Beauty tips

ไอเทมบำรุงผิวสำหรับหน้าหนาว

ไอเทมบำรุงผิวสำหรับหน้าหนาว

ไอเทมบำรุงผิวสำหรับหน้าหนาว

เมื่อเข้าใกล้เข้าสู่หน้าหนาวเข้ามาทุกที ถึงแม้เมืองไทยของเราจะไม่ค่อยได้สัมผัสอากาศหนาวเท่าไร แต่ก็มีหลายคนที่มีปัญหาของผิวแห้ง ซึ่งคนนี่ถึงขั้นผิวลอกออกมาเลย เพื่อเป็นการรักษาความชุ่มชื่นให้กับผิว เพื่อเป็นการรักษาความชุ่มชื่นให้กับผิว วันนี้เราเลยจะพาสาวๆ มาดูครีมและโลชั่นบำรุงผิวที่เหมาะกับหน้าหนาว มาดูกันเลยว่าจะมีตัวไหนบ้าง

Vaseline Total Moisture Nourishing Lotion

Vaseline Total Moisture Nourishing Lotion

Vaseline Total Moisture Nourishing Lotion

                ในตัวแรกนี่เป็นแบรนด์ที่สาวๆ น่าจะรู้จักกันดี เพราะว่าตัวนี้จะเน้นเรื่องความขาวกระจ่างใส และชุ่มชื้น แต่ไม่ได้เน้นแค่ความขาวอย่างเดียวนะ แต่ยังเน้นเรื่องของความชุ่มชื้นมากกว่า สำขาวสีเหลืองนี่มีกลื่นที่หอมอ่อนๆ ไม่เหนียวเหนอะหนะะ ซึมซาบสู่ผิวได้ดี ซึ่งจะให้ความชุ่มชื้นและทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น

Vaseline Petroleum Jelly

Vaseline Petroleum Jelly

Vaseline Petroleum Jelly

                ตัวนี่ก็เช่นกันที่ทุกคนรู้จักกันดี เพราะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะทาปาก เพื่อใช้แทนลิปมัน นำมาทาตามข้อศอก เข่า หรือส่วนต่างๆ ตามร่างกายก็จะให้ความชุ่มชื้น บอกเลยว่าเป็นไอเทมสารพัดประโยชน์มากจริงๆ

Jergens Ultra Healing Extra Dry Skin Moisturiser

Jergens Ultra Healing Extra Dry Skin Moisturiser

Jergens Ultra Healing Extra Dry Skin Moisturiser

                เป็นโลชั่นที่ฮิตทั้งสาวไทยและสาวต่างประเทศจริงๆ เพราะมีเนื้อโลชั่นที่ไม่เหนียวเหนอะหนะ แล้วยังสามารถกักเก็ยความชุ่มชื้นให้หับผิวได้นาน นอกจากนี้ยังช่วยฟื้นฟูผิวที่แห้งกร้านให้กลับมาดูมีสุขภาพดีขึ้นด้วย

Eucerin In-Shower Body Lotion

Eucerin In-Shower Body Lotion

Eucerin In-Shower Body Lotion

                ตัวนี้ใครที่ขี้เกียจทาโลชั่นหลังอาบน้ำจะเหมาะมาก เพราะสามารถล้างน้ำออกได้เลย ไม่ต้องไปนั่งทานานให้เปลืองเวลา ถึงเช็คตัวแล้วก็ยังรักษาความชุ่มชื้นไว้ได้ เนื่องจากนี้ยังมีมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีความเข้มข้น ไม่มีน้ำหอมด้วย ซึ่งจะเหมาะกับสาวผิวแห้งและผิวง่าย

Nivea In-Shower Intensive Skin Conditioner

Nivea In-Shower Intensive Skin Conditioner

Nivea In-Shower Intensive Skin Conditioner

                เป็นโลชั่นที่บำรุงผิวกายใช้ในระหว่างอาบน้ำได้เลย ซึ่งขวดนี่จะกับคนที่มีผิวแห้งโดยเฉพาะ เพราะว่ามีส่วมผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์จากแร่ธาตุที่มาจากธรรมชาติ และมีน้ำมันบำรุงที่มากกว่าบอดี้โลชั่นทั่วไป

Nivea Cream

Nivea Cream

Nivea Cream

ตัวนี้เป็นครีมที่มีมายาวนาน เนื้อครัมมีความเข้มข้นมาก สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว ช่วยฟื้นฟูผิวที่แห้งลอก และป้องกันการแตกลายบนผิวหนัง ซึ่งมีตลับสีน้ำเงินเหล่าคุณแม่ๆ ทั้งหลายก็จะรู้จักตัวนี้ดี

เลือกทานอาหารให้เหมาะกับกรุ๊ปเลือด

อาหารเหมาะกับกรุ๊ปเลือด

อาหารเหมาะกับกรุ๊ปเลือด

                ความเชื่อถืออีกอย่างของคนไทยที่เชื่อว่า กรุ๊ปเลือดของคนเรามีผลต่อชีวิตและร่างกายของแต่ละคน ซึ่งอาจจะเป็นความจริงหรือไม่ก็เป็นความเชื่อของแต่ละคน เรามาดูกันดีกว่าว่ากรุ๊ปเลือดไหนควรทานอาหารแบบไหนบ้าง

กรุ๊ปเลือด A

                ส่วนใหญ่คนกรุ๊ปเลือดเอจะมีกรดในกระเพาะอาหารต่ำ ทำให้ระบบการย่อยไม่ค่อยดี ระบบภูมิคุ้มกันไม่ดี เลือดค่อนข้างเหนียวข้น เมื่อทานพวกเนื้อสัตว์และไขมันเข้าไปจะยิ่งทำให้เลือดข้น เลือดไหลเวียนช้า หัวใจก็ทำงานหนักงานมากขึ้น

อาหารที่เหมาะกับคนกรุ๊ปเลือด A

อาหาร : ควรหลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์ทุกชนิด ยกเว้นปลาแซลมอน ปลาทู ปลาค้อด ปลากะพง และปลาซาร์ดีน เพื่อจะเข้าไปช่วยเสริมสร้างโปรตีน

ผัก : สามารถกินได้ทั้งดิบและสุกโดยเฉพาะบรอกโคลี หอมหัวใหญ่ เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง รวมไปถึงแครอท ผักโขมและกระเทียม ที่จะช่วยไปกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน และฟักทองจะไปช่วยเรื่องกรดในกระเพาะ

