vitamin

ป้องกันผมขาดร่วงด้วยวิตามิน

ป้องกันผมขาดร่วงด้วยวิตามิน

สาว ๆ คนไหนมีปัญหาผมบาง ผมขาดร่วงบ้าง ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่กวนใจหลาย ๆ คน โดยสาว ๆ หลายคนก็หาทางแก้กันยกใหญ่ แต่ก็จะมีสาว ๆ บางคนที่ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหานี้ยังไง เพราะฉะนั้นในวันนี้เราก็มีอีกหนึ่งวิธีป้องกันผมร่วงมาฝากกัน นั้นก็คือวิตามินรักษาผมร่วง ป้องกันผมบาง แถมยังทำให้ผมยาวไวแบบสุขภาพดีอีกด้วยนะ ถ้าพร้อมก็ไปดูกันเลย

Fish Oil

น้ำมันปลา นั้นเป็นวิตามินที่มีประโยชน์ในหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งประกอบด้วยไปด้วยกรดไขมันต่าง ๆ อย่างโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ซึ่งน้ำมันปลามีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเส้นผม ช่วยให้เส้นผม เล็บและผิวมีสุขภาพดี แล้วยังช่วยลดการอักเสบของหนังศีรษะ และยังสามารถช่วยป้องกันผมร่วงได้

Zinc

Zinc หรือ สังกะสี เป็นตัวช่วยควบคุมกระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายให้สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสังกะสี จะเข้าไปช่วยรักษาอาการผมร่วง มีการศึกษาว่าในกลุ่มคนที่มีอาการผมร่วงเกิดจากขาดสังกะสีในร่างกายและยังสามารถฟื้นฟูเส้นผมให้มีสุขภาพแข็งแรงขึ้นอีกด้วย นอกจากนั้นยังสามารถฟื้นฟูเส้นผมให้มีสุขภาพแข็งแรงขั้นอีกด้วย

B-Complex Vitamin

วิตามินบีรวม จริง ๆ แล้วจะช่วยในการทำงานของการผลิตและควบคุมพลังงานในร่างกายและสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ส่วนในเรื่องของการบำรุงผมในวิตามินบีรวม มีไบโอตินและกรดแพนโทธีนิก (วิตามินบี 5) ที่มีส่วนในการบำรุงเส้นผมที่เสียจากเกิดใช้ความร้อนอย่างการหนีบผม ยืด และเป่าผม

Vitamin C

เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ผิวพรรณของจะเหี่ยวลง รวมไปถึงเส้นผมด้วยก็จะเริ่มขาด หลุดร่วงเนื่องจากเซลล์ที่ผลิตขึ้นในร่างกายลดลง ซึ่งวิตามินซีที่คนส่วนใหญ่ทานเพื่อให้ผิวพรรณกลับมาเต่งตึง กระชับอีกก็สามารถช่วยปัญหาผมได้เช่นกัน โดยจะช่วยให้ผมแข็งแรงขึ้น ไม่ขาดง่าย หลุดร่วงง่าย แถมยังเป็นวิตามินที่สามารถหาทานได้ง่าย ๆ อีกด้วย

Iron

ธาตุเหล็ก เป็นวิตามินที่มีความสำคัญกับทุก ๆ คนอย่างมาก เนื่องจากมีความจำเป็นในการสร้างเม็ดเลือดแดง ยิ่งผู้หญิงที่มีเป็นประจำเดือนจะทำให้สูญเสียธาตุเหล็กมากกว่าผู้ชาย ส่วนในเรื่องของเส้นผม ถ้าร่างกายของเราดูดซึมธาตุเหล็กไม่เพียงพอ ส่งผลทำให้ผมร่วงได้

Vitamin D

วิตามินดี คนส่วนใหญ่นั้นจะรู้แค่ว่าช่วยในเรื่องการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส แต่จริง ๆ แล้ววิตามินยังประโยชน์มากกว่านั้น เพราะการขาดวิตามินดีมีส่วนทำให้ผมร่วงได้ เพราะฉะนั้นจะต้องได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอ เพื่อป้องกันปัญหาผมขาดร่วง

เลือกโรงงานอาหารเสริม ยังไง ให้ธุรกิจรวยเป็นล้าน!!

เลือกโรงงานอาหารเสริม ให้ธุรกิจรวยเป็นล้าน!!

เลือกโรงงานอาหารเสริม ให้ธุรกิจรวยเป็นล้าน!!

ในปัจจุบันนั้นตลาดของความสวยความงามนั้นได้มีการขยายออกอย่างกว้างขวางกว่าเมื่อก่อน เพราะการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบันที่ค่อนข้างเร่งรีบมากขึ้น ทำให้ผู้คนมากมายต้องการอะไรที่มันสะดวกและเร็วมากขึ้น รวมไปถึงความสวยความงามที่อยากจะมีผิวที่ขาว น้ำหนักที่ลดลง รูปร่างที่ผอมเพรียวในระยะเวลาที่สั้น ทำให้ธุรกิจอาหารเสริมนั้นเป็นทางเลือกที่ผู้คนส่วนใหญ่หันมาใช้บริโภค จนกลายเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และสามารถสร้างรายได้ให้กับเจ้าของแบรนด์ได้อย่างมากมายมหาศาล จนมีโรงงานรับผลิตอาหารเสริมเกิดขึ้นมามากมายเพื่อตอบสนองความต้องของเจ้าของแบรนด์ในปัจจุบัน

เลือกโรงงานอาหารเสริม ยังไง ให้ธุรกิจรวยเป็นล้าน!!

จากความนิยมที่มีอย่างแพร่หลายของอาหารเสริมนั้น ทำให้มีผู้คนจำนวนไม่น้อยเลยที่เริ่มสนใจอยากเป็นเจ้าของแบรนด์อาหารเสริม เพราะในสถานการณ์ปัจจุบันการตลาดของอาหารเสริมเจริญเติบโตไปอย่างรวดเร็ว มีอาหารเสริมเพิ่มมากขึ้น มีโรงงานอาหารเสริมรองรับการผลิตเพิ่มมากขึ้น แต่การที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้กำไรมากมายนั้นการเลือกโรงงานผลิตอาหารเสริมเป็นปัจจัยที่สำคัญมากในการเริ่มต้นธุรกิจ เพราะในปัจจุบันนั้นมีโรงงานอาหารเสริมเกิดขึ้นมากมาย มีทั้งที่โรงงานที่มีคุณภาพและก็มีโรงงานที่ไม่มีคุณภาพปะปนกันไป อยู่ที่ตัวเจ้าของแบรนด์เป็นคนเลือกโรงงานแล้วอาหารเสริมนั้นก็จะออกมาตามโรงงานที่เจ้าของแบรนด์เลือก ซึ่งคุณภาพสินค้าก็จะส่งผลไปถึงยอดขายด้วย ดังนั้นในวันนี้เราจะพาไปดูว่าเลือกโรงงานอาหารเสริมยังไง ให้ธุรกิจของเรานั้นรวยเป็นล้าน จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

โรงงานรับผลิตอาหารเสริม ที่มีคุณภาพ

คุณภาพของสินค้านั้นเป็นสิ่งแรกที่เราควรจะดูก่อน ศึกษาก่อน เพราะคุณภาพของสินค้านั้นสามารถบ่งบอกไปถึงคุณภาพของกระบวนการผลิต กระบวนการของรับผลิตอาหารเสริม โดยอาจจะเริ่มจากการลองทานอาหารเสริมของแบรนด์ที่มีคุณภาพ พอใช้แล้วได้ผลตรงความต้องการของเราจากนั้นเราก็มาดูว่าอาหารเสริมยี่ห้อที่เราสนใจนั้นผลิตมาจากโรงงานไหน

มาตรฐานการผลิต

เมื่อเราได้โรงงานที่เราสนใจแล้ว เราก็จะต้องศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับโรงงานอย่างละเอียดและรอบคอบมาก โดยโรงงานอาหารเสริมที่ได้คุณภาพนั้นจะต้องมี Certificate of Manufacturer จากองค์กรอาหารและยา หรืออย. ยิ่งถ้าหากผ่านมาตรฐานในการผลิตต่าง ๆ เช่น GMP HACCP HALAL ISO ก็จะยิ่งทำให้มั่นใจได้ว่าโรงงานแห่งนั้นได้รับมาตรฐานต่าง ๆ ยืนยัน อาหารเสริมที่ผลิตออกมามีคุณภาพอย่างแน่นอน

มีบริการครบจบในที่เดียว

บริการครบจบในที่เดียว หรือที่รู้จักกันในชื่อของบริการ One – Stop Service แค่ชื่อก็บอกแล้วว่าครบจบในที่เดียว โรงงานที่มีบริการนี้นั้นจะสามารถช่วยเหลือเราที่เป็นเจ้าของแบรนด์มือใหม่ได้ในทุกขั้น ไม่ว่าจะเป็น การคิด Concept คิดค้นสูตร ออกแบบบรรจุภัณฑ์ รวมไปถึงรับจดแจ้งเลขอย. ด้วย เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปที่นั่นที่นี่ให้เสียเวลา

ความน่าเชื่อถือ

แน่นอนว่าถึงโรงงานจะดังแค่ไหน ก็ไม่สามารถไม่วางใจได้ เพราะฉะนั้นอย่าเชื่อคำพูดบนเว็บไซต์เพียงเท่านั้น ให้ลองศึกษาการผลิตของโรงงานดูด้วย หรือจะเข้าไปพูดคุย ปรึกษากับทางบริษัทก่อน ที่สำคัญโรงงานต้องมีตัวตนอยู่จริง เราสามารถเข้าไปเยี่ยมชมโรงงาน ชมกระบวนการผลิตต่าง ๆ เพื่อให้โรงงานมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

ราคา

เรื่องราคานั้นเป็นอีกหนึ่งสำคัญที่เราจะต้องนึกถึง แน่นอนว่าถ้าอยากได้กำไรที่สูง ต้นทุนในการผลิตนั้นก็จะต้องไม่สูงมาก แต่สินค้านั้นมีคุณภาพด้วย โดยแต่ละโรงงานนั้นมีการกำหนดขั้นต่ำของการงทุนไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องพิจารณาเงินลงให้เพียงพอและคุ้มค่าให้การผลิต เมื่อผลิตออกมามีคุณภาพทำให้เรามียอดกำไรกลับมาอย่างมากมายแน่นอน

ผู้หญิงในแต่ละวัย ควรกินวิตามินอะไร

ควรกินวิตามินอะไร ในแต่ละช่วงวัย?

ควรกินวิตามินอะไร ในแต่ละช่วงวัย?

สุขภาพของคนเรานั้นเป็นสิ่งคำคัญ ต้องเอาใจใส่ดูแลอยู่เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ช่วงอายุใดก็ตาม แต่บางครั้งการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียวอาจได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน วิตามินและอาหารเสริมจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สาว ๆ หันมาสนใจบริโภค ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอยู่มากมายหลายยี่ห้อ ซึ่งก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันและความต้องการวิตามินในแต่ละช่วงอายุก็ยังมีความต้องการที่ไม่เท่ากันอีก ดังนั้นสาว ๆ จึงควรเลือกวิตามินให้เหมาะกับตัวเองและช่วงวัยด้วย ซึ่งจะมีวิธีเลือกยังไงบ้างไปดูกันเลย

ผู้หญิงในแต่ละวัย ควรกินวิตามินอะไร

ผู้หญิงวัย 10 – 19

เป็นช่วงวัยที่กำลังเจริญเติบโต และย่างเข้าสู่วัยรุ่นอย่างเต็มตัว จึงมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกาย สติปัญญา และสังคม อันที่จริงๆแล้ว วัยนี้อาจจะยังไม่จำเป็นต้องเพิ่มอาหารเสริมอะไรมาก แค่การรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการให้ครบทั้ง 5 หมู่ ก็เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว แต่สำหรับบางคนอาจพบโรคขาดสารอาหาร ตัวเหลือง ร่างกายอ่อนแอ และป่วยไข้ง่าย ควรเสริมด้วยวิตามินและแร่ธาตุ เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินดี วิตามินอี และ สังกะสี (Zinc) เป็นต้น

ผู้หญิงวัย 20 – 29

เป็นวัยที่ต้องเผชิญกับสิ่งต่างๆ มากมายรอบตัว บางคนต้องเรียน บางคนก็ทำงาน ถือเป็นช่วงวัยที่กำลังไฟแรง พร้อมเผชิญโลกอย่างเต็มที่ บางช่วงเวลาอาจมีการหักโหมบ้าง ไม่ว่าจะเป็นช่วงสอบ ทำโปรเจกต์จบ เคลียร์งาน เป็นต้น จนทำให้บางครั้งอาจพักผ่อน และดูแลตัวเองได้ไม่เพียงพอ รู้สึกเหนื่อยอ่อนเพลีย ผิวพรรณดูไม่สดใส เราสามารถเตรียมพร้อมในการรับมือกับงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วยวิตามินเสริมจำพวก วิตามินซี และ เกรพซีด (Grape Seed) เพื่อช่วยเสริมให้ร่างกายแข็งแรง ส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ผู้หญิงวัย 30 – 39

เป็นวัยผู้ใหญ่เต็มตัว มีความทุ่มเทกับการทำงานอย่างมุ่งมั่น เพื่อสร้างอนาคต และเอาชนะเป้าหมายที่ตัวเองคิดฝันไว้ ทำให้สมองและร่างกายอาจจะเหนื่อยล้า ดั้งนั้น วิตามินก็ถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อคนวัยนี้ เพื่อนำไปใช้ในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เช่น วิตามินบีรวม เช่น บี 1, บี 2, บี 3, บี 9 และ บี 12 เป็นต้น

ผู้หญิงวัย 40 – 49

เป็นวัยจะเริ่มมีภาวะขาดฮอร์โมนเพศหญิง หรือช่วงวัยที่ใกล้หมดประจำเดือน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสมอง รวมถึงด้านจิตใจและอารมณ์  มักมีอารมณ์แปรปรวนขึ้นๆ ลงๆ อาการซึมเศร้า และหงุดหงิดง่าย เมื่อเข้าสู่วัยทอง ระบบการทำงานของร่างกายจะไม่แข็งแรงเหมือนตอนสาวๆ ผิวขาดความชุ่มชื้น หย่อนคล้อยตามกาลเวลา จึงต้องมีการดูแลตัวเองเพิ่มมากขึ้นเป็นพิเศษ ควรเสริมด้วยวิตามินหรืออาหารเสริมที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ก่อนวัย บำรุงการทำงานของสมอง

ผู้หญิงวัย 50 ปีขึ้นไป

เมื่ออายุเราเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ สุขภาพร่างกายก็ยิ่งอ่อนแอ เจ็บไข้ได้ป่วยง่ายขึ้น ผู้หญิงในวัยนี้มักประสบปัญหาความดันโลหิตสูง มีไขมันในเลือด และส่วนใหญ่เมื่อไปตรวจสุขภาพจะพบว่ามีไขมันไตรกลีเซอไรด์ ที่สูงกว่าระดับปกติมาก เนื่องจากกินอาหารที่ไม่ถูกสัดส่วน หรือได้รับพลังงานหรือแคลอรี่มากเกินไป ควรเสริมด้วย วิตามินและอาหารเสริมที่มี โอเมก้า 3 เพื่อช่วยควบคุมระดับไตรกลีเซอไรด์ เช่น ฟิช ออยล์ (Fish Oil) และ แคลเซียม (Calcium)

ไม่ว่าเราจะอยู่ในช่วงวัยอายุใด การดูแลสุขภาพนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญ เมื่ออายุมากขึ้นก็ต้องยิ่งใส่ใจการดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ในแต่ละช่วงวัยต่างมีสุขภาพร่างกายที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละคนด้วย ฉะนั้นเราก็ควรจะเลือกวิตามินให้เหมาะกับตัวเองเพื่อช่วยบำรุงรักษาสุขภาพอีกทางหนึ่งนอกจากออกกำลังกายหรือทานอาหารที่มีประโยชน์ คนวัยสาวและผู้สูงวัยก็อย่าละเลยที่จะดูแลตัวเอง รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอนะ

อาหารเสริม-5-อันดับ-ที่นิยมทานมากที่สุด

อาหารเสริม 5 อันดับ ที่นิยมทานมากที่สุด

อาหารเสริม 5 อันดับ ที่นิยมทานมากที่สุด

                ในการใช้ชีวิตประจำวันนนั้นอาจทำให้ร่างกายเสื่อมลง สาเหตุก็จะมาจากการทำงานหนัก ไม่ออกกำลังกาย หรือว่าปาร์ตี้หนักเกินไป แม้กระทั้งมีโรคต่างๆ รุมเร้า โดยสาเหตุเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ  ในเมื่อสุขภาพกายไม่แข็งแรงแล้วก็ยังส่งผลต่อสีหน้า อารมณ์ และผิวพรรณด้วย ซึ่งคนในปัจจุบันก็ต้องมีกรปรับตัวในการใช้ชีวิต เพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง โดยการเริ่มจากดูแลสุขภาพด้วยการทานอาหารเสริม

อาหารเสริม-5-อันดับ-ที่นิยมทานมากที่สุด

  1. Vitamin C อาหารเสริมผิวขาว

อาหารเสริมจากธรรมชาติ ได้แก่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ อะเซโรลาเชอรี่ ฝรั่ง สับปะรด แคนตาลูป น้ำมะนาว และผลไม้รสเปรี้ยวทุกชนิด ผักโขม ผักใบเขียว ดอกกะหล่ำ บล็อกโคลี่ มันฝรั่ง มะเขือเทศ พริกหวาน เป็นต้น วิตามินซีนั้นสามารถช่วยปรับภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ดีขึ้น สร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายได้ดี ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย กระตุ้นการไหลเวียนเลือด จึงช่วยลดอัตราการเกิดโรคหัวใจ และยังช่วยทำให้ผิวขาวขึ้นแบบธรรมชาติ

 

  1. ธาตุเหล็ก อาหารเสริมบำรุงร่างกาย

อาหารจากธรรมชาติที่มีธาตุเหล็ก ได้แก่ ตับ เนื้อสัตว์ ผักใบเขียวเข้ม เช่นผักโขม คะน้า ใบแมงลัก ใบกะเพราะ ถั่วฝักยาว เห็ดฟาง ยอดกระถิน ฟักทอง แครอท มะเขือเทศ ซีเรียล ข้าวโอ๊ต ถั่วแดง ถั่วดำ ขมิ้น เป็นต้น โดยที่ธาตุสามารถช่วยป้องกันและรักษาโรคโลหิตจาง สร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย ป้องกันอาการร่างกายอ่อนเพลีย

 

  1. คอลลาเจน อาหารเสริมบำรุงผิว

โดนจะพบคอลลาเจนในปลาทะเลน้ำลึก กระดูกอ่อน กรดไขมัน ไข่ขาว โอเมก้า น้ำมะพร้าว ผลไม้สีแดงสด ลูกพรุน ถั่วเหลือง ถั่วฝัก ผักใบเขียว แตงกวา มะกอก เป็นต้น ซึ่งคอลลาเจนส่วนใหญ่มีสารสกัดจากปลาทะเลน้ำลึก ซึ่งช่วยยับยั้งการเกิดริ้วรอย ลดอาการของโรคข้อต่ออักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ช่วยบำรุงผิวพรรณเนียนใส ชุ่มชื้น เพราะช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำไปหล่อเลี้ยงใต้ผิวหนัง ซึ่งชนิดของคอลลาเจนมีทั้งน้ำ แบบผงชงดื่ม และแบบเม็ดอาหารเสริม

 

  1. น้ำมันตับปลา อาหารเสริมบำรุงกระดูก

น้ำมันตับปลามีส่วนประกอบที่สำคัญคือ วิตามินดี ที่ช่วยให้การทำงานของธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัสทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น จึงสามารถช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง และวิตามินเอ ยังช่วยลดการเจ็บป่วยของร่างกายหายไวขึ้น เด็กและผู้ใหญ่หลายๆคน จึงนิยมรับประทานกันทั้งแบบน้ำกลิ่นส้มของเด็ก และแบบแคปซูลแบบเม็ดสำหรับผู้ใหญ่

 

  1. แคลเซียม

                แคลเซียม เป็นสารอาหารประเภทเกลือแร่หรือแร่ธาตุ ที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย และเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการในปริมาณค่อนข้างสูง เนื่องจากว่าเป็นสารอาหารที่สำคัญของร่างกายโดยเฉพาะกระดูกและฟัน ซึ่งแคลเซียมสามารถช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน กระดูกบาง ช่วยป้องกันฟันผุ ช่วยเสริมสร้างการทำงานของร่างกายให้มีประสิทธิภาพ เป็นต้น แคลเซียมพบในอาจำพวก นม เนย ไข่ ปลาตัวเล็ก กุ้งฝอย ปู หอย ผักใบเขียวต่างๆ เช่น คะน้า ผักโขม บรอกโคลี เป็นต้น

ทำความรู้จักกับชนิดของวิตามินซี

วิตามินซี มาทำความรู้จักเค้ากัน

วิตามินซี มาทำความรู้จักเค้ากัน

เมื่อพูดถึงวิตามินซี เราเชื่อว่าทุกคนล้วนรู้จักและรู้ถึงประโยชน์มากมายของวิตามินซี โดยเฉพาะการเพิ่มภูมิต้านทานและป้องกันโรคหวัด และช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้ใบหน้าและผิวพรรณ แต่ทุกปัญหาสุขภาพจะทานวิตามินซีในปริมาณเดียวกันหรือว่ารูปแบบเดียวกันหมด การทานวิตามินซีก็มีวิธีการทานที่ถูกต้องและความเหมาะสมของร่างกายแต่ละคน

ทำความรู้จักกับชนิดของวิตามินซี

ทำความรู้จักกับชนิดของวิตามินซี

ควรทานในปริมาณวิตามินซีเท่าไร

ถ้าหากใครต้องการชะลอวัยควรทานวิตามินซีวันละ 1000 มิลลิกรัม/วัน ที่ช่วยสร้างภูมิต้านทานร่างกายและบำรุงผิวพรรณ แต่ใครที่ต้องการป้องกันโรคหวัดและภูมิแพ้ ควรทางวิตามินซีวันละ 2000 มิลลิกรัมหรือมากว่านั้น นั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน ซึ่งถ้าอยากรู้ปริมาณที่แน่ชัดก็ควรที่จะไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยญชาญ

ข้อควรระวัง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานวิตามินซีในปริมาณที่สูง

 

รู้จักรูปแบบต่างๆ ของวิตามินซี

                – แบบอัดเม็ด

                วิตามินซีในรูปแบบนี้โดยทั่วไปแล้วจะมีปริมาณตั้งแต่ 25-1000 มิลลิกรัม แต่ขนาดที่นิยมทั่วไปคือ 500 และ 1000 มิลลิกรัม ซึ่งหากเป็นไปได้ควรเลือกทานที่ระบุว่าเป็น Buffered, Sustained release หรือ Slow release เพราะในตัววิตามินซีจะค่อยๆ ปล่อยจากเม็ดยาช้าๆ ทำให้วิตามินซีออกฤิทธิ์ได้นานมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร แต่ระดับวิตามินซีในกระแสเลือดที่ได้รับไม่ต่างจากรูปแบบเม็ดทั่วไปที่ปล่อยวิตามินซีแบบทันที

– แบบเม็ดอม

                วิตามินซีในรูปแบบเม็ดอมจะมีปริมาณตั้งแต่ 25-500 มิลลิกรัม ซึ่งจะเหมาะกับผู้ที่ไม่ชอบกลืนเป็นเม็ด แต่ควรจะรู้อยู่เสมอว่า การที่อมวิตามินแบบเม็ดบ่อยๆ จะมีกรดออกมาจะทำให้เคลือบฟันบางจนฟันกร่อนได้

– แบบเม็ดเคี้ยว

                วิตามินซีในรูปแบบเม็ดเคี้ยวโดยปกติจะมีปริมาณ 30 มิลลิกรัม ซึ่งจะเหมาะกับเด็ก แต่ก็ต้องระวัง ด้วยน้ำตาลที่มีปริมาณสูงอาจจะส่งผลให้เกิดฟันผุได้ เมื่อรับประทานเป็นประจำ

– แบบเม็ดฟู่

                วิตามินซีในรูปแบบนี้มักจะมีขนาด 500 มิลลิกรัมและ 1000 มิลลิกรัม โดยวิธีทานที่ถูกต้องคือ ควรนำไปละลายน้ำจนฟองหมด เพราะว่าฟองแก๊สที่เกิดขึ้นเมื่อรับประทานเข้าไปอาจจะเกิดอาการแน่นท้องในภายหลังได้ วิตามินซีชนิดนี้เหมาะกับคนที่ไม่สามารถกลืนยาเม็ดขนาดใหญ่ได้ ข้อดีคือ เหมาะกับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องดูดซึม

– แบบแคปซูล

                ซึ่งวิตามินซีรูปแบบนี้ไม่ทั้งแบบแคปซูลแข็งและแคปซูลนิ่ม ซึ่งในแต่ละแคปซูลมีขนาด 500 มิลลิกรัม ข้อดีคือ กลืนง่าย สบายคอกว่าวิตามินซีรูปแบบอัดเม็ด

– แบบสารละลายเพื่อฉีด

                วิตามินซีรูปแบบนี้จะมีปริมาณอยู่ที่ 500 มิลลิกรัม เป็นวิตามินซีที่เหมาะกับป้องกันหวัดได้ดีที่สุด แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการฉีด ข้อดีก็คือ ออกฤทธิ์เร็ว และร่างกายก็สามารถเอาวิตามินซีไปบำรุงซ่อมแซมได้ทันที เพราะไม่ต้องผ่านการย่อยจากกระเพราะอาหาร

 

วิตามินซีมีจุดอิ่มตัวในการดูดซึม

                การดูดซึมของวิตามินซีมีจุดอิ่มตัวและขึ้นอยู่กับปริมาณในการทานเข้าไป หากว่าทาานเกินจุดอิ่มตัวของการดูซึม ร่างกายก็จะไม่สามารถดูดซึมไปใช้เพิ่มได้ ดังนั้นจึงควรทานวิตามินซีในปริมาณที่ต่ำกว่า 1 กรัม แต่ควรทานหลายครั้งจะดูดซึมได้ดีกว่าปริมาณมากในครั้งเดียว

 

ทานวิตามินซีเพื่อผิวสวย กับ ทานวิตามินซีเพิ่มภูมิต้านทาน

                สำหรับการทานวิตามินซีในผิวสวย เสริมสร้างคอลลาเจนให้แข็งแรง ผิวขาวใสเปล่งปลั่ง โดยทั่วไปแล้วต้องทานในปริมาณ 1000 มิลลิกรัมต่อวันขึ้งไป ซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่าการป้องกันโรคหวัด และควรเป็นวิตามินซีที่สกัดจากธรรมชาติ ซึ่งหากเป็นการรับวิตามินซีปริมาณที่สูง ถ้าจะให้ดีก็ควรจะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ หรือชะลอวัยเพื่อจะได้รับคำแนะนำในการรับวิตามินซีที่เหมาะสมกับร่างกาย

บทบาทสำคัญของวิตามินซี

วิตามินซี มีบทบาทอย่างไร

วิตามินซี มีบทบาทอย่างไร

วิตามินซี หรือที่รู้จักกันดีในอีกชื่อคือ กรดแอสคอบิก (ascorbic acid) ที่้เป็นวิตามินซีที่ละลายในน้ำได้ มีความจำเป็นต่อการเจริญและพัฒนาของเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมรวมไปถึงมนุษย์ไม่สามารถสร้างวิตามินซีขึ้นได้เอง แต่จะได้รับวิตามินซีจากอาหารที่รับประทานเข้าไป

