Posts

เจลแต้มสิวที่สาว ๆ ห้ามพลาด

เจลแต้มสิวที่สาว ๆ ห้ามพลาด

สิว จุดเล็ก ๆ ที่กลายเป็นปัญหาใหญ่กวนใจสาว ๆ พอขึ้นมาแต่ละทีอยากจะร้องกรี๊ดเลย เพราะลองรักษาสิวก็แล้ว แต่งหน้ากลบก็แล้ว แต่ดูเหมือนสิวเจ้ากรรมจะหายช้าซะเหลือเกิน ยิ่งใกล้วันที่อยากสวยเป็นพิเศษ เราจึงต้องหาตัวช่วยอย่างเจลแต้มสิว หรือครีมแต้มสิวมาใช้กันเป็นการด่วน ซึ่งใครที่อยากสิวยุบไว หายอักเสบเร็ว ๆ ละก็ต้องมาทางนี้เลย เพราะวันนี้เราได้รวบรวมเอา 10 เจลแต้มสิวที่สาว ๆ ห้ามพลาดมาฝากกัน

Mizumi Peptide Acne Gel

เห็นซองจิ๋ว ๆ แบบนี้ แต่เอาอยู่หมด ไม่ว่าจะเป็นสิวฮอร์โมน สิวหัวหนอง สิวอักเสบ แค่ทาเจลแต้มสิวตัวนี้ต่อเนื่องสัก 1 – 2 วัน จะช่วยลดการอักเสบของสิว ลดการอุดตัน รวมถึงลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็นได้ด้วย ลองสังเกตดูหลังใช้ สิวใหม่ขึ้นน้อยลงอีกต่างหาก เนื้อเจลก็บางเบา ซึมง่าย จุดเด่นคือมีส่วนผสมเปปไทด์ที่สกัดจากพืชจึงอ่อนโยนแม้แต่คนที่มีผิวแพ้ง่าย ซื้อมาทดลองก่อนก็ยังไหว เพราะราคาดีต่อใจมาก ๆ แค่ 49 บาทเอง ในขนาด 4 กรัม

Jula’s Herb Marigold Acne Gel

เจลแต้มสิวดอกดาวเรืองตัวดังและใช้ดีจนต้องบอกต่อ ด้วยสารสกัดที่คิดค้นมาพิเศษ มีส่วนช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุสำคัญของการเกิดสิว และที่สำคัญคือป้องกันการอักเสบของสิว พร้อมช่วยสมานรอยแผลได้ชะงัด แนะนำให้แต้มไปบนหัวสิว ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก รุ่งขึ้นสิวจะยุบลงอย่างเห็นได้ชัดเลย แต่อย่าทาทิ้งไว้ค้างคืนนะคะ เพราะอาจทำให้หน้าแห้งได้ หลอดนี้ 40 มิลลิลิตร ราคา 195 บาท

Nami I’m Fresh Mangosteen Acne Gel

ถ้าสิวผุดขึ้นเมื่อไร รีบเดินเข้าเซเว่นให้ไว แล้วหยิบเจลแต้มสิวซองนี้มาใช้ด่วน รับรองว่ายุบไวทันใจชัวร์ ด้วยคุณสมบัติของเปลือกมังคุดที่สามารถลดสิวอักเสบได้เริดมาก เน้นแต้มลงบนหัวสิวที่เป่ง ๆ ได้เลย แต่ถ้าใครอยากลดพวกสิวอุดตัน สิวผด ให้พอกทิ้งไว้สัก 10-15 นาที แล้วล้างออก แค่นี้สิวก็หายวับ รูขุมขนกระชับ ผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ถือว่าเป็นไอเทมในเซเว่นอีกตัวที่ไม่ควรพลาด ขนาด 7 กรัม ราคา 39 บาท เท่านั้น

Tomei Clindai Gel

สาวเป็นสิวง่ายต้องรู้จักแบรนด์นี้อย่างแน่นอน เพราะเขาขึ้นชื่อเรื่องจัดการสิวอยู่แล้ว โดยเฉพาะใครที่กังวลเรื่องสิวอักเสบที่มักจะมาเยือนบ่อย ๆ และทิ้งรอยเอาไว้ Tomei เขาก็มีเจลแต้มสิวที่ช่วยรักษาสิวอักเสบได้อยู่หมัด พร้อมกำจัดเชื้อแบคทีเรียไปในตัว ใช้แต้มหลังทำความสะอาดผิวหน้าทั้งเช้า-เย็น เพิ่มด้วยครีมบำรุงที่ช่วยให้รอยแผลเป็นดูจางลงอีกนิด รับรองว่าบอกลาหน้าสิวไปได้เลย ขนาด 5 กรัม ราคา 90 บาท

Smooth-E Acne Hydrogel Plus

จะไปเที่ยวแล้วสิวดันขึ้น คือเบื่อมากกก และถ้าเป็นสิวไม่มีหัวที่บีบออกเองไม่ได้ยิ่งแล้วใหญ่ งานนี้ขอแนะนำเจลแต้มสิวหลอดสีเขียวจาก Smooth-E ที่หลายเสียงบอกมาว่าเวิร์กมาก สามารถแต้มได้ตั้งแต่สิวเริ่มแดงนูน แตะแล้วเจ็บ หรือเป็นไต ๆ ด้านล่าง สังเกตได้เลยว่าสิวยุบลงเร็วเว่อร์ในไม่กี่วัน และไม่เกิดรอยดำตามมาด้วย เนื้อเจลก็ค่อนข้างบางเบา แต่อาจจะทำให้ผิวแห้งนิดหนึ่ง จึงควรบำรุงเพิ่มด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ค่ะ ขนาด 10 กรัม ราคา 240 บาท

