Shape care

กำจัดเซลลูไลท์ง่าย ๆ ด้วย 5 วิธี

กำจัดเซลลูไลท์ง่าย ๆ ด้วย 5 วิธี

สาว ๆ รู้จักเซลลูไลท์ไหม เซลลูไลท์ (Cellulite) ก็คือไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังทำให้ผิวมีลักษณะเป็นรอยบุ๋ม ขรุขระหรือเกิดรอยย่น มักเกิดที่ต้นขา สะโพก ก้นและท้อง และสามารถเกิดบริเวณหน้าอก ท้องน้อย และต้นแขน ได้เช่นกัน โดยส่วนใหญ่จะเกิดในวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่เพศหญิง เอาล่ะมาถึงตรงนี้บอกเลยว่าสาว ๆ ที่มีเซลลูไลท์จะต้องบอกลากับมันแล้วล่ะ เพราะในวันนี้เราจะบอกวิธีกำจัดเซลลูไลท์ง่าย ๆ มาฝากกัน ว่าแต่จะมีวิธีไหนบ้างนั้นก็ไปดูกันเลย

ดื่มน้ำมาก ๆ

การที่สาว ๆ นั้นมีปริมาณน้ำที่ไม่เพียงพอในร่างกาย จะทำให้เรานั้นไม่สามารถลดเซลลูไลท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเหตุนี้เองทำให้การดื่มน้ำนั้นเป็นกฎข้อแรกเลยที่ทุกคนจะต้องทำ โดยในร่างกายของเรา หรือเซลล์ของเรานั้นมีสารพิษจำนวนมากที่อยู่ในเซลล์ไขมัน ซึ่งหากจะให้เซลลูไลท์ถูกทำลายนั้น จะต้องดื่มน้ำในปริมาณที่มากพอ ขอแนะนำให้ดื่มอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร

กาแฟขัดผิว

มีผู้หญิงหลายคนที่ได้บอกว่าเซลลูไลท์ของเธอนั้นหายไปนั้น จากการนำกาแฟสดมาขัดผิว โดยผสมกากกาแฟสดกับน้ำอุ่น หลังจากนั้นนาขัดผิวเป็นเวลา 10 นาที 2 ครั้งต่อสัปดาห์ในพื้นที่ที่ต้องการลดเซลลูไลท์ เราจะเห็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมและชัดเจน หลังจากการสครับเป็นเวลาสี่สัปดาห์ เห็นไหมล่ะว่าการลดเซลลูไลท์นั้นมันง่ายนิดเดียว

เปลี่ยนอาหาร

อย่างสุดท้ายก็คือการเปลี่ยนนิสัยการทาน เพื่อช่วยให้ร่างกายของเราทำลายเซลลูไลท์ออกไปได้เช่น งดน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรต หันมาทานอาหารที่มีเส้นใย แทนที่ไขมันไม่อิ่มตัวด้วยน้ำมันมะกอก อัลมอนด์หรือน้ำมันอะโวคาโด หลีกเลี่ยงการบริโภคโซเดียมมากเกินไป กินผลไม้สดและผักที่มีปริมาณน้ำสูงเช่นแตงโม แตงกวา และผักใบเขียวเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวและล้างสารพิษในร่างกายของสาว ๆ ได้

นวดน้ำมันมะพร้าว

สาว ๆ รู้หรือไม่ ? ว่าน้ำมันมะพร้าวนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากเลย เพราะน้ำมันมะพร้าวถ้านำมารับประทานก่อนอาหารจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญของอาหาร ลดความหิวและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว หรือจะใช้เป็น Moisturizer ก็ได้  นอกจากนี้ก็นำน้ำมันมะพร้าวไปนวดที่ตรงบริเวณที่เกิดเซลลูไลท์ก็ได้เช่นกัน

เพิ่มการไหลเวียนเลือดในร่างกาย

การไหลเวียนของเลือดที่เหมาะสมนั้น สามารถช่วยป้องกันและกำจัดเซลลูไลท์ได้ โดยหลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าที่รัดในส่วนที่เกิดเซลลูไลท์ การไหลเวียนเลือดไปยังสะโพก ต้นขาและบริเวณอื่น ๆ ที่มีแนวโน้มที่จะเกิดเซลลูไลท์ ถ้าหากใส่กางเกงรัดมันจะยิ่งทำให้เกิดเซลลูไลท์มากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้การออกกำลังกายเพิ่มมวลกล้ามเนื้อก็สามารถทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีกว่าเดิมด้วย

บอกลารอยตีนกา เพื่อผิวพรรณที่อ่อนวัย

บอกลารอยตีนกา เพื่อผิวพรรณที่อ่อนวัย

ตีนกาเกิดจากผิวที่เสื่อมสภาพลงตามวัย เพราะการหดตัวของกล้ามเนื้อขณะแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ทางใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นการยิ้ม หัวเราะ หรือเครียด จะทำให้ริ้วรอยต่าง ๆ ค่อย ๆ ลึกลงและมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งอาจส่งผลให้ขาดความมั่นใจเมื่อต้องพบปะหรือพูดคุยกับผู้อื่น แต่รู้หรือไม่ว่า ในปัจจุบันมีทางเลือกในการรักษาตีนกาและริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้ามากมาย แต่การรักษาตีนกานั้นต้องขึ้นอยู่กับระดับความลึกของริ้วรอย และอาจต้องใช้วิธีการรักษามากกว่า 1 อย่างเพื่อผลลัพธ์ที่ดี ดังนี้

ทาครีมลดริ้วรอย

มักนิยมนำครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์อย่างเตรติโนอิน (Tretinoin) มาใช้ในการลดเลือนริ้วรอย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้มีการผลัดผิวใหม่ ซึ่งมักจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นใน 24 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม การทาครีมที่มีเรตินอยด์เป็นส่วนประกอบจะช่วยลดริ้วรอยร่องตื้นเท่านั้น แต่ไม่สามารถลดริ้วรอยลึกได้

ฉีดโบท็อกซ์

การฉีดโบท็อกซ์สามารถลดรอยตีนกาและรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าที่เกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่มีริ้วรอยผ่อนคลาย และช่วยป้องกันการหดตัวของกล้ามเนื้อ ทำให้ริ้วรอยตื้นขึ้น ทั่วไปการฉีดโบท็อกซ์อาจมีประสิทธิภาพนานถึง 3 เดือน และมักไม่ส่งผลกระทบต่อการแสดงอารมณ์ทางสีหน้า เพราะการฉีดโบท็อกซ์เพื่อรักษารอยตีนกาจะทำให้ผิวหน้าบริเวณหางตาตึงขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การฉีดโบท็อกซ์จะให้ผลลัพธ์ที่ดีสำหรับผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยในช่วงอายุ 30-50 ปี แต่ไม่สามารถลดริ้วรอยลึกในผู้สูงอายุได้

ทำเลเซอร์

การยิงเลเซอร์เพื่อให้ผิวเกิดการลอก (Ablative Laser Resurfacing) เป็นการลอกผิวหนังชั้นบนออกไป เพื่อเผยผิวที่มีสุขภาพดีและดูอ่อนเยาว์ การใช้เลเซอร์รักษารอยตีนกาเป็นอีกหนึ่งวิธีที่มีประสิทธิภาพ เพราะความร้อนจากเลเซอร์จะกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ส่งผลให้ผิวหนังบริเวณหางตาเรียบเนียนและตื้นขึ้น โดยหลังทำเลเซอร์อาจใช้เวลาพักฟื้นหลายสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม การทำเลเซอร์อาจไม่สามารถลดริ้วรอยอย่างตีนกาได้ 100 เปอร์เซ็นต์

ป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดตีนกา ?

