Posts

วิธีดูแลผิวพรรณให้สวยสดใส

วิธีดูแลผิวพรรณให้สวยสดใส

ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สวยใส ดูมีออร่า นั้นเป็นสิ่งที่ผู้หญิงหลายคนต่างต้องการกันทั้งนั้น แต่การจะไปถึงจุด ๆ นั้นได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันประกอบไปด้วยขั้นตอนในการดูแลหลาย ๆ อย่าง และต้องมีความสม่ำเสมอในการดูแลอย่างต่อเนื่อง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเพราะใคร ๆ ก็สามารถทำได้ เพียงแค่มีวินัยมากเพียงพอ ดังนั้นในวันนี้เราได้รวบรวมวิธีดูแลผิวพรรณในสวยสดใสมาฝากทุกคนกัน โดยมีดังต่อไปนี้

สครับผิวเพื่อเผยผิวใหม่

เป็นการขจัดเซลล์ที่ตายแล้วให้ออกไปจากผิวของเรา โดยการใช้สครับที่เหมาะกับสภาพผิวอาจเลือกใช้สครับสำเร็จรูปแบบที่ขายทั่วไป แต่ต้องดูว่ามีมาตรฐานรับรองหรือไม่ด้วย หรืออาจใช้ใยบวบขัดเบา ๆ ขณะอาบน้ำก็ได้ หรือจะใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ทำสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง หรือทุกครั้งหลังออกกำลังกายหนัก ก็จะช่วยเผยผิวใหม่ที่กระจ่างใสยิ่งขึ้น

ทาครีมกันแดดทุกครั้วที่สัมผัสกับแสงแดด

ครีมกันแดดจะช่วยปกป้องผิวไม่ให้ไหม้ หรือคล้ำเสียจากแสงแดด สามารถช่วยป้องกันการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ ชะลอการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นบนผิว แต่จะต้องเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ที่เหมาะสมกับการใช้งานนอกบ้าน หากต้องตากแดดตอนเช้า ครีมกันแดดควรใช้แค่ SPF 10 – 15 ก็เพียงพอแล้ว แต่หากต้องอยู่กลางแดดจ้าควรจะต้องหาครีมที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไปมาใช้ และควรทาซ้ำทุก 1 – 2 ชั่วโมงเพื่อให้การปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพแท้จริง

ทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำ

หากเป็นผิวกายก็ควรจะต้องบำรุงอย่างต่อเนื่องจึงจะเรียบเนียนเห็นผลแบบผิวหน้า โดยเฉพาะการเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถไว้ใจได้ ควรทาหลังอาบน้ำ ทั้งเช้าและก่อนนอน นี่คือวิธีที่จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ผิวเป็นอย่างดี โดยเฉพาะสาวออฟฟิศที่นั่งตากแอร์อยู่ทั้งวัน ความเย็นจะทำให้ผิวของเรานั้นแห้งง่าย แต่ไม่ว่าจะอยู่วัยไหน หากปล่อยนานไป ผิวจะแห้งเสียอย่างแน่นอน

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้การไหลเวียนเลือดทำงานดีไปทั่วร่างกาย ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งดูมีเลือดฝาดอ่อน ๆ ตามธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นการขับสารพิษ เพราะร่างกายจะขับเอาสารพิษออกมาทางเหงื่อนั่นเอง และอย่าลืมหลังจากการออกกำลังกาย ควรใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหลังจากจบกิจกรรมและหลังอาบน้ำจากการเล่นกีฬาเป็นประจำ

หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์

งดอาหารมักดอง พวกน้ำอัดลม แอลกอฮอล์ เนื้อปิ้งย่างไหม้ ๆ โดยเฉพาะหมูกระทะ ขนมหวาน อาหารแปรรูป และอาหารกระป๋อง เพราะอาหารเหล่านี้นอกจากจะอ้วนแล้ว ยังทำลายคอลลาเจนในผิวหนังได้อีกด้วย โดยอาจทำให้เป็นสิว ผิวซีด ผิวพรรณแห้งเสียเกิดริ้วรอยง่าย และควรดื่มน้ำมาก ๆ ให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 – 10 แก้ว ควบคู่กับการกินผักผลไม้เยอะ ๆ จะดีที่สุด เพื่อบำรุงผิวให้สวยสดใสจากภายในสู่ภายนอก

ทานอาหารที่มีคอลลาเจน

คอลลาเจนมีส่วนช่วยในเรื่องของผิวพรรณ สังเกตได้จากตอนเด็กจนถึงวัยรุ่นผิวพรรณของเรานั้นจะสวย กระจ่างใส และไม่มีริ้วรอยแห่งวัยใด ๆ แต่เมื่อเริ่มอายุมากขึ้นผิวพรรณจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เริ่มมีริ้วรอยต่าง ๆ ปรากฏขึ้น นั่นเพราะคอลลาเจนในร่างกายเริ่มลดน้อยตามช่วงอายุ ดังนั้นการทานอาหารที่มีคอลลาเจนจึงช่วยดูแลผิวพรรณได้

โดยอาหารที่มีคอลลาเจนสูงมีหลากหลายแต่จะพบมากที่สุดในปลา แต่ถ้าหากทานอาหารที่มีคอลลาเจนเข้าไปแล้วแต่ยังไม่มีเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ควรทานคอลลาเจนเสริมเข้าไปเพื่อให้ร่างกายได้รับคอลลาเจนที่เพียงพอและสามารถนำไปบำรุงผิวพรรณได้ ซึ่งคอลลาเจนเสริมควรเลือกเป็นคอลลาเจนเปปไทด์ (Collagen Peptide) เนื่องจากมีโมเลกุลเล็ก สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย เพียงทานวันละ 5,000 มิลลิกรัมก็เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

แหล่งที่มา : www.palmmade.com

เลือกสกินแคร์อย่างไรให้เหมาะกับผิวพรรณ

เลือกสกินแคร์อย่างไรให้เหมาะกับผิวพรรณ

สกินแคร์นั้น ไม่เหมือนกับเสื้อผ้าที่ถึงแม้ว่าซื้อผิดไซส์ก็ยังสามารถปรับแก้ให้พอดีกับรูปร่างได้ แต่ผิวพรรณนั้นไม่เหมือนกัน เคยเป็นกันหรือไม่ เวลาที่เราลองใช้สกินแคร์ไม่ว่าจะเป็น ครีม เซรั่ม หรือโลชั่นทาผิว ตามเพื่อนใช้แล้วดี แต่พอใช้เองกับไม่ดีเหมือนกับคนอื่น แถมเป็นผื่นเห่อเต็มไปหมดร

ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าคนเรามีสภาพผิวที่แตกต่างกัน ดังนั้นเราจึงจะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ความงามไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอาง ครีม หรือสกินแคร์ต่าง ๆ ให้เหมาะกับสภาพผิวและช่วยแก้ปัญหาของแต่ละคนได้อย่างตรงจุด ดังนั้นเราไปดูกันดีกว่าว่าผิวแต่ละประเภทนั้นเหมาะกับผลิตภัณฑ์สกินแคร์หรือเครื่องสำอางแบบไหนบ้าง