Dr.Somchai Acne Spot Touch Gel

เจลแต้มสิวยอดฮิตอีกตัวที่ครองใจคนเป็นสิว เพราะเป็นสูตรเร่งด่วน สิวแห้ง ยุบไว้ และไม่ทิ้งรอยดำด้วย โดยตัวเจลจะช่วยผลัดเซลล์ผิวและขจัดสิวออกพร้อม ๆ กัน และที่หลายคนชอบก็คือเนื้อเจลชุ่มชื้นมาก ไม่ทำให้ผิวแห้ง แถมยังหลอดเล็กพกพาสะดวก แต้มทับเครื่องสำอางได้แบบไม่ทิ้งคราบ หรือจะทาบาง ๆ ไว้ก่อนนอนก็ได้ทั้งนั้น ขนาด 4 กรัม ราคา 149 บาท สบายกระเป๋าไปอีก

Mentholatum Acnes Sealing Jell

สาวคนไหนที่ชอบเผลอบีบสิว จนสิวแตกเป็นรอยแดง ๆ เจลแต้มสิวตัวนี้มาช่วยแล้ว จะรอยแดงแค่ไหนก็ลดเลือนได้ ลดอักเสบ ไม่ทำร้ายผิว ผิวไม่เป็นขุย แต่งหน้าต่อได้สบาย แล้วยังช่วยขจัดสิ่งสกปรกอุดตันในรูขุมขน ต้นเหตุการเกิดสิวซ้ำซากอีกด้วย เนื้อเจลจะออกสีเหลืองใส ทาแล้วรู้สึกหนึบหน้านิดหน่อย แต่วันถัดไปสิวจะค่อย ๆ แห้งจนยุบสนิทก็ใช้เวลาราว ๆ 3 วันเอง แอบบอกว่าสายประหยัดต้องเลิฟ เพราะหลอดหนึ่งใช้ได้นานมาก ขนาด 18 กรัม 139 บาท

Puricas Advanced Formula Anti-Acne Gel

มาถึงเจลแต้มสิวจากแบรนด์ Puricas ที่โดดเด่นเรื่องลดรอยดำกันบ้าง อย่างที่รู้กันว่าสิวตัวร้ายมักจะทิ้งร่องรอยให้เราหนักใจเสมอ แต่ตัวนี้เขามีสารสกัดจากสมุนไพรชื่อ Dragon’s Blood ที่ช่วยยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียและดูดหัวสิวออก ทำให้สิวแห้งไว พร้อมทั้งสมานแผลและเติมเต็มให้ผิวเราแข็งแรงมากขึ้น พอสิวยุบแล้วก็เลยไม่มีรอยดำให้เห็นนั่นเอง ยังไม่พอเจลแต้มสิวตัวนี้ยังลดความมันได้ด้วยนะ เหมาะกับสาวผิวมันและมีปัญหาสิวมาก ๆ ขนาด 10 กรัม ราคาอยู่ที่ 250 บาท

Provamed Rapid Clear Acne Spot Gel

ถ้าใครต้องการเจลแต้มสิวสูตรเร่งด่วน ชนิดที่สิวอักเสบ สิวหัวหนองยุบภายในครึ่งวัน ต้องลองตัวนี้ แนะนำว่าให้ทาวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็นเลย ระหว่างทาจะแสบยิบ ๆ เล็กน้อย เหมือนตัวยากำลังตรงเข้าจัดการสิว เผลออีกทีก็คือสิวยุบแล้วจ้า แต่ก็ต้องแลกมากับผิวที่แห้งลงนิดหน่อย ดังนั้นสาว ๆ ผิวมันน่าจะใช้ดี ส่วนสาวผิวแห้งก็ต้องทดลองกันดูอีกทีนะคะ ขนาด 10 มิลลิลิตร ราคา 195 บาท

Hiruscar Anti-Acne Spot Gel

ยี่ห้อนี้ไม่ได้มีแค่เจลลดรอยแผลเป็นจากสิวเท่านั้นนะ เพราะใครที่เป็นสิวอุดตันละก็ เจลแต้มสิวหลอดสีเขียวนี้ตอบโจทย์ได้เลย ด้วยเนื้อเจลใส ค่อนข้างลื่น เกลี่ยง่าย ช่วยลดการอักเสบของสิว ทาไปสัก 2-3 วันก็เห็นผลแล้ว แต่ที่ตามมาแบบไม่ได้คาดหวังก็คือผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้นด้วย เหมือนได้รับการบำรุงไปในหลอดเดียวเลย ขนาด 4 มิลลิลิตร ราคา 165 บาท

แหล่งที่มา : women.kapook.com

วิธีดูแลผิวพรรณให้สวยสดใส

วิธีดูแลผิวพรรณให้สวยสดใส

ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สวยใส ดูมีออร่า นั้นเป็นสิ่งที่ผู้หญิงหลายคนต่างต้องการกันทั้งนั้น แต่การจะไปถึงจุด ๆ นั้นได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันประกอบไปด้วยขั้นตอนในการดูแลหลาย ๆ อย่าง และต้องมีความสม่ำเสมอในการดูแลอย่างต่อเนื่อง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเพราะใคร ๆ ก็สามารถทำได้ เพียงแค่มีวินัยมากเพียงพอ ดังนั้นในวันนี้เราได้รวบรวมวิธีดูแลผิวพรรณในสวยสดใสมาฝากทุกคนกัน โดยมีดังต่อไปนี้

สครับผิวเพื่อเผยผิวใหม่

เป็นการขจัดเซลล์ที่ตายแล้วให้ออกไปจากผิวของเรา โดยการใช้สครับที่เหมาะกับสภาพผิวอาจเลือกใช้สครับสำเร็จรูปแบบที่ขายทั่วไป แต่ต้องดูว่ามีมาตรฐานรับรองหรือไม่ด้วย หรืออาจใช้ใยบวบขัดเบา ๆ ขณะอาบน้ำก็ได้ หรือจะใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ทำสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง หรือทุกครั้งหลังออกกำลังกายหนัก ก็จะช่วยเผยผิวใหม่ที่กระจ่างใสยิ่งขึ้น

ทาครีมกันแดดทุกครั้วที่สัมผัสกับแสงแดด

ครีมกันแดดจะช่วยปกป้องผิวไม่ให้ไหม้ หรือคล้ำเสียจากแสงแดด สามารถช่วยป้องกันการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ ชะลอการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นบนผิว แต่จะต้องเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ที่เหมาะสมกับการใช้งานนอกบ้าน หากต้องตากแดดตอนเช้า ครีมกันแดดควรใช้แค่ SPF 10 – 15 ก็เพียงพอแล้ว แต่หากต้องอยู่กลางแดดจ้าควรจะต้องหาครีมที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไปมาใช้ และควรทาซ้ำทุก 1 – 2 ชั่วโมงเพื่อให้การปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพแท้จริง

ทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำ

หากเป็นผิวกายก็ควรจะต้องบำรุงอย่างต่อเนื่องจึงจะเรียบเนียนเห็นผลแบบผิวหน้า โดยเฉพาะการเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถไว้ใจได้ ควรทาหลังอาบน้ำ ทั้งเช้าและก่อนนอน นี่คือวิธีที่จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ผิวเป็นอย่างดี โดยเฉพาะสาวออฟฟิศที่นั่งตากแอร์อยู่ทั้งวัน ความเย็นจะทำให้ผิวของเรานั้นแห้งง่าย แต่ไม่ว่าจะอยู่วัยไหน หากปล่อยนานไป ผิวจะแห้งเสียอย่างแน่นอน

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้การไหลเวียนเลือดทำงานดีไปทั่วร่างกาย ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งดูมีเลือดฝาดอ่อน ๆ ตามธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นการขับสารพิษ เพราะร่างกายจะขับเอาสารพิษออกมาทางเหงื่อนั่นเอง และอย่าลืมหลังจากการออกกำลังกาย ควรใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหลังจากจบกิจกรรมและหลังอาบน้ำจากการเล่นกีฬาเป็นประจำ

หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์

งดอาหารมักดอง พวกน้ำอัดลม แอลกอฮอล์ เนื้อปิ้งย่างไหม้ ๆ โดยเฉพาะหมูกระทะ ขนมหวาน อาหารแปรรูป และอาหารกระป๋อง เพราะอาหารเหล่านี้นอกจากจะอ้วนแล้ว ยังทำลายคอลลาเจนในผิวหนังได้อีกด้วย โดยอาจทำให้เป็นสิว ผิวซีด ผิวพรรณแห้งเสียเกิดริ้วรอยง่าย และควรดื่มน้ำมาก ๆ ให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 – 10 แก้ว ควบคู่กับการกินผักผลไม้เยอะ ๆ จะดีที่สุด เพื่อบำรุงผิวให้สวยสดใสจากภายในสู่ภายนอก

ทานอาหารที่มีคอลลาเจน

คอลลาเจนมีส่วนช่วยในเรื่องของผิวพรรณ สังเกตได้จากตอนเด็กจนถึงวัยรุ่นผิวพรรณของเรานั้นจะสวย กระจ่างใส และไม่มีริ้วรอยแห่งวัยใด ๆ แต่เมื่อเริ่มอายุมากขึ้นผิวพรรณจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เริ่มมีริ้วรอยต่าง ๆ ปรากฏขึ้น นั่นเพราะคอลลาเจนในร่างกายเริ่มลดน้อยตามช่วงอายุ ดังนั้นการทานอาหารที่มีคอลลาเจนจึงช่วยดูแลผิวพรรณได้

โดยอาหารที่มีคอลลาเจนสูงมีหลากหลายแต่จะพบมากที่สุดในปลา แต่ถ้าหากทานอาหารที่มีคอลลาเจนเข้าไปแล้วแต่ยังไม่มีเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ควรทานคอลลาเจนเสริมเข้าไปเพื่อให้ร่างกายได้รับคอลลาเจนที่เพียงพอและสามารถนำไปบำรุงผิวพรรณได้ ซึ่งคอลลาเจนเสริมควรเลือกเป็นคอลลาเจนเปปไทด์ (Collagen Peptide) เนื่องจากมีโมเลกุลเล็ก สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย เพียงทานวันละ 5,000 มิลลิกรัมก็เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

แหล่งที่มา : www.palmmade.com

เลือกสกินแคร์อย่างไรให้เหมาะกับผิวพรรณ

เลือกสกินแคร์อย่างไรให้เหมาะกับผิวพรรณ

สกินแคร์นั้น ไม่เหมือนกับเสื้อผ้าที่ถึงแม้ว่าซื้อผิดไซส์ก็ยังสามารถปรับแก้ให้พอดีกับรูปร่างได้ แต่ผิวพรรณนั้นไม่เหมือนกัน เคยเป็นกันหรือไม่ เวลาที่เราลองใช้สกินแคร์ไม่ว่าจะเป็น ครีม เซรั่ม หรือโลชั่นทาผิว ตามเพื่อนใช้แล้วดี แต่พอใช้เองกับไม่ดีเหมือนกับคนอื่น แถมเป็นผื่นเห่อเต็มไปหมดร

ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าคนเรามีสภาพผิวที่แตกต่างกัน ดังนั้นเราจึงจะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ความงามไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอาง ครีม หรือสกินแคร์ต่าง ๆ ให้เหมาะกับสภาพผิวและช่วยแก้ปัญหาของแต่ละคนได้อย่างตรงจุด ดังนั้นเราไปดูกันดีกว่าว่าผิวแต่ละประเภทนั้นเหมาะกับผลิตภัณฑ์สกินแคร์หรือเครื่องสำอางแบบไหนบ้าง

ผิวมัน

ต่อมไขมันของผู้ที่มีผิวมันนั้นจะมีขนาดใหญ่และผลิตน้ำมันในปริมาณที่มากกว่าคนทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากกรรมพันธุ์ที่เราอาจจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่อย่างเพิ่งหมดหวังเพราะคนผิวมันสามารถเลือกใช้สกินแคร์ที่บรรเทาปัญหาได้ ขั้นตอนในการดูแลผิวสำหรับผู้ที่มีผิวมันจึงควรเน้นไปทางการกำจัดน้ำมันส่วนเกินออกไป โดยไม่ทำลายสารเคลือบตามธรรมชาติที่อยู่บนชั้นผิว ดังนี้

  • ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำคามสะอาดผิว คลีนเซอร์เนื้อเจลที่ไม่มีส่วนผสมของซัลเฟต น่าจะตอบโจทย์กับกลุ่มผู้ที่มีผิวมันมากที่สุด
  • เลือกใช้โทนเนอร์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ และมีส่วนผสมของโซเดียมของกรดไพโรกลูตามิคที่มีประสิทธิภาพในการดูดซึมน้ำได้ดี ช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น รวมถึง Witch Hazel ที่ช่วยกระชับรูขุมขน ลดความมันบนใบหน้าโดยไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึง
  • หลายคนมักเข้าใจว่า “มอยส์เจอไรเซอร์” ไม่ค่อยมีความจำเป็นสำหรับคนที่มีผิวมัน แต่ในความเป็นจริงผิวมันที่ขาดน้ำจะผลิตน้ำมันมากขึ้นมามากกว่าปกติเพื่อทดแทน ดังนั้นใครที่มีผิวมันก็ยังจำเป็นต้องทาครีมบำรุงผิว เพียงแต่ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อครีมบางเบาและเป็นสูตร Oil-Free หรือมีส่วนผสมของ Glycerin ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ดีโดยไม่อุดตันรูขุมขน
  • ครีมกันแดด สำหรับที่มีหน้ามันลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคำว่า “Zinc Oxide” อยู่บนฉลาก เพราะเป็นสูตรที่ให้ความแมตต์ ไม่เหนียวเหนอะหนะเหมือนครีมกันแดดสูตรอื่น ๆ
  • เซรั่มที่มีส่วนผสมของ “เรตินอล” เพราะสามารถช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลงได้หากใช้อย่างต่อเนื่อง แถมยังช่วยลบเลือนริ้วรอยให้ดูจางลงได้อีกด้วย

ผิวแห้ง

ใคร ๆ ก็อยากมีผิวอิ่มน้ำเด้งฟูกันทั้งนั้น แต่ถ้าเราเป็นคนผิวแห้ง หลักสำคัญในการดูแลผิวคือการเติมน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เพราะผิวชั้นบนขอคนที่มีผิวแห้งมักไม่แข็งแรง เมื่อต้องเผชิญกับรังสี UV และความแห้งในอากาศ จึงทำให้ผิวหน้าสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายกว่าปกติ

  • แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนมาก ๆ ถ้าเป็นประเภทที่ไม่มีฟองได้เลยยิ่งดี ลองเลือกใช้คลีนเซอร์ที่เป็นสูตรน้ำนมหรือโลชั่น จะช่วยให้ผิวหน้าของคุณไม่แห้งตึงหลังจากล้างเสร็จ
  • ห้ามใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด เพราะแอลกอฮอล์จะยิ่งทำให้ผิวของเราแห้งไปกันใหญ่ ลองหันไปใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงและปลอบประโลมผิวอย่างกรดไฮยาลูโรนิก, สารสกัดว่านหางจระเข้, ดอกคาโมไมล์, แตงกวาและน้ำกุหลาบ
  • เซรั่มเนื้อเข้มข้นมี่มีส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว เช่น วิตามินอีและเอ น่าจะแก้ปัญหาผิวที่แห้งและช่วยป้องกันการสูญเสียคอลลาเจนระหว่างวันให้กับคนที่ผิวแห้งได้ ถ้าให้ดีลองใช้ร่วมกับอายครีมที่มีส่วนผสมของ Peptide ที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนของผิวได้อีกขั้น
  • ในส่วนของมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อคืนคความชุ่มชื้นให้กับผิวและปกป้องผิวจากแสงแดด ให้ลองใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของครีมกันแดดในตอนกลางวัน และเปลี่ยนเป็นมอยส์เจอไรเซอร์สูตรเข้มข้นในตอนกลางคืน โดยเน้นส่วนผสมที่เป็นน้ำมันสกัดที่ได้จากธรรมชาติ เช่น Rose Hip seed Oil, Evening Primrose Oil, Cranberry Oil, Sweet Almond Oil และ Jojoba Oil

ผิวผสม

ปัญหาของคนที่มีผิวผสม คือผิวหน้าบางส่วนที่แห้งขาดความชุ่มชื้น ขณะที่ผิวหน้าส่วนอื่น ๆ มีน้ำมันมากกว่าปกติ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นบริเวณทีโซน ทริคในการเลือกใช้สกินแคร์ที่เหมาะกับสาวผิวผสมก็คือ ให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถแก้ปัญหาให้ได้ในหนึ่งเดียว โดยไม่จำเป็นต้องแยกผลิตภัณฑ์ออกเป็นหลาย ๆ ชนิดเพื่อแก้ปัญหาแต่ละอย่าง