  • ปกป้องผิวจากแดด ด้วยการใช้ครีมกันแดดที่มีค่าป้องกันแสงแดด (SPF) ตั้งแต่ 30 ขึ้นไปอย่างสม่ำเสมอ และควรใส่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ปกปิดผิวเพื่อป้องกันผิวคล้ำเสียจากแดดด้วย
  • เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเลือกรับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืช และไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เช่น แซลมอน ถั่ว น้ำมันมะกอก อะโวดาโค เป็นต้น และควรเลี่ยงการดื่มคาเฟอีน รับประทานอาหารแปรรูป และอาหารที่มีเกลือหรือน้ำตาลสูง
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายส่งผลดีต่อระบบไหลเวียนเลือด และช่วยกระตุ้นระบบน้ำเหลืองให้ร่างกายสามารถกำจัดสารพิษออกไปได้ ซึ่งช่วยทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งและมีสุขภาพดี
  • ห้ามสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ส่งผลเสียต่อสุขภาพและยังกระตุ้นให้ร่างกายผลิตสารอนุมูลอิสระเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุของริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้า
  • เลี่ยงการขมวดคิ้ว การขมวดคิ้วเป็นประจำจากการทำงาน การเพ่งมอง หรือการอ่านหนังสือ จะทำให้ริ้วรอยบริเวณรอบดวงตาและหน้าผากลึกขึ้น ดังนั้น ควรใส่แว่นสายตาหรือซื้อหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อลดการใช้กล้ามเนื้อรอบดวงตา

How To จัดทรงผมไม่ให้แก่เกินวัย

How To จัดทรงผมไม่ให้แก่เกินวัย

สิ่งที่ช่วยเสน่ห์ให้กับผู้หญิงนั้น นอกจากใบหน้าแล้ว ทรงผมเองก็สามารถเสริมเสน่ห์ หรือช่วยปรับเปลี่ยนลุคของเราได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ทำให้เราดูโดดเด่นมีเสน่ห์ มีบุคลิกที่ดี มีความมั่นใจ แถมทรงผมบางทรงก็ยังสามารถลดอายุของเราลงไปได้อีกหลายปีด้วย ซึ่งถ้าหากเราทำทรงผมที่เข้ากับตัวเองนะ เพราะถ้าเราทำทรงผมที่ไม่เข้ากับใบหน้าของเรา จะทำให้หน้าของเรานั้นดูแก่ขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งถ้าหากสาว ๆ ไม่อยากโดนทักว่าป้าหรือหน้าแก่ล่ะก็ตามมาทางนี้ได้เลย เพราะว่าวันนี้เราได้นำทริคการจัดทรงผมอย่างไรไม่ให้หน้าแก่เกินวัย ถ้าพร้อมแล้วก็มาดูกันเลย

ผมยาวเกินไม่ได้เหมาะกับทุกคน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทรงผมยาว เป็นทรงผมที่ฮิตตลอดการสำหรับผู้หญิงแทบทุกคน เพราะตั้งแต่เด็กใคร ๆ ก็อยากผมยาวกันทั้งนั้นพอโตมาเลยจัดเต็มไว้ผมยาวเลย แต่ในบางครั้งการที่เราไว้ผมยาวเกินไปก็อาจจะทำให้เราดูแก่มากกว่าเดิมได้ง่ายมากโดยเฉพาะผู้หญิงที่ไว้ผมยาวตั้งแต่กลางหลังไปจนถึงเอว ซึ่งหากใครที่ไว้ผมยาวอยู่ละก็ แนะนำว่าควรเล็มผมให้สั้นลงบ้าง หรืออาจซอยสไลด์บาง ๆ ช่วงบ่าลงไปให้ดูเป็นเลเยอร์ จะดูดีกว่าไว้ผมยาวตรงธรรมดาโดยไม่ปรับแต่งอะไรเลย หรืออาจตัดผมหน้าม้า หรือผมปาดข้าง ก็ทำให้ดูน่ารักสมวัยแถมยังดูเด็กลงอีกด้วย

ทรงผมไม่ได้เข้ากับหน้าของเราทุกคน

ทรงผมนั้นมีหลายทรงก็จริง แต่ก็ใช่ว่าคนทุกคนจะสามารถทำทรงผมอะไรก็ได้แล้วออกมาสวยเป๊ะดูดีไปทุกทรง แต่มันต้องขึ้นอยู่กับโครงหน้าหรือรูปหน้าของเราด้วยว่าทำทรงผมไหนออกมาแล้วจะดูดีที่สุด ดังนั้นการเลือกทรงผมให้เข้ากับรูปหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่อย่างนั้นเราก็ต้องมีการลองเปลี่ยนลุค เปลี่ยนทรงผมเป็นทรงอื่น ๆ ดูบ้าง คนไหนที่ไว้ผมยาวมาตลอดก็ลองตัดผมสั้นประบ่าหรือซอยผมสั้นแบบมั่น ๆ ไปเลย เผื่ออาจจะเจอทรงผมใหม่ที่ดูดีกว่าทรงเดิมที่ไว้มาตลอดชีวิตก็ได้

สีผมที่ไม่เหมาะกับตัวเอง

รู้ว่าสีผมมันจะช่วยเสริมให้เราดูดีขึ้นได้ บางคนอาจจะอยากย้อมสีผมอย่างสีพาสเทล สีจัด ๆ แต่ถ้าเลือกสีผิด เราอาจจะกลายเป็นคนดูสูงวัยหรือสก๊อยไปเลยก็ได้ ยิ่งใครที่ชอบทำผมสีเข้ม ๆ หรือผมสีดำจะยิ่งมีโอกาสที่ทำให้ดูสูงวัยยิ่งขึ้น ซึ่งเทคนิคการเลือกสีผมนั้นเราควรเลือกสีผมที่เหมาะกับสีผิวของตัวเราเอง ยกตัวอย่างเช่น สาวผิวขาวเหลือง ควรเลือกทำผมสีน้ำตาล น้ำตาลแดง น้ำตาลประกายทอง ประกายแดง หรือประกายม่วงเหลือบแดง เป็นต้น หากเลือกสีผมให้เข้ากับสีผิวและบุคลิกของตัวเองแล้ว รับรองว่าปังและเป็นที่จับจ้องของสายตาทุกงานแน่นอน

