Posts

เลือกสกินแคร์อย่างไรให้เหมาะกับผิวพรรณ

เลือกสกินแคร์อย่างไรให้เหมาะกับผิวพรรณ

สกินแคร์นั้น ไม่เหมือนกับเสื้อผ้าที่ถึงแม้ว่าซื้อผิดไซส์ก็ยังสามารถปรับแก้ให้พอดีกับรูปร่างได้ แต่ผิวพรรณนั้นไม่เหมือนกัน เคยเป็นกันหรือไม่ เวลาที่เราลองใช้สกินแคร์ไม่ว่าจะเป็น ครีม เซรั่ม หรือโลชั่นทาผิว ตามเพื่อนใช้แล้วดี แต่พอใช้เองกับไม่ดีเหมือนกับคนอื่น แถมเป็นผื่นเห่อเต็มไปหมดร

ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าคนเรามีสภาพผิวที่แตกต่างกัน ดังนั้นเราจึงจะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ความงามไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอาง ครีม หรือสกินแคร์ต่าง ๆ ให้เหมาะกับสภาพผิวและช่วยแก้ปัญหาของแต่ละคนได้อย่างตรงจุด ดังนั้นเราไปดูกันดีกว่าว่าผิวแต่ละประเภทนั้นเหมาะกับผลิตภัณฑ์สกินแคร์หรือเครื่องสำอางแบบไหนบ้าง

ผิวมัน

ต่อมไขมันของผู้ที่มีผิวมันนั้นจะมีขนาดใหญ่และผลิตน้ำมันในปริมาณที่มากกว่าคนทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากกรรมพันธุ์ที่เราอาจจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่อย่างเพิ่งหมดหวังเพราะคนผิวมันสามารถเลือกใช้สกินแคร์ที่บรรเทาปัญหาได้ ขั้นตอนในการดูแลผิวสำหรับผู้ที่มีผิวมันจึงควรเน้นไปทางการกำจัดน้ำมันส่วนเกินออกไป โดยไม่ทำลายสารเคลือบตามธรรมชาติที่อยู่บนชั้นผิว ดังนี้

  • ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำคามสะอาดผิว คลีนเซอร์เนื้อเจลที่ไม่มีส่วนผสมของซัลเฟต น่าจะตอบโจทย์กับกลุ่มผู้ที่มีผิวมันมากที่สุด
  • เลือกใช้โทนเนอร์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ และมีส่วนผสมของโซเดียมของกรดไพโรกลูตามิคที่มีประสิทธิภาพในการดูดซึมน้ำได้ดี ช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น รวมถึง Witch Hazel ที่ช่วยกระชับรูขุมขน ลดความมันบนใบหน้าโดยไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึง
  • หลายคนมักเข้าใจว่า “มอยส์เจอไรเซอร์” ไม่ค่อยมีความจำเป็นสำหรับคนที่มีผิวมัน แต่ในความเป็นจริงผิวมันที่ขาดน้ำจะผลิตน้ำมันมากขึ้นมามากกว่าปกติเพื่อทดแทน ดังนั้นใครที่มีผิวมันก็ยังจำเป็นต้องทาครีมบำรุงผิว เพียงแต่ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อครีมบางเบาและเป็นสูตร Oil-Free หรือมีส่วนผสมของ Glycerin ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ดีโดยไม่อุดตันรูขุมขน
  • ครีมกันแดด สำหรับที่มีหน้ามันลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคำว่า “Zinc Oxide” อยู่บนฉลาก เพราะเป็นสูตรที่ให้ความแมตต์ ไม่เหนียวเหนอะหนะเหมือนครีมกันแดดสูตรอื่น ๆ
  • เซรั่มที่มีส่วนผสมของ “เรตินอล” เพราะสามารถช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลงได้หากใช้อย่างต่อเนื่อง แถมยังช่วยลบเลือนริ้วรอยให้ดูจางลงได้อีกด้วย

ผิวแห้ง

ใคร ๆ ก็อยากมีผิวอิ่มน้ำเด้งฟูกันทั้งนั้น แต่ถ้าเราเป็นคนผิวแห้ง หลักสำคัญในการดูแลผิวคือการเติมน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เพราะผิวชั้นบนขอคนที่มีผิวแห้งมักไม่แข็งแรง เมื่อต้องเผชิญกับรังสี UV และความแห้งในอากาศ จึงทำให้ผิวหน้าสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายกว่าปกติ

  • แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนมาก ๆ ถ้าเป็นประเภทที่ไม่มีฟองได้เลยยิ่งดี ลองเลือกใช้คลีนเซอร์ที่เป็นสูตรน้ำนมหรือโลชั่น จะช่วยให้ผิวหน้าของคุณไม่แห้งตึงหลังจากล้างเสร็จ
  • ห้ามใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด เพราะแอลกอฮอล์จะยิ่งทำให้ผิวของเราแห้งไปกันใหญ่ ลองหันไปใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงและปลอบประโลมผิวอย่างกรดไฮยาลูโรนิก, สารสกัดว่านหางจระเข้, ดอกคาโมไมล์, แตงกวาและน้ำกุหลาบ
  • เซรั่มเนื้อเข้มข้นมี่มีส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว เช่น วิตามินอีและเอ น่าจะแก้ปัญหาผิวที่แห้งและช่วยป้องกันการสูญเสียคอลลาเจนระหว่างวันให้กับคนที่ผิวแห้งได้ ถ้าให้ดีลองใช้ร่วมกับอายครีมที่มีส่วนผสมของ Peptide ที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนของผิวได้อีกขั้น
  • ในส่วนของมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อคืนคความชุ่มชื้นให้กับผิวและปกป้องผิวจากแสงแดด ให้ลองใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของครีมกันแดดในตอนกลางวัน และเปลี่ยนเป็นมอยส์เจอไรเซอร์สูตรเข้มข้นในตอนกลางคืน โดยเน้นส่วนผสมที่เป็นน้ำมันสกัดที่ได้จากธรรมชาติ เช่น Rose Hip seed Oil, Evening Primrose Oil, Cranberry Oil, Sweet Almond Oil และ Jojoba Oil

ผิวผสม

ปัญหาของคนที่มีผิวผสม คือผิวหน้าบางส่วนที่แห้งขาดความชุ่มชื้น ขณะที่ผิวหน้าส่วนอื่น ๆ มีน้ำมันมากกว่าปกติ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นบริเวณทีโซน ทริคในการเลือกใช้สกินแคร์ที่เหมาะกับสาวผิวผสมก็คือ ให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถแก้ปัญหาให้ได้ในหนึ่งเดียว โดยไม่จำเป็นต้องแยกผลิตภัณฑ์ออกเป็นหลาย ๆ ชนิดเพื่อแก้ปัญหาแต่ละอย่าง