บทบาทสำคัญของวิตามินซี

บทบาทสำคัญของวิตามินซี

บทบาทสำคัญของวิตามินซีมีหลายอย่าง เช่น

  • เป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการสังเคราะห์คอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในโครงสร้างของหลอดเลือด เอ็น กระดูก และฟัน
  • เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยปกป้องเซลล์ ทำให้เซลล์อยู่ในสภาวะปกติ
  • ช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมแร่ธาตุจากอาหารได้ดียิ่งขึ้น
  • มีส่วนช่วยในการสังเคราะห์สารสื่อประสาทจำพวก norepinephrine ซึ่งสารสื่อประสาทดังกล่าว มีส่วนช่วยทำให้มองเห็น รับรู้เกี่ยวกับอารมณ์
  • ช่วยในการสังเคราะห์ carnitine  ที่เป็นสารโมเลกุลขนาดเล็กมีส่วนช่วยในการลำเลียง ไขมันที่ไมโทคอนเดรีย เพื่อเปลี่ยนให้เป็นพลังงานแก่ร่างกาย
  • มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการเทแทบอลิซึมของโคเลส โดยจะช่วยเปลี่ยน โคเลสเทอรอลให้เปลี่ยนเป็นกรดน้ำ ทำให้มีระดับโคเลสเทอรอลให้หลอดลดลงได้
  • เสริมภูมิต้านทานและช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้ เนื่องจากว่าวิตามินซีมีคุณสมบัติช่วยต้านสารที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้

อาหารที่จัดว่ามีวิตามินซีสูง

                อาหารจำพวกผักและผลไม้ เช่น ส้ม ฝรั่ง มะละกอ มะนาว กีวี พริกหยวก ผักกาดขาว หน่อไม้ฝรั่ง และบล็อคโคลี่  เป็นต้น เนื่องจากว่าวิตามินซี สลายได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับอากาศ แสง โลหะหรือความร้อน ดังนั้นส่วนใหญ่วิตามินซีที่อยู่ในอาหารจะสูญเสียไประหว่างขั้นตอนของการประกอบอาหาร นอกจากนี้การคั้นน้ำผลไม้ควรจะคั้นแล้วกินเลย ไม่ควรทิ้งไว้นานเกิน 2 วัน ถ้าเป็นไปได้ควรทานผักและผลไม้สด เพราะจะทำให้ได้รับวิตามินซีในปริมาณที่มากที่สุด

ปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันนั้นแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเพศและวัย โดยเฉลี่ยแล้วไม่ควรทานวิตามินซีเกิน 2,000 มิลลิกรัม/วัน เพราะถ้าหากว่าร่างกายได้รับวิตามินซีในปริมาณที่มากเกินไป อาจจะเกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ปวดท้อง ท้องร่วง หรือท้องอืดได้ แต่ในทางตรงกันข้ามหากร่างกายได้รับวิตามินซีน้อยเกินไป จะส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติต่างๆ เช่น ผมแห้ง ผิวแห้ง เหงือกอับเสบ อาการบวมตามข้อต่อ ภูมิต้านทานลดลง แผลหายช้ากว่าปกติ หรืออาจจะทำให้เป็นโรคลักปิดลักปิดได้

นอกจากจะได้รับวิตามินซีจากอาหารแล้ว คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับภาวะขาดวิตามินซี ก็สามารถทานวิตามินซีในรูปแบบอาหารเสริมได้ ที่มีทั้งสกัดจากธรรมชาติและสังเคราะห์ขึ้น เนื่องวิตามินซีนั้นจะดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีถ้าหากมีการทำงานร่วมกับฟลาโวนอยด์ ที่สกัดได้จากพืช เช่น ชา แอปเปิ้ล กระเทียม หอมใหญ่ เป็นต้น เป็นสารที่ละลายในน้ำได้และยังมีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระได้ดี  โดยส่วนมากบริษัทอาหารเสริมจึงนิยมเพิ่มส่วนผสมของ ฟลาโวนอยด์ ลงไปด้วย แต่อย่างไรก็ตามก็ควรบริโภควิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสม จึงจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด

หน้าที่และประโยชน์ของวิตามินอี1

วิตามินอี มีประโยชน์อย่างไร

วิตามินอี มีประโยชน์อย่างไร

วิตามินอี หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โทโคฟีรอล เป็นวิตามินละลายในไขมัน จะถูกเก็บสะสมไว้ในตับ เนื้อเยื่อ ไขมัน หัวใจ เลือก กล้ามเนื้อ มดลูก อัณฑะ ต่อหมวกไต และต่อมใต้สมอง นอกจากนี้วิตามินอียังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี ป้องกันการเกิดชิเดชันของสารในกลุ่มไขมันด้วย

หน้าที่และประโยชน์ของวิตามินอี

  • เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี ช่วยรักษาเยื่อหุ้มเซลล์
  • ป้องกันการเป็นหมัน
  • ช่วยบำรุงผิว ระบบประสาท กล้ามเนื้อ
  • ทำให้การทำงานของเม็ดเลือดแดงเป็นปกติ
  • ช่วยป้องกันมะเร็งได้หลายชนิด
  • ช่วยป้องกันการสลายตัวของลิ่มเลือด
  • ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและอัมพฤกษ์ อัมพาต
  • ลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคอัลไซเมอร์ได้

แหล่งที่พบวิตามินอี

                ซึ่งส่วนมากจะพบในน้ำมันพืชที่ไม่อิ่มตัวหลาย พวกผักใบเขียว เช่น บล็อคโคลี่ ผักโขม  อะโวคาโอ(เฉพาะเนื้อ) ปวยเล้ง ธัญพืช ไข่แดง ตับ ถั่ว เมล็กพืช เเป็นต้น

โรคจากการขาดวิตามินอี

  • เม็ดเลือดแดดงถูกทำลาย
  • กล้ามเนื้อฝ่อ
  • โรคโลหิตจาง
  • เซลล์ประสาทเสียหาย

ปริมาณที่แนะนำต่อวัน

                ผู้ใหญ่ควรทาง 8-10 IU

 คำแนะนำในการทานวิตามินอี

                – ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ ให้นมลูก หรือทานยาคุมกำเนิด ฮอร์โมนเสริม ร่างกายซึ่งจะต้องการวิตามินเพิ่มมากกว่าปกติ

– ผู้หญิงที่เข้าสู่วัยทอง ควรทานวิตามินอีให้มากขึ้นกว่าเดิม โดยหากมีอายุน้อยกว่า 40 ปีควรทาน 400 IU/วัน หรือหากมีอายุมากกว่า 40 ปีควรทาน 800 IU/วัน

10-อันดับวิตามินซี-ที่ดีที่สุด-ในปี-2560

10 อันดับ วิตามินซี ที่ดีที่สุด 2560

10 อันดับ วิตามินซี ที่ดีที่สุด 2560

วิตามินซี มีส่วนช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส สามารถช่วยลดริ้วรอยหมองคล้ำจากสิว ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิวเต่งตึง เรียบเนียน ไม่แก่เร็ว วิตามินซียังสามารถช่วยบำรุงสุขภาพให้ห่างไกลจาก ไข้ หวัด เพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย จึงเหมาะกับทุกวัย โดยเฉพาะวัยรุ่น และวัยทำงานที่รักสุขภาพผิว

10-อันดับวิตามินซี-ที่ดีที่สุด-ในปี-2560

อันดับที่ 1 วิตามินซียี่ห้อ ACEROLA CHERRY

วิตามินซียี่ห้อ ACEROLA CHERRY

วิตามินซี ผิวขาวใสจากผลอะเซโรลาเชอร์รี่ ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่มากกว่าส้ม 30-80 เท่า ที่มีความปลอดภัยเพราะสกัดมาจากผลไม้แท้ เป็นวิตามินซีที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพผิว ช่วยลดสิว ช่วยเสริมสร้าง คอลลาเจนให้ผิวเต่งตึง เรียบเนียน เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหมองคล้ำ ต้องการให้ผิวขาวกระจ่างใส นอกจากนี้เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อผิว ยังมีส่วนในการช่วยต้านอนุมูลอิสระเพื่อคอยป้องกันเซลล์ไม่ให้ถูกทำลาย

ราคา : 520 บาท

เว็บไซต์ : www.trendyhealth.co.th

 

อันดับที่ 2 วิตามินซี Blackmores

วิตามินซี Blackmores

เมื่อพูดวิตามินซีที่หลายคนคนนึกถึงอาหารเสริมยี่ห้อ Blackmores ที่ออกโฆษณาบ่อย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีวิตามินซีให้เลือกอยู่หลายยี่ห้อ มีให้เลือกทั้งแบบ Bio-C 1000 mg. ซึ่งเป็นวิตามินซีที่มีความเข้มข้น 1000 มิลลิกรัม กับอีกแบบในยี่ห้อเดียวกันคือ Buffered 500 mg. ซึ่งตัวนี้ค่อยๆ ละลายอย่างช้าๆ ใช้ระยะเวลาประมาณ 8 ชั่วโมง ทำให้ได้รับวิตามินอย่างต่อเนื่อง จึงไม่ระคายเคืองกระเพาะ แต่ราคาก็สูง

ราคา : 790 บาท

เว็บไซต์ : www.blackmores.co.th

อันดับที่สาม วิตามินซี Nat C

วิตามินซี Nat C

วิตามินซีตัวนี้ก็ดังไม่แพ้กัน เพราะออกโฆษณาบ่อย มีปริมารวิตามินซี 100 mg. นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมอื่นๆ ที่คอยเข้ามาช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพให้สุขภาพแข็งแรง

ราคา : 360 บาท

เว็บไซต์ : www.likevitamin.net

อันดับที่ 4 วิตามินยี่ห้อ Colly Acerola Cherry

วิตามินยี่ห้อ Colly Acerola Cherry

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามิน สารกัดจากอะเซโรลาเชอร์รี่ ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีที่สกัดมาจากธรรมชาติ สามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย ลดภาวะเลือดออกตามไรฟัน ลดการเป็นหวัด ผสมผสานคุณค่าของโรสฮิปที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวขาวกระจ่างใส ลดเลือนความหมองคล้ำ และจุดด่างดำให้จางลง

ราคา : 450 บาท

เว็บไซต์ : www.collycollagenshop.com

อันดับที่ 5 วิตามินซี Vistra

วิตามินซี Vistra

เป็นวิตามินซีที่จากของผลของอะเซโรลาเชอร์รี่ มีปริมาณ 1000 mg. ทำมาจากสารสกัดธรรมชาติที่มีส่วนผสมของอะเซโรลาเชอร์รี่ และยังได้ทำการเพิ่มสารสกัดอื่นๆ เพื่อให้ได้ผิวพรรณพร้อมสุขภาพที่ดี

ราคา : 260 บาท ขนาด 45 เม็ด

เว็บไซต์ : www.vita-smile.com/vistra.html

อันดับที่ 6 วิตามินซีญี่ปุ่น DHC

วิตามินซีญี่ปุ่น DHC

อีกตัวหนึ่งจากสัญชาติญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อเรื่องผิวพรรณดีอย่างเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว วิตามินซียี่นี้เป็น วิตามินซีขาว ดีๆอีกตัวหนึ่งที่มีปริมาณวิตามินซี 1000 mg. สำหรับยี่ห้อ DHC มีแบบซองทั้งสีขาว-ส้ม อาจะจะหาซื้อยากกว่ายี่อื่นที่มีขาดตามท้องตลาดทั่วไป

ราคา : 300 บาท

เว็บไซต์ : www.dhc.co.jp/goods/goodsdetail.jsp?gCode=2140

อันดับที่ 7 วิตามินซี C-FORCE 1000MG

วิตามินซี C-FORCE 1000MG

มีส่วนที่สามารถช่วยในการบำรุงร่างกายให้สุขภาพแข็งแรง ช่วยดูแลเรื่องผิวพรรณ พร้อมด้วยการป้องกันอนุมลอิสระ ต้านความชรา ช่วยดูแลผิวพรรณทำให้ผิวผ่องใส วิตามินซีมีส่วนช่วยรักษาสิว และยังสามารถสร้างภูมิคุ้มกันโรคหวัด เพื่อป้องกัน รักษาอาการอักเสบต่างๆ ที่มาจากไวรัส และ แบคทีเรียได้ดี

ราคา : 300 บาท

เว็บไซต์ : www.vitamindelivery.com

อันดับที่ 8 วิตามินรวม Centrum

วิตามินรวม Centrum

ประกอบไปด้วย Beta Centrum และวิตามินเกลือแร่มากมายทั้งหมด 29 ชนิด เหมาะสำหรับวัยทำงาน หรือวัยรุ่นที่กำลังพัฒนาเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เหมาะกับผู้ที่รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ผู้ที่ขาดวิตามิน ผู้ที่ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ผู้ที่ร่างกายไม่แข็งแรง และผู้ป่วยพักฟื้น

ราคา : 860 บาท

เว็บไซต์ : www.centrum.co.th

อันดับที่ 9 วิตามินซี องค์การเภสัชกรรม

วิตามินซี องค์การเภสัชกรรม

วิตามินซีราคาถูกและดีก็วิตามินของไทยๆ ที่หาได้จากองค์การเภสัชกรรมของบ้านเรานี่เอง เป็นวิตามินซีปริมาณ 500 mg. ซึ่งจะทาในขวดแก้วสีตาล ข้อก็ดีคือราคาถูกกว่าวิตามินซียี่ห้ออื่นๆ ในบรรดาวิตามินซีด้วย และยังสามารถซื้อวิตามินซีได้ตามร้านร้านขาย ที่อยู่ในเครือองค์การเภสัชกรรม

ราคา : 85 บาท

อันดับที่ 10 วิตามินยี่ห้อ B Shine Natur C

วิตามินยี่ห้อ B Shine Natur C

เป็นวิตามินซีที่สกัดจากแหล่งธรรมชาติ สามารถช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหาร พร้อมนำไปใช้ได้ดีดว่าวิตามินสังเคราะห์ โดยไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองไต กระเพราะอาหาร ไม่ทำลายสารเคลือบฟัน และยังไม่ทำให้เกิดการสะสมเมื่อบริโภคติดต่อกันเป็นเวลานาน

ราคา : 249 บาท

เว็บไซต์ : www.bshine.co.th

 

 

 

วิตามิน-เคล็บลับบำรุงผิวพรรณให้อ่อนเยาว์

วิตามิน เคล็บลับบำรุงผิวพรรณให้อ่อนเยาว์

วิตามิน เคล็บลับบำรุงผิวพรรณให้อ่อนเยาว์

วิตามิน คือสาอาหรที่ร่างกายเราต้องการในปริมาณเพียงเล็กน้อยในแต่ละวัน เพื่อการเจริญเติมโต และการสร้าพลังงานของทุกส่วนของรางกาย วิตามมินจึงมีความจำเป็นต่อร่างกายของเรา นอกจากที่วิตามินจะเป็นตัวช่วยในการเจริญเติบโตแล้ว วิตามินยังช่วยในเรื่องของการดูแลเรื่องผิว

 วิตามินไหนบ้างที่ช่วยในการดูและผิวพรรณของเรา

1. วิตามินซี

ซึ่งมีคุณสบบัติของ วิตามินซี ในการต่อต้านการเกิดริ้วรอย ช่วนให้ผิวดุสดใสอ่อนเยาว์ และช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง ช่วยยับยั้งกรทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีของผิว ทำให้ผิวพรรณขาวกระจ่างใสแลลยังช่วยป้องกันผิวจากยูวี เราจึงควรที่จะเติมวิตามินซี เข้าสู่ร่างกายเป็นประจำ

2. วิตามินอี

ซึ่งมีคุณสมบัติในเรื่องการบำรุงผิมให้ชุ่มชื้น ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว ลดการอักเสบของสิวและปกป้องผิวจากรังสีไวโอเล็ต   ช่วยลดริ้วรอยและสมานรอบแตกลายบนผิว

3.วิตามินบีรวม

จะเป็นกลุ่มวิตามิน ช่วยบำรุงผิวให้สดชื่น สดใส เปล่งปลั่ง แต่ต้องระวังอย่าทานนอนก่อน เพราะวิตามินบีรวมจะทำให้เราตื่นตัว

4.Zinc หรือสังกะสี

ช่วยรักษาบาดแผลในร่างกาย ควบคุมฮาร์โนและควบคุมความผิวปกติของผิว จึงทำให้เกิดสิวลดลง

5.โอเอ็มไซม์ คิวเท็น

ช่วยในเรื่องการชะลอความแก่ก่อนวัย ป้องกันริ้วรอย และช่วยฟื้นฟูสภาพผิว ที่สำคัญยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน จึงความเสื่อมของเซลล์ และกำจัดของเสียออาจเซลล์ ทำให้ผิวพรรณสวยสดใส เปล่งปลั้งขึ้น

6. แอล – กลูต้าไธโอน

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการปกป้องเนื้อเยื่อไม่ให้ถูกทำลาย กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย และขับสารพิษออกจากร่างกาย ทำให้ผิวใสขึ้น

เมื่อเรารู้จักวิตามินในการดูแลพิวพรรณแล้ว ก็อย่าลืมเลือกอาหารเสริมหรือครีมทาผิว ที่มีส่วนของวิตามิน เพื่อผิวของเราจะได้ ขาวสวย เปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ

วิตามิน-เคล็บลับบำรุงผิวพรรณให้อ่อนเยาว์

วิตามิน-เคล็บลับบำรุงผิวพรรณให้อ่อนเยาว์