แชมพูสระผมก็สำคัญ

อย่าคิดว่าใช้แชมพูแบบไหนก็ใช้สระผมได้ เพราะจริง ๆ แล้ว สภาพเส้นผมของเราแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกันไป ซึ่งปัจจุบันได้มีการออกแชมพูสูตรต่าง ๆ มากมายที่เหมาะกับเส้นผมของเรา ทั้งช่วยบำรุงและแก้ไขปัญหาผมเสียได้ตรงจุด แต่หากเลือกใช้แชมพูผิดประเภท หรือไม่เหมาะกับสภาพผมและหนังศีรษะแล้ว อาจทำให้เส้นผมได้รับการบำรุงไม่ดีพอ ยิ่งบางคนที่มีผมเสียอยู่แล้ว อาจจะยิ่งเสียมากขึ้นกว่าเดิม เกิดผมแห้ง ชี้ฟู และแตกปลาย จนทำให้ดูแก่กว่าวัยได้ ดังนั้นเลือกแชมพูที่เหมาะกับสภาพผมของตัวเองจะดีที่สุด

ใช้ความร้อนกับผมมากเกินไป

การใช้ความร้อนช่วยให้ในการจัดทรงผม ไม่ว่าจะเป็น ไดร์เป่าผม ที่ม้วนผม หรือที่หนีบผมไฟฟ้า สามารถช่วยอำนวยความสะดวกและช่วยเซตผมเป็นทรงต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย แต่หากใช้เป็นประจำก็อาจทำให้ผมเสีย ผมแห้งกรอบ หรือผมแตกปลายได้ เพราะอุปกรณ์เหล่านั้นต้องใช้ความร้อนในการทำปฏิกิริยากับเส้นผม ซึ่งหากเส้นผมโดนความร้อนอยู่เป็นประจำทุกวันก็อาจส่งผลต่อสุขภาพของเส้นผมได้

ละเลยการดูสุขภาพผม

ใครว่าผมไม่ต้องดูแลกัน เส้นผมนั้นก็ควรจะได้รับการบำรุงดูแลรักษาเช่นเดียวกับผิวพรรณและส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ถ้าหากเราละเลยการดูแลสุขภาพผมแล้ว อาจทำให้ผมเสีย แตกปลาย ดูเผิน ๆ ก็เหมือนคนมีอายุได้ง่าย ๆ ดังนั้นควรหมั่นบำรุงเส้นผมเป็นประจำด้วยครีมนวดผม หรือทรีตเมนต์เพื่อให้เส้นผมและหนังศีรษะมีสุขภาพดี

รวมอาหารทานก่อนนอนแล้วหน้าบวม

รวมอาหารทานก่อนนอนแล้วหน้าบวม

สาว ๆ เคยสังเกตกันหรือไม่ว่า ทำไมหน้าของเรานั้นถึงบวมขึ้นในตอนเช้า ซึ่งจริง ๆ แล้ว อาการเหล่านี้มีได้หลายสาเหตุมาก แต่สาเหตุหนึ่งที่เรามาพูดถึงกันในวันนี้ก็คือ อาหารที่เราทานก่อนนอนนั้นเอง ใครจะไปคิดล่ะว่าอาหารบางอย่างถ้าเราทานก่อนจะนอนนั้น มันจะส่งผลให้หน้าบวมในตอนเช้าได้ โดยในวันนี้เราจะพาสาว ๆ ไปดูกันว่าอาหารอะไรบ้างที่ทานตอนก่อนนอนแล้วหน้าบวมในตอนเช้า ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

อาหารคู่บ้านคู่เมืองของคนไทย ไม่ว่าบ้านไหนก็ต้องมีติดบ้านเอาไว้ แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเนี่ยแหละที่ทำให้เราหน้าบวมได้ในตอนเช้า เพราะในเส้นรวมถึงเครื่องปรุงที่เราใส่ลงไปนั้น มีโซเดียมในปริมาณสูง  ซึ่งพอเราทานจนอิ่มแล้วนอนต่อทันที จะทำให้เกลือเหล่านั้นไม่สามารถขับออกจากร่างกายได้ เลยส่งผลให้ใบหน้าของเราดูบวมขึ้น

ขนมขบเคี้ยว

เจ้าพวกขนมขบเขี้ยวต่าง ๆ ที่มีรสหวาน ๆ เค็ม ๆ รสชาติถูกปากนั้น ถ้าหากทานเข้าไปมาก ๆ โดยเฉพาะช่วงก่อนนอน ก็สามารถทำให้หน้าของเรานั้นบวมได้ เพราะว่าในขนมขบเคี้ยวทั้งหลายเหล่านั้นก็มีส่วนประกอบของเกลือและโซเดียมสูงไม่แพ้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเลย อีกทั้งพอทานเข้าไปเยอะ ๆ ก็จะยิ่งทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำเอาไว้มากกว่าปกติ เป็นเหตุให้ตัวบวม หน้าบวมได้ง่าย

อาหารฟาสต์ฟู้ด

หนึ่งในอาหารสุดโปรดปราดของใครหลายคน ก็คงหนีไม่พ้นอาหารฟาสต์ฟู้ด ซึ่งเราจะต้องขอเตือนเอาไว้ตรงนี้เลยว่าอาหารฟาสต์ฟู้ดเหล่านี้ ขนาดทานตอนกลางวันยังทำให้อ้วน น้ำหนักขึ้นได้ง่าย ๆ แล้วไหนจะมีส่วนประกอบของน้ำมัน ทั้งเกลือ ทั้งโซเดียมในปริมาณมาก ซึ่งถ้าทานก่อนนอนล่ะก็ หน้าไม่บวมก็แปลกแล้ว

อาหารสำเร็จรูป / อาหารแช่แข็ง

สาว ๆ ที่มักจะขี้เกียจทำอาหารนั้น อาหารสำเร็จรูปหรืออาหารแช่แข็งจะตอบโจทย์ความต้องการอย่างมาก แต่ต้องแลกกับสุขภาพแย่ ๆ กันนะ เพราะเมนูเหล่านี้พอผ่านการแช่แข็งแล้วถูกนำมาเวฟ ทำให้สูญเสียวิตามินและคุณค่าทางอาหารออกไปได้ ที่สำคัญเมนูอาหารสำเร็จรูปแต่ละอย่าง มักมาพร้อมกับโซเดียมในปริมาณที่สูงกว่าอาหารปรุงสดทั่วไป ถ้าทานมากเกินไปอาจจะไม่แค่หน้านะที่บวม