  • เลือกใช้คลีนเซอร์ที่อ่อนโยนแต่ทำความสะอาดรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก โดยมากมักจะมีสารสกัดจากน้ำมันธรรมชาติเป็นส่วนผสมหลัก เพราะจะได้ไม่ระคายเคืองผิว เน้นที่ไม่มีน้ำหอม
  • หลีกเลี่ยงโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมที่มีฤทธิ์เป็นกรด และเปลี่ยนมาใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมอย่าง Witch Hazel ที่ช่วยลดอาการอักเสบและสมานแผล หรือ Tannin ที่สามารถยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย และน้ำกุหลาบที่ช่วยปลอมประโลมผิวและกลิ่นที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย
  • ผู้คนที่มีผิวผสม ไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน แค่เลือกใช้สูตรที่บางเบาเท่านั้นเอง เพราะครีมที่มีความเข้มข้นสูงอาจทำให้ผิวบริเวณทีโซนอุดตันได้ ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic acid และ Vitamin C ดูจะตอบโจทย์สาวผิวผสมได้อย่างตรงจุด
  • สำหรับครีมกันแดด แนะนำให้ใช้สูตร “Zinc Oxide” เหมือนกับคนผิวมัน เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้ผิวสัมผัสแบบแมตต์ จะได้ไม่มันเยิ้มระหว่างวัน
  • สำหรับการเลือกเซรั่ม อาจลองดูส่วนผสมอย่าง Salicylic Acid ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวและสิ่งสกปรกภายในรูขุมขนได้อย่างหมดจด อีกทั้งยังลดการเกิดน้ำมันพร้อมปรับผิวหน้าให้เนียนเรียบและดูสุขภาพดีขึ้นได้ด้วย

ผิวบอบบางแพ้ง่าย

ผู้คนที่มีผิวบอบบาง ฟังดูเป็นคุณหนูน่าทะนุถนอมเนอะ แต่ถ้าใครมีผิวประเภทนี้ จะรู้เลยว่ามันช่างน่าหงุดหงิดกวนใจเสียเหลือเกิน เพราะจะใช้อะไรก็ต้องระวังไปหมด ดังนั้นสกินแคร์สำหรับผิวแพ้ง่ายจะต้องไม่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว เพราะคนที่มีผิวประเภทนี้มักเกิดผดผื่น, อาการบวม, การอักเสบหรือรอยแดงได้ง่าย หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรงเกินไป

  • ใช้คลีนเซอร์ที่ไม่มีฟองเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากซัลเฟต และถ้ามีส่วนผสมของ Glycerin และ Panthenol ก็จะยิ่งดี เพราะส่วนผสม 2 ชนิดนี้ช่วยสร้างเกราะป้องกันให้ผิวแข็งแรงได้
  • เลือกใช้โทนเนอร์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์หรือสารที่มีฤทธิ์เป็นกรด และเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ไม่ระคายเคืองและช่วยลดการอักเสบของผิว เช่น Green Tea และ Chamomile หรือเซราไมด์ที่ช่วยฟื้นฟูและรักษาปราการผิวตามธรรมชาติ
  • หลีกเลี่ยงครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำหอมสังเคราะห์, แอลกอฮอล์และสารย้อมสี เพราะส่วนผสมเหล่านี้มักก่อให้เกิดการระคายเคือง หรือรบกวนผิวได้ง่าย
  • ครีมกันแดดสูตร Zinc Oxide ยังคงเป็นสูตรที่อ่อนโยนและมีโอกาสที่จะเกิดการระคายเคืองต่อผิวได้น้อยที่สุด

สกินแคร์หรือเครื่องสำอางนั้นก็จะการผลิตที่แตกต่างกันออกไป เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน พูดง่าย ๆ ก็คือ การผลิตสกินแคร์อย่างใดอย่างหนึ่งก็จะเหมาะสมกับผิวพรรณประเภทหนึ่งเท่านั้นอย่างเช่น แบรนด์ที่ผลิตครีมสำหรับคนผิวมัน ก็เพื่อจำหน่ายสำหรับคนผิวมันเท่านั้น เป็นต้น

สกินแคร์หรือเครื่องสำอางแต่ละประเภทนั้นย่อมมีสรรพคุณและประโยชน์จากสารสกัดต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน เพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างตรงจุด และเพื่อให้ได้ผลอย่างชัดเจน ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องกับประเภทผิวพรรณ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา

แหล่งที่มา : www.thairath.co.th

สูตรกำจัดขี้ไคล ผิวเนียนใสทุกสัดส่วน

สูตรกำจัดขี้ไคล ผิวเนียนใสทุกสัดส่วน

สาว ๆ คนไหนที่กำลังมองหาวิธีการกำจัดขี้ไคลให้ผิวพรรณสะอาดและปลอดภัยต่อผิว วันนี้เราขอเอา 5 สูตรธรรมชาติที่ช่วยกำจัดขี้ไคลให้สะอาดหมดจดมาแชร์ให้ได้นำไปลองทำตามกันดูค่ะ ขอบอกเลยว่าแต่ละวิธีไม่เพียงแต่จะทำให้ผิวไร้ขี้ไคลเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยทำให้ผิวไร้ความหมองคล้ำอีกด้วย แต่ละวิธีต้องทำอย่างไรกันบ้างนั้นไปดูกันเลยค่ะ

น้ำมันมะกอกผสมเกลือ

สูตรนี้ให้เอาเกลือและน้ำมันมะกอกมาผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน นำมานวดและขัดผิวให้ทั่วแต่เพียงเบา ๆ ก่อนอาบน้ำ หมั่นทำบ่อย ๆ ได้ตามต้องการ จะช่วยขจัดคราบขี้ไคลและสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ตามผิวหนังให้หลุดออกไป ทำให้ผิวพรรณค่อย ๆ ขาวใสและเนียนนุ่มน่าสัมผัส

กากกาแฟผสมน้ำผึ้งและนมสด

สำหรับสาว ๆ ที่ชื่นชอบกลิ่นหอมของกาแฟ แนะนำให้เอากากกาแฟผสมกับน้ำผึ้งและนมสดเข้าด้วยกัน จากนั้นเอามาขัดผิวให้ทั่วแต่เพียงเบา ๆ พอกทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงอาบน้ำตามปกติ จะช่วยให้ผิวขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แถมยังช่วยให้ผิวนุ่มน่าสัมผัสอีกด้วย

มะขามเปียกผสมน้ำผึ้ง

สูตรนี้หลาย ๆ คนมักจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยเอามะขามเปียกผสมน้ำผึ้งแต่เพียงเล็กน้อย แล้วคั้นส่วนผสมทั้งสองให้เข้ากัน นำมาขัดผิวเบา ๆ หรืออาจจะใช้ใยบวบมาเป็นตัวช่วยในการขัดผิวให้ทั่วตัวก็ได้ เน้นขัดบริเวณที่มีคราบขี้ไคลฝังแน่น จากนั้นให้พอกทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วจึงค่อยอาบน้ำตามปกติ จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายให้หลุดออกได้ง่าย และยังช่วยให้ผิวนุ่มขึ้นพร้อมทั้งขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

เบกกิ้งโซดาผสมน้ำเปล่า

สูตรนี้แนะนำสำหรับใครที่มีคราบขี้ไคลเยอะมาก ให้เอาเบกกิ้งโซดาผสมกับน้ำเปล่าแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นเอามาขัดให้ทั่วตัว ใช้ใยบวบขัดเบา ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วอาบน้ำตามปกติ ต่อด้วยเช็ดตัวให้แห้งแล้วทาครีมบำรุงผิวสูตรไวท์เทนนิ่งทันที จะช่วยให้ผิวขาวและเนียนนุ่มขึ้น

ใช้หินขัดตัว

สูตรนี้คือสูตรสุดเบสิคที่ไม่ต้องมีส่วนผสมอะไรมากมาย แค่ใช้หินขัดตัวถูสบู่ในขณะน้ำอาบอย่างเบามือ ก็ช่วยให้ขี้ไคลถูกกำจัดออกไปได้เช่นกัน

เมื่อรู้ถึง 5 สูตรกำจัดขี้ไคลให้ได้ผลกันไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้สาว ๆ อย่าได้ละเลยการขัดขี้ไคลเด็ดขาด เพราะการปล่อยให้ขี้ไคลติดตามผิวหนังเป็นเวลานาน จะยิ่งทำให้กำจัดออกไปยาก และสำหรับใครที่ไม่ค่อยมีเวลาขัดผิวด้วยสูตรต่าง ๆ แนะนำให้ล้างสบู่ออกให้หมดทุกครั้งที่อาบน้ำ จะช่วยลดการสะสมของคราบสบู่ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้มีขี้ไคลได้นั่นเอง

แหล่งที่มา : www.sanook.com

แม้ไม่ค่อยมีเวลา ก็สวยได้ด้วยเคล็ดลับเหล่านี้

แม้ไม่ค่อยมีเวลา ก็สวยได้ด้วยเคล็ดลับเหล่านี้

ทุกอย่างในโลกนั้นมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่เหมือนกับความงามที่มาจากภายในโดยธรรมชาติของผู้หญิง ที่จะคงอยู่ไปตลอด แต่ถ้าหากไม่ดูแลมัน ต่อให้ปรุงเสริมเติมแต่งแค่ไหน ก็สามารถเห็นจุดตำหนิเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้อยู่ดี

ดังนั้นสาว ๆ จึงต้องหมั่นเอาใจใส่ในทุกอณูตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า โดยวันนี้เรามีเคล็ดลับความงามง่าย ๆ มาฝากคุณผู้หญิงทั้งหลายกัน ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย

พรางสีโคนผม

หลังทำสีผมมาแล้วพอผ่านไปสัก 3 – 4 เดือน รากผมก็งอกขึ้นมาตัดกับสีผมสวย ๆ จะทำสีใหม่ก็กลัวผมเสียแถทมยังเปลืองเงินอีก ซึ่งปัญหานี้มีวิธีแก้ง่าย ๆ เพียงพายามทำผมให้ดูเป็นลอนคลื่นเข้าไว้ มันจะช่วยพรางสีโคนผมให้ดูกลืนเหมือนไล่ระดับมากกว่าหนีบผมตรง เพราะแบบนั้นจะเห็นความต่างของสีผมชัดเจนเกินไป

ผมเงางามง่าย ๆ ไม่ง้อร้าน

ถ้าอบยากมีผมสลวยเก๋เหมือนพรีเซ็นเตอร์แชมพูสระผม ก็ให้หวีผมก่อนอนทุกคืน ตั้งแต่โคนจรดปลาย โดยส่วนปลายเส้นผมนั้นพยายามประคองมันไว้ในอุ้งมือ จะช่วยให้ผมดูมีน้ำหนัก ไม่แข็งทื่อเหมือนไม้กวาด และจะช่วยให้น้ำมันในเส้นผมแผ่กระจายอย่างทั่วถึง

อย่าขี้เกียจใช้ครีมนวดผม

เวลาชโลมครีมนวดให้เน้นที่ปลายผม เพราะส่วนนี้จะแห้งเสียง่ายกว่าส่วนอื่น ๆ  ระหว่างที่พักทิ้งไว้ใช้นิ้วมือนวดคลึงเบา ๆ ตามศีรษะ จะช่วยให้ผ่อนคลาย หายตึงเครียดอีกด้วย

ใช้แหนบกำจัดขนคิ้ว

เพื่อคิ้วที่ได้รูปทรง ไม่มีเส้นขนเล็ก ๆ น้อย ๆ กวนใจ ให้ใช้แหนบดึงมันออกมาซะ อาจจะเจ็บหน่อย แต่ถ้าดึงออกมาตามแนวรูขุมขนก็จะช่วยลดความเจ็บและดึงออกง่ายกว่ากันเยอะ

ระวังคิ้วหนาเป็นสะพานพระรามแปด

ใช้ดินสอเขียวคิ้ววาดกรอบและเน้นหางคิ้วเป็นพอ ไม่จำเป็นต้องระบายหัวคิ้วจนเข้ม แบบนั้นจะทำให้ใบหน้าดุและดูหนา อาจใช้ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นช่วยเบลนด์หัวคิ้วให้จาง ๆ รับทรงพอเหมาะกับส้นจมูกของเรา

ถนอมดวงตาหน่อย

บริเวณรอบดวงตานั้นเป็นส่วนที่บอบบาง อย่าถูหรือขยี้แรง เพราะมันจะทำให้เกิดจุดจ่างดำและริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่า ยิ่งตอนเช็ดเครื่องสำอางยิ่งต้องระวังด้วยนะ

ใช้นิ้วนางไว้ก่อน

หากต้องการบำรุงผิวด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์หรือทาคอนซีลเลอร์เพื่อปกปิดรอยคล้ำใต้ตา พยายามใช้นิ้วนางเกลี่ย เพราะจะมีแรงกดที่พอดี ไม่หนักหรือเบาจนเกินไป

ระวังสิวบุก

ระหว่างวันหากรู้สึกอยากสัมผัสใบหน้า ให้ใช้ทิชชูหรือผ้าสะอาดแทน เพราะมือของเรานั้นเต็มไปด้วยเชื้อโรคและแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว

คอนซีลเลอร์ไม่ใช่รองพื้น

วิธีการปกปิดจุดด่างดำ รอยคล้ำใต้ตา รอยสิวต่าง ๆ ให้ใช้คอนซีลเลอร์แทนรองพื้น เพราะรองพื้นนั้นใช้สำหรับทั่วใบหน้า แต่คอนซีลเลอร์ใช้แต้มเป็นจุด ๆ

แหล่งที่มา : women.kapook.com

แจกสูตรบอกลากลิ่นตัว รักแร้ดำ ทำได้ที่บ้าน

แจกสูตรบอกลากลิ่นตัว รักแร้ดำ ทำได้ที่บ้าน

เรื่องกลิ่นตัวและรักแร้ดำนั้น เป็นปัญหาที่อยู่คู่กันกับสาว ๆ มาอย่างยาวนาน และเป็นปัญหาที่สาว ๆ ไม่อยากจะพบเจอในชีวิต ซึ่งถ้าหากสาว ๆ กำลังประสบพบเจอกับปัญหานี้อยู่ อย่าเพิ่งท้อใจไป เพราะเรื่องรักแร้ดำและกลิ่นตัวนั้น เกิดได้จากหลายสาเหตุเช่น กรรมพันธุ์ ความอ้วน หรือเป็นผลที่ได้จากการเป็นโรคบางโรค ฉะนั้นเราก็จะต้องค่อย ๆ เข้าใจสาเหตุและแก้ไขไปทีละน้อย

ดังนั้นในวันนี้เราก็มีสูตรบอกลากลิ่นตัว รักแร้ดำมาแจกกัน และที่สำคัญสามารถทำได้ง่าย ๆ ที่บ้านเลยนะ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม

  • มะนาว 2 – 3 ลูก
  • สำลีชนิดรีดข้าง (ถ้าหาไม่ได้ ใช้สำลีก้อนกลมธรรมดาก็ได้)
  • ใบสะระแหน่ (ซื้อมาจากตลาดสัก 5 – 10 บาท)

ขั้นตอนที่ 1

นำมะนาวที่เตรียมไว้ ล้างน้ำให้สะอาด และนำมาคลึงให้ได้น้ำมะนาวที่มาก และนำมาหั่น (แนะนำให้หั่นทีละลูก) เนื่องจากเราต้องการใช้น้ำมะนาวแค่ปริมาณครึ่งถ้วยเท่านั้น หากหั่นมะนาวทุกลูกมันจะเปลือง

ขั้นตอนที่ 2

นำมะนาวที่เราหั่นไว้แล้ว นำมาคั้นหรือบีบลงในภาชนะที่สะอาด (หากใครมีที่คั้นน้ำมะนาวใช้ จะเอามาใช้ก็ได้) กะให้ได้ปริมาณครึ่งถ้วย เอาให้พอประมาณไม่เยอะหรือน้อยเกินไป เพราะมันจะทำให้เราได้ส่วนผสมในปริมาณพอดี ๆ

ขั้นตอนที่ 3

นำใบสะระแหน่ที่เราซื้อมาจากตลาด นำมาล้างให้สะอาดและสะบัดให้สะเด็ดน้ำ หลังจากนั้นก็นำมาคั้นเพื่อให้ได้น้ำจากใบสะระแหน่ กะให้ได้ใบปริมาณครึ่งถ้วยก็พอ (น้ำจากใบสะระแหน่ขอแบบเข้มข้น)

ขั้นตอนที่ 4

นำน้ำมะนาวที่คั้นได้และน้ำสะระแหน่มาผสมให้เข้ากัน โดยคนให้เข้ากันถ้าได้ปริมาณมาก ก็สามารถเทใส่ขวดเปล่า เพื่อนำไปแช่เย็นแล้วเก็บไว้ใช้คราวต่อไปได้ เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลามานั่งทำทุกขั้นตอนใหม่ตั้งแต่แรก เมื่อคนให้เข้ากันตามที่เราต้องการ

ขั้นตอนที่ 5

นำสำลีรีดข้างเตรียมไว้ มาชุบส่วนผสมที่เราคนให้เข้ากันของน้ำมะนาวและนำสะระแหน่ พบชุบหมาด ๆ แล้วก็นำมาทาที่รักแร้ทั้งสองข้างในปริมาณที่พอเหมาะ ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งโดยไม่ต้องล้างออก โดยทาไว้ทั้งเช้าและเย็น (หากคนไหนกลัวความเหนอะหนะ แนะนำให้ทาบาง ๆ และทำเฉพาะก่อนนอนก็พอ) หากสาวคนไหนมีกลิ่นตัวเยอะหน่อย จะทามากกว่าเช้าเย็นก็ได้ สักประมาณวันละ 3 – 4 ครั้งก็พอ

ด้วย 5 วิธีง่าย ๆ เพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้สาว ๆ บอกลาเรื่องปัญหารักแร้ดำและกลิ่นตัวที่ไม่พึงประสงค์กันได้แล้ว เพราะน้ำมะนาวนั้นมีมีสรรพคุณทำให้รักแร้ขาว ส่วนน้ำสะระแหน่เนี่ยก็มีสรรพคุณช่วยลดกลิ่นตัวได้ดีทีเดียว งานนี้รับรองเสื้อแขนกุด สายเดี่ยว จัดมาอย่าให้เสีย

แหล่งที่มา : https://sistacafe.com/

ส่องสาเหตุปัญหารูขุมขนกว้าง

ส่องสาเหตุปัญหารูขุมขนกว้าง

เรื่องงานผิวนั้นเป็นเรื่องที่สาว ๆ อย่างเรานั้นจะละเลยไม่ได้ เพราะถ้าหน้าของเรานั้นไม่เนียน รูขุมขนกว้างเด่นชัด หน้ามันเยิ้ม แต่งหน้าไม่ติดล่ะก็ ปัญหาใหญ่แน่ ๆ ดังนั้นได้เวลาหันมาดูแลตัวเองกัน อะไรที่เป็นเหตุที่ทำให้หน้าพังหยุดซะตอนนี้ก่อนจะสายไป

ซึ่งปัญหาที่พบเจอบ่อยก็คือปัญหารูขุมขนกว้าง ดังนั้นเรามาดูสาเหตุของรูขุมขนกว้างมาฝากกัน เพื่อจะได้รู้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นเป็นตัวการทำให้เกิดปัญหารูขุมขนหรือไม่ ถ้าพร้อมแล้วมีดังต่อไปนี้

ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับผิว

สิ่งแรกที่สาว ๆ ควรทำในการเลือกสกินแคร์ก็คือ เช็คสภาพผิวของตัวเองก่อนที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็ตาม เพราะเราไม่รู้ว่าผลข้างเคียงที่ตามมาจะส่งผลต่อผิวเรายังไง ซึ่งผลิตภัณฑ์บางตัวอาจจะมีสารระคายเคืองที่ก่อให้เกิดการอุดตัน การอักเสบ และส่งผลให้รูขุมขนกว้างขึ้น

อย่างพวกคลีนซิ่งถ้าเราเลือกไม่เหมาะกับสภาพผิวก็อาจจะพบปัญหาเหมือนกันเช่น ผิวแห้งกร้าน หน้ามัน ซึ่งส่งผลให้รูขุมขนกล้างตามไปด้วย

แสงแดด เป็นตัวการสำคัญ

แสงแดดเป็นอีกหนึ่งตัวการหลัก ๆ ที่ทำให้รูขุมขนของเรากว้างขึ้น ยิ่งถ้าสาว ๆ ไม่ชอบทาครีมกันแดดบอกเลยว่าคิดผิดอย่างแรง เพราะแสงแดดเป็นศัตรูตัวร้ายของผิวเลยล่ะ โดยการที่ผิวโดนแดดเป็นเวลานาน ๆ จะส่งผลกระทบต่อคอลลาเจนและอีลาสตินถูกทำลาย ทำให้ผิวหยาบกร้าน ขาดความยืดหยุ่น และรูขุมขนขยายกว้างมากขึ้น เพราะฉะนั้นทาครีมกันแดดป้องกันด้วยนะ

บีบสิวรูขุมขนก็กว้างได้

สาว ๆ หรือชอบบีบสาวกันหรือไม่ ถ้าชอบมาฟังทางนี้เลย การบีบ แกะ กด หรือแม้แต่ใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนเป็นประจำนั้นไม่ใช่แค่ทำให้ผิวระคายเคืองอย่างเดียวเท่านั้น ยังจะทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นตามไปด้วย ถ้าสาว ๆ ยังทำแบบนั้นอยู่หยุดด่วนเลย ถ้าไม่อยากให้มีหลุมอยู่บนใบหน้า อย่าไปบีบน้องให้ใช้เป็นยาแต้มแทนนะ

หลับทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ล้างเมคอัพ

ผู้หญิงกับการแต่งหน้านั้นเป็นของคู่กัน แต่ถึงแม้ว่าเราจะเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม อย่าเผลอหลับทั้ง ๆ ที่ยังมีเมคอัพติดอยู่บนหน้า ต้องขอบอกเลยว่าไม่ว่าเราจะแต่งหน้าหรือไม่แต่งหน้าก็ตาม สิ่งที่ควรทำคือ การทำความสะอาดผิว ล้างทุกอย่างที่เราไปเผชิญมาให้หมด เพราะถ้าไม่ล้างมันจะเข้าไปอุดตันรูขุมขน ทำให้รูขุมขนกว้าง เป็นสิวง่าย และเกิดปัญหาผิวตามมาอีกมากมาย

พันธุกรรมและอายุ

ข้อนี้อาจจะแก้ยากสักนิดนึง เพราะพันธุกรรมและอายุนั้นเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เรามีรูขุมขนที่กว้าง ฉะนั้นเราจะต้องรู้จักดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ยิ่งเราละเลยมากเท่าไหร่ ผิวก็จะยิ่งเสื่อมสภาพมากขึ้นเท่านั้น แม้ว่าจะรักษาไม่หายขาดแต่ก็สามารถบรรเทาได้นะ

ของมัน ของทอด

พวกของมัน ของทอดนั้นถึงแม้ว่าเราจะชอบมันมากแต่ไหนก็ตาม แต่ผิวไม่ชอบจ๊ะ เพราะของมัน ๆ ทอด ๆ พวกนี้จะส่งผลให้ต่อมไขมันใต้ชั้นผิวอุดตันจนเกิดปัญหาสิว ยังไม่พอนะยังก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขนได้ง่ายอีกด้วย ส่งผลให้รูขุมขนกว้างขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเลิกทานได้ก็จะดีมากนะ

นอนไม่พอ

สำหรับสาว ๆ สายปาร์ตี้ สายชอบทำอะไรตอนกลางคืนทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ รู้มั้ยว่าการนอนไม่เพียงก็เป็นสาเหตุที่ทำให้รูขุมขนกว้างเหมือนกันนะ เพราะการนอนไม่พอนั้นผิวของเราจะขาดการฟื้นฟู ผิวอ่อนล้า ส่งผลให้ผิวแห้งกร้านแต่หน้ามันเยิ้ม รูขุมขนกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเกิดริ้วรอยแห่งวัย จุดด่างดำเกิดขึ้นง่ายอีกด้วย

ก่อนนอนควรทำอะไรบ้าง

ก่อนนอนควรทำอะไรบ้าง

ใครบ้างที่อาบน้ำเสร็จแล้วนอนเลย ก็คนมันเหนื่อยอ่ะเนอะ ไหนจะเดินทาง ไหนจะทำงาน กลับมาถึงบ้านหรือห้องแล้วก็อยากจะอาบน้ำนอนเลย แต่เราต้องขอบอกก่อนเลยว่าเรานั้นไม่ควรละเลยช่วงเวลาก่อนนอนนะ

เพราะเวลากลางคืนนั้นเป็นเวลานาทีทองของสาว ๆ ที่อยากสวยเลยล่ะ บางคนนั้นปล่อยให้เวลาผ่านไปกับการเล่นโซเซียลมีเดียต่าง ๆ แล้วปล่อยเวลาให้เสียเปล่า ดังนั้นอยากสวยต้องใช้ทุกเวลาให้มีประโยชน์ มาดูกันดีกว่าว่าควรที่จะทำอะไรบ้าง

มาส์กหน้า

อยากแรกที่แนะนำก็คือ การมาส์กหน้า โดยอาจจะเลือกเป็นมาส์กชีทจะดีกว่าการมาส์กแบบอื่น ๆ เพราะมาส์กชีทมีส่วนในการบำรุงผิวอย่างล้ำลึกนั่นเอง และสำหรับการเลือกสูตรมาส์กนั้น สาว ๆ สามารถเลือกแบบที่ต้องการได้เลย อย่างใครต้องการผิวกระจ่างใส ก็เลือกสูตรที่ช่วยให้กระจ่างใส รับรองได้เลยว่าตื่นมาหน้าสวยเปล่งปลั่งแน่นอน

มาส์กผม

มีมาส์กหน้าก็ต้องมีมาส์กผม แต่สำหรับการมาส์กผมก่อนนอนนั้น ไม่อยากแนะนำสารเคมีเท่าไหร่ เพราะการใช้สารเคมีบนหนังศีรษะนาน ๆ ไม่เกิดประโยชน์เท่าไหร่ ฉะนั้นจะให้ดีที่สุด ขอแนะนำว่าต้องเลือกมาร์กผมด้วยน้ำมันพร้าวหรือน้ำมันงาจะดีที่สุด เพราะว่าน้ำมัน 2 ชนิดนี้มีส่วนในการช่วยบำรุงผมแตกปลายได้ ตื่นเช้ามาสระผมรับรองว่าผมนุ่มอย่างแน่นอน

ทาแฮนด์ครีม

สำหรับสาว ๆ ที่ทมือด้านสากหรือไม่ค่อยได้บำรุงมือเท่าไหร่ ถึงเวลาแล้วนะจ๊ะที่จะต้องบำรุงมือ เพราะไม่อย่างนั้นเวลาที่หนุ่ม ๆ จับมือคงจะบอกว่ามือเธอด้านจัง และแน่นอนว่าเราจะอายมาก แต่สำหรับสาว ๆ ที่ไม่มีแฟนนั้นก็ยังถือว่ายังทันในการทำให้มือนุ่ม ดังนั้นทาแฮนด์ครีมทุกวันก็เป็นสิ่งสำคัญนะ

ทาอายครีม

ดวงตาเป็นหน้าตาของดวงใจ และเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับผู้หญิง เพราะหากเกิดริ้วรอยขึ้นมา ดวงตานี่ล่ะที่จะฟ้องอายุจริงของเราได้ ดังนั้นสาว ๆ ที่อยากให้ใบหน้าอ่อนกว่าวัย ควรที่จะทาอายครีมเป็นประจำถึงจะดีที่ เพราะถ้าหากไปบำรุงตอนที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นแล้วนั้น อาจจะแก้ไม่ทันก็ได้นะ

ทาลิปบาล์ม

สาว ๆ ที่ชอบทาลิปเนื้อแมท ลิปจิ้มจุ่ม มาฟังทางนี้เลย จ้องบอกว่าการทาลิปเนื้อแมทนั้น แม้จะมีข้อดีก็คือทำให้ปากเรียว ปากสวย ไม่หลุดและติดทนนาน แต่ข้อเสียที่สำคัญมากก็คือ ปากจะแห้ง แตกและลอก บางครั้งลอกออกมาเป็นสิลิปเนื้อแมทที่เราทามาเลยก็มีนะ ดังนั้นขอแนะนำให้เลือกทาลิปบาล์มก่อนนอนจะดีที่สุด เพราะจะช่วยให้ปากไม่แห้งนั่นเอง

บำรุงและทำความสะอาดเล็บเท้า

การบำรุงและทำความสะอาดเล็บเท้านั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะว่าเล็บเท้าเป็นตัวบ่งบอกถึงความเอาใจใส่ของผู้หญิงได้เช่นกัน สาว ๆ บางคนนั้นมัวแต่สนใจผิวหน้า แต่ลืมเอาใจใส่เล็บเท้ามันก็จะดูเป็นผู้หญิงที่ไม่สะอาดนะ เพราะฉะนั้นต้องหมั่นตัดเล็บและใช้ตะไบฝนให้เรียบ พร้อมกำจัดสิ่งสกปรกบนเล็บออกด้วย เพียงเท่านี้สาว ๆ ก็จะดูเป็นผู้หญิงที่สวยและสะอาดอย่างแน่นอน

นอนหงาย

สาว ๆ หลายคนนั้นอาจจะงงว่านอนหงายเกี่ยวยังไง แต่การนอนหงายนี่ล่ะ คือคีย์สำคัญสำหรับคนที่อยากสวย เพราะเวลานอนตะแคง ผิวหน้าของเราจะไปกดทับบนหมอนทำให้เลือดไม่ไหลเวียน เมื่อตื่นเช้าขึ้นมาผิวพรรณไม่ผ่องใสได้ นอกจากนี้บางคนลืมซักปลอกหมอนก็อาจจะเกิดปัญหาปลอกหมอนกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียได้เลย ดังนั้นอย่าลืมซักปลอกหมอนและนอนหงายกันนะ

เป็นอย่างไรกันบ้างกับสิ่งที่ควรก่อนนอน เป็นสิ่งที่สามารถทำได้โดยไม่ยุ่งยาก ดังนั้นอย่าปล่อยเวลาตอนกลางคืนให้เปล่าประโยชน์ นำเวลาเหล่านั้นมาทำให้เราดูสวยขึ้นกันดีกว่านะ เพียงแค่ยอมฝืนตัวหน่อยแล้วค่อยนอน ก็ได้ผิวสวย ๆ ไปโชว์ทุกคนในตอนเช้าของอีกวันแล้วล่ะ

อัพผิวสวยใสด้วยท่าโยคะ P.2

อัพผิวสวยใสด้วยท่าโยคะ P.2

เรากลับมาแล้วจ้าสาว ๆ ทุกคน หลังจากที่คราวที่แล้วเราได้แนะนำท่าโยคะกันไปแล้วประมาณ 3 – 4 ท่า แต่เหมือนว่าสาว ๆ จะยังไม่จุใจกันเท่าไหร่เลย วันนี้เราเลยจะมาแนะนำท่าโยคะที่ช่วยเรื่องผิวพรรณกันอีกประมาณ 3 ท่า ถ้าพร้อมแล้วก็ปูแผ่นโยคะรอกันเลย

ท่า Trikonasana

ท่านี้เป็นอีกท่าที่ทำตามได้ง่ายมาก แถมยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของเราเยอะแยะไปหมด ท่านี้จะช่วยทำให้กระดูกสันหลังยืดหยุ่น ช่วยเสริมสร้างต้นขา นอกจากนี้ยังช่วยให้ทรวงอกขยายเต็มที่บรรเทาอาการปวดหลัง ทำให้อวัยวะในช่องท้องและกล้ามเนื้อสะโพกแข็ง แถมยังช่วยปรับสภาพผิวให้ดีขึ้นด้วย

How To

  • ยืนแยกเท้าห่างกัน ยกแขนทั้งสองข้างออกด้านข้างเสมอหัวไหล่
  • โน้มลำตัวไปทางด้านขวา วางมือขวาใกล้เท้าขวาห แขนซ้ายเหยียดขึ้นเป็นเส้นตรงกับแขนขวา หันฝ่ามือซ้ายออกมาด้านหน้า หันศีรษะมองฝ่ามือซ้าย
  • ค้างท่า 20 – 30 วินาที ด้วยลมหายใจปกติ
  • ค่อย ๆ คืนท่ายกแขนขนานพื้น ลดแขนลง ทำซ้ำโดยสลับข้าง

ท่า Pavanamuktasana

ท่านี้สามารถกอดเข่าได้ทั้งแบบ ทีละข้างหรือทีเดียวสองข้างเลยก็ได้ เอาที่สะดวกเลยจ้า ท่านี้จะช่วยเพิ่มกำลังและปรับกล้ามเนื้อที่ขา แถมยังมีผลสำคัญกับระบบย่อยอาหาร ซึ่งถ้าเราขับถ่ายปกติ ผลดีมันเกิดขึ้นแน่นอนทั้งต่อสุขภาพกายและสุขภาพผิว

How To

  • นอนยืดตัวตรง เท้าชิด วางแขนแนบลำตัว จากนั้นหายใจเข้า
  • ยกเข่าขวาขึ้นหรือจะยกเข่าขึ้งสองข้างขึ้นก็ได้ ยกขึ้นมาชิดที่บริเวณอกพร้อมกับหายใจออก
  • ใช้แขนกอดขาไว้ แล้วกดบริเวณต้นขาลงที่ท้อง
  • ปล่อยมือออกแล้วค่อย ๆ กลับสู่ท่าปกติ ใครที่ทำทีละข้างให้เปลี่ยนไปทำแบบเดิมในขาอีกข้างนึง

ท่า Ustrasana

เรียกอรกชื่อหนึ่งก็คือ ท่าอูฐ ท่านี้จะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ การไหลเวียนเลือดและระบบทางเดินหายใจ ทั้งยังช่วยกระชับกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย ขจัดไขมันบริเวณอก คอ หน้าท้อง ต้นขา ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลไม่ได้ช่วยแค่เรื่องหุ่นสวย แต่ยังช่วยในเรื่องของผิวสวยด้วย เพราะท่าโยคะท่านี้จะช่วยให้ปอดของเรารับออกซิเจนได้มากขึ้น จึงส่งผลให้ผิวของเรามีสุขภาพดีไปด้วยโดยปริยาย

How To

  • เริ่มจากนั่งตั้งเข่า แยกเข่ากว้างพอประมาณ ปลายเท้าชิด ตั้งเท้า หลังตรงมองตรงไปข้างหน้า
  • หายใจเข้า เหยียดแขนไปด้านหน้า หายใจออก วาดมือทั้งสองจับส้นเท้าด้านหลังและหายใจเข้า
  • หายใจออก ยกสะโพกดันสูง แอ่นอก ไม่หลับตา ไม่อ้าปาก สติอยู่ที่ลมหายใจ เข้าลึก ออกยาว ผ่อนคลาย ค้างไว้สักครู่
  • เสร็จแล้วหายใจเข้า ยกลำตัวและแขนกลับที่เดิม หายใจออก ลดมือลงแล้วพัก

แหล่งที่มา : sistacafe.com

How To เลือกโทนแต่งหน้าให้เข้ากับสีผิว

How To เลือกโทนแต่งหน้าให้เข้ากับสีผิว

เรารู้กันดีว่า ผู้หญิงอย่างเรา ๆ นั้นชอบแต่งหน้ากันมากแค่ไหน ซึ่งเอาเข้าจริงกันแต่งหน้าไม่ได้แต่การเอาอะไรลง ๆ ไปบนหน้าก็ได้นะ เพราะการแต่งหน้าจะต้องคำนึงถึงสภาพผิว สีผิวต่าง ๆ บนใบหน้าด้วย เพราะถ้าหากเลือกใช้เครื่องสำอางที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวหรือสีผิวนั้นก็จะส่งผลให้การแต่งหน้าออกมาไม่ตรงตามที่ต้องการ เช่น การทารองพื้นผิดเบอร์ก็จะทำให้หน้าของเรานั้นขาวเกินไปหรือคล้ำเกินไป ดังนั้นในวันนี้เราจะมาบอก How To เลือกโทนแต่งหน้าให้เข้ากับสีผิว ซึ่งสีผิวแต่ละสีนั้นควรแต่หน้าโทนไหนก็ไปดูกันเลย

สาวผิวขาว

มาเริ่มกันที่สาวผิวขาว เป็นผิวที่สาว ๆ หลายคนอิจฉาตาร้อน แต่เอาจริง ๆ แล้วการแต่งหน้าสำหรับสาว ๆ ผิวขาวมาก ๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะถ้าเลือกโทนสีที่สดใสมากเกินไป ก็อาจทำให้เมคอัพดูโดดเหมือนละครลิงได้ ดังนั้นโทนเมคอัพที่เหมาะกับสาวผิวขาว ก็จะเป็นโทนสีหวาน ๆ อย่างสีชมพู ถ้าใครหอนากแต่งตาทำให้ดูเด่นขึ้นกว่าเดิมก็ควรเลือกอายแชโดวสีชมพู / สีเบจ / สีน้ำตาล จะดีที่สุด แล้วอย่าลืม ปัดแก้มด้วยบลัชออนสีชมพู / สีพีชอมชมพู ก็จะช่วยทำให้สีแก้มดูมีเลือดฝาดแบบสุขภาพดีขึ้นได้ แล้วปิดท้ายด้วยลิปสติก สีนู้ดอมชมพู / สีชมพูอ่อนก็เปลี่ยนผิวซีด ๆ ให้ดูสดใสได้ง่าย ๆ แล้วล่ะ

สาวผิวขาวเหลือง

เราขยับมาที่โทนสีผิวของสาวเอเชียส่วนใหญ่อย่าง ผิวขาวเหลือง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ขาววิ้งค์ ดูอมชมพูเหมือนสาว ๆ ผิวขาวก็จริง แต่ก็ถือว่าเป็นผิวขาวแบบธรรมชาติที่สามารถแมทซ์โทนสีเมคอัพได้ง่ายกว่าเยอะ โดยโทนสีเมคอัพที่เหมาะกับสาวผิวขาวเหลือง มากที่สุดก็จะเป็นโทนสีธรรมชาติหน่อย ๆ ถ้าจะเลือกแต่งตาให้ดูเป๊ะเข้ากับสีผิวก็ควรเลือกทาอายแชโดว์ สีน้ำตาล / สีเนื้อ / สีแชมเปญ ส่วนแก้มก็บลัชออนด้วย สีชมพูอ่อน / สีพีชอมชมพู / สีชมพูอมน้ำตาล เท่านั้น ปิดท้ายด้วยสีชมพูอมม่วง / สีพีช / สีแดงเข้ม

