Mindset สุดพังในการลดน้ำหนัก

Mindset สุดพังในการลดน้ำหนัก

หากพูดถึงการลดน้ำหนักแล้วนั้น ร้อยทั้งร้อยต้องบอกว่ามันไม่ง่ายเลย ทั้งต้องคอยคุมแคลอรี จดอาหารที่กิน นอนให้พอ หรือต้องลากตัวเองจากโซฟาหรือเตียงนุ่ม ๆ ไปออกกำลังกาย ซึ่งการไดเอตของแต่ละคนก็ใช้วิธีที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับอายุ เพศ กิจกรรมในชีวิต

แต่ก็จะมี “ความเชื่อ” หรือ Mindset บางอย่างที่เหมือนจะทำให้ผอมได้ในเวลาอันสั้น แต่ที่จริงยิ่งทำลายระบบร่างกายให้ลดไม่ลง หรืออ้วนขึ้นได้ในระยะยาว เป็นทริค Toxic ที่สาว ๆ คนไหนก้ไม่ควรเอาไปทำตามถ้าไม่อยากลดฮวบ แล้วโยโย่กลับมาในเวลาไม่กี่เดือน ดังนั้นในวันนี้เราได้รวบรวม Mindset สุดพังในการลดน้ำหนัก มาในสาว ๆ ได้เช็คกัน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

กินให้น้อยที่สุด อดข้าวทั้งวันยิ่งดี

สาว ๆ มากมายที่คิดเมื่อจะลดน้ำหนัก สิ่งที่ที่คิดคือ ต้องกินให้น้อยที่สุด คิดว่ายิ่งรับแคลอรีเข้าร่างกายน้อยลงเท่าไหร่ ก็จะยิ่งผอมเร็วขึ้นเท่านั้น ซึ่งในระยะแรกน้ำหนักก็ลงดีอยู่หรอก แต่ที่ลงน่ะมีแค่น้ำกับกล้ามเนื้อนะ ผ่านไปสักพักจะเริ่มคงที่ ซึ่งจะคงที่ต่อเมื่อเธอยังกินน้อยไปเรื่อย ๆ เท่านั้นด้วย ถ้ากลับมากินแบบเดิม โยโยเอฟเฟกต์ มาเยือนเด้งกลับไปเท่าเดิม หรือมากกว่าเดิมแน่นอน

อันนั้นกินแล้วอ้วน อันนี้ก็แคลอรีสูง ดื่มน้ำเปล่าแล้วกัน

สาว ๆ ที่เคร่งไดเอทอย่างเข้มงวด (จนเกินไป) จะติดนิสัยจุกจิกกับการกิน ถ้าอาหารไม่คลีนจริง ๆ ไม่มีทางเอาเข้าปาก เห็นอาหารต้องขอใช้สายตาประเมินแคลอรีก่อนว่ากี่แคลอรี อันนั้นก็แคลอรีสูง อันนี้ก็ไขมันเยอะไป อันนี้ก็คาร์บเยอะไป สุดท้ายลิสต์อาหารห้ามกินก็จะยาวเป็นหางว่าว แทบจะไท้เหลืออะไรให้กินได้แล้วยกเว้นผักกับน้ำเปล่า

ตื่นมาอย่าเพิ่งกิน อดมื้อเช้าไปเลย แคลอรี่ต่อวันจะได้น้อยลง

ทางออกของสาว ๆ บางคนที่ไม่ค่อยมีเวลา ตื่นสาย หรืออยากลดจำนวนแคลอรีต่อวัน เลยใช้วิธีงดข้าวเช้าไปเลย อาจจะดื่มแค่กาแฟแก้วเดียวหรือผลไม้ 1 ผล ซึ่งไม่พอแน่นอนกับการใช้ชีวิตประจำวัน เมื่อกินน้อยก็หิว คิดงานไม่ออก เรียนไม่รู้เรื่อง สุดท้ายก็ตบะแตก กินเละเทะในมื้อเที่ยง หรือมื้อเย้นอยู่ดี น้ำหนักก็ไม่ลด จะอดมื้อเช้าไปเพื่ออะไร