ผลไม้ : สามารถกินผลไม้ได้แทบทุกชนิด ยกเว้น กล้วย แคนตาลูป แตงโม มะม่วง มะละกอ ส้ม เพราะย่อยได้ยาก เป็นตัวขัดขวางการดูดซึมของวิตามิน และทำให้ระคายเคืองกระเพาะ

 

กรุ๊ปเลือด O

                ซึ่งคนในกรุ๊ปเลือดนี้จะมีปัญหาของกระเพาะอาหารมีความเป็นกรดสูง สามารถย่อยอาหารจำพวกเนื้อดีกว่าคนกรุ๊ปเลือดอื่น แต่จะมีระบบการเผาผลาญไม่ค่อยดี ระดับฮอร์โมนไทรอย์ไม่ค่อยคงที่ จึงทำให้อ้วยง่าย

อาหารที่เหมาะกับคนกรุ๊ปเลือด O

                อาหาร : อาหารที่เหมาะกับคนกรุ๊ปเลือด O จะเป็นเนื้อสัตว์แทบทุกชนิด รวมไปถึงอาหารทะเลด้วย ที่มีไอโอดีนสูง แต่ก็ต้องระวังเรื่องไขมันและคอเลสเตอรอลจากเนื้อสัตว์ด้วย

ผัก : กินได้แทบทุกชนิดยิ่งเป็นผักโขม บรอกโคลี เนื่องจากมีวิตามินเคสูง แต่ควรเลี่ยงผักตระกูลกะหล่ำเนื่องจากมีผลต่อไทรอยด์ รวมไปถึงมะกอกดองและเห็ดหอม เพราะจะทำให้เกิดอาการแพ้ ส่วนมะเขือยาวและมันฝรั่งก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน เพราะจะทำให้ปวดข้อ

ผลไม้ : กินได้แทบทุกชนิดเช่นกัน โดยเฉพาะเชอร์รี่และบลูเบอร์รี่ รวมไปถึงผลไม้ตระกูลเกรปฟรุต เนื่องจากสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ดี ส่วนผลไม้ที่ควรเลี่ยงคือ ส้ม สตรอว์เบอร์รี่ มะพร้าว แคนตาลูป เพราะมีความเป็นกรดสูง

 

กรุ๊ปเลือด B

ส่วนใหญ่คนกรุ๊ปเลือดนี้มีปัญหาเรื่องไวรัส และภูมิคุ้มกันบกพร่อง ระบบประสาทไม่ค่อยดี ชอบปวดข้อ มีโอกาสเกิดโรคแผลในสมองหรือโรคแพ้ภูมิตัวเองได้

อาหารที่เหมาะกับคนกรุ๊ปเลือด B

อาหาร : อาหารที่เหมาะสมคือ เนื้อกระต่าย แกะ กวาง ไก่งวง ปลาหิมะ ปลาแซลมอน ปลาเนื้อขาวอย่างปลาจะละเม็ด ปลาตาเดียว ส่วนเนื้อไก่ กุ้ง ปู หอยเชลล์ และหอยแครงควรจะหลีกเลี่ยง เพราะมีผลต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ

ผัก : ผักควรทานคือ กะหล่ำปลี บรอกโคลี หอมหัวใหญ่ ขิง รวมไปถึงผักใบเขียวทุกชนิด เพราะมีแมกนีเซียมสูง สามารถช่วยป้องกันอาการผื่นคันและภูมิแพ้ได้

ผลไม้ : กินได้แทบทุกชนิด โดยเฉพาะ สับปะรด เนื่องจากมีเส้นใยอาหารสูง และยังช่วยทำให้เลือดหมุนเวียนได้ดีอีกด้วย แต่ผลไม้ที่ควรจะหลีกเลี่ยงคือ ลูกพลับ ลูกแพร์ และทับทิม

 

กรุ๊ปเลือด AB

                ซึ่งในกรุ๊ปนี้จะมีเลือด A และ B ผสมผสานกันอยู่ ดังนั้นคนกรุ๊เลือดนี่ควรทานแบบผสมผสานของกรุ๊ป A และ B  แต่คนกรุ๊หเลือด AB มีจุดอ่อนเรื่องสุขภาพคือระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และกรดใรกระเพราะต่ำ

อาหารที่เหมาะกับคนกรุ๊ปเลือด AB

                อาหาร : อาหารที่ควรรับประทาน คือ เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ปลาซาร์ดีน ส่วนเนื้อสัตว์ที่กินได้เล็กน้อย คือ เนื้อแกะ กระต่าย กวาง และไก่งวง ส่วนเนื้อไก่ ปลาเนื้อขาว อย่างปลาเทราต์ ปลาลิ้นหมา

ผัก : กินผักได้แทบทุกชนิด ส่วนธัญพืชแนะนำให้กินข้าวโอ๊ตและข้าวไรย์ เพราะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ควรหลีกเลี่ยงงา ถั่วแดง เมล็ดฟักทอง และข้าวโพด เพราะชะลอการทำงานของอินซูลิน

ผลไม้ : กินได้แทบทุกชนิดเช่นกัน เช่น แครนเบอร์รี่ เชอร์รี่ สับปะรด ส้มโอ พลัม องุ่น ฯลฯ เพราะช่วยสร้างความสมดุลของกรดในเนื้อเยื่อ ส่วนผลไม้ที่ควรหลีกเลี่ยงคือ กล้วย ฝรั่ง มะม่วง และมะพร้าว

ดูแลผิวในช่วงหน้าหนาว

ดูแลผิวในช่วงหน้าหนาว

ดูแลผิวในช่วงหน้าหนาว

ดูแลผิวในช่วงหน้าหนาว

ดูแลผิวในช่วงหน้าหนาว

เมื่อลมหนาวกำลังมาเยือน ทำให้สาวๆ หลายคนเป็นกังวลกับผิวแห้ง ไม่ว่าจะไปสัมผัสลมเย็นๆ ที่ยอดเขาหรือไปสัมผัมอากาศหนาวๆ ที่เกาหลี แต่สาวๆ ก็อยากไปกลัวหรือเป็นกังวลไป เพราะเรามีเคล็ดลับการดูแลผิวมาบอกสาวๆ กัน

ดื่มน้ำให้มากๆ

                ข้อนี้สำคัญมากทุกครั้งหลังอาบน้ำ สาวๆ ก็อย่าลือมชดเชยน้ำหล่อเลี่ยงผิวที่สูญเสียไปจากแสงแดงหรือลมหนาว และอย่าลืมบำรุงผิวบริเวณมือด้วยครีมทามือด้วย เพราะสาวๆ มักจะลืมว่ามือของสาวๆ นั้นมันผ่านการล้างน้ำ สัมผัสสิ่งต่างๆ มากกว่าผิวหนังส่วนอื่นของร่างกาย จะทำให้ผิวหนังส่วนแรกที่แตกจนรู้สึกได้ก่อนส่วนอื่น