ผิวมัน

ต่อมไขมันของผู้ที่มีผิวมันนั้นจะมีขนาดใหญ่และผลิตน้ำมันในปริมาณที่มากกว่าคนทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากกรรมพันธุ์ที่เราอาจจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่อย่างเพิ่งหมดหวังเพราะคนผิวมันสามารถเลือกใช้สกินแคร์ที่บรรเทาปัญหาได้ ขั้นตอนในการดูแลผิวสำหรับผู้ที่มีผิวมันจึงควรเน้นไปทางการกำจัดน้ำมันส่วนเกินออกไป โดยไม่ทำลายสารเคลือบตามธรรมชาติที่อยู่บนชั้นผิว ดังนี้

  • ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำคามสะอาดผิว คลีนเซอร์เนื้อเจลที่ไม่มีส่วนผสมของซัลเฟต น่าจะตอบโจทย์กับกลุ่มผู้ที่มีผิวมันมากที่สุด
  • เลือกใช้โทนเนอร์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ และมีส่วนผสมของโซเดียมของกรดไพโรกลูตามิคที่มีประสิทธิภาพในการดูดซึมน้ำได้ดี ช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น รวมถึง Witch Hazel ที่ช่วยกระชับรูขุมขน ลดความมันบนใบหน้าโดยไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึง
  • หลายคนมักเข้าใจว่า “มอยส์เจอไรเซอร์” ไม่ค่อยมีความจำเป็นสำหรับคนที่มีผิวมัน แต่ในความเป็นจริงผิวมันที่ขาดน้ำจะผลิตน้ำมันมากขึ้นมามากกว่าปกติเพื่อทดแทน ดังนั้นใครที่มีผิวมันก็ยังจำเป็นต้องทาครีมบำรุงผิว เพียงแต่ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อครีมบางเบาและเป็นสูตร Oil-Free หรือมีส่วนผสมของ Glycerin ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ดีโดยไม่อุดตันรูขุมขน
  • ครีมกันแดด สำหรับที่มีหน้ามันลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคำว่า “Zinc Oxide” อยู่บนฉลาก เพราะเป็นสูตรที่ให้ความแมตต์ ไม่เหนียวเหนอะหนะเหมือนครีมกันแดดสูตรอื่น ๆ
  • เซรั่มที่มีส่วนผสมของ “เรตินอล” เพราะสามารถช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลงได้หากใช้อย่างต่อเนื่อง แถมยังช่วยลบเลือนริ้วรอยให้ดูจางลงได้อีกด้วย

ผิวแห้ง

ใคร ๆ ก็อยากมีผิวอิ่มน้ำเด้งฟูกันทั้งนั้น แต่ถ้าเราเป็นคนผิวแห้ง หลักสำคัญในการดูแลผิวคือการเติมน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เพราะผิวชั้นบนขอคนที่มีผิวแห้งมักไม่แข็งแรง เมื่อต้องเผชิญกับรังสี UV และความแห้งในอากาศ จึงทำให้ผิวหน้าสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายกว่าปกติ

  • แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนมาก ๆ ถ้าเป็นประเภทที่ไม่มีฟองได้เลยยิ่งดี ลองเลือกใช้คลีนเซอร์ที่เป็นสูตรน้ำนมหรือโลชั่น จะช่วยให้ผิวหน้าของคุณไม่แห้งตึงหลังจากล้างเสร็จ
  • ห้ามใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด เพราะแอลกอฮอล์จะยิ่งทำให้ผิวของเราแห้งไปกันใหญ่ ลองหันไปใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงและปลอบประโลมผิวอย่างกรดไฮยาลูโรนิก, สารสกัดว่านหางจระเข้, ดอกคาโมไมล์, แตงกวาและน้ำกุหลาบ
  • เซรั่มเนื้อเข้มข้นมี่มีส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว เช่น วิตามินอีและเอ น่าจะแก้ปัญหาผิวที่แห้งและช่วยป้องกันการสูญเสียคอลลาเจนระหว่างวันให้กับคนที่ผิวแห้งได้ ถ้าให้ดีลองใช้ร่วมกับอายครีมที่มีส่วนผสมของ Peptide ที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนของผิวได้อีกขั้น
  • ในส่วนของมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อคืนคความชุ่มชื้นให้กับผิวและปกป้องผิวจากแสงแดด ให้ลองใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของครีมกันแดดในตอนกลางวัน และเปลี่ยนเป็นมอยส์เจอไรเซอร์สูตรเข้มข้นในตอนกลางคืน โดยเน้นส่วนผสมที่เป็นน้ำมันสกัดที่ได้จากธรรมชาติ เช่น Rose Hip seed Oil, Evening Primrose Oil, Cranberry Oil, Sweet Almond Oil และ Jojoba Oil

ผิวผสม

ปัญหาของคนที่มีผิวผสม คือผิวหน้าบางส่วนที่แห้งขาดความชุ่มชื้น ขณะที่ผิวหน้าส่วนอื่น ๆ มีน้ำมันมากกว่าปกติ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นบริเวณทีโซน ทริคในการเลือกใช้สกินแคร์ที่เหมาะกับสาวผิวผสมก็คือ ให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถแก้ปัญหาให้ได้ในหนึ่งเดียว โดยไม่จำเป็นต้องแยกผลิตภัณฑ์ออกเป็นหลาย ๆ ชนิดเพื่อแก้ปัญหาแต่ละอย่าง

  • เลือกใช้คลีนเซอร์ที่อ่อนโยนแต่ทำความสะอาดรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก โดยมากมักจะมีสารสกัดจากน้ำมันธรรมชาติเป็นส่วนผสมหลัก เพราะจะได้ไม่ระคายเคืองผิว เน้นที่ไม่มีน้ำหอม
  • หลีกเลี่ยงโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมที่มีฤทธิ์เป็นกรด และเปลี่ยนมาใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมอย่าง Witch Hazel ที่ช่วยลดอาการอักเสบและสมานแผล หรือ Tannin ที่สามารถยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย และน้ำกุหลาบที่ช่วยปลอมประโลมผิวและกลิ่นที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย
  • ผู้คนที่มีผิวผสม ไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน แค่เลือกใช้สูตรที่บางเบาเท่านั้นเอง เพราะครีมที่มีความเข้มข้นสูงอาจทำให้ผิวบริเวณทีโซนอุดตันได้ ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic acid และ Vitamin C ดูจะตอบโจทย์สาวผิวผสมได้อย่างตรงจุด
  • สำหรับครีมกันแดด แนะนำให้ใช้สูตร “Zinc Oxide” เหมือนกับคนผิวมัน เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้ผิวสัมผัสแบบแมตต์ จะได้ไม่มันเยิ้มระหว่างวัน
  • สำหรับการเลือกเซรั่ม อาจลองดูส่วนผสมอย่าง Salicylic Acid ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวและสิ่งสกปรกภายในรูขุมขนได้อย่างหมดจด อีกทั้งยังลดการเกิดน้ำมันพร้อมปรับผิวหน้าให้เนียนเรียบและดูสุขภาพดีขึ้นได้ด้วย

ผิวบอบบางแพ้ง่าย

ผู้คนที่มีผิวบอบบาง ฟังดูเป็นคุณหนูน่าทะนุถนอมเนอะ แต่ถ้าใครมีผิวประเภทนี้ จะรู้เลยว่ามันช่างน่าหงุดหงิดกวนใจเสียเหลือเกิน เพราะจะใช้อะไรก็ต้องระวังไปหมด ดังนั้นสกินแคร์สำหรับผิวแพ้ง่ายจะต้องไม่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว เพราะคนที่มีผิวประเภทนี้มักเกิดผดผื่น, อาการบวม, การอักเสบหรือรอยแดงได้ง่าย หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรงเกินไป

  • ใช้คลีนเซอร์ที่ไม่มีฟองเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากซัลเฟต และถ้ามีส่วนผสมของ Glycerin และ Panthenol ก็จะยิ่งดี เพราะส่วนผสม 2 ชนิดนี้ช่วยสร้างเกราะป้องกันให้ผิวแข็งแรงได้
  • เลือกใช้โทนเนอร์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์หรือสารที่มีฤทธิ์เป็นกรด และเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ไม่ระคายเคืองและช่วยลดการอักเสบของผิว เช่น Green Tea และ Chamomile หรือเซราไมด์ที่ช่วยฟื้นฟูและรักษาปราการผิวตามธรรมชาติ
  • หลีกเลี่ยงครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำหอมสังเคราะห์, แอลกอฮอล์และสารย้อมสี เพราะส่วนผสมเหล่านี้มักก่อให้เกิดการระคายเคือง หรือรบกวนผิวได้ง่าย
  • ครีมกันแดดสูตร Zinc Oxide ยังคงเป็นสูตรที่อ่อนโยนและมีโอกาสที่จะเกิดการระคายเคืองต่อผิวได้น้อยที่สุด

สกินแคร์หรือเครื่องสำอางนั้นก็จะการผลิตที่แตกต่างกันออกไป เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน พูดง่าย ๆ ก็คือ การผลิตสกินแคร์อย่างใดอย่างหนึ่งก็จะเหมาะสมกับผิวพรรณประเภทหนึ่งเท่านั้นอย่างเช่น แบรนด์ที่ผลิตครีมสำหรับคนผิวมัน ก็เพื่อจำหน่ายสำหรับคนผิวมันเท่านั้น เป็นต้น

สกินแคร์หรือเครื่องสำอางแต่ละประเภทนั้นย่อมมีสรรพคุณและประโยชน์จากสารสกัดต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน เพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างตรงจุด และเพื่อให้ได้ผลอย่างชัดเจน ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องกับประเภทผิวพรรณ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา

แหล่งที่มา : www.thairath.co.th

ทริคดูแลผิวสำหรับว่าที่เจ้าสาว

ทริคดูแลผิวสำหรับว่าที่เจ้าสาว

ฝันถึงงานแต่งงานของเรา ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีที่สาว ๆ ทุกคนที่กำลังเข้าสู่ประตูวิวาห์นะคะ เนื่องจากเป็นงานสำคัญสำหรับผู้หญิงอย่างเรา หลาย ๆ คนฝันและรอคอยที่จะมีวันนี้มากันมานานแสนนาน ดังนั้นเราจะต้องใส่ใจกับงานนี้เป็นพิเศษ แต่นอกจากจะพิเศษในเรื่องของตัวงานแล้ว ตัวเจ้าสาวก็ต้องดูแลเป็นพิเศษเหมือนกัน

ถ้าหากเจ้าสาวนั้นไชน์ สวย โดดเด่นมีออร่า จะเป็นโมเมนต์ที่แสนประทับใจไม่มีวันลืม ดังนั้นการดูแลตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ เราควรใส่ใจสิ่งที่เป็นพื้นฐานทุกอย่างนั่นคือ “ผิว” ทั้งผิวหน้าและผิวกาย วันนี้เราเลยมีทริคเด็ด ๆ ในการดูแลผิวสำหรับว่าที่เจ้าสาวมาฝากกัน ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

เช็คสภาพผิวหน้าปัจจุบันว่ามีปัญหาอะไรบ้าง

ก่อนเริ่มลงมือดูแลผิว ลองเช็คตัวเองก่อนว่ามีปัญหาผิวใด ๆ ที่ชัดเจนและควรเป็นกังวลหรือไม่ เพื่อแก้ไขอย่างตรงจุด เพราะการบำรุงแบบหว่านแห ไม่ได้ทำให้ปัญหาเฉพาะจุดเหล่านั้นหายไป วันงานก็อาจจะกร่อยได้เพราะมัวแต่กังวลปัญหาเหล่านี้

ถ้าปัญหาที่หน้าค่อนข้างเยอะ เวลาเตรียมตัวน้อยและมีงบมากพอ เราแนะนำให้ไปคลินิกรักษาผิว ทำเลเซอร์ ทรีทเมนต์โดยตรงเลยจะเห็นผลเร็วกว่า แต่ถ้ายังพอมีเวลา และปัญหาไม่มา แค่เพิ่มสกินแคร์บางตัวเข้ามาใน Skincare routine ของตัวเอง หรือเปลี่ยนสกินแคร์บางขั้นตอนให้เป็นสูตรที่เข้มข้นมากขึ้นให้ผลมากขึ้นก็พอ

ใช้โทนเนอร์แผ่น (peel pads) ช่วงกลางคืน

สำหรับสาว ๆ ที่พื้นฐานผิวค่อนข้างคล้ำเสีย หรือมีความหมอง ไม่ค่อยกระจ่างใส หากไม่สะดวกทำเลเซอร์ซึ่งราคาแพง ก็สามารถใช้สกินแคร์อย่าง “โทนเนอร์แผ่น (peel pads)” ได้เช่นกัน ไอเทมนี้จะมีส่วนผสมของ glycolic acid ช่วยลอกเซลล์ผิวเก่า กระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องจะทำให้ผิวหน้าสว่าง กระจ่างใส ขึ้นทีละขั้นแบบไม่ดูหลอกตา โดยหลังล้างหน้า ซับผิวหน้าที่เปียกให้พอหมาด ๆ แล้วใช้โทนเนอร์เช็ดผิวหน้าก่อนนอนทุกวัน