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น ไม่ว่าจะเป็น เบียร์, ไวน์, เหล้าหรือคอกเทล ถ้าดื่มเยอะ ๆ ก็มีแต่จะทำให้สุขภาพของตัวเองแย่ลงเท่านั้น นอกจากนี้การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ติดต่อกันเกือบทุกคืนยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวของเราขาดน้ำ ส่งผลให้ผิวต้องดึงน้ำขึ้นมากักเก็บไว้ จนหน้าให้บวมในตอนเช้านั่นเอง ดังนั้น ลด ละ เลิกได้ก็ดีนะ

แหล่งที่มา : https://sistacafe.com

เมนูอาหารไดเอท ทานยังไงให้น้ำหนักลด

เมนูอาหารไดเอท ทานยังไงให้น้ำหนักลด

ถ้าพูดถึงการลดน้ำหนัก ก็คงหนีไม่พ้นการไดเอท แต่ถ้าไม่กินอะไรเลยโรคกระเพาะก็อาจถามหาได้ ทำให้หลายคนหันไปทานอาหารที่ช่วยทำให้อิ่มท้องแต่ยังสามารถไดเอทได้อยู่กัน แต่เดี๋ยวก่อน เราเคยคิดกันหรือไม่ว่าอาหารที่ทานอยู่นั้นมันช่วยให้น้ำหนักของเราลดลงจริง ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะพาไปดูอาหารไดเอทพวกนั้นกันว่าต้องทานอย่างไรให้น้ำหนักของเราลดลง

ซีซาร์ สลัด

อาหารอย่างแรกเมื่อจะลดน้ำหนักที่ทุกคนคิดถึงนั้นก็คือ “สลัด” แต่ช้าก่อน เพราะมีนักโภชนาการจากมหาวิทยาลัย พิตต์เบิร์ก ที่ชื่อว่า เลสลี่ย์ บอนซี ได้บอกว่า เจ้าซีซาร์ สลัดเนี่ยแค่ถ้วยเล็กนิดเดียว ยังให้พนักงานถึง 300 – 400 แคลอรีเลยนะ แถมพ่วงมากับไขมัน 30 กรัมอีกด้วย ละเจ้าไขมันมาจากไหนล่ะ ก็มาจากน้ำสกัดที่เราใส่ไง ถ้าที่ดีเราควรทานน้ำสลัดที่เป็นน้ำใสนะ

สมูทตี้

เคยมั้ยที่อยากกินอาหารไดเอทแล้วอร่อยด้วย สมูทตี้นี่ตัวดีเลยล่ะ ถ้าเป็นสมูทตี้เปล่า ๆ เนี่ยอาจจะไม่ค่อยมีอะไร แต่ถ้ามีวิปปิ้งครีมหรือไอศกรีมขึ้นมาละก่อน บอกลาที่จะลดความอ้วนไปเลย

ชูการ์ฟรี

ปราศจากน้ำตาลน่ะดีนะ แต่ต้องดูดี ๆ ด้วยสาปราศจากน้ำตาลจริง ๆ หรือเปล่า เพราะบางทีผู้ผลิตอาจจะใส่สารให้รสหวานลงไปในอาหาร เครื่องดื่มแทน ถ้าเราทานเข้าไปก็ไม่ต่างจากเราทานขนมหวานเลยทีเดียว

นมพร่องมันเนย

นมพร่องมันเนยที่หลาย ๆ คนว่ามีไขมันน้อยกว่านมสด แต่จริง ๆ แล้ว นมพร่องมันเนยที่ว่านั้นก็มีไขมันอิ่มตัวไม่ต่างไปจากนมสดเท่าไหร่  ดังนั้นถ้าเราชอบดื่มนมสดแต่ไม่อยากที่จะได้เจ้าไขมันอิ่มตัวนี้มากเกินไป ก็ลองดื่มแบบผสมกันดู โดยเริ่มจาก นมพร่องมันเนย 2%,1% และนมไขมันต่ำตามลำดับ

มัฟฟิน

หลาย ๆ คนชอบทานมัฟฟินเป็นอาหารเช้า แต่ก็ก็ดูด้วยนะว่าแป้งที่มาทำมัฟินเป็นแป้งอะไรให้แคลอรีเท่าไหร่ ทางที่ดีควรหามัฟฟินที่บอกจำนวนแคลลอรี่ได้ หรือเป็นมัฟฟินโฮลเกรนไปเลยดีกว่า

โยเกิร์ตไขมันต่ำ

รู้หรือไม่ว่าโยเกิร์ตไขมันต่ำบางยี่ห้อเนี่ยเขาแอบเติมน้ำตาลพวกฟรักโตส ซูโครส และน้ำตาลเทียมลงไปมากกว่า 30 กรัมด้วย ซึ่งเราก็ไม่ได้มองกันทุกคนหรอก แค่เห็นว่าไขมันต่ำก็หยิบกันระนาว ขอแนะนำว่าคราวหน้าอ่านส่วนประกอบก่อนเอาเข้าตะกร้านะ

มัลติเกรน

เป็นกันหรือไม่เวลาเดินเข้าร้านสะดวกซื้อเวลาที่เราจะซื้อขนมปังแล้วจะเห็นคำว่า มัลติเกรน บนถุงขนมปัง หรืออื่นๆ ที่ทำมาจากแป้ง แล้วเราเคยพลิกมาอ่านเรื่องสารอาหารที่จะได้รับกันมั้ย ถ้าไม่ให้รีบพลิกดูเลยเพราะบางทีส่วนผสมที่ทำมานั้น อาจจะเป็นธัญพืชที่ผ่านการขัดสีแล้ว ซึ่งมันจะขาดไฟเบอร์และสารอาหารที่ดี ๆ ออกไปหมดแล้ว ดังนั้นคราวหน้าให้ลองมองหาคำว่า โฮลเกรน 100% หรือ อ่านสารอาหารที่ได้รับว่ามีไฟเบอร์หรือเปล่า

แซนด์วิชแบบคลีน สำหรับสายเฮลตี้

แซนด์วิชแบบคลีน สำหรับสายเฮลตี้

สาว ๆ เป็นกันบ่ายใช่ไหมล่ะ เวลาที่เช้า ๆ ที่เรานั้นจะต้องเร่งรีบ เตรียมตัวอะไรก็ไม่ทัน รวมไปถึงการทานอาหารเช้าด้วย ซึ่งหลายคนนั้นมักจะละเลย แต่แบบนั้นมันไม่ดีนะ เพราะอาหารเช้าเป็นสิ่งที่เราขาดไม่ได้ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่กำลังลดน้ำหนัก หรือรักสุขภาพ เพราะจะทำให้ร่างกายนั้นอ่อนแรง ดังนั้นถึงแม้ว่าชีวิตจะเร่งรีบมากแค่นั้น เราก็ต้องทานอาหารด้วย วันนี้เรามีเมนูแซนด์วิชแบบคลีนที่สามารถทำได้ง่าย ๆ และเหมาะสำหรับผู้หญิงเฮลตี้อีกด้วย ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

แซนด์วิชอกไก่

วัตถุดิบ

  • ขนมปังโฮลวีท 2 แผ่น
  • เนื้ออกไก่
  • พริกไทย
  • เกลือ
  • ผัดกาดหอมหรือผักอื่น ๆ ตามที่ชอบเช่นมะเขือเทศ

วิธีทำ

  • นำอกไก่มาสับ
  • ใส่เกลือและพริกไทยในเนื้อไก่ คลุกเคล้าให้เข้ากับ
  • นำเนื้อไก่มากดให้แบนแล้วย่างในกระทะ
  • ปิ้งขนมปังให้พร้อมเกรียม แต่ถ้าไม่ชอบปิ้งก็สามารถข้ามขั้นนี้ได้
  • นำขนมปังมาวางเป็นฐาน ตามด้วยผักกาดหอมและเนื้อไก่ย่าง และขนมปังอีกแผ่นมาปิด

แซนด์วิชทูน่า

วัตถุดิบ

  • ขนมปังโฮลวีท 2 แผ่น
  • ทูน่าในน้ำแร่หรือนำเกลือ
  • น้ำสกัลป์ไขมันต่ำหรือแบบที่ไม่มีคอเลสเตอรอล
  • ผัดกาดหอมหรือผักอื่น ๆ ตามที่ชอบเช่นมะเขือเทศ

วิธีทำ

  • นำขนมปังมาวางหนึ่งแผ่น (ถ้าชอบทานแบบปิ้งก็นำไปปิ้งก่อนได้)
  • ทาน้ำสลัดบาง ๆ
  • ตักทูน่าตามลงไป
  • ตามด้วยผักกาดหอมหรือผักอื่น ๆ ตามชอบ
  • นำขนมปังอีกแผ่นมาปิด

แซนด์วิชไข่ต้ม

วัตถุดิบ

  • ขนมปังโฮลวีท 2 แผ่น
  • ไข่ต้ม
  • น้ำสลัดไขมันต่ำหรือแบบไม่มีคอเลสเตอรอล
  • พริกไทย
  • ผัดกาดหอมหรือผักอื่น ๆ ตามที่ชอบเช่นมะเขือเทศ

วิธีทำ

  • บดไข่ต้มให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ
  • นำไปคลุกกับน้ำสลัดและพริกไทย
  • นำขนมปังมาวาง 1 แผ่น
  • ตามด้วยผักและปิดด้วยขนมปังอีกแผ่น

แซนด์วิชไข่ดาว

วัตถุดิบ

  • ขนมปังโฮลวีท 2 แผ่น
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • ผัดกาดหอมหรือผักอื่น ๆ ตามที่ชอบเช่นมะเขือเทศ

วิธีทำ

  • นำไข่ไปทอดในกระทะ ควรใช้น้ำมันให้น้อยที่สุด
  • ขำขนมปังมาวาง 1 แผ่น
  • นำไข่ดาวที่ทอดแล้ววางตามลงไป
  • ตามด้วยผักและนำขนมปังอีกแผ่นมาปิด

แซนด์วิชผลไม้

วัตถุดิบ

  • ขนมปังโฮลวีท 2 แผ่น
  • ผลไม้ตามชอบเช่น สตรอว์เบอร์รี่ กีวี่ กล้วย
  • น้ำผึ้ง

วิธีทำ

  • นำขนมปังมาวางหนึ่งแผ่น
  • วางผลไม้ลงไป
  • ราดน้ำผึ้ง
  • นำขนมปังอีกแผ่นมาปิด

แหล่งที่มา : https://sistacafe.com/

แต่งตัวให้ดูดีได้ด้วยการดึงจุดเด่นของตัวเอง

แต่งตัวให้ดูดีได้ด้วยการดึงจุดเด่นของตัวเอง

สาว ๆ เคยเป็นกันหรือป่าว ว่าทำไมเรานั้นแต่งตัวยังไงก็ไม่ดูดีสักที ซึ่งสาเหตุก็คือสาว ๆ รู้จุดเด่นในร่างกายของตัวเองยังไงล่ะ เพราะถ้าหากสาว ๆ ได้รู้จัดเด่นในร่างกายของตัวเองแล้วนั้น สาว ๆ นั้นสามารถแต่งตัวให้ดูดีได้ง่ายขึ้นมาก แต่ก่อนหน้านั้นเราจะต้องมาหาจุดเด่นหรือเอกลักษณ์ที่เป็นของเราซะก่อน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

เอวบางร่างน้อย

จุดเด่นหลัก ๆ ของผู้หญิงนั้นมีอยู่ไม่กี่อย่าง ซึ่งอย่างแรกที่เราที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นของผู้หญิงหลาย ๆ คน นั่นก็คือ เอวที่บาง ๆ ร่างเพียว ๆ นั้นแหละ คือจุดเสริมสร้างเสน่ห์ให้ผู้ชายจับจ้องมาที่เราจริง ๆ เพราะส่วนเว้าบนร่างกายจะทำให้ผู้คนสนใจนั่นเอง ซึ่งสาว ๆ ที่มีเอวสัก 23 – 24 คือเป๊ะมาก ที่สำคัญนั้นเอวจะต้องบาลานซ์กับทุกส่วนของร่างกายด้วยนะถึงจะสวย

สะโพก

ถ้าอยากแต่งตัวสวย ๆ เป๊ะ ๆ ต้องหยิบจุดเด่นของเรามาใช้ให้เป็นประโยชน์ สำหรับสาว ๆ ที่มีสะโพกผายนั้นเราเข้าใจนะว่าบางทีมันทำให้เสียเซลฟ์ไม่น้อยเลย เพราะมันดูใหญ่เกินเพื่อน ๆ แต่รู้มั้ยว่าสะโพกคือตัวชี้ความเป็นผู้หญิงได้อย่างดีเลย ยิ่งถ้ามีทั้งเอวและสะโพกที่สวยนั้น ใคร ๆ ก็ชอบทั้งนั้น ไม่แน่นะอาจจะกลายสาย ฝ. ได้แบบไม่รู้ตัวเลย

หน้าอก

สาว ๆ ส่วนใหญ่นั้นอยากที่หน้าอกหน้าใจที่ใหญ่ แต่จริง ๆ คนที่มีหน้าอกโชคดีมากเลยนะ เพราะไม่ต้องมายัดฟองน้ำเหมือนสาว ๆ ที่มีหน้าอกเล็ก เพราะคนหน้าอกเล็กนั้นจะต้องคอยหาเสื้อชั้นในดูม ๆ เพื่อให้หน้าอกใหญ่ขึ้น เพราะฉะนั้นถ้ารู้ตัวว่าตัวเองนั้นมีหน้าอกก็แต่งตัวให้เป้นประโยชน์ แต่ก็ต้องดูกาลเทศะด้วยนะ