สาวผิวกลาง ๆ

สาว ๆ ที่ผิวนั้นจะขาวก็ไม่ได้ขาวขนาดนั้น หรือจะคล้ำก็ไม่ใช่อยู่ดี พวกเธอถูกจัดอยู่ในโซนของสาวผิวกลาง ๆ ก็ได้นะ ซึ่งถ้าอยากแต่งหน้าเสริมผิวให้ดูปัง แนะนำให้เลือกสไตล์เน้นความฉ่ำให้ผิว โดยเลือกแต่งตาด้วยอายแชโดว์ สีแทน / สีน้ำตาล / สีทองชิมเมอร์ แล้วแมทซ์เข้ากับการปัดบลัชออน สีม่วงอ่อน / สีแอพริคอต / สีแดงเบอร์รี่ เพื่อเติมสีสันให้พวงแก้ม แล้วคอมพลีทลุคสวยด้วยลิปสติก สีชมพูนม ๆ / สีชมพูอมม่วง ก็จะช่วยขับผิวให้ดูสว่างขึ้น

สาวผิวแทน

มาต่อกันสาวผิวแทน ที่มองทีไรก็มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร แถมยังมีพลังความเซ็กซี่สูงเวอร์อีกต่างหาก ซึ่งสำหรับสาว ๆ ที่อยากแต่งหน้าให้เข้ากับโทนสีผิว ก็เริ่มจากเลือกอายแชโดว์สีน้ำตาลอมเทา / สีทอง / สีน้ำตาลช็อกโกแลต ส่วนบลัชออนก็ให้เลือกใช้สีแดงกุหลาบ / สีบรอนซ์ / สีพีชอมส้ม จะดูแมทซ์เข้ากับสีผิวแทนสุด ๆ แล้วปิดท้ายด้วยลิปสติกสีนู้ดอมน้ำตาล / สีแดงอมม่วง

แหล่งที่มา : https://sistacafe.com/

เมนูเด็ดที่ช่วยทำให้ผิวใส ผมสวย

เมนูเด็ดที่ช่วยทำให้ผิวใส ผมสวย

ผู้คนส่วนใหญ่ก็อยากจะเป็นคนสวยในสายตาคนอื่นกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหุ่น ผิวพรรณ เส้นผม จรดปลายเล็บ ก็ต้องดูแลความสวยงามให้ดูเป๊ะกันทั้งนั้น แต่ปัญหาที่หลายคนกังวลก็คงหนีไม่พ้นเกี่ยวกับผิวและเส้นผม เพราะว่าสองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สังเกตได้ง่าย ดังนั้นถ้าอยากแก้ปัญหาที่กังวลใจเหล่านั้นหันมาทางนี้เลย ด้วยเมนูเด็ดที่ช่วยทำให้ผิวใส ผมสวย รับรองได้เลยว่าแค่เลือกทานเมนูเหล่านี้ก็ช่วยเพิ่มพลังความสวยได้ด้วยตัวเอง ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

แซลมอน

แซลมอน เมนูสุกโปรดของใครหลาย ๆ คน โดยเป็นอาหารที่อุดมไปด้วย กรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณดูเรียบเนียนเปล่งปลั่ง แล้วก็ยังมีแร่ธาตุซีลีเนียมที่ช่วยปกป้องผิวไม่ได้โดนแสงแดดทำร้าย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ วิตามินดีปริมาณสูง ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับทั้งกระดูก ฟันและเส้นผม

ผักโขม

ผักโขมมีสารอาหารตัวเด็ดที่มีประโยชน์เรื่องความสวยความงาม ก็จะมีทั้งลูทีน ที่ช่วยบำรุงสายตาให้แข็งแรงและดูเป็นประกาย พร้อมทั้งวิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียมและโอเมก้า 3 ที่ทานเข้าไปแล้วช่วยบำรุงทั้งผิวพรรณและเส้นผมให้มีความแข็งแรงมากขึ้น ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระให้ผิวใสแบบไร้ริ้วรอยก่อนวัย ปกป้องผิวไม่ให้โดนทำร้ายจากแสงแดดและรังสียูวี

หอยนางรม

หอยนางรม เป็นอาหารที่อุดมไปด้วย แร่ธาตุสังกะสีในปริมาณสูง ซึ่งถือเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายและความสวยความงาม ที่สำคัญยังช่วยบำรุงให้เส้นผม เล็บ และผิวพรรณแข็งแรงและสวยแบบสุขภาพดี รสชาติก็ดี ประโยชน์ก็เริ่ดขนาดนี้ต้องทานกันบ่อย ๆ แล้วล่ะ

มะเขือเทศ

มะเขือเทศ เป็นแหล่งอาหารสำคัญที่ช่วยในการต่อต้านริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัย ที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อ Antioxidant หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งร่างกายของเราจะสามารถดูดซึมสารไลโคปีนที่อยู่ในมะเขือเทศได้ดีมากยิ่งขึ้น ถ้านำมะเขือเทศไปผ่านการปรุงหรือแปรรูปเสร็จแล้ว หรือจะจำไปปั่นเป็นเมนูน้ำมะเขือเทศก็ได้เหมือนกัน

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ทั้งหลายอุดมไปด้วย สารต้านการอักเสบ และวิตามินหลากหลายชนิด ช่วยปกป้องผิวสาว เนียนให้ห่างไกลจากริ้วรอยหรือร่องตีนกากวนใจ ทำให้ผิวสตรองไม่อ่อนแอต่อมลภาวะต่าง ๆ แล้วนอกจากนี้ วิตามินซี ที่มีอยู่ในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ไม่ว่าจะเป็น บลูเบอร์รี่, สตรอว์เบอร์รี่, แบล็คเบอร์รี่ ฯลฯ จะมีประโยชน์ในการบำรุงผิวพรรณให้ขาวใสสไตล์เฮลท์ตี้ได้แล้ว ยังช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะให้แข็งแรง ลดปัญหาผมขาดหลุดร่วง ป้องกันการเกิดรังแค แถมยังช่วยกระตุ้นเส้นผมให้ยาวเร็วแบบติดสปีดได้ด้วย เพราะฉะนั้นอย่าลืมทานเบอร์รี่กันเป็นประจำทุกวันด้วยล่ะ

แหล่งที่มา : https://sistacafe.com/