มาสก์หน้าทุกวัน บูสต์หน้าโทรม

หนึ่งในไอเทมยอดฮิตที่ทุกคนต้องทำคือ “มาสก์หน้า” โดยเฉพาะมาสก์หน้าแบบแผ่น เจ้าสาวบางคนต้องการผิวหน้าที่ชุ่มชื้นสูง มีส่วนผสมของ hyaluronic acid เป็นพื้นฐาน ถ้ามีปัญหาผิวอย่างอื่นก็ค่อยเลือกสูตรที่ผสมสารที่ช่วยรักษาเพิ่มเข้าไป เช่น ถ้ากังวลจุดด่างดำ ก็เลือกมาสก์ที่ผสมทั้ง hyaluronic + vitamin c เป็นต้น

ใช้อายครีมสูตรเน้นความชุ่มชื้น และลดบวมใต้ตา

ช่วงที่ต้องเตรียมงานแต่ง เชื่อว่าเจ้าสาวแทบทุกคนนอนหลับไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่ เพราะต้องมีเรื่องให้ต้องจัดการตัดสินใจ ลงพื้นที่ดูงาน และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ตลอดเวลา เมื่ออดนอน นอนน้อยส่งผลให้ใต้ตาบวม หรือหมองคล้ำเป็นแพนด้ากินไม้ไผ่ได้

แก้ปัญหาได้ด้วยการทา “อายครีม” สูตรที่ให้ความชุ่มชื้น มีส่วนผสมของ hyaluronic acid ให้ใต้ตาเนียนเรียบ อิ่มฟู ควบคู่กับการใช้เครื่องนวดใต้ตา หรือถ้าวิธีง่าย ๆ ก็ใช้ช้อนสแตนเลสแช่ตู้เย็นประคบใต้ตา หรือจะใช้แตงกวา มะเขือเทศหั่นสไลด์แปะเพื่อลดรอยคล้ำใต้ตาก็ได้เช่นกัน

สครับผลัดเซลล์ผิวเก่า ตั้งแต่หัวจรดเท้า

จะเป็นเจ้าสาวทั้งที ผิวฉ่ำวาวทั้งตัวคือสิ่งที่ต้องมี ถึงแม้เราจะใส่ชุดฟูฟ่องลากยาวแค่ไหนก็ตาม ซึ่งไอเทมที่ช่วยได้ดีที่สุดก็คือ สครับ ที่ขจัดเซลล์ผิวเก่า กระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ให้เนียนใส นุ่มเหมือนผิวเด็กไปทั้งตัว ไม่ว่าจะเป็นสาว ๆ ผิวแพ้ง่ายหรือไม่ก็ตาม ควรใช้สครับแยกส่วนผิวหน้ากับผิวกาย เพราะสครับผิวกายจะใช้เม็ดสครับที่ค่อนข้างใหญ่และหยาบกว่า ถ้าใช้รวมกับผิวหน้าอาจเกิดบาดแผลระคายเคืองได้ เน้นสครับช่วงเข่า ข้อศอกและเท้าเป็นพิเศษ เพราะเป็นส่วนที่ดำง่าย

ใช้มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิว ทั้งช่วงเช้าและกลางคืน

หัวใจสำคัญของการดูแลผิว ก็คงหนีไม่พ้น “มอยส์เจอไรเซอร์” หรือครีมบำรุงผิวที่ช่วยให้ผิวพร้อมสำหรับการลงเบสและรองพื้นในการแต่งหน้าช่วงวันงาน งานแต่งของสาว ๆ บางคนมีประเพณีช่วงเช้าแยกกับช่วงเย็น ต้องแต่งหน้าคนละแบบ ต้องลบแล้วแต่งใหม่ระหว่างวันด้วย

ดังนั้นพื้นฐานผิวหน้าควรแข็งแรงและชุ่มชื้นมาก ๆ ไว้ก่อน เพราะถ้าผิวไม่ค่อยดีแล้วโดนเช็ด โดนถูหลายรอบล่ะก็ สุดท้าย ๆ ที่ได้แต่งหน้า ผิวจะดูเหนื่อย ดูพังสุด ๆ ซึ่งจะเห็นชัดมากในรูปถ่ายป้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้นะ

กินอาหารมีประโยชน์กับสุขภาพ ถ้าภายในดี ผิวก็จะดีตาม

สาว ๆ หลายคนมุ่งทุ่มเทกับสกินแคร์ ทรีทเมนต์ สครับมากมายซึ่งก็ไม่ปฏิเสธว่าเป็นเรื่องที่ควรทำ แต่มันคือปัจจัยส่วนหนึ่งที่ส่งผลกับผิวกายภายนอกเท่านั้น ถ้าอยากให้ผิวสวยจากภายใน ต้องเริ่มต้นที่ “อาหารการกิน” ด้วย เจ้าสาวบางคนยุ่งกับการเตรียมงานมากไป จึงไม่ได้ใส่ใจกับอาหารเท่าไหร่ เน้นฟาสต์ฟู้ดหรือของที่แคลอรีสูงที่กินง่ายไว้ก่อน จึงทำให้เป็นสิวหรือผิวไม่ใสเท่าที่ควร

หลีกเลี่ยงคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว (แป้งขาว) และน้ำตาลให้ได้มากที่สุด ทำให้หุ่นเสียและสุขภาพแย่ลง ให้เน้นกินผักผลไม้ โปรตีนแทนเช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา ถั่ว โยเกิร์ต เต้าหู้ และเครื่องดื่มก็ควรกื่มสิ่งที่มีสรรพคุณช่วยดีท็อกซ์ ทำให้ผิวกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ เช่น น้ำเปล่าบีบมะนาว ชาสมุนไพร ชาเขียว น้ำมะพร้าวเป็นต้น รับรองว่าหุ่นเป๊ะ สวยสุด ๆ ในวันงานแน่นอน

แหล่งที่มา : sistacafe.com

รักษาสิวหายใน 1 วัน ด้วย 7 ไอเทมเป็นมิตรต่อผิว

รักษาสิวหายใน 1 วัน ด้วย 7 ไอเทมเป็นมิตรต่อผิว

สิวขึ้นทีไร เป็นอันต้องทำให้ความมั่นใจลดลงไปเยอะเลยทีเดียว ยิ่งวันไหนมีนัดพิเศษ แต่เจ้าสิวดันมาเห่อขึ้นเสียดื้อ ๆ จะรักษาสิวให้หายไปในพริบตาก็คงจะทำไม่ได้ แต่เชื่อหรือไม่ว่ามีหลากหลายวิธีที่ช่วยรักษาสิวให้ยุบลงภายในวันเดียวเท่านั้น และที่สำคัญแต่ละวิธียังไม่ทำร้ายผิวอีกด้วย จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูพร้อมกันเลย

ครีมรักษาสิว

การใช้ครีมรักษาสิวที่มีส่วนผสมหลักอย่าง Benzyl Peroxide และ Salicylic ช่วยให้สิวยุบลงได้ และยังช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป เนื่องจากตัวยาทั้งสองชนิดนี้มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นตัวการทำให้เกิดสิว แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรแต้มยาบนสิวมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคือง เนื่องจากตัวยามีความเข้มข้นหลายระดับ

Tea Tree Oli

ในส่วนของการรักษาสิวด้วย Tea Tree Oil แนะนำให้สาว ๆ ใช้คอตตอนบัดจุ่มลงไป แล้วนำมาแต้มบริเวณหัวสิว วิธีนี้ช่วยลดการอักเสบและลดรอยแดง และช่วยลดขนาดสิวให้เล็กลง เนื่องจากน้ำมันชนิดนี้มีส่วนช่วยกำจัดแบคทีเรียและเชื้อราในรูขุมขนได้ดี

น้ำผึ้ง

การใช้น้ำผึ้งรักษาสิวนั้น เพียงนำน้ำผึ้งมาแต้มลงบนหัวสิวที่อักเสบ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นล้างออกให้สะอาด สิวจะยุบลงจากเดิม เนื่องจากน้ำผึ้งมีคุณสมบัติที่ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียนั่นเอง

ว่านหางจระเข้

นำวุ้นจากว่านหางจระเข้ทาลงไปบนสิว แล้วทิ้งไว้ข้ามคืน สิวจะยุบลงอย่างเห็นได้ชัด  เนื่องจากว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติช่วยต้านฤทธิ์แบคทีเรียและลดการอักเสบ ที่สำคัญยังเหมาะสำหรับผิวที่บอบบางอีกด้วย

กระเทียม

เพียงนำกระเทียมมาหั่นบางแล้วถูตรงบริเวณที่เป็นสิวประมาณ 5 – 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ถือเป็นการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว เนื่องจากในกระเทียมมีส่วนประกอบของซัลเฟอร์ที่มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อได้เป็นอย่างดี

น้ำมะนาว

อย่างที่ทราบกันดีว่าน้ำมะนาวอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารเอเอชเอ ซึ่งเป็นสารที่มีความสามารถในการทำให้สิวแห้งเร็ว ดังนั้นจึงแนะนำให้เอาน้ำมะนาวแต้มสิว หรือจะผสมกับดินสอพองก็ช่วยให้สิวแห้งตัวได้เช่นกัน

น้ำแข็ง

อีกหนึ่งวิธีรักษาสิวที่ทำได้ง่ายก็คือ การใช้น้ำแข็งประคบไว้ที่บริเวณสิวประมาณ 10 – 20 นาที เนื่องจากน้ำแข็งมีคุณสมบัติช่วยลดอาการบวมแดงจากการเป็นสิว ลดการอักเสบ และช่วยกระชับรูขุมขนได้ดี

แหล่งที่มา : www.sanook.com

ส่องสาเหตุปัญหารูขุมขนกว้าง

ส่องสาเหตุปัญหารูขุมขนกว้าง

เรื่องงานผิวนั้นเป็นเรื่องที่สาว ๆ อย่างเรานั้นจะละเลยไม่ได้ เพราะถ้าหน้าของเรานั้นไม่เนียน รูขุมขนกว้างเด่นชัด หน้ามันเยิ้ม แต่งหน้าไม่ติดล่ะก็ ปัญหาใหญ่แน่ ๆ ดังนั้นได้เวลาหันมาดูแลตัวเองกัน อะไรที่เป็นเหตุที่ทำให้หน้าพังหยุดซะตอนนี้ก่อนจะสายไป

ซึ่งปัญหาที่พบเจอบ่อยก็คือปัญหารูขุมขนกว้าง ดังนั้นเรามาดูสาเหตุของรูขุมขนกว้างมาฝากกัน เพื่อจะได้รู้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นเป็นตัวการทำให้เกิดปัญหารูขุมขนหรือไม่ ถ้าพร้อมแล้วมีดังต่อไปนี้

ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับผิว

สิ่งแรกที่สาว ๆ ควรทำในการเลือกสกินแคร์ก็คือ เช็คสภาพผิวของตัวเองก่อนที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็ตาม เพราะเราไม่รู้ว่าผลข้างเคียงที่ตามมาจะส่งผลต่อผิวเรายังไง ซึ่งผลิตภัณฑ์บางตัวอาจจะมีสารระคายเคืองที่ก่อให้เกิดการอุดตัน การอักเสบ และส่งผลให้รูขุมขนกว้างขึ้น

อย่างพวกคลีนซิ่งถ้าเราเลือกไม่เหมาะกับสภาพผิวก็อาจจะพบปัญหาเหมือนกันเช่น ผิวแห้งกร้าน หน้ามัน ซึ่งส่งผลให้รูขุมขนกล้างตามไปด้วย

แสงแดด เป็นตัวการสำคัญ

แสงแดดเป็นอีกหนึ่งตัวการหลัก ๆ ที่ทำให้รูขุมขนของเรากว้างขึ้น ยิ่งถ้าสาว ๆ ไม่ชอบทาครีมกันแดดบอกเลยว่าคิดผิดอย่างแรง เพราะแสงแดดเป็นศัตรูตัวร้ายของผิวเลยล่ะ โดยการที่ผิวโดนแดดเป็นเวลานาน ๆ จะส่งผลกระทบต่อคอลลาเจนและอีลาสตินถูกทำลาย ทำให้ผิวหยาบกร้าน ขาดความยืดหยุ่น และรูขุมขนขยายกว้างมากขึ้น เพราะฉะนั้นทาครีมกันแดดป้องกันด้วยนะ

บีบสิวรูขุมขนก็กว้างได้

สาว ๆ หรือชอบบีบสาวกันหรือไม่ ถ้าชอบมาฟังทางนี้เลย การบีบ แกะ กด หรือแม้แต่ใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนเป็นประจำนั้นไม่ใช่แค่ทำให้ผิวระคายเคืองอย่างเดียวเท่านั้น ยังจะทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นตามไปด้วย ถ้าสาว ๆ ยังทำแบบนั้นอยู่หยุดด่วนเลย ถ้าไม่อยากให้มีหลุมอยู่บนใบหน้า อย่าไปบีบน้องให้ใช้เป็นยาแต้มแทนนะ

หลับทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ล้างเมคอัพ

ผู้หญิงกับการแต่งหน้านั้นเป็นของคู่กัน แต่ถึงแม้ว่าเราจะเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม อย่าเผลอหลับทั้ง ๆ ที่ยังมีเมคอัพติดอยู่บนหน้า ต้องขอบอกเลยว่าไม่ว่าเราจะแต่งหน้าหรือไม่แต่งหน้าก็ตาม สิ่งที่ควรทำคือ การทำความสะอาดผิว ล้างทุกอย่างที่เราไปเผชิญมาให้หมด เพราะถ้าไม่ล้างมันจะเข้าไปอุดตันรูขุมขน ทำให้รูขุมขนกว้าง เป็นสิวง่าย และเกิดปัญหาผิวตามมาอีกมากมาย