ทำความสะอาดผิวหน้า

                สาวๆ นั้นควรหลี่งเลี่ยงการขัดหน้าในช่วงหน้าหนาว เพราะจะทำให้หน้าแตกเป็นขุยได้ง่าย แถมยังอาจมีอาการแสบตามผิว ควรที่จะล้างหน้าด้วยน้ำเย็น เพื่อเป็นการป้องกันการสูญเสียน้ำหล่อเลี้ยงผิว และควรทาครีมบำรุงผิวทันที่หลังล้างหน้าเสร็จ

อาบน้ำอุ่น น้ำเย็น

                ในการอาบน้ำอุ่นหรือร้อนเกินไปนานเกิน จะทำให้ไปทำลายน้ำหล่อเลี่ยงของผิวได้ง่าย ทำให้ผิวแห้งสากเป็นขุย เมื่ออาบน้ำอุ่นก็ควรอาบน้ำเย็นเปิดท้ายด้วย เพราะนอกจากจะทำให้รู้สกอบอุ่นหลังอาบน้ำเสร็จแล้ว ยังช่วยในการปิดรูขุมขน ป้องกันการเสียน้ำหล่อเลี้ยงในช่วงฤดูหนาวด้วย

ทาครีมกันแดด

                ถึงแม้ว่าจะเป็นหน้าหนาวก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องใช้ครีมกันแดด แต่สาวๆ ควรจำไว้เลยว่าก่อนออกจากบ้านควรทาครีมกันแดดเสมอ เพราะแสงแดดเป็นตัวการสำคัญในการทำให้ผิวเสีย ผิวแห้งกร้าน

ลิปมัน

                เป็นสิ่งสำคัญที่สาวๆ ห้ามลืมเลยเด็ดขาดสำหรับหารปกป้องริมฝีปากอันบอบบางของสาวๆ และควรเป็นลิปมันที่ป้องกันยูวีได้ด้วย

เส้นผม

                ช่วงหน้าหนาวหากว่าผมไม่เหนียวเหนอะหนะก็ไม่จำเป็นต้องสระผมบ่อย เพราะว่าการสระผมบ่อย นอกจากจะเป็นการขัดน้ำมันในธรรมชาติของผิวหนังศรีษะแล้ว ยังทำให้ศรีษะแห้งอีกด้วย ทำให้เกิดรังแค อาการคันได้ง่าย ทั้งยังทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตจากความแห้งของเส้มผลด้วย ดังนั้นทุกครั้งที่สระผมก็อย่าลืมใช้ครีมนวดผลเพื่อคืนความชุ่มชื้นให้กับเส้นผมด้วย

พักผ่อนให้เพียงพอ

                สาวๆ อย่าเที่ยวจนลืมพักผ่อน เพราะการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและรู้สึกเหมือนขาดน้ำ ผิวหยาบแห้งกร้าน ไม่ว่าสาวๆ จะชโลมด้วยครีมบำรุงผิวก็ไม่สามารถลบความเหนื่อยและทดแทนน้ำหล่อเลี้ยงที่สูบเสียไปได้ ดังนั้นแนะนำว่าสาวๆ ควรจะพักเพียงให้เพียงพอ

ทานอาหารที่มีประโยชน์

                ถ้าหากว่าสาวๆ ขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายในช่วงเวลาติดต่อกัน จะทำให้เกิดผลเสียต่อผิวพรรณ นอกจากนั้นการดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาวหรือดื่มชา กาแฟมากเกินไป ก็จำให้ร่างกายเกิดการขากแคลนน้ำและผิวแห้งได้

สาวๆ-ที่อยากสวยขึ้นจะทำไง

ทำยังไง ให้สวยขึ้น

ทำยังไง ให้สวยขึ้น

เมื่อสาวๆ  อยากสวยขึ้นจะทำยังไง ซึ่งความสวยนั้นไม่รอไม่ได้ แล้วความสวยก็เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับผู้หญิงทุกคน ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่ว่าสาวๆ จะดูแลเอาใจใส่ตัวเองได้ดีมาน้อยแค่ไหน และความสวยที่ปลอดภัยก็จำเป็นต้องใช้เวลาทั้งนั้น ซึ่งในวันนี้เราจะเคล็ดลับว่าทำยังไงถึงจะสวยขึ้น วิธีทำก็ง่ายเอามากๆ แต่ก็ต้องขยันทำทุกวันนะ

สาวๆ-ที่อยากสวยขึ้นจะทำไง

สาวๆ-ที่อยากสวยขึ้นจะทำไง

ดื่มนมสดก่อนนอน

                ในนมสดนั้นจะอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ อย่างมากมายที่ช่วยในการบำรุงและพื้นฟูร่างกาย โดยควรเลือกทาานนมสดอุ่น รสธรรมชาติหรือหวานน้อย จะได้ช่วยให้สาวๆ รู้สดใสชื้นในเช้าวันรุ่งขึ้นได้

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

                ถ้าหากว่าสาวๆ อยากสวยแบบธรรมชาติ ก็ควรจะนอนหลับให้สนิทและนอนให้เพียงพอ เป็นกการฟื้นฟูหรือรีสตาร์ทให้กับร่างกายได้ดีที่สุด เพื่อให้ผิวพรรณและร่างกายได้มีกานพักผผ่อนได้อย่างเต็มที่ เมื่อตื่นนอนตอนเช้าผิวพรรณของเราก็จะเปล่งปลั่ง สดใส

 

รับประทานอาหารเช้าทุกวัน

                ในมื้อเช้านับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เนื่องจาากว่าเป้นแหล่งพลังงานที่สำคัญในการทกิจกรรมตลอดทั้งวัน นอกจากนี้อาหารเช้ายังช่วยรักษาสมดุลของน้ำหนักให้คงที่ด้วย

 

เลือกผลไม้เป็นอาหารมื้อเช้า

                ในผลไม้นั้นอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย พร้อมทั้งยังช่วยบำรุงผิวพรรณและทำให้ระบบการขับถ่ายมีประสิทธิดีด้วย เพียงเลือกผลไม้ที่ทานง่าย เช่น แอปเปิ้ล     สตรอเบอร์รี่ หรือกล้วย นำมาหั่นให้พอดีคำแล้วใส่โยเกิร์ตทานเป็นอาหารเช้า เพียงเท่านี้ก็จะช่วยสร้างความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าให้กับตัวเราได้แล้ว

 

ดื่มน้่ำเปล่าเยอะๆ

                เมื่อตอนนอนตอนเช้าสิ่งแรกที่เราต้องทำกันคือ ดื่มน้ำเปล่า 2 แก้ว เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ลำไส้ขยับตัวและนำไปสู่การขับถ่ายของเสีย ในระหว่างวันก็ควรที่จะดื่มน้ำด้วย โดยความดื่นน้ำอย่างน้อยวันล่ะ 2 ลิตร เพื่อชดเชยน้ำที่เสียไปในรูปของเหงื่อหรือปัสสาวะ นอกจากนี้ยังเป็นารเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวพรรณด้วย

 

อาบน้ำขัดสีฉวีวรรณ

                ช่วงเวลาแห่งความสุขที่ทำให้สาวๆ อารมณ์ดี แต่ก็ควรอาบน้ำในอุณหภูมิปกติเท่านั้น หากอาบน้ำอุ่นก็จะทำให้ผิวแห้งเป็นขุย หรือถ้าหากจำเป็นต้องอาบน้ำอุ่นก็ไม่ควรอาบก่อน 10 นาที เมื่อกำลังอายน้ำก็ควรจะขัดผอวเบาๆ ด้วย เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพและช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนของเลือด

ทาครีมบำรุงผิว

                เมื่อสาวๆ อาบน้ำเสดแล้ว ก็ต้องบำรุงผิวพรรณเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว โดยควรเลือกใช้ครีมที่บำรุงผิวให้เหมาะสมกับอากาศ ถ้าเป็นช่วงหน้าร้อนก็ควรเลือกครีมที่มีเนื้อครีมบางเบา แต่ถ้าเป็นหน้าหนาวก็ควรเลือกครีมที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์สูง จะสามารถช่วยปกป้องความชุ่นชื้นจากสภาพอากาศที่หน้าหนาวเย็น

ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงกลางวัน

                รังสีอัตตร้าไวโอเลตที่อยู่ในแสงแดดนั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพผิวมาก โดยยิ่งในช่วง 09.00 – 15.00 น. จะมีความเข้มข้นของรังสียูวีสูงกว่าในช่วงอื่นๆ จึงทำให้ผิวของสาวๆ คล้ำเสียและเสี่ยงต่อโรคมะเร็งผิวหนังได้ ดังนั้นก็ควรปกป้องแสงงแดดด้วยนครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพสูง ควรใส่หมวกและกางร่ม หรือหลีกเลี่ยงการเจอแสงแดในช่วงเวลาดังกว่าให้มาก

ออกกำลังกายเป็นกระจำ

                 สุดท้ายคือการออกกำลังกาย เพียงแค่ออกไปเดินหรือไปวิ่งเหยาะๆ เพียงสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ก็จะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น ได้สูดอากาศบริสุทธุิ์ จึงทำให้หน้าตาและผิวพรรณดูสดใส อ่อนกว่าวัย นอกจากนี้ยังช่วยเผาพลาญไขมันส่วนเกินในร่างกายด้วย เป็นการลดความอ้วนไปด้วย

ทำความเข้าใจผิว-ก่อนจะดูแลผิวพรรณ

ทำความเข้าใจผิว ก่อนจะดูแลผิวพรรณ

ทำความเข้าใจผิว ก่อนจะดูแลผิวพรรณ

ทำความเข้าใจผิว-ก่อนจะดูแลผิวพรรณ

ในประเทศไทยของเราสจะมีสีผิวที่ปะปนกันอยู่ ตั้งแต่ผิวขาวไปจนถึงผิวคล้ำ ซึ่งสีผิวของแต่ละคนจะแตกต่างกันเนื่องจากว่าการจระจายตัวของเม็ลสีไม่เท่ากัน คนที่มีผิวขาวเม็ดสีเมลานินมีขนาดเล็กมีการกระจายตัวห่างกัน ส่วนคนที่มีผิวสีคล้ำเม็ดสีเมลานินจะมีขนาดใหญ่และกรกายตัวอยู่ใกล้กัน

ลักษณะของสีผิว

  1. มีผิวขาวซีต ผิวไหม้ได้ง่ายเวลาโดนแดด แถมยังจะไม่มีทางที่ผิวจะคล้ำหรือเป็นสีแทน ส่วนมากพบในคนที่มีตาสี้า และผมสีบรอนด์ แดง
  2. มีผิวขาว ผิวไหม้เวลาโดนแด แต่ผิวก็จะมีสีแทนสักพัก
  3. มีผิวขาวปนผิวเหลือง เวลาโดนตากผิวจะไหม้เป็นบ้างครั้ง และมีสีคล้ำหรือสีแทนได้ต้องใช้เวลา อย่างเช่น ลูกรั้งเอเชีย ยุโรป
  4. มีผิวสีเหลือง ปนสีน้ำตาลอ่อน หรือว่าผิวสีคาราเมล ตากแดแล้วผิวจะไหม้เป็นบ้างครั้ง และมีสีผิวที่เสมอกัน เช่น กลุ่มคนเอเชียตอนบน ญี่ปุ่ย จีน และเกาหลี
  5. มีผิวสีน้ำตาลเข็ม จะโดนแดดไหม้น้อย แต่ผิวจะคล้ำได้เร็ว เช่น อเมริกาใต้ ไทย มาเลเซีย เม็กซิกและสเปน
  6. มีผิวดำ เมื่อโดนแดดผิวจะไม่ไหม้ ส่วนมากจะเป็นกลุ่มชนผิวดำ แถมแอฟริกาใต้

 

โดยส่วนมากผิวของคนไทยจะอยู่ในลักษณะที่ 3-5 แต่ลักษณะผิวก็ได้แบ่งเป็น 5 แบบ คือ ผิวแห้ง ผิวธรรมดา ผิวมัน ผิมผสม และผิวแพ้ง่าย โดยสภาพของผืวนั้นจะขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละคน และขึ้นอยู่กับการเปลี่ยงแปลงไปตามวัย สิ่งแวดล้อม เช่น ลม ฟ้า อากาศ

 

ปัจจัยที่ทำให้ผิวเสีย

ปัจจัยภายใน

– การไหลเวียนของเลือกที่เสื่อมประสิทธิภาพทำให้ไม่สามารถนำสารอาหารไปหล่อเลี้ยงผิวได้ ทำให้ผิวไม่สดใส