  • เลือกใช้คลีนเซอร์ที่อ่อนโยนแต่ทำความสะอาดรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก โดยมากมักจะมีสารสกัดจากน้ำมันธรรมชาติเป็นส่วนผสมหลัก เพราะจะได้ไม่ระคายเคืองผิว เน้นที่ไม่มีน้ำหอม
  • หลีกเลี่ยงโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมที่มีฤทธิ์เป็นกรด และเปลี่ยนมาใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมอย่าง Witch Hazel ที่ช่วยลดอาการอักเสบและสมานแผล หรือ Tannin ที่สามารถยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย และน้ำกุหลาบที่ช่วยปลอมประโลมผิวและกลิ่นที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย
  • ผู้คนที่มีผิวผสม ไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน แค่เลือกใช้สูตรที่บางเบาเท่านั้นเอง เพราะครีมที่มีความเข้มข้นสูงอาจทำให้ผิวบริเวณทีโซนอุดตันได้ ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic acid และ Vitamin C ดูจะตอบโจทย์สาวผิวผสมได้อย่างตรงจุด
  • สำหรับครีมกันแดด แนะนำให้ใช้สูตร “Zinc Oxide” เหมือนกับคนผิวมัน เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้ผิวสัมผัสแบบแมตต์ จะได้ไม่มันเยิ้มระหว่างวัน
  • สำหรับการเลือกเซรั่ม อาจลองดูส่วนผสมอย่าง Salicylic Acid ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวและสิ่งสกปรกภายในรูขุมขนได้อย่างหมดจด อีกทั้งยังลดการเกิดน้ำมันพร้อมปรับผิวหน้าให้เนียนเรียบและดูสุขภาพดีขึ้นได้ด้วย

ผิวบอบบางแพ้ง่าย

ผู้คนที่มีผิวบอบบาง ฟังดูเป็นคุณหนูน่าทะนุถนอมเนอะ แต่ถ้าใครมีผิวประเภทนี้ จะรู้เลยว่ามันช่างน่าหงุดหงิดกวนใจเสียเหลือเกิน เพราะจะใช้อะไรก็ต้องระวังไปหมด ดังนั้นสกินแคร์สำหรับผิวแพ้ง่ายจะต้องไม่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว เพราะคนที่มีผิวประเภทนี้มักเกิดผดผื่น, อาการบวม, การอักเสบหรือรอยแดงได้ง่าย หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรงเกินไป

  • ใช้คลีนเซอร์ที่ไม่มีฟองเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากซัลเฟต และถ้ามีส่วนผสมของ Glycerin และ Panthenol ก็จะยิ่งดี เพราะส่วนผสม 2 ชนิดนี้ช่วยสร้างเกราะป้องกันให้ผิวแข็งแรงได้
  • เลือกใช้โทนเนอร์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์หรือสารที่มีฤทธิ์เป็นกรด และเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ไม่ระคายเคืองและช่วยลดการอักเสบของผิว เช่น Green Tea และ Chamomile หรือเซราไมด์ที่ช่วยฟื้นฟูและรักษาปราการผิวตามธรรมชาติ
  • หลีกเลี่ยงครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำหอมสังเคราะห์, แอลกอฮอล์และสารย้อมสี เพราะส่วนผสมเหล่านี้มักก่อให้เกิดการระคายเคือง หรือรบกวนผิวได้ง่าย
  • ครีมกันแดดสูตร Zinc Oxide ยังคงเป็นสูตรที่อ่อนโยนและมีโอกาสที่จะเกิดการระคายเคืองต่อผิวได้น้อยที่สุด

สกินแคร์หรือเครื่องสำอางนั้นก็จะการผลิตที่แตกต่างกันออกไป เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน พูดง่าย ๆ ก็คือ การผลิตสกินแคร์อย่างใดอย่างหนึ่งก็จะเหมาะสมกับผิวพรรณประเภทหนึ่งเท่านั้นอย่างเช่น แบรนด์ที่ผลิตครีมสำหรับคนผิวมัน ก็เพื่อจำหน่ายสำหรับคนผิวมันเท่านั้น เป็นต้น

สกินแคร์หรือเครื่องสำอางแต่ละประเภทนั้นย่อมมีสรรพคุณและประโยชน์จากสารสกัดต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน เพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างตรงจุด และเพื่อให้ได้ผลอย่างชัดเจน ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องกับประเภทผิวพรรณ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา

แหล่งที่มา : www.thairath.co.th

ทริคดูแลผิวสำหรับว่าที่เจ้าสาว

ทริคดูแลผิวสำหรับว่าที่เจ้าสาว

ฝันถึงงานแต่งงานของเรา ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีที่สาว ๆ ทุกคนที่กำลังเข้าสู่ประตูวิวาห์นะคะ เนื่องจากเป็นงานสำคัญสำหรับผู้หญิงอย่างเรา หลาย ๆ คนฝันและรอคอยที่จะมีวันนี้มากันมานานแสนนาน ดังนั้นเราจะต้องใส่ใจกับงานนี้เป็นพิเศษ แต่นอกจากจะพิเศษในเรื่องของตัวงานแล้ว ตัวเจ้าสาวก็ต้องดูแลเป็นพิเศษเหมือนกัน

ถ้าหากเจ้าสาวนั้นไชน์ สวย โดดเด่นมีออร่า จะเป็นโมเมนต์ที่แสนประทับใจไม่มีวันลืม ดังนั้นการดูแลตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ เราควรใส่ใจสิ่งที่เป็นพื้นฐานทุกอย่างนั่นคือ “ผิว” ทั้งผิวหน้าและผิวกาย วันนี้เราเลยมีทริคเด็ด ๆ ในการดูแลผิวสำหรับว่าที่เจ้าสาวมาฝากกัน ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

เช็คสภาพผิวหน้าปัจจุบันว่ามีปัญหาอะไรบ้าง

ก่อนเริ่มลงมือดูแลผิว ลองเช็คตัวเองก่อนว่ามีปัญหาผิวใด ๆ ที่ชัดเจนและควรเป็นกังวลหรือไม่ เพื่อแก้ไขอย่างตรงจุด เพราะการบำรุงแบบหว่านแห ไม่ได้ทำให้ปัญหาเฉพาะจุดเหล่านั้นหายไป วันงานก็อาจจะกร่อยได้เพราะมัวแต่กังวลปัญหาเหล่านี้