พันธุกรรมและอายุ

ข้อนี้อาจจะแก้ยากสักนิดนึง เพราะพันธุกรรมและอายุนั้นเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เรามีรูขุมขนที่กว้าง ฉะนั้นเราจะต้องรู้จักดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ยิ่งเราละเลยมากเท่าไหร่ ผิวก็จะยิ่งเสื่อมสภาพมากขึ้นเท่านั้น แม้ว่าจะรักษาไม่หายขาดแต่ก็สามารถบรรเทาได้นะ

ของมัน ของทอด

พวกของมัน ของทอดนั้นถึงแม้ว่าเราจะชอบมันมากแต่ไหนก็ตาม แต่ผิวไม่ชอบจ๊ะ เพราะของมัน ๆ ทอด ๆ พวกนี้จะส่งผลให้ต่อมไขมันใต้ชั้นผิวอุดตันจนเกิดปัญหาสิว ยังไม่พอนะยังก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขนได้ง่ายอีกด้วย ส่งผลให้รูขุมขนกว้างขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเลิกทานได้ก็จะดีมากนะ

นอนไม่พอ

สำหรับสาว ๆ สายปาร์ตี้ สายชอบทำอะไรตอนกลางคืนทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ รู้มั้ยว่าการนอนไม่เพียงก็เป็นสาเหตุที่ทำให้รูขุมขนกว้างเหมือนกันนะ เพราะการนอนไม่พอนั้นผิวของเราจะขาดการฟื้นฟู ผิวอ่อนล้า ส่งผลให้ผิวแห้งกร้านแต่หน้ามันเยิ้ม รูขุมขนกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเกิดริ้วรอยแห่งวัย จุดด่างดำเกิดขึ้นง่ายอีกด้วย

มาทำให้ผิวเปล่งปลั่งประดุจดังสาวเกาหลีกันเถอะ

มาทำให้ผิวเปล่งปลั่งประดุจดังสาวเกาหลีกันเถอะ เชื่อได้เลยว่าสาว ๆ หลายคนนั้นเวลาที่นอนดูซีรี่ย์เกาหลีหรือแม้แต่รายการต่าง ๆ ของเกาหลีก็จะเห็นผู้หญิงเกาหลีที่หน้าตาเปล่งปลั่ง แล้วก็เกิดคำถามขึ้นมาในหัวว่า “ฉันจะต้องทำอย่างไรให้ผิวของฉันดีเหมือนสาวเกาหลีบ้าง” ถ้าสาว ๆ อยากมีผิวเปล่งปลั่งดุจสาวเกาหลีละก็ตามมาทางนี้กันเลยจ้า อยากรู้กันมั้ยล่ะว่าสาว ๆ เหล่านั้นทำยังไงกันบ้าง ผิวถึงได้ดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขนานนั้น ดังนั้นในวันนี้เราจะบอกถึงเคล็ดลับผิวเปล่งปลั่งดุจสาวเกาหลี พร้อมกันหรือยังเอ่ย ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย ล้างหน้าสองครั้ง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับสาว ๆ ที่ชอบแต่งหน้า เพราะนอกจากเครื่องสำอาง ยังมีสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ อีกมากมายเช่น ฝุ่นละออง สารเคมี แบคทีเรียที่ยังตกค้างอยู่บนหน้าเรา ดังนั้นจะต้องทำความสะอาดให้หมดจดหลังหมดวันทุกครั้ง ห้ามขี้เกียจเด็ดขาด พักหน้าให้แห้งตามธรรมชาติ เมื่อล้างหน้าเสร็จแล้วอย่าเพิ่งรีบคว้าผ้าขนหนูมาเช็ดล่ะ เพราะเราไม่รู้ว่าในผ้าขนหนูนั่นมีแบคทีเรียก่อตัวอยู่มากน้อยแค่ไหน แม้จะซักแล้วตากให้แห้งแต่สารเคมีแรง ๆ หลายตัวจากผลิตภัณฑ์ซักผ้าก็อาจจะหลงเหลืออยู่จนทำร้ายผิวที่บอบบางของเราได้ นั่นก็คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงควรปล่อยให้ผิวแห้งเองตามธรรมชาติหลังจากการอาบน้ำหรือล้างหน้า ถึงแม้ว่าจะใช้เวลานานหน่อยแต่ก็ดีสำหรับผิวนะ นวดหน้าหน่อย วันนี้รู้สึกหน้าบวม ๆ เหรอ งั้นก็ต้องนวดหน้าสิ อาจจะฟังดูแปลก ๆ นะแต่การนวดเบา ๆ บนผิวหน้าขณะที่ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวไปด้วยจะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้ดีขึ้นได้นะ โดยนวดวนเป็นวงกลมเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด แถมบางคนยังบอกว่าการนวดแบบนี้จะทำให้ใบหน้าดูเด็กลงอีกต่างหาก กฎ 10 วินาที เคยได้ยินคำว่า […]

บอกลารอยตีนกา เพื่อผิวพรรณที่อ่อนวัย

บอกลารอยตีนกา เพื่อผิวพรรณที่อ่อนวัย

ตีนกาเกิดจากผิวที่เสื่อมสภาพลงตามวัย เพราะการหดตัวของกล้ามเนื้อขณะแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ทางใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นการยิ้ม หัวเราะ หรือเครียด จะทำให้ริ้วรอยต่าง ๆ ค่อย ๆ ลึกลงและมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งอาจส่งผลให้ขาดความมั่นใจเมื่อต้องพบปะหรือพูดคุยกับผู้อื่น แต่รู้หรือไม่ว่า ในปัจจุบันมีทางเลือกในการรักษาตีนกาและริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้ามากมาย แต่การรักษาตีนกานั้นต้องขึ้นอยู่กับระดับความลึกของริ้วรอย และอาจต้องใช้วิธีการรักษามากกว่า 1 อย่างเพื่อผลลัพธ์ที่ดี ดังนี้

ทาครีมลดริ้วรอย

มักนิยมนำครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์อย่างเตรติโนอิน (Tretinoin) มาใช้ในการลดเลือนริ้วรอย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้มีการผลัดผิวใหม่ ซึ่งมักจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นใน 24 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม การทาครีมที่มีเรตินอยด์เป็นส่วนประกอบจะช่วยลดริ้วรอยร่องตื้นเท่านั้น แต่ไม่สามารถลดริ้วรอยลึกได้

ฉีดโบท็อกซ์

การฉีดโบท็อกซ์สามารถลดรอยตีนกาและรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าที่เกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่มีริ้วรอยผ่อนคลาย และช่วยป้องกันการหดตัวของกล้ามเนื้อ ทำให้ริ้วรอยตื้นขึ้น ทั่วไปการฉีดโบท็อกซ์อาจมีประสิทธิภาพนานถึง 3 เดือน และมักไม่ส่งผลกระทบต่อการแสดงอารมณ์ทางสีหน้า เพราะการฉีดโบท็อกซ์เพื่อรักษารอยตีนกาจะทำให้ผิวหน้าบริเวณหางตาตึงขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การฉีดโบท็อกซ์จะให้ผลลัพธ์ที่ดีสำหรับผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยในช่วงอายุ 30-50 ปี แต่ไม่สามารถลดริ้วรอยลึกในผู้สูงอายุได้

ทำเลเซอร์

การยิงเลเซอร์เพื่อให้ผิวเกิดการลอก (Ablative Laser Resurfacing) เป็นการลอกผิวหนังชั้นบนออกไป เพื่อเผยผิวที่มีสุขภาพดีและดูอ่อนเยาว์ การใช้เลเซอร์รักษารอยตีนกาเป็นอีกหนึ่งวิธีที่มีประสิทธิภาพ เพราะความร้อนจากเลเซอร์จะกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ส่งผลให้ผิวหนังบริเวณหางตาเรียบเนียนและตื้นขึ้น โดยหลังทำเลเซอร์อาจใช้เวลาพักฟื้นหลายสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม การทำเลเซอร์อาจไม่สามารถลดริ้วรอยอย่างตีนกาได้ 100 เปอร์เซ็นต์

ป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดตีนกา ?

  • ปกป้องผิวจากแดด ด้วยการใช้ครีมกันแดดที่มีค่าป้องกันแสงแดด (SPF) ตั้งแต่ 30 ขึ้นไปอย่างสม่ำเสมอ และควรใส่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ปกปิดผิวเพื่อป้องกันผิวคล้ำเสียจากแดดด้วย
  • เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเลือกรับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืช และไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เช่น แซลมอน ถั่ว น้ำมันมะกอก อะโวดาโค เป็นต้น และควรเลี่ยงการดื่มคาเฟอีน รับประทานอาหารแปรรูป และอาหารที่มีเกลือหรือน้ำตาลสูง
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายส่งผลดีต่อระบบไหลเวียนเลือด และช่วยกระตุ้นระบบน้ำเหลืองให้ร่างกายสามารถกำจัดสารพิษออกไปได้ ซึ่งช่วยทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งและมีสุขภาพดี
  • ห้ามสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ส่งผลเสียต่อสุขภาพและยังกระตุ้นให้ร่างกายผลิตสารอนุมูลอิสระเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุของริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้า
  • เลี่ยงการขมวดคิ้ว การขมวดคิ้วเป็นประจำจากการทำงาน การเพ่งมอง หรือการอ่านหนังสือ จะทำให้ริ้วรอยบริเวณรอบดวงตาและหน้าผากลึกขึ้น ดังนั้น ควรใส่แว่นสายตาหรือซื้อหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อลดการใช้กล้ามเนื้อรอบดวงตา

เซรั่มตัวเด็ดลดเลือนริ้วรอย

เซรั่มตัวเด็ดลดเลือนริ้วรอย

สกินแคร์กับผู้หญิงเป็นสิ่งที่ขาดกันไม่ได้ เพราะหน้าเรานั้นจะต้องดีไว้ก่อน แต่ก็มีบางครั้งที่ผู้หญิงอย่าเรา ๆ จะต้องเผชิญกับกิจกรรมต่าง ๆ หลาย ๆ วันจนทำให้เรานั้นลืมที่จะดูแลหน้าของตัวเอง พอมาส่งกระจกถึงได้รู้ว่าหน้าเรานั้นมีทั้งริ้วรอย รอยคล้ำใต้ตา รอยย่นที่หน้าผาก ร่องแก้ม ฝ้า กระ จุดด่างดำ ที่พร้อมใจกันถาโถมกันเข้ามาบนใบหน้าแบบที่ไม่ได้นัดหมาย ดังนั้นการหาเซรั่มดี ๆ สักตัวที่สามารถช่วยเรื่องนี้ได้นั้นจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมาก ฉะนั้นในวันนี้เราได้รวบรวมเซรั่มตัวเด็ดที่ขึ้นชื่อเรื่องการลดเลือนริ้วรอย ยกกระชับผิว พร้อมกับลดจุดด่างดำและบำรุงผิวให้กระจ่างใสขึ้นได้พร้อมกัน จะมีตัวไหนบ้างนั้นไปดูกันเลย

Estee Lauder Advanced Night Repair

Estee Lauder Advanced Night Repair หรือที่หลายคนนิยมเรียกกันติดปากว่า ANR ที่ถึงแม้ว่าจะมาในราคาที่ค่อนข้างสูงแต่คุณภาพก็ถือว่าคุ้มกับราคาที่จ่ายไป เนื่องจากมีคุณสมบัติที่ช่วยเรื่องบบำรุงผิว ปรับสภาพผิวให้แข็งแรง ทำให้คนที่อยากจะบำรุงผิวจึงมักจะเริ่มที่ตัวนี้เพราะครอบคลุมตั้งแต่ลดสิว เพิ่มความกระจ่างใส โยเฉพาะปัญหาเรื่อริ้วรอย ลดร่องรอยของผิวอ่อนล้าให้ดูสดใส หน้าอิ่ม สุขภาพผิวดี ดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้เมื่อใช้เป็นประจำ

The Body Shop Drops of Youth Concentrate

ตัวนี้นั้นขึ้นชื่อในเรื่องของสารสกัดบริสุทธิ์จากสเต็มเซลล์พืชออร์แกนิคธรรมชาติ ทำให้สาว ๆ หลายคนรู้สึกถึงกลิ่นที่ค่อนข้างชัดแต่ไม่ถึงกับแรงเกินไป โดยเซรั่มตัวนี้เน้นช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยแรกเริ่ม ฟื้นฟูได้ล้ำลึกถึงผิวชั้นในและยังกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่แทนที่การผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพไป จึงช่วยกระชับรูขุมขน ให้ผิวหน้าดูสดใส เนียนขึ้น ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

Caviar Gold Firming Serum

เซรั่มตัวนี้เป็นเซรั่มจากประเทศเกาหลีแบรนด์ Clinelle ซึ่งโด่งดังในเรื่องช่วยดูแลยกกระชับและลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า เซรั่มตัวนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่องการช่วยให้ผิวหน้าเฟิร์ม ยกกระชับและยังลดเลือนริ้วรอยได้ดี พร้อมทั้งช่วยบำรุงผิวให้ดูกระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ ชะลอริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้าที่อาจมาก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ Clinelle ยังมาในคอนเซ็ปต์อย่าง 7 No ซึ่งทุกขวดปราศจากส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดอันตราย อาทิ ไม่มีสี ไม่มีน้ำหอม ไม่มีลาโนลิน ไม่มีน้ำมัน ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ทำให้เกิดสิวและไม่มีสารกันเสียหรือพาราเบนอีกด้วย