– ต่อมน้ำมันและต่อมเหงื่อทำงานน้อยลงทำให้ฟิล์มบางๆ ที่ปกป้องผิวหายไป ทำใหผิวแห้งและขาดน้ำ

– ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนน้อยลงหลังที่หมดประจำเดือน

ปัจจัยภายนอก

– โดนรังสียูวี การแปลงเปลี่ยนจองสภาพอากาศและมลภาวะ

– การดื่มเหล้า สูบบูหรี่ ความเครียด และไม่มีการดูแลผิวอย่างถูกวิธี

 

ซึ่งใน 80% ของผิวคล้ำเสียเกิดจากภายนอย เราสามารถบำรุงรักษา ควบคุมดูแล้วผิวของเราได้

อาหารกินแล้วผิวเสีย-ถ้าอยากสวยก็ออกห่างซ

อาหาร อะไรกินบ้างกินแล้วผิวเสีย

อาหาร อะไรกินบ้างกินแล้วผิวเสีย

อาหารกินแล้วผิวเสีย-ถ้าอยากสวยก็ออกห่างซ

                สาวๆหลายคนอยากสวน แต่ก็อยากกกินนั้นอยากกินนี่ ซึ่งบางที่ความสวยกับความแซ่มมันก็ไปด้วยกันไม่ค่อยได้ เพราะอาหารบางชนิดเป็นภัยต่อความสวย หากสาวๆตามใจปากมากเกินไปปัญหาต่อผิวพรรณก็จะเป็นโทษทันที่ได้รับ หากสาวๆอยากสวยแล้วก็ต้องมีสติในการเลือกรับประทาน

– ของหวาน

การที่ทานหวานเป็นประจำอาจจะได้รับน้ำตาลมากเกินกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการ และจะมีผลให้ตับอ่อนจะต้องลดจำนวนน้ำตาลในเลือดสูงเกินไปลง ให้อยู่ในระดับโดยการสร้างอินซูลิน เมื่อตับอ่อนต้องผลิตอินซูลินออกมามากๆ ตับอ่อนจึงต้องทำงานอย่างหนัก จึงมีผลให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้นและทำให้ดูแก่ก่อนวัย

– ของปิ้งๆย่างๆ

                ใครที่นิยมทานของปิ้งย่างเป็นชีวิตจิตใจ อาจจะได้รับสารไฮโดรคาร์บอนที่อยู่ในเนื้อส่วนที่ไหม้อยู่บ่อยๆ เช่น สารไฮโดรคาร์บอนที่ทานบ่อยๆ จะไปทำลายคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ซึ่งมีผลให้ผิวหนังอ่อนแอและขาดความเต่งตึง

– อาหารเค็ม

                โซเดียมไม่ได้อยู่ในเกลือเท่านั้น แต่ยังอยู่ในอาหารรสเค็มทั้งหลาย ทั้งจำพวกอาหารแปรรูป เครื่องปรุงรสเค็มหลายชนิด อาหารกึ่งสำเร็จรูป และอาหารกระป๋องต่างๆ ซึ่งอาหารพวกนี้ก็ล้วนแต่มีโซเดียมสูงเกินกว่าปกติ ซึ่งร่างกายก็จะขจัดโซเดียมส่วนเกินออกทางเหงื่อ จึงทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคืองและเกิดเป็นสิวอักเสบ นอกจากจะขับเกลือออกทางเหงื่อแล้วก็จะขับออกมาทางปัสสาวะอีกทาง ส่งผลให้เกิดการสูญเสียน้ำในร่างกาย จึงทำให้ผิวแห้งขาดความชุ่มชื้น

– เนื้อสัตว์แปรรูป

                เนื้อสัตว์แปรรูปที่ทุกคนนิยมทานเป็นประจำ เช่น ไส้กรอก แฮม และเบคอน จะมีซัลไฟต์และวัตถุกันเสียเป็นส่วนผสม ซึ่งสามารถทำให้ผิวเกิดการอับเสบและไปกระตุ้นการเกิดริ้วรอย

– เนื้อแดง

                การทานเนื้อสัตว์มากเกินไป นอกจากอาจจะทำให้เกิดการสะสมของสารพิษภายในร่างกาย ยังจะทำให้ย่อยยาก ส่งผลให้ระบบขับถ่ายไม่ดี จึงทำให้ผิวพรรณขาดความสดใสเปล่งปลั่ง นอกจากนี้ยังเนื้อแดงยังมีสารเป็นตัวเร่งงอนุมูลอิสระภายในร่างกาย ก็ทำให้แก่เร็วขึ้นด้วย

– อาหารทอด

                ของทอดต่างๆ เช่น มันฝรั่งทอด ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งอาหารทอดพวกนี้จะไปกระตุ้นให้ฮอร์โมนผลิตน้ำตาลและไขมันออกมาเกินความจำเป็นของร่างกาย จึงทำให้ผิวหน้ามันง่าย เกิดการอุดตันในรูขุมขนมากขึ้น จนเป็นเหตุของการเกิดสิวและทำให้หน้าดูแก่เกินวัย

– ขนมปังขาว

                อาหารที่ทานเข้าไปเกิดความเสียหายต่อผิวหนังโดนตรงก็คือ อาหารที่มีน้ำตาลสูง ซึ่งต้องระวังอาหารบางชนิด หากมีปริมาณสูงเกินไปก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น เช่น พวกขนมปังขาว ซึ่งอาจเป็นผลเสียต่อผิวหนังตามมาได้ เพราะนอกจากจะทำให้ผิวเหี่ยวแล้วยังทำให้สิวอีกด้วย

– มายองเนส

                เป็นอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 6 ซึ่งหากทานไปจะเกิดผลเสียโดยตรงคือ ทำให้ผิวหนังดูสุขภาพไม่ดี ขาดความสดใสเปล่งปลั่ง แต่หากทานอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่น ปลาแซลมอนหรือปลาทูน่า ควบคู่ไปด้วย

– น้ำอัดลม

                หากดื่มน้ำหวานและน้ำอัดลมมากเกินไป คอลลาเจนที่มีส่วนช่วยให้ผิวหนังเต่งตึงกระชับก็จะถูกทำลาย ส่งผลให้ผิวในทางตรงกันข้าม

– เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

                ถ้าหากตับของเราได้ทำงานอย่างเป็นปกติ ก็จะไม่มีปัญหาในการขจัดสารพิษตกค้างในร่างกาย แต่การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นประจำ จะทำให้ตับถูกทำลาย จนไม่อาจกำจัดสารพิษได้ตามปกติ เป็นผลให้สารพิษตกค้างในร่างกาย ทำให้มีปัญหาผิว เช่น อาจทำให้เกิดสิว เกิดริ้วรอยต่างๆ

น้ำผลไม้ เพื่อผิวสวยและสุขภาพ

น้ำผลไม้ เพื่อผิวสวยและสุขภาพ

น้ำผลไม้ เพื่อผิวสวยและสุขภาพ

เมื่ออากาศร้อนๆแบบนี้ก็ต้องการดื่มน้ำผักผลไม้ที่มีรสชาติทั้งหวานทั้งเปรี้ยวชุ่มชื่นใจก็คงจะดีต่อใจไม่ใช่น้อย และยิ่งถ้าเป็นน้ำผักผลไม้ก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายและยังช่วยเรื่องความสวยความงามของผิวพรรณได้อีกด้วย เพราะว่านอกจากจะอร่อยเย็นชื่นใจแล้ว ยังช่วยให้ผิวพรรณขาวใสเปล่งปลั่ง ว่าแต่มีน้ำอะไรบ้างล่ะไปดูกันเลย

น้ำมะเขือเทศ

– น้ำมะเขือเทศ

เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่สาวๆนิยมดื่มเพื่อบำรุงผิวให้สวยใส เนื่องจากในน้ำมะเขือเทศมีสารไลโคปีน ซึ่งนอกจากมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใสชุ่มชื้น และช่วยยับยั้งริ้วรอยก่อนวัยควร เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง การดื่มน้ำมะเขือเทศต้องอาศัยไขมันเพื่อช่วยในการดูดซึมไลโคปีนภายในร่างกาย ซึ่งหากดื่มตอนท้องว่างก็ควรหยดน้ำมันเล็กน้อยลงไปในน้ำมะเขือเทศด้วย แต่ถ้าหลังอาหารที่ในมื้อนั้นมีไขมันอยู่แล้วก็ดื่มได้ทันที

 

น้ำส้ม

– น้ำส้ม

เป็นน้ำยอดนิยมสำหรับสาวๆอยากมีผิวสวย เนื่องจากว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังสามารถช่วยยับยั้งการสร้างเมลานินหรือเม็ดสีผิว จึงช่วยให้ผิวขาวใส และมีคอลลาเจนที่ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นเต่งตึงเนียนกระชับ

น้ำทับทิม

– น้ำทับทิม

ถ้าหากสาวๆ อยากให้ผิวขาวเร็วขึ้นและเป็นธรรมชาติ น้ำทับทิมจะช่วยให้ผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ริ้วรอยลดลง เร่งการผลิตคอลลาเจนและช่วยป้องกันการเกิดผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ หากต้องเผชิญหน้ากับแสงแดง ยังช่วยปรับสภาพผิวได้ด้วย

น้ำมะนาว

– น้ำมะนาว

มะนาวเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก จึงช่วยบำรุงผิวให้ขาวใสเปล่งปลั้งมีน้ำมีนวล นอกจากนี้วิตามินซียังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัยและทำให้ดูอ่อนเยาว์ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยฆ่าแบคทีเรียบางชนิดที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดสิว ลดปัญหาผิวมัน และช่วยทำให้สุขภาพผิวดีจากภายในสู่ภายนอก

น้ำมะพร้าว

– น้ำมะพร้าว

น้ำมะพร้าวมีฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งมีส่วนช่วยต่อการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ที่จะทำให้ผิวกระชับ เต่งตึง ยับยั้งการเกิดริ้วรอยก่อนวัย และยังช่วยขับของเสียหรือสารพิษออกจากร่างกาย จึงช่วยทำให้ผิวพรรณกระจ่างใส และน้ำมะพร้าวยังช่วยปรับสมดุลภายในร่างกาย ทำให้การทำงานของระบบในร่างกาย ทำงานได้อย่างเป็นปกติ

น้ำมะละกอสุก

– น้ำมะละกอสุก

จะช่วยในการลดริ้วรอย รักษาแผลจากสิว ลดปัญหาหมองคล้ำได้ นอกจากนี้เอมไซม์ในมะละกอยังช่วยเร่งการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวหนัง ช่วยให้เซลล์ผิวหนังเก่าที่ตามแล้วหลุดออกไป และยังช่วยลดความหยาบกร้านของผิว ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส

น้ำสับปะรด

– น้ำสับปะรด

มีสารแอนตี้ออกซเดนท์ ทั้งมีวิตามินซี เบต้าแคโรทีน และแมงกานีส ช่วยปกป้องโครงสร้างของเซลล์ผิวหนังจากอนุมูลอิสระ หากดื่มเป็นประจำจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ดี และยังช่วยในเรื่องการขจัดเซลล์ผิวเก่า ลดรอยหมองคล้ำ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี

น้ำมะม่วง

– น้ำมะม่วง

มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันผิวจากการถูกทำลาย ช่วยในการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสียหายและยังช่วยลดสิวและจุดด่างดำบนใบหน้า ชะลอความแก่ก่อนวัยอันควรและช่วยในการลดริ้วรอย การบริโภคน้ำมะม่วงบ่อยๆ จะช่วยให้ผิวสุขภาพดี เรียบเนียนและขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

น้ำสตอเบอรรี่

– น้ำสตอเบอรรี่

มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระที่มีช่วยในการเสริมสร้างคอลลาเจน จึงช่วยชะลอวัย ลดการเกิดริ้วรอยได้เป็นอย่างดี ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ป้องกันการเสื่อมสภาพของผิวและมีส่วนช่วยทำให้ผิวเปล่งกระจ่างใส

น้ำแตงโม

– น้ำแตงโม

อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซีและ ไลโคปีนที่ช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระ จึงทำให้สามารถช่วยต่อต้านการเกิดริ้วรอย ลดรอยเหี่ยวย่นได้ และช่วยในเรื่องควบคุมความมันซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวอุดตัน และยังมีคุณสมบัติที่ทำให้ผิวเรามีความชุ่มชื้น กระจ่างใสเรียบเนียนเต่งตึง ช่วยผิวดูมีสุขภาพที่ดี