ถ้าปัญหาที่หน้าค่อนข้างเยอะ เวลาเตรียมตัวน้อยและมีงบมากพอ เราแนะนำให้ไปคลินิกรักษาผิว ทำเลเซอร์ ทรีทเมนต์โดยตรงเลยจะเห็นผลเร็วกว่า แต่ถ้ายังพอมีเวลา และปัญหาไม่มา แค่เพิ่มสกินแคร์บางตัวเข้ามาใน Skincare routine ของตัวเอง หรือเปลี่ยนสกินแคร์บางขั้นตอนให้เป็นสูตรที่เข้มข้นมากขึ้นให้ผลมากขึ้นก็พอ

ใช้โทนเนอร์แผ่น (peel pads) ช่วงกลางคืน

สำหรับสาว ๆ ที่พื้นฐานผิวค่อนข้างคล้ำเสีย หรือมีความหมอง ไม่ค่อยกระจ่างใส หากไม่สะดวกทำเลเซอร์ซึ่งราคาแพง ก็สามารถใช้สกินแคร์อย่าง “โทนเนอร์แผ่น (peel pads)” ได้เช่นกัน ไอเทมนี้จะมีส่วนผสมของ glycolic acid ช่วยลอกเซลล์ผิวเก่า กระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องจะทำให้ผิวหน้าสว่าง กระจ่างใส ขึ้นทีละขั้นแบบไม่ดูหลอกตา โดยหลังล้างหน้า ซับผิวหน้าที่เปียกให้พอหมาด ๆ แล้วใช้โทนเนอร์เช็ดผิวหน้าก่อนนอนทุกวัน

มาสก์หน้าทุกวัน บูสต์หน้าโทรม

หนึ่งในไอเทมยอดฮิตที่ทุกคนต้องทำคือ “มาสก์หน้า” โดยเฉพาะมาสก์หน้าแบบแผ่น เจ้าสาวบางคนต้องการผิวหน้าที่ชุ่มชื้นสูง มีส่วนผสมของ hyaluronic acid เป็นพื้นฐาน ถ้ามีปัญหาผิวอย่างอื่นก็ค่อยเลือกสูตรที่ผสมสารที่ช่วยรักษาเพิ่มเข้าไป เช่น ถ้ากังวลจุดด่างดำ ก็เลือกมาสก์ที่ผสมทั้ง hyaluronic + vitamin c เป็นต้น

ใช้อายครีมสูตรเน้นความชุ่มชื้น และลดบวมใต้ตา

ช่วงที่ต้องเตรียมงานแต่ง เชื่อว่าเจ้าสาวแทบทุกคนนอนหลับไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่ เพราะต้องมีเรื่องให้ต้องจัดการตัดสินใจ ลงพื้นที่ดูงาน และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ตลอดเวลา เมื่ออดนอน นอนน้อยส่งผลให้ใต้ตาบวม หรือหมองคล้ำเป็นแพนด้ากินไม้ไผ่ได้

แก้ปัญหาได้ด้วยการทา “อายครีม” สูตรที่ให้ความชุ่มชื้น มีส่วนผสมของ hyaluronic acid ให้ใต้ตาเนียนเรียบ อิ่มฟู ควบคู่กับการใช้เครื่องนวดใต้ตา หรือถ้าวิธีง่าย ๆ ก็ใช้ช้อนสแตนเลสแช่ตู้เย็นประคบใต้ตา หรือจะใช้แตงกวา มะเขือเทศหั่นสไลด์แปะเพื่อลดรอยคล้ำใต้ตาก็ได้เช่นกัน

สครับผลัดเซลล์ผิวเก่า ตั้งแต่หัวจรดเท้า

จะเป็นเจ้าสาวทั้งที ผิวฉ่ำวาวทั้งตัวคือสิ่งที่ต้องมี ถึงแม้เราจะใส่ชุดฟูฟ่องลากยาวแค่ไหนก็ตาม ซึ่งไอเทมที่ช่วยได้ดีที่สุดก็คือ สครับ ที่ขจัดเซลล์ผิวเก่า กระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ให้เนียนใส นุ่มเหมือนผิวเด็กไปทั้งตัว ไม่ว่าจะเป็นสาว ๆ ผิวแพ้ง่ายหรือไม่ก็ตาม ควรใช้สครับแยกส่วนผิวหน้ากับผิวกาย เพราะสครับผิวกายจะใช้เม็ดสครับที่ค่อนข้างใหญ่และหยาบกว่า ถ้าใช้รวมกับผิวหน้าอาจเกิดบาดแผลระคายเคืองได้ เน้นสครับช่วงเข่า ข้อศอกและเท้าเป็นพิเศษ เพราะเป็นส่วนที่ดำง่าย

ใช้มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิว ทั้งช่วงเช้าและกลางคืน

หัวใจสำคัญของการดูแลผิว ก็คงหนีไม่พ้น “มอยส์เจอไรเซอร์” หรือครีมบำรุงผิวที่ช่วยให้ผิวพร้อมสำหรับการลงเบสและรองพื้นในการแต่งหน้าช่วงวันงาน งานแต่งของสาว ๆ บางคนมีประเพณีช่วงเช้าแยกกับช่วงเย็น ต้องแต่งหน้าคนละแบบ ต้องลบแล้วแต่งใหม่ระหว่างวันด้วย

ดังนั้นพื้นฐานผิวหน้าควรแข็งแรงและชุ่มชื้นมาก ๆ ไว้ก่อน เพราะถ้าผิวไม่ค่อยดีแล้วโดนเช็ด โดนถูหลายรอบล่ะก็ สุดท้าย ๆ ที่ได้แต่งหน้า ผิวจะดูเหนื่อย ดูพังสุด ๆ ซึ่งจะเห็นชัดมากในรูปถ่ายป้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้นะ

กินอาหารมีประโยชน์กับสุขภาพ ถ้าภายในดี ผิวก็จะดีตาม

สาว ๆ หลายคนมุ่งทุ่มเทกับสกินแคร์ ทรีทเมนต์ สครับมากมายซึ่งก็ไม่ปฏิเสธว่าเป็นเรื่องที่ควรทำ แต่มันคือปัจจัยส่วนหนึ่งที่ส่งผลกับผิวกายภายนอกเท่านั้น ถ้าอยากให้ผิวสวยจากภายใน ต้องเริ่มต้นที่ “อาหารการกิน” ด้วย เจ้าสาวบางคนยุ่งกับการเตรียมงานมากไป จึงไม่ได้ใส่ใจกับอาหารเท่าไหร่ เน้นฟาสต์ฟู้ดหรือของที่แคลอรีสูงที่กินง่ายไว้ก่อน จึงทำให้เป็นสิวหรือผิวไม่ใสเท่าที่ควร

หลีกเลี่ยงคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว (แป้งขาว) และน้ำตาลให้ได้มากที่สุด ทำให้หุ่นเสียและสุขภาพแย่ลง ให้เน้นกินผักผลไม้ โปรตีนแทนเช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา ถั่ว โยเกิร์ต เต้าหู้ และเครื่องดื่มก็ควรกื่มสิ่งที่มีสรรพคุณช่วยดีท็อกซ์ ทำให้ผิวกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ เช่น น้ำเปล่าบีบมะนาว ชาสมุนไพร ชาเขียว น้ำมะพร้าวเป็นต้น รับรองว่าหุ่นเป๊ะ สวยสุด ๆ ในวันงานแน่นอน

แหล่งที่มา : sistacafe.com

รักษาสิวหายใน 1 วัน ด้วย 7 ไอเทมเป็นมิตรต่อผิว

รักษาสิวหายใน 1 วัน ด้วย 7 ไอเทมเป็นมิตรต่อผิว

สิวขึ้นทีไร เป็นอันต้องทำให้ความมั่นใจลดลงไปเยอะเลยทีเดียว ยิ่งวันไหนมีนัดพิเศษ แต่เจ้าสิวดันมาเห่อขึ้นเสียดื้อ ๆ จะรักษาสิวให้หายไปในพริบตาก็คงจะทำไม่ได้ แต่เชื่อหรือไม่ว่ามีหลากหลายวิธีที่ช่วยรักษาสิวให้ยุบลงภายในวันเดียวเท่านั้น และที่สำคัญแต่ละวิธียังไม่ทำร้ายผิวอีกด้วย จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูพร้อมกันเลย

ครีมรักษาสิว

การใช้ครีมรักษาสิวที่มีส่วนผสมหลักอย่าง Benzyl Peroxide และ Salicylic ช่วยให้สิวยุบลงได้ และยังช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป เนื่องจากตัวยาทั้งสองชนิดนี้มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นตัวการทำให้เกิดสิว แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรแต้มยาบนสิวมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคือง เนื่องจากตัวยามีความเข้มข้นหลายระดับ

Tea Tree Oli

ในส่วนของการรักษาสิวด้วย Tea Tree Oil แนะนำให้สาว ๆ ใช้คอตตอนบัดจุ่มลงไป แล้วนำมาแต้มบริเวณหัวสิว วิธีนี้ช่วยลดการอักเสบและลดรอยแดง และช่วยลดขนาดสิวให้เล็กลง เนื่องจากน้ำมันชนิดนี้มีส่วนช่วยกำจัดแบคทีเรียและเชื้อราในรูขุมขนได้ดี

น้ำผึ้ง

การใช้น้ำผึ้งรักษาสิวนั้น เพียงนำน้ำผึ้งมาแต้มลงบนหัวสิวที่อักเสบ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นล้างออกให้สะอาด สิวจะยุบลงจากเดิม เนื่องจากน้ำผึ้งมีคุณสมบัติที่ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียนั่นเอง

ว่านหางจระเข้

นำวุ้นจากว่านหางจระเข้ทาลงไปบนสิว แล้วทิ้งไว้ข้ามคืน สิวจะยุบลงอย่างเห็นได้ชัด  เนื่องจากว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติช่วยต้านฤทธิ์แบคทีเรียและลดการอักเสบ ที่สำคัญยังเหมาะสำหรับผิวที่บอบบางอีกด้วย

กระเทียม

เพียงนำกระเทียมมาหั่นบางแล้วถูตรงบริเวณที่เป็นสิวประมาณ 5 – 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ถือเป็นการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว เนื่องจากในกระเทียมมีส่วนประกอบของซัลเฟอร์ที่มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อได้เป็นอย่างดี

น้ำมะนาว

อย่างที่ทราบกันดีว่าน้ำมะนาวอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารเอเอชเอ ซึ่งเป็นสารที่มีความสามารถในการทำให้สิวแห้งเร็ว ดังนั้นจึงแนะนำให้เอาน้ำมะนาวแต้มสิว หรือจะผสมกับดินสอพองก็ช่วยให้สิวแห้งตัวได้เช่นกัน

น้ำแข็ง

อีกหนึ่งวิธีรักษาสิวที่ทำได้ง่ายก็คือ การใช้น้ำแข็งประคบไว้ที่บริเวณสิวประมาณ 10 – 20 นาที เนื่องจากน้ำแข็งมีคุณสมบัติช่วยลดอาการบวมแดงจากการเป็นสิว ลดการอักเสบ และช่วยกระชับรูขุมขนได้ดี