ต้องคำนวณแคลทุกคำที่เอาเข้าปาก / อันนี้คลีน กินเยอะ ๆ ไม่อ้วน

การนับแคลอรีต่อวันมันก็ดี จะได้ประเมินตัวเองว่ากินเยอะไปหรือยัง แต่ถ้าถึงขั้นต้องนับแคลทุกคำ ทุกหยดที่เข้าปากมันก็ออกจะเกินไปหน่อย เสียสุขภาพจิตซะเปล่า ๆ และไม่ได้ช่วยลดน้ำหนักอย่างมีนับสำคัญขนาดนั้นด้วย หรือในทางกลับกัน เห็นเป้นอาหารคลีน ก็กินแบบไม่ลืมหูลืมตา ลืมไปว่ามันยังมีแคลอรี กินเยอะก็อ้วนอยู่ดี

หยุดเสาร์อาทิตย์ทั้งที กินแหลกไปเลยเถอะ

อากผอมลงอย่างต่อเนื่อง ก็ไม่ควรมีวันพิเศษที่อนุญาตให้กินแหลกเยอะจนเกินไป วันเกิดคนสำคัญ งานเลี้ยงส่งรุ่นพี่ที่สนิท วันหยุดสงกรานต์ วันหยุดปีใหม่ ปีละไม่กี่ครั้งยังพอเข้าใจ แต่ไม่ใช่กินดุทุกสัปดาห์ หยุดเสาร์อาทิตย์ทีไร เสิร์ชหาร้านอาหารอร่อย ๆ คาเฟ่ขนมน่ากิน บอกตัวเองว่าไม่เป็นไรหรอกซื้อความสุข แต่ทุกครั้งที่เธอกินขนมก็เหมือนชะลอความผอมให้ช้าออกไป แทนที่ร่างกายจะได้เผาของก่อน เธอกลับเติมของใหม่เข้าไปอีกแล้ว จะผอมยังไงก่อน

ออกกำลังกายมาเหนื่อย ๆ ร่างกายกำลังเบิร์น กินอะไรก็ไม่อ้วนหรอก

หลักการง่าย ๆ ของการอยากผอม คือเธอต้องเผาผลาญแคลอรีได้มากกว่าที่กินไป แม้จะออกกำลังกายเข้าฟิตเนสเป็นประจำ ก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่เธอจะกินตามใจปาก สมมติว่าวิ่งลู่ 30 นาที เผาผลาญได้ 200 แคลอรี ด้วยความเหนื่อย เธอก็กินโปรตีนบาร์แท่งละ 180 แคลอรีไปสองแท่ง ที่อกกำลังมาก็ไร้ซึ่งความหมาย ร่างกายเบิร์นแต่ของใหม่ ไขมันเก่าสะสมในตัวยังไม่ได้ถูกใช้เลย

วิ่งไปตั้ง 20 นาทีแล้ว เผาไปเป็นพันแคลแล้วแหละ กลับบ้านได้

สำหรับสาว ๆ ไดเอทหน้าใหม่ที่ไม่มี Gadget ช่วยคำนวณแคลอรีที่เผาผลาญ มักจะเดาเอาเองจาก ความเหนื่อย หรือปริมาณเหงื่อที่ไหล ว่ายิ่งเหนื่อยมาก เหงื่อเยอะ แปลว่าเผาไขมันได้เยอะ ซึ่งไม่จริงเสมอไป บางคนเหนื่อยง่าย วิ่ง ๆ เดิน ๆ 10 – 15 นาทีในสวนสาธารณะก็หอบแฮ่กแล้ว แต่คิดว่าตัวเองคงเผาผลาญไปแล้ว 500 แคล 1000 แคล ซึ่งเกินความจำเป็นไปมาก ร่างกายอาจยังไม่ได้เริ่มเผาไขมันเลยด้วยซ้ำ

แหล่งที่มา : sistacafe.com

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply