตก็ได้ จากนั้นให้นำมาขัดเบาๆ ให้ทั่วใบหน้าประมาณ 3-5 นาที แล้วให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ซึ่งมะขามเปียกมีวิตามินซีสูงจะช่วยเพิ่มความกระจ่างใส ส่วนน้ำผึ้งหรือว่าโยเกิร์ตก็จะช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม เพียงแค่นี้ก็จะทำให้ผิวของสาวๆ สวยแบบธรรมชาติแล้ว

หัวไชเท้า

หัวไชเท้า

                หัวไชเท้านั้นจะอุดมไปด้วยวิตามินเอ  ช่วยลดสิวและยังทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นด้วย เคล็บลับคือ ให้นำเอาหัวไชเท้ามาผสมกับน้ำผึ้งหรือดินสอพองก่อนนำมาใช้บนใบหน้า และเฉพาะจุดที่เป็นฝ้า กระ จุดด่างดำ โดยให้พอกทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำสัปดาห์ละครั้ง จะช่วยให้ผิวกระจ่างใสเนียนสวยได้แล้ว

ใบบัวบก

ใบบัวบก

                ใบบัวบกไม่ใช้แก้อาการช้ำในได้อย่างเดียว แต่ยังมีสรรคุณในการช่วยลดการอับเสบของผิว และยังช่วยสร้างคอลลาเจนและอิสลาสตินอีกด้วย ช่วยทำให้ผิวดูเนียน ลดรอยเฝ้ากระได้ ซึ่งสามารถใช้ใบบัวบกรักษาสิว ฝ้า กระ ได้ เคล็ดลับคือ ให้นำใบบัวบกมาล้างให้สะอาดก่อนที่จะปั่นให้ละเอียด แล้วให้นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด โดยทำเป็นประจำ สิว ฝ้า กระก็จะจางลงได้

วิธีป้องกันผมเสีย และเนรมิตให้ผมสวยจากโคนจรดปลาย

วิธีป้องกันผมเสีย และเนรมิตให้ผมสวยจากโคนจรดปลาย

วิธีป้องกันผมเสีย และเนรมิตให้ผมสวยจากโคนจรดปลาย

ปัญหาผมที่สาวๆ พบกันบ่อยก็คงจะเป็นปลายผมแห้งเสีย ถ้าหากว่าสาวๆ มองข้ามการดูแลรากผมไปก็คงจะต้องเสียเวลาเบำรุงไปอีกนาน ทางที่ดีสาวๆ ควรบำรุงผมตั้งแต่รากจนถึงปลายผมจะได้ช่วยให้ปัญหาต่างๆ ไม่มากวนใจได้อีกปัญหาผมที่สาวๆ พบกันบ่อยก็คงจะเป็นปลายผมแห้งเสีย ถ้าหากว่าสาวๆ มองข้ามการดูแลรากผมไปก็คงจะต้องเสียเวลาเบำรุงไปอีกนาน ทางที่ดีสาวๆ ควรบำรุงผมตั้งแต่รากจนถึงปลายผมจะได้ช่วยให้ปัญหาต่างๆ ไม่มากวนใจได้อีก

ไม่รัดผมแน่นเกินไป

ผู้หญิงทุกคนต้องอยากทำทรงผมที่ไม่ซ้ำแบบในแต่ละวัน ซึ่งทรงที่ง่ายสุดก็คือมัดหางม้าหหรือเปีย ก็เป็นวิธีทีผมที่ฮิตของสาวๆ แต่การมัดผมที่แน่นเกินไปนั้นถือว่าเป็นการทำลายรากผม เพราะเวลาที่มัดแน่นเกินไป รากผมก็จะถูดดงจนรู้สึกเจ็บหนังหัวไปหมด ทางที่ดีควรมัดหลวมๆ ให้ได้ลุคสบายๆ จะดีกว่า