LANCOME Advanced Genifique Youth Activating Concentrate

จุดเด่นของเซรั่มตัวนี้คือช่วยเสริมสร้างโปรตีนความอ่อนเยาว์ของผิว ต่อต้านริ้วรอยก่อนวัย กระชับรูขุมขนและบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื่นขึ้น โดยเนื้อเซรั่มเป็นสีน้ำเงินใส ๆ ไม่เหนียว ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ง่าย และที่สำคัฐญควรใช้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเช้าและก่อนนอน

Oriental Princess Ultimate Renewal Concentrated Serum

เซรั่มที่ติดโผอันดับต้น ๆ ที่ช่วยในเรื่องของริ้วรอยได้ดี ซึ่งจุดเด่นของเซรั่มตัวนี้อยู่ที่การใช้นวัตกรรมธรรมชาติบริสุทธิ์มาสกัดส่วนผสมจากธรรมชาติ อาทิ เซอรามายด์ ถั่วเหลืองและโสมทั้งห้าใบ จึงช่วยให้ผิวหน้าตึงกระชับ ยืดหยุ่นขึ้น พร้อมกับให้ความชุ่มชื้น ดูแลผิวจนริ้วรอยแลดูจางลง เนื้อเซรั่มเป็นสีขาวขุ่น เข้มข้นแต่สัมผัสบางเบา มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ

แหล่งที่มา : https://sistacafe.com

ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง ด้วย 6 อย่างนี้

ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง ด้วย 6 อย่างนี้

อย่างที่รู้กันช่วงนี้อากาศบ้านเราแย่เหลือเกิน ทั้งค่าฝุ่นที่สูงเกินปกติ ไหนจะมลพิษต่าง ๆ ที่มีอยู่ก่อนแล้วก็เพิ่มขึ้นมากในทุก ๆ วัน ทำให้เราต้องมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้นเพื่อไม่ได้รับผุ่นหรือมลพิษเข้าไปในร่างกายของเรานั่นเอง

แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่สาว ๆ อย่างเรานั้นก็ต้องดูแลให้มากขึ้น โดยเฉพาะในสภาวะที่อากาศนั้นทำร้ายเรา สิ่งหนึ่งในร่างกายของเราโดนร้านมากขึ้นนั่นก็คือ ผิว ของเรานั่นเอง ทั้งฝุ่น ทั้งมลพิษ ทั้งแสงแดด ทั้งแสงจากหน้าจอคอม หน้าจอโทรศัพท์ ส่งผลให้ผิวพรรณของเรามีสุขภาพที่ไม่ดี ไม่เปล่งปลั่ง แต่อย่าเพิ่งกังวลไปเพราะในวันนี้เราได้รวบรวมเอาอาหารต่าง ๆ ที่จะช่วยบำรุงให้ผิวพรรณให้สดใส เปล่งปลั่ง มากฝากกัน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

มะละกอ

มะละกอนั้นเป็นผลไม้ที่หากินได้ง่าย ราคาถูก แต่มีประโยชน์ที่เต็มเปี่ยม โดยมะละกอนั้นมีสารต้านอนุมูลลอิสระมากมายหลายชนิดไม่ว่จะเป็น วิตามินซี วิตามินเอ และอีกมากมายที่จะช่วยให้สุขภาพของเรานั้นแข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้ผิวพรรณกระจ่างใส สุขภาพดี ชะลอวัยและแน่นอนว่ามะละกอนั้นยังช่วยเรื่องขับถ่าย ซึ่งช่วยลดปัญหาผิวหมองคล้ำจากการท้องผูกด้วยนะ

น้ำมะเขือเทศ

ใจเย็น อย่าเพิ่งวิ่งหนีกัน ถ้าลองดูประโยชน์ของน้องน้ำมะเขือเทศอาจจะเปลี่ยนใจได้นะ โดยน้องน้ำมะเขือเทศนั้นอุดมไปด้วยวิตามินและธาตุเหล็กมากมาย ทั้งวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินเคและแร่ธาตุอีกมากมาย แถมยิ่งดื่มยิ่งช่วยเรื่องการขับถ่าย ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส ขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ แก้มแดงมีเลือดฝาดแบบไม่ใช่โดนตบนะ ลองดื่มดูแล้วจะติดใจ

ส้ม

ถ้าพูดผลไม้ที่ช่วยให้ผิวสดใสเปล่งปลั่ง สาว ๆ ทุกคนก็คงนึกถึง น้องส้ม เพราะน้องนั้นเป็นผลไม้ที่พกวิตามินมาให้แบบจัดเต็ม ซึ่งวิตามินซีนี้เองจะเข้าไปช่วยปกป้องผิจากการถูกทำร้ายจากรังสียูวี ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวยืดหยุ่น เต่งตึงกระชับ ผิวมีออร่า กินเพียง 1 ผลต่อวันก็เพียงพอต่อผิวแล้ว

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

มาถึงผลไม้วงศ์ตระกูลแห่งความสวยกันแล้วกับ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ไม่ว่าจะเป็นเชอร์รี่ บลูเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ และอีกมากมาย โดยผลไม้เหล่านี้อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยให้ผิวหน้าไม่แก่ก่อนวัย ลดริ้วรอย สิว จุดด่างดำ ผิวเปล่งปลั่ง แก้มแดงระเรื่อ แถมยังช่วยบำรุงสายตา เหมาะสำหรับสาวที่อยู่กับโทรศัพท์หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน บอกอีกอย่างหนึ่งว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นั้นมีแคลอรี่ที่ต่ำ แต่เพิ่มความสดชื่นได้สูงด้วยนะ

น้ำนมถั่วเหลือง

สำหรับสาว ๆ ที่กำลังไดเอต แล้วเลิกรับประทานน้ำนมถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้อยู่ล่ะก็อยู่ล่ะก็ บอกเลยว่าได้โชค 2 ชั้นเลยนะ เพราะนอกจากจะช่วยในเรื่องการลดน้ำหนัก เพราะมีโปรตีนเท่ากับนมวัว แต่มีแคลอรี่น้อยกว่า นอกจากนั้นเจ้าน้ำถั่วเหลืองยังช่วยให้ผิวของเราดี ผิวเนียนนุ่ม และมีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยให้นอนหลับสบายทำให้ผิวพรรณดีมากขึ้นด้วย

ปลา และอาหารทะเล

สำหรับสาวสายทะเล สายซีฟู๊ด มาทางนี้เลยจ้า โดยเฉพาะปลา เพราะปลามีไขมันน้อยกว่าไขมันในสัตว์อื่น ๆ และเป็นไขมันดีด้วยนะ ซึ่งพวกอาหารทะเลนั้นมีน้ำมัน Omega – 3 ที่จะเข้าไปช่วยเรื่องริ้วรอย จดด่างดำ สิว ช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่ง ดูกระจ่างใสขึ้น แถมยังช่วยให้อารมณ์ดี ลดความเครียด สุขภาพดีคูณสองได้ไปเลย