วิธีป้องกันและช่วยให้เล็บแข็งแรง-ไม่หักง่าย

วิธีป้องกันและช่วยดูแลเล็บ ให้แข็งแรงไม่หักง่าย

วิธีป้องกันและช่วยดูแลเล็บ ให้แข็งแรงไม่หักง่าย

วิธีป้องกันและช่วยให้เล็บแข็งแรง-ไม่หักง่าย

           สาวๆ บางที่ก็ไม่ได้ต่อเล็บ แต่จะทำยังไงได้ล่ะ พอยาวได้แปปเดียว เล็บก็ดันฉีก-หักซะหมด วันนี้เราเลยจะมาช่วยสาวๆ หาตัวช่วยบำรุงเล็บของสาวๆให้แข็งแรงมากขึ้น และไม่หักง่าย ทำดูกันเลยดีกว่าว่ามีวิธีไหนบ้าง เรามา ดูแลเล็บ ของเรากันดีกว่าคะ

น้ำมันมะกอก

น้ำมันมะกอก

น้ำมันมะกอกจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับเล็บ และช่วยซ่อมแซมความเสียหาบ ทำให้หนังข้างๆเล็บนุ่มขึ้น โดยการชโลมน้ำมันมะกอกจากโคนเล็บขึ้นมาให้ทั่ว ถูไปมาและทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก ทำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น หรือจะผสมน้ำมันมะกอก 3 ช้อนชา กับน้ำมันมะนาว 1 ช้อนชา จากนั้นใช้   คัตเตอร์บัต ทำให้ทั่วเล็บ สวมถุงมอแล้วนอนหลับและล้างออกด้วยน้ำอุ่นตอนตื่นนอน

ชาเขียว

ชาเขียว

สารแอนตี้ออกซิแดนท์ในชาเขียวจะช่วยให้เล็บที่เปราะกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง และช่วยกำจัดเล็บเหลือง โดยการชงชาเขียวแล้วปล่อยให้เย็น จุ่มเล็บลงไป 10-15 นาที อาทิตย์ละ 2 ครั้ง หรือผสมสารสกัดชาเขียวเข้ากับน้ำมันมะพะร้าวแล้วนวดที่เล็บเป็นประจำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง

น้ำมันTea tree

น้ำมัน Tea tree

อย่าเข้าใจผิดนะสาวๆ Tea tree เป็นคนละตัวกับชาเขียว น้ำมัน Tea tree ก็เป็นอีกตัวที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเล็บ เพราะจะช่วยไปกำจัดเชื้อราที่ทำให้เล็บอ่อนแอ  เปราะบาง และป้องกันเล็บเหลือง โดยทำการหยดน้ำมัน Tea tree 2-3 หยด ลงไปให้ถ้วยน้ำอุ่น แช่นิ้วไว้ประมาณ 3 นาทีแล้วทำการล้างออก ทำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง

น้ำมันวิตามิน E

น้ำมันวิตามิน E

เป็นตัวหนึ่งที่สาวๆควรมีไว้ครอบครอง เพราะจะช่วยให้เล็บสุขภาพแข็งแรงและรักษาความชุ่มชื้น ซึ่งส่วนมากแล้ววิตามินE จะอยู่ในรูปแบบของแคปซูล โดยให้ทำการแกะน้ำมันออกมาแล้วนวดให้ทั่วเล็บ ทำก่อนอนอาทิตย์ละ 1 ครั้ง

Apple Cider Vinegar

Apple Cider Vinegar

Apple Cider Vinegar (น้ำส้มสายชูหมักจากผลแอปเปิ้ล)

แอปเปิ้ลไซเดอร์ เวนิกา เป็นตัวที่กำลังฮิต เพราะว่ามีสารที่มีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น แมกนีเซียม โพสแทสเซียม แคลเซียม รวมถึงธาตุเหล็กต่างๆ และสารเหล่านี้ช่วยป้องกันเชื้อราที่จะทำให้เล็บเราเปราะบาง โดยแค่ผสมแอปเปิ้ลไซเดอร์เวนิกากับน้ำในอ่าง แล้วแช่เล็บลงไป 5-10 นาที หรือจะผสมแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ช้อนชา กับน้ำ 1 แก้ว แล้วดื่มวันละ 3 ครั้งก็ทำได้เหมือนกัน

เบียร์

เบียร์

ในเบียร์ที่ดื่มๆกันนั้นอุดมไปด้วยสารซิลิคอน ซีลีเนียม โพแทสเซียม และไบโอตินที่จะช่วยให้เล็บแข็งแรง โดยเอาน้ำมันกะกอก 1 ช้อนชาเข้าไมโครเวฟ ให้พออุ่น จากนั้นผสมเบียร์และแอปเปิ้ลไซเดอร์ เวนิกา อย่างละ 1 ช้อนชาลงไป แช่เล็บประมาณ 15 นาที ทำอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง

นวดเล็บเป็นประจำ

นวดเล็บเป็นประจำ

การนวดเล็บจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดซึ่งทำให้เล็บแข็งแรงสุขภาพดี สาวๆอาจใช้โลชั่นบำรุงเล็บหรือน้ำมันมะพร้าวจะช่วยให้เล็บชุ่มชื้นขึ้น หลังจากทาครีมแล้ว นวดนิ้วและเล็บ 5-10 นาที ก่อนนอนพร้อมใส่ถุงมือ ตื่นเช้าล้างมือด้วยน้ำอุ่น ทำเป็นประจำแค่นี้เล็บก็จะชุ่มชื้นขึ้น

เพิ่มไบโอตินในร่างกาย

เพิ่มไบโอตินในร่างกาย

ไบโอตินจะช่วยให้เล็บมีความหนาและแข็งแรงขึ้น และการขาดไบโอตินจะทำให้เล็บเปราะและผิวหนังข้างเล็บแห้ง โดยให้รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยไบโอตินพวก ปลาเซลมอน ข้าวโพด แครรอท ไข่แดง ถั่วเหลือง ไข่แดง ถั่วและอัลมอนด์

เคล็บความสวยจากสับปะรด

เคล็บลับความสวย จากสับปะรด

เคล็บลับความสวย จากสับปะรด

ผลไม้สีเหลืองที่มีรสหวาน “สับปะรด” มีสารอาหารอยู่มากมายทั้งวิตามินบีสอง วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัสและไนอะซีน ซึ่งสารอาหารเหล่านี้เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย สัปปะรดเป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณครอบคลุมหลายด้วย ทั้งเรื่องความงามและการรักษาโรค และวันนี้เรามาดู เคล็ดลับความสวย จากสับปะรด มาฝากกันด้วย อย่ารอช้าไปดูกันเลย

เคล็บความสวยจากสับปะรด

เคล็บความสวยจากสับปะรด

สูตรครีมขัดผิวจากสัปปะรด (เหมาะกับทุกสภาพผิว)