ไม่ทำร้ายรากผมด้วยแอคเซสซอรี่

อย่างพวกผ้าผูกผม หรือหมวกต่างๆ ที่เวลาหยิมมาประดับแล้วทำให้รู้สึกเจ็บหนังหัวนั้นก็เป้นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำร้ายผมได้ เอาเป็นว่าเวลาจะส่หมวกก็ให้เลือกหมวกที่ใส่แล้วสบายหัว ส่วรผ้าผูกผก็อย่ามัดผมผมให้แน่นมากเกินไป เอาให้พอรู้สึกสบายหัวก็พอ ถ้าหลุดร่างก็มัดใหม่ได้ แต่ถ้ามันแน่นแล้วรากผมเสียมีหวังจะต้องแก้ไขอีกยาว

ไม่บำรุงปลายผมมากเกินไป

ถ้าหากว่าสาวๆ ไปโฟกัสการบำรุงที่ปลายผมมากเกินไป ส่วนรากผมก็จะไม่ได้รับการบำรุง แล้วผมก็จะบางลงเรื่อยๆ ดังนั้นใหครที่ไม่อยากผมบางหรือหัวล้าน ก็ควรรับบำรุงรากผมให้มากเท่ากับปลายผมด่วยเลย

บำรุงผมให้สม่ำเสมอ

สาวๆ อย่าไปคิดว่าแค่การสระผมให้สะอาดก็จะเพียงพอต่อการบำรุงผมแล้ว แต่หลังจากสระผมเสร็จแแล้ว วรที่จะหมักผมด้วยทรีทเม้นท์บ้าง หรือไม่ก็อาจจะมาสก์ผมด้วยสารบำรุงดีๆ ที่จะช่วยฟื้นฟูให้รากผมและเส้นผมตั้งแต่รากจรดปลายแข็งแรง แค่นี่ผมของสาวๆ ก็ไร้ปัญหาอีกต่อไป

เก็บผมให้ดีก่อนล้างหน้า

เคยไหมที่เวลาล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ล้าหน้าที่ไร ก็จะมีฟองหรือเนื้อผลิตภัณฑ์ไปโดนไรผมตรงส่วนกรอบหน้าและทุกใบหูทุกที แต่รู้หรือไม่ว่านั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้รากผมเสียได้ ทางที่ดีควรสวมหมวกอาบน้ำหรือไม่ก็หาที่คาดผมเอาไว้ก่อนล้างหน้าจะดีกว่า

เลือกทานอาหารที่ช่วยบำรุงผิว

อาหารบางชนิดนอกจากจะมีคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ยังช่วยบำรุงรากผมได้อีกด้วย สาวลองเลือกอาหารจำพวก ถั่วต่างๆ ปลาแซลมอน ธัญพืช ขนมปังที่มีกากใย หอยนางรม เม็ดอัลมอนด์ ข้าวโอ๊ต ผักใบเขียว และอาหารเมนูไข่ เป็นต้น

เห็นไหมล่ะ ว่าวิธีป้องกันผมเสียนั้นมันไม่ได้ทำยากเลย เมื่อสาวๆ รู้แล้วก็ลองนำไปตามดูบ้าง แล้วผมของสาวๆ ก็จะสาวยแต่งโคนจรดปลายผมเลยทีเดียว

เทคนิคดีๆ สำหรับคนที่อยากมีคิ้วสวย แบบธรรมชาติ

เทคนิคดีๆ สำหรับคนที่อยากมีคิ้วสวย แบบธรรมชาติ

เทคนิคดีๆ สำหรับคนที่อยากมีคิ้วสวย แบบธรรมชาติ

การมีคิ้วที่สวยงามนั้นเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกๆ คนล้วนต้องการ เพราะว่าคิ้วเป็นมงกุฎของหน้า อย่างที่ผู้หญิงทุกคนเข้าใจ แต่ว่าคิ้วสวยๆ นั้นก็มีเทคนิคอะไรมากมาย กว่าจะได้มาซึ่งความสวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งวันนี้เราจะมาบอกเทคนิดดีๆ เหล่านี้ให้กับสาวๆ ทุกคน