ขาเรียวยาว

จุดเด่นอีกจุดที่สาว ๆ อยากมีกันก็คือ ขาเรียว ๆ ของคนสูงนั่นเองจ้า เพราะไม่ว่าจะแมทซ์เสื้อผ้ายังไงก็สวยเป๊ะได้หมด เพราะด้วยขาเรียว ๆ เล็ก ๆ ทำให้เสื้อผ้าหรือแต่งตัวยังไงให้ดูสูง แต่สำหรับสาว ๆ ที่ไม่สูงการถ่ายรูปนั้นก็อาจจะช่วยได้นะหรือไม่ก็ใส่กางเกงขาสั้นเพื่อให้ขาดูยาวขึ้นนั่นเอง

แขนเล็ก

สาว ๆ ที่มีแขนอันเรียวเล็กและดูเป็นมัด ๆ นิดหน่อย เหมือนสาวเฮลตี้ชอบออกกำลังกายอยู่ด้วย ใส่อะไรก็สวยไปหมด ดังนั้นสาว ๆ ก็ต้องหันมามองแขนตัวเองกันดีกว่าแขนของเราเป็นอย่างไหน ถ้าแขนเรียวแล้วก็สบายใจได้ แต่ถ้าไม่ก็ยังพอมีเวลาในการออกกำลังกายให้ต้นแขนกระชับได้นะ

ไหปลาร้า

ใครจะไปคิดว่าช่วงไหปลาร้า หรือช่วงก่อนถึงหน้าอกนั้นจะเป็นจุดที่เรียกเสน่ห์ได้เหมือนกัน เวลาที่จะแมทซ์เสื้อผ้าถ้าใครชอบใส่เสื้อปาดไหล่หรือสายเดี่ยวแล้วมีไหลปลาร้าสวย ๆ ล่ะก็จะเริ่ดมาก ว่าจะต้องเป็นคนผอมแล้วจะสวยนะ ผู้หญิงอวบก็มีไหปลาร้าสวยได้เหมือนกัน

แผ่นหลัง

การแต่งตัวเสริมเสน่ห์ด้วยการดึงจุดเด่นของตัวเองออกมาก็คือ แผ่นหลัง อันเรียบเนียนไร้ที่ติเพราะแผ่นหลังของผู้หญิงนั้นมองยังไงก็สวย ดูน่าสัมผัสมาก สาว ๆ ที่มีแผ่นหลังไร้สิว ไร้ริ้วรอยควรจะรีบโชว์ผิวออกมาได้ เพราะมีเสน่ห์ก็ต้องรู้จักโชว์นะ

เป็นอย่างไรบ้างสำหรับจัดเด่นต่าง ๆ ในร่างกายของผู้หญิง สาว ๆ ก็ลองดูนะว่าตัวเองนั้นมีจุดเด่นตรงบ้าง เวลาแต่งตัวให้คราวหน้าจะได้ออกมาดูดี ดึงดูดสายตาของหนุ่ม ๆ กัน

บอกลาห่วงยางที่เอวด้วยการออกกำลังกาย

บอกลาห่วงยางที่เอวด้วยการออกกำลังกาย

เราเชื่อว่าผู้หญิงส่วนใหญ่นั้นมีปัญหาเรื่องพุงที่ยื่นออกมา ซึ่งไม่ใช่แค่คนเจ้าเนื้อเท่านั้น แต่สาวตัวเล็กหรือสาวที่รูปร่างผอมบางก็เจอปัญหานี้ได้ โดยสาเหตุหลัก ๆ ของไขมันสะสมที่ด้านข้างเอวของเรานั้นเกิดจากการทานที่ไม่ดี ที่ทานอาหารขยะและการดื่มแอลกอฮอล์บ่อย ๆ นอกจากนี้ฮอร์โมนของผู้หญิงก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้เรามีห่วงยางได้เช่นตอนก่อนมีประจำเดือน เป็นต้น ซึ่งการบอกลาห่วงยางนั้นก็ง่ายแสนง่าย ก็คือ การออกกำลังกาย โดยในวันนี้เรามีท่าออกกำลังกายลดห่วงยางมาฝากสาว ๆ กัน ถ้าพร้อมแล้วก็มาดูกันเลย

Bicycle Crunch

ท่านี้จะช่วยลดรอบเอว และลดไขมันต้านข้างได้ดีมาก ๆ ทำเพียงแค่ 3 – 4 สัปดาห์ก็เริ่มเห็นผลแล้ว โดยให้เริ่มต้นด้วยการนอนราบไปกับพื้น เอามือรองที่หัวด้านหลัง จากนั้นทำการบริหารด้วยการสลับขางอเข่าและเหยียดตรงเหมือนกำลังปั่นจักรยานอากาศ ซึ่งขณะที่งอเข่าเข้าหาลำตัวให้บิดตัวให้ข้อศอกด้านตรงข้ามชนกันมากที่สุด ทำแบบนี้ 25 -30 ครั้งแล้วสลับเปลี่ยนข้าง

Plank Crunch

ท่านี้จะเน้นบริหารกล้ามหน้าท้องด้านข้างให้แข็งแรง โดยบางคนเรียกท่านี้ว่า Side Plank เป็นท่าที่แม้ว่าจะไม่ได้ขยับตัวมากมายแต่ทำแล้วมีหอบแน่นอน โดยนอนตะแคงแล้วตั้งศอกขนาดกับลำตัว ยืดขาออก วางขาขนานกัน แขนแนบข้างลำตัว ยืดขาออก วางขาขนานกัน แขนแนบข้างลำตัวเป็นเส้นตรง หลังจากนั้นพับข้อศอกแล้วก้มลงค้างไว้ 2 วินาทีและกลับสู่ตำแหน่งไม้กระดาน ทำครั้งละ 10 – 12 ครั้งต่อเช็ต ทำประมาณ 3 – 5 เช็ต

One Hand Toe Touch

ท่านี้จะช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินที่ท้องส่วนล่างและเอว ทำให้เรามีเอวคอดขึ้นได้ วิธีการออกกำลังกายคือให้นั่งที่พื้น แล้วยืดขาออกไปข้างหน้า หลังจากนั้นให้ก้มตัวลงไปด้านซ้าย นิ้วมือแตะที่ปลายนิ้วเท้า โดยให้แกนลำตัววางตัวเราไปกับต้นขาด้านในค้างไว้ 5 วินาที จากนั้นทำซ้ำทำอย่างน้อยข้างละ 10 ครั้ง แล้วสลับข้างหรือใครมีเวลามากกว่านั้นก็สามารถทำได้เลย สามารถทำตอนดูหนังได้ ทำเพลินแป๊ปเดียวผอม

Front Bends

ท่านี้เป็นท่าคลายกล้ามเนื้อเบา ๆ ที่ใครก็สามารถทำได้โดยการโค้งแล้วหมุนตัว จะทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องทำงานได้ดี เป็นการเบิร์นแบบง่าย ๆ เริ่มด้วยการยืนแยกขากว้างกว่าไหล่ ยืดแขนเหยียดออกไปทางด้านข้าง หายใจเข้าและงอร่างกายไปข้างหน้า ใช้นิ้วมือขวาแตะบนนิ้วเท้าซ้ายค้างไว้สัก 5 วินาที แล้วกลับมาอยู่ตำแหน่งเดิม ทำซ้ำอย่างน้อย 10 ครั้ง ทั้งหมด 3 ชุด

Side Squats

ท่านี้ก็คือเอามาจาก Squats นั่นล่ะ เป็นการฟิตส่วนต้นขาและเอว โดยเริ่มจากวางเท้าให้ห่างกันประมาณ 2 ช่วงแขน ปลายเท้าชี้ไปข้างหน้า มือทั้ง 2 ข้างประสานไว้ที่อก จากนั้นทิ้งน้ำหนักตัวไปทางขาฝั่งซ้าย โดยให้ทำท่าเหมือนสควอท หลังจากนั้นให้ดันตัวขึ้นมาโดยใช้แรงจากเท้าของขาข้างซ้าย นับเป็น 1 ครั้งแล้วให้ทำสลับกันกับข้างขวาให้ครบ 15 ครั้ง บอกเลยว่าท่านี้ช่วยเผาผลาญไขมันทั้งเอวทั้งขาเลย

7 คำที่ห้ามพูดถ้าอยากผอม

7 คำที่ห้ามพูดถ้าอยากผอม

สาว ๆ เคยรู้สึกกันหรือไม่ว่าเวลาที่เรานั้นจะทำการไดเอตหรือลดความอ้วนนั้น เรามักจะทำกันไม่ค่อยยได้ตามที่เราคาดหวังกันเอาไว้ เพราะอะไรรู้ไหม ? เพราะว่าในช่วงที่เราลดน้ำหนักกันนั้นเรามักจะมีคำพูดบางอย่างที่พูดออกมาแล้วทำให้เราน้ำหนักขึ้นมาได้ สาว ๆ อย่างรู้กันแล้วใช่หรือไม่ว่าคำพูดเหล่านั้นคืออะไร พูดแล้วน้ำหนักขึ้นจริงเหรอ ดังนั้นเราไปดูกันกับ 7 คำที่ห้ามพูดถ้าอยากผอม ถ้าพร้อมแล้วตามไปส่องกันเลย

ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ค่อยลด

เป็นคำพูดยอดฮิตในหมู่สาว ๆ ลดน้ำหนักเลยก็ว่าได้ เพราะเมื่อเราเจออาหารที่น่าทานหรืออยากทานอาหารที่มันจะเพิ่มน้ำหนักของตัวเองขึ้นมา คำพูดนี้จะเป็นประโยคแรกที่พูดขึ้นมาเลย ซึ่งสาว ๆ จะต้องเปลี่ยนตัวเองอย่างด่วน เพราะการผัดวันประกันพรุ่ง ชอบหาข้ออ้างมาถ่วงเวลาอยู่ตลอดแบบนี้ มันเหมือนกับการฉุดรั้งตัวเองเอาไว้ไม่ให้เริ่มลงมือทำอะไรแบบจริงจังสักที

วันนี้เราเหนื่อยมาก

สาว ๆ หลายคนนั้นเมื่อจะต้องลดน้ำหนักอย่างจริงจังแล้วนั้น ก็จะการเข้าโหมดคนเศร้าทันที และก็จะบ่นว่าวันนี้เรียนบ้าง ทำงานเยอะบ้าง ใช้สมองเยอะบ้าง ใช้ร่างกายเยอะบ้าง จนทำให้ประโยค วันนี้เราเหนื่อยมาก กลายเป็นประโยคที่เอาไว้อ้างเพื่อจะได้ไม่ต้องออกกำลังกาย ซึ่งพอไม่ออกกำลังกาย น้ำหนักก็จะขึ้น แล้วก็มาเครียดอีก ดังนั้นก็ออกลังกายสักที อาจจะไม่ต้องออกเต็มที่เท่าวันที่ไม่เหนื่อย แต่ก็ยังถือว่าได้ออกกำลังกายนะ

ร่างกายต้องการน้ำตาล

ความหวานในใจฉันนั้นมันต่ำไป สาว ๆ เคยเป็นไหมเอ่ย เวลาที่ร่างกายของเรานั้นเหนื่อยล้าจากเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องเรียน เรื่องงาน ก็จะเรียกหาของหวานหรือเครื่องดื่มที่ทำน้ำตาลสูง ด้วยประโยคที่ว่า ร่างกายต้องการน้ำตาล ทำให้ตบะแตกและรีบวิ่งไปซื้อชานมไข่มุกมาดูดให้ชื่นใจ ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาหรือแนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ แทนนะ หรือไม่สั่งเครื่องดื่มเป็นพวกหวานน้อยแทนก็โอเค

แค่คำเดียว ไม่อ้วนหรอกน่า

แค่คำเดียวเอง ไม่อ้วนหรอก สาว ๆ รู้หรือไม่ว่าประโยคนี้เป็นสาเหตุหลัก ๆ เลยที่ทำให้สาว ๆ ลดน้ำหนักไม่ได้ เพราะเมื่อทานคำแรกเข้าไปแล้วมันอร่อย รสชาติที่เฝ้าหามานาน มันก็จะมีคำที่สอง สาม สี่ ต่อไปเรื่อย ๆ จนอิ่ม และสิ่งที่ตามมาก็คือ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเหมือนไม่เคยลดน้ำหนักมาก่อน เพราะฉะนั้นทางที่ก็คอทานอาหารให้ครบทุกมื้อไม่ทำตัวเองหิว

เดี๋ยวค่อยใช้กรรมวันหลัง

ใช้กรรมในที่นี้ไม่ได้หมายถึงทำบุญนะ แต่หมายถึงการออกกำลังกายต่างหาก ซึ่งสาว ๆ หลายคนนั้นเป็นกันบ่อยก็คือลดไปแล้วสักพักนึงแต่อยากทานอาหารนี้แล้วค่อยไปลดเพิ่ม 2 เท่าให้เบิร์นที่ทานออกให้หมด พูดน่ะง่าย แต่ตอนทำนี้สิ เพราะมันจะต้องออกกำลังกายหนักขึ้น แถทมยังใช้เวลานานกว่าเดิมอีกด้วย เพราะฉะนั้นอย่าตามใจปากมากเกินไปนะ

ค่าอาหารมันแพง ทานไม่หมดเสียดายแย่

สาว ๆ คนไหนเป็นแบบนี้มั้งเอ่ย เวลาที่เราไปทานอาหารอย่างพวกปิ้งย่างหรือชาบูเนี่ย จะเป็นคนที่ขี้เหนียวขึ้นมา แบบทานทั้งทีต้องทานให้คุ้ม เพราะว่าค่ามันอาหารมันแพง ทานไม่หมดแล้วเสียดาย แต่พอเป็นสลัดกลับกินทิ้งกินขว้าง ทำให้ไม่เอานิสัยกินให้คุ้มมาทานอาหารที่อย่างสกัดล่ะ แต่ทางที่ดีนั้นการทานแค่พออิ่มนั้นดีที่สุดแล้ว

ลดความอ้วนมันยากไป ทำไม่ให้หรอก

เป็นประโยคที่ห้ามพูดอย่างเด็ดขาดเลยนะ เพราะขนาดยังมี่เริ่มเลย สาว ๆ ยังปั่นทอนจิตใจ ยังยอมแพ้ขนาดนี้เลย จะแล้วแรงที่ไหนไปลดน้ำหนักได้ล่ะ ถึงการลดน้ำหนักนั้นจะเป็นเรื่องยากแต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะทำไม่ได้ ถ้ามีความพยายามมากพอ ทางที่ดีนั้นต้องคอยให้กำลังใจตัวเอง บอกตัวเองว่าชั้นทำได้ แล้วค่อย ๆ มองหาวิธีไอเดตที่เหมาะกับตัวเองดู

สูตรดีท็อกซ์ลำไส้ เพื่อหุ่นเพรียวพุงแบน

สูตรดีท็อกซ์ลำไส้ เพื่อหุ่นเพรียวพุงแบน

ไม่อยากออกกำลังกาย แต่อยากให้พุงยุบ สูตรดีท็อกซ์ลำไส้ เชื่อได้เลยว่าสาว ๆ หลายคนชอบเป็นแบบนี้ ถ้าจะทำยังไงล่ะให้พุงนั้นยุบ แบนลงแบบไม่ต้องออกำลังกาย เพราะฉะนั้นเรามาดีท็อกซ์กันดีว่าอย่างน้อย ๆ ก็ขับพวกของเสียออกมาบ้างก็ยังดี ซึ่งวันนี้เราหยิบสูตรดีท็อกซ์มาแชร์ให้สาว ๆ รู้กันโดยสามารถทำเองได้ง่ายเพียง 7 วันพุงยุบอย่างแน่นอน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

โยเกิร์ต / นมสด / น้ำผึ้ง / มะนาว

สำหรับสาว ๆ ที่อยากขับถ่ายดี ๆ ขอแนะนำสูตรนี้เลย เพราะสูตรนี้จะช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายและลำไส้ให้ทำงานได้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยล้างสิ่งตกค้างต่าง ๆ ในลำไส้อย่างเป็นธรรมชาติ

วิธีทำ : นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย นมสดจืด 1 กล่อง น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา และมะนาวครึ่งลูก ผสมให้เข้ากันและดื่มทันที ที่สำคัญควรดื่นในช่วงก่อนเวลา 6 – 7 โมงเช้าจะดีที่สุด

น้ำอุ่น / มะนาว

เป็นสูตรที่เห็นผลลัพธ์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ หากได้ลองดื่มทุกวัน จะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในอาทิตย์แรก ซึ่งนอกจากจะทำให้ร่างกายสดชื่น สดใสไปตลอดทั้งวัน ยังช่วยล้างสารพิษและสิ่งที่ตกค้างอยู่ในร่างกาย ช่วยทำให้ระบบทางเดินปัสสาวะทำงานดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดริ้วรอย สิว แก้ปัญหาผิวมัน ทำให้ผิวเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล สุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก

วิธีทำ : ผ่ามะนาวครึ่งลูกตามแนวนอน แล้วบีบมะนาวน้ำอุ่น คนให้เข้ากันแล้วดื่มทันที โดยดื่มเป็นอย่างแรกหลังตื่นนอน

ใบโหระพา / สตรอว์เบอ์รี่ / แตงกวา

สำหรับสาว ๆ ที่อยากมีหุ่นเป๊ะ หน้าท้องแบนราบ บอกเลยว่าสูตรนี้ช่วยคุณได้ เพราะโหระพามีสรรพคุณช่วยขับไขมันในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แตงกวาช่วยให้รู้สึกสดชื่น ส่วนสตรอว์เบอร์รี่ยังช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหารให้ดีขึ้นอีกด้วย

ส่วนผสม : น้ำ / โหระพาสับหยาบ 3 ใบ / สตรอว์เบอร์รี่ 1 ลูก / แตงกวาสไลซ์ 3 – 5 ชิ้น / น้ำแข็ง

วิธีทำ : เพียงแค่นำเอาส่วนผสมที่เตรียมไว้ทั้งหมดมาใส่รวมกันในโหลแก้ว แล้วหมักทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีจากนั้นก็ดื่มได้เลย

เม็ดแมงลัก / น้ำอุ่น

ถึงอาจจะดูไม่ค่อยน่าดื่มเท่าไหร่นักแต่ประโยชน์ดีมากเลยนะ โดยเม็ดแมงลักนั้นจะช่วยขับคอเลสเตอรอลไม่ดีออกจากร่างกาย ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจด้วย ยิ่งถ้าดื่มก่อนทานอาหารจะช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องและสามารถควบคุมปริมาณอาหารที่รับประทานได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้นอีกต่างหาก

ส่วนผสม : เม็ดแมงลัก 2 ช้อนชา / น้ำอุ่น 1 แก้ว

วิธีทำ : เริ่มจากการล้างเม็ดแมงลักผ่านตะแกรงให้สะอาดก่อน จากนั้นแช่เม็ดแมงลักในน้ำอุ่นประมาณ 30 นาทีให้พองเต็มที่ แล้วค่อยนำมาดื่ม โดยดื่มก่อนนอนสัก 1 – 2 ชั่วโมง ดื่มได้ทุกวันหรืออาทิตยืละ 3 – 4 วันก็ได้

ส้ม / ทับทิม

ทับทิมนั้นอุดมไปด้วยแร่ธาตุสำคัญต่อร่างกายมากมายเลยทีเดียว นอกจากนี้เมล็ดทับทิมยังมีกรดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งเป็นธาตุสำคัญที่ร่างกายต้องการอีกด้วย ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ส่วนส้มนั้นเป็นผลไม้ที่มีกากใยสูง จึงช่วยในเรื่องของการขับถ่ายได้ดีและยังช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกายของเราด้วย ทั้งยังช่วยให้ผิวของเราแลดูสดใสไม่แห้งกร้านอีก

ส่วนผสม : ส้มเขียวหวาน 3 ลูก ทับทิมแกะเอาแต่เมล็ด 1 ลูก

วิธีทำแรก : ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในเครื่องสกัดน้ำผลไม้ เสร็จแล้วรินน้ำที่ได้ใส่แก้วพร้อมดื่มได้เลย

วิธีทำสอง : นำเนื้อส้มและทับทิมใส่ลงไปในน้ำหรือโซดา แล้วแช่เย็นไว้สัก 10 – 15 นาที แล้วน้ำมาดื่ม