ส่วนผสม 

– เนื้อสับปะรด 1 ถ้วย

– นมสด 1/2 ถ้วย

– ขมิ้นชันผง 2 ช้อนชา

– รำข้าว  3 ช้อนโต๊ะ

–  น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ      ปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เป็นเนื้อเดียวกัน

วิธีใช้      ราดน้ำให้ตัวเปียก ทาครีมให้ทั่ว ใช้มือขัดเบาๆ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที หลังจากนั้นนำผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดหมาดๆ ถูครีมออกแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น ทำสัปดาห์ ละครั้งผิวกายจะเนียนนุ่นน่าสัมผัส และขาวใสเปล่งปลั่ง

สับปะรดกับเรื่องความสวยความงาม

ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่นสดใสอยู่เสมอ สามารถช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้ แถมยังช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ช่วยย่อยสลายไขมันในร่างกาย ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นอีกด้วย ธรรมชาติสร้างสรรค์มาให้เราชัดๆ ใครอ่านแล้ว ก็รีบไปซื้อสับปะรดมาดูแลความสวยความงาม กันเลยนะคะ

สับปะรดกับการรักษาโรค

– ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง

– ช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย ย่อยอาหาร บำรุงไต

– สร้างเสริมภูมิคุ้มกนให้กับร่างกาย

– ช่วยลดคอเลสเตอรอลและควมคุมระดับน้ำตาลในเส้นเลือด

– ช่วยยับยั้งการอักเสบของผิวหนังหรือบาดแผลได้

เคล็ดลับความสวย แบบฉบับธรรมชาติ ไม่มีสารเคมี ใช้ธรรมชาติล้วนๆ ในการบำรุงผิว เพื่อความสวย สดใส

เคล็บลับดูแลความสวย-ด้วยตัวเราเอง

เคล็ดลับ การดูแลความสวยด้วยตัวเราเอง

เคล็ดลับ การดูแลความสวยด้วยตัวเราเอง ไม่อยากอย่างที่คิด เรามีมาเปิดเผย!

ใครๆ ก็อยากสวยกันทั้งไหน ไม่มีหรอกสาวคนไหนไม่อยากสวย ทุกคนล้วนมีความต้องการกันทั้ง อยากสวยเหมือนเจ้าหญิง สวยเหมือซินเดอเรลล่า หรือสวยอย่างกับสโนไวท์ ที่กระจกวิเศษคอยบอกว่าเธอสวยเลิสในปฐพี แต่ในชีวิตจริงโลกของความเป็นจริงนั้น ไม่มีนางฟ้ามาให้พรหรือมาช่วยได้ แต่ตัวเรานี้แหละต้องช่วยดูแลตัวเอง วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับความสวยมาฝากสาวๆ รับรองเลยว่า ถ้าสาวๆ ทำตามแบบเร่งรัด สวยๆก็จะสวยดังใจหาย

– ไม่ควรแต่งหน้าทุกวัน

สาวๆ ควรที่จะหาเวลาว่างทำทรีทเมนต์ ให้อาหารผิวบ้าง และควรบำรุงผิวหน้าก่อนนอนทุกวัน ด้วยผลิภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวหน้าของตัวเอง ควรที่จะหยุดแต่งหน้าบ้างไม่ต้องแต่งทุกวัน เพราะการแต่งหน้าทุกวันจะทำให้ผิวไม่มีเวลาได้ผักพ่อนเลย ซึ่งนั้นจะเป็นการทำลายผิวอย่างร้ายแรง อันนี้เป็นเคล็ดลับแบบปฐมๆ นะคะ

– ไม่สระผมทุกวัน 

สาวๆไม่ควรสระผมทุกวัน เพราะการสระผมทุกวันจะทำให้ผมแห้งเสีย

– หมั่นสครับผิวและขัดผิวบ่อยๆ

ผิวของเรานั้นมีควรไม่สม่าเสมอ ผิวคล้ำ ผิวไม่เรียบเนียนควรที่จะหาเวลาว่างไปสปาบ้าง จะได้ช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างเซลล์ผิวใหม่ เป็นการแก้ปัญหาผิว เพราะการที่เราสครับผิว จะทำให้เซลล์ผิวกำพร้าที่ตายแล้วหลุดออกไป ถ้าสาวๆ อยากมีผิวที่สวยงาม เรียบเนียบ นุ่มน่าสัมผัส ก็อย่าลืมหมั่นสครับผิว

– ขจัดปัญหาถุงใต้ตา

สาวๆ ต้องสังเกตว่าถุงใต้ตาของตัวเองเกิดจากอะไร อดนอน นอนน้อย ร้องไห หรืออะไรก็แแล้วแต่ที่เป็นปัญหาของถุงใต้ตา สาวๆควรจะรีบหาทรีทเมนต์บำรุงใต้ตาด่วนเลย

– ใช้ครีมบำรุงผิวเป็นประจำ

อยากผิวสวยครบวงจรหรือผิวมีออร่า ผิวไม่มัน และสดชื่น ก็ควรที่จะหมั่นบำรุงผิวอยู่สม่ำเสมอ โดยในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการบำรุงผิวก็คือ ช่วยงเวลาหลังอาบน้ำเสร็จ

– กำจัดเซลลูไลท์

ง่ายๆ เลยคือการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย ใครที่สามารถกำจัดผิวเปลือกส้มนี้ไปได้ คนๆนั้นก็จะมีทั้งหุ่นและผิวที่สวย

– ทาครีมกันแดดเป็นประจำ

แสงแดดเป็นตัวร้ายกาจในการทำร้ายผิว สาวๆไม่ควรที่จะมองห้าม จะต้องป้องกันไว้ตั้งแต่ต้น ลดปัญหาผิวที่มัน ลดการกระขึ้น และลดริ้วรอยวัยอันควร

– รับประทานอาหารและออกกำลังกายให้ถูกต้อง

อาหารและการออกกำลังกาย เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การเลือกทานอาหารและออกกำลังกายควรที่จะทำไปพร้อมๆกัน ไม่ควรที่จะเน้นเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

– เลือกรับประทานอาหารเสริม

บำรุงในส่วนที่เราทานบริโภคอาหารในแต่ละวันไม่เพียงพอแต่ความต้องการของร่างกาย เราควรเลือกรับประทานอาหารเสริม ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

เคล็บลับดูแลความสวย-ด้วยตัวเราเอง

เคล็บลับดูแลความสวย-ด้วยตัวเราเอง