– ใช้แหนบถอนขนคิ้วที่แตกแถว

ถ้าหากว่าใครที่ต้องการให้คิ้วของตัวเองดูสวยงามเป็นระเบียบ เมื่อใช้ดินสอเขียนคิ้วโครงคิ้ว การที่ใช้แหนบถอนนั้นก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งสาวๆ จะพบว่าการถอนขนคิ้วไปตามแนวขนไม่ใช้นวนแนวก็ไม่ได้เจ็บเท่าไร และที่สำคัญยังทำให้ขนคิ้วของช้าด้วย

– การใช้กรรไกรเล็มขนคิ้วที่ยาวออก

การใช้กรรไกรเล็ก ๆ ตัดแต่งขนคิ้วจะทำให้คิ้วของสาวๆ ดูสวยงามและเรียงตัวเป็นระเบียบ แต่การเล็มขนคิ้วก็ต้องระวังไม่ให้การตัดเล็มนั้นสั้นจนเกินไป และไม่ควรใช้การตัดแทนการถอนขนคิ้ว หากเห็นขนคิ้วบางเส้น ออกนอกแนวทางให้ใช้แหนบหรือใช้เส้นด้ายดึงจะดีที่สุด

– เลือกบำรุงขนคิ้ว

ถ้าหากคิ้วของสาวบาง การเลือกทาซีรัมเพื่อการเจริญเติมโตของขนคิ้วก็เป็นทางเลือกที่ดี ซึ่งซีรัมที่มีขายในท้องตลาดก็มีหลายหลายยี่ห้อ หรือถ้าหากจะใช้เป็นพวกน้ำมันอัลมอนด์ น้ำมันมะกอก น้ำมันละหุ่งหรือน้ำมันมะพร้าวก็ได้

– ทรงของคิ้วก็สำคัญ

รูปทรงของคิ้วเป็นส่วนที่สำคัญมาก สาวๆ ควรต้องอาศัยหลักการเขียนคิ้วโดยมีการพิจารณาจากโครงคิ้วของตัวเอง มากกว่าจะปล่อยให้การเขียนคิ้วเป็นไปตามเทรนด์ที่นิยม บางครั้งเทรนด์ก็ไม่ได้หมายถึงความสวยเสมอ แต่หากพิจารณาถึงรูปทรงของใบหน้าว่ารับกับคิ้วหรือไม่ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

– ความหนาของคิ้ว 

ในการเขียนความหนาของคิ้วให้สม่ำเสมอเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะคิ้วที่บางเกินไปจะทำให้ใบหน้าไม่สวยคม ส่วนช่วงว่างระหว่างคิ้วก็จำเป็นต้องถมให้เต็มเหมือนกัน เพราะว่าการถมคิ้วให้เต็มจะทำให้ใบหน้าของสวยๆ สวยและดูเป็นธรรมชาติ

– ควรล้างเมคอัพที่คิ้วทุกครั้ง

คิ้วของสาวๆ ก็เหมือนกับส่วนอื่นๆ ของใบหน้าที่ต้องทำความสะอาดทุกครั้งก่อนเข้านอน โดยต้องจำไว้ว่าการล้างเมคอัพเป็นเรื่องที่สำคัญที่สาวๆ ควรทำเป็นประจะ เพื่อจะช่วยลดปัญหาของสิว และลดปัญหาขนคิ้วหลุดร่วง

 

เพียงเท่านั้นสาวๆ  ที่อยากมีคิ้วสวยๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ก้ต้องตั้งใจทำเป็นประจำและมีวินัย คิ้วสวยๆ ของสาวๆ ก็จะเป็นจริงขึ้นแน่นอน