แหล่งที่มา : www.sanook.com

ส่องสาเหตุปัญหารูขุมขนกว้าง

ส่องสาเหตุปัญหารูขุมขนกว้าง

เรื่องงานผิวนั้นเป็นเรื่องที่สาว ๆ อย่างเรานั้นจะละเลยไม่ได้ เพราะถ้าหน้าของเรานั้นไม่เนียน รูขุมขนกว้างเด่นชัด หน้ามันเยิ้ม แต่งหน้าไม่ติดล่ะก็ ปัญหาใหญ่แน่ ๆ ดังนั้นได้เวลาหันมาดูแลตัวเองกัน อะไรที่เป็นเหตุที่ทำให้หน้าพังหยุดซะตอนนี้ก่อนจะสายไป

ซึ่งปัญหาที่พบเจอบ่อยก็คือปัญหารูขุมขนกว้าง ดังนั้นเรามาดูสาเหตุของรูขุมขนกว้างมาฝากกัน เพื่อจะได้รู้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นเป็นตัวการทำให้เกิดปัญหารูขุมขนหรือไม่ ถ้าพร้อมแล้วมีดังต่อไปนี้

ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับผิว

สิ่งแรกที่สาว ๆ ควรทำในการเลือกสกินแคร์ก็คือ เช็คสภาพผิวของตัวเองก่อนที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็ตาม เพราะเราไม่รู้ว่าผลข้างเคียงที่ตามมาจะส่งผลต่อผิวเรายังไง ซึ่งผลิตภัณฑ์บางตัวอาจจะมีสารระคายเคืองที่ก่อให้เกิดการอุดตัน การอักเสบ และส่งผลให้รูขุมขนกว้างขึ้น

อย่างพวกคลีนซิ่งถ้าเราเลือกไม่เหมาะกับสภาพผิวก็อาจจะพบปัญหาเหมือนกันเช่น ผิวแห้งกร้าน หน้ามัน ซึ่งส่งผลให้รูขุมขนกล้างตามไปด้วย

แสงแดด เป็นตัวการสำคัญ

แสงแดดเป็นอีกหนึ่งตัวการหลัก ๆ ที่ทำให้รูขุมขนของเรากว้างขึ้น ยิ่งถ้าสาว ๆ ไม่ชอบทาครีมกันแดดบอกเลยว่าคิดผิดอย่างแรง เพราะแสงแดดเป็นศัตรูตัวร้ายของผิวเลยล่ะ โดยการที่ผิวโดนแดดเป็นเวลานาน ๆ จะส่งผลกระทบต่อคอลลาเจนและอีลาสตินถูกทำลาย ทำให้ผิวหยาบกร้าน ขาดความยืดหยุ่น และรูขุมขนขยายกว้างมากขึ้น เพราะฉะนั้นทาครีมกันแดดป้องกันด้วยนะ

บีบสิวรูขุมขนก็กว้างได้

สาว ๆ หรือชอบบีบสาวกันหรือไม่ ถ้าชอบมาฟังทางนี้เลย การบีบ แกะ กด หรือแม้แต่ใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนเป็นประจำนั้นไม่ใช่แค่ทำให้ผิวระคายเคืองอย่างเดียวเท่านั้น ยังจะทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นตามไปด้วย ถ้าสาว ๆ ยังทำแบบนั้นอยู่หยุดด่วนเลย ถ้าไม่อยากให้มีหลุมอยู่บนใบหน้า อย่าไปบีบน้องให้ใช้เป็นยาแต้มแทนนะ

หลับทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ล้างเมคอัพ

ผู้หญิงกับการแต่งหน้านั้นเป็นของคู่กัน แต่ถึงแม้ว่าเราจะเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม อย่าเผลอหลับทั้ง ๆ ที่ยังมีเมคอัพติดอยู่บนหน้า ต้องขอบอกเลยว่าไม่ว่าเราจะแต่งหน้าหรือไม่แต่งหน้าก็ตาม สิ่งที่ควรทำคือ การทำความสะอาดผิว ล้างทุกอย่างที่เราไปเผชิญมาให้หมด เพราะถ้าไม่ล้างมันจะเข้าไปอุดตันรูขุมขน ทำให้รูขุมขนกว้าง เป็นสิวง่าย และเกิดปัญหาผิวตามมาอีกมากมาย

พันธุกรรมและอายุ

ข้อนี้อาจจะแก้ยากสักนิดนึง เพราะพันธุกรรมและอายุนั้นเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เรามีรูขุมขนที่กว้าง ฉะนั้นเราจะต้องรู้จักดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ยิ่งเราละเลยมากเท่าไหร่ ผิวก็จะยิ่งเสื่อมสภาพมากขึ้นเท่านั้น แม้ว่าจะรักษาไม่หายขาดแต่ก็สามารถบรรเทาได้นะ

ของมัน ของทอด

พวกของมัน ของทอดนั้นถึงแม้ว่าเราจะชอบมันมากแต่ไหนก็ตาม แต่ผิวไม่ชอบจ๊ะ เพราะของมัน ๆ ทอด ๆ พวกนี้จะส่งผลให้ต่อมไขมันใต้ชั้นผิวอุดตันจนเกิดปัญหาสิว ยังไม่พอนะยังก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขนได้ง่ายอีกด้วย ส่งผลให้รูขุมขนกว้างขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเลิกทานได้ก็จะดีมากนะ

นอนไม่พอ

สำหรับสาว ๆ สายปาร์ตี้ สายชอบทำอะไรตอนกลางคืนทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ รู้มั้ยว่าการนอนไม่เพียงก็เป็นสาเหตุที่ทำให้รูขุมขนกว้างเหมือนกันนะ เพราะการนอนไม่พอนั้นผิวของเราจะขาดการฟื้นฟู ผิวอ่อนล้า ส่งผลให้ผิวแห้งกร้านแต่หน้ามันเยิ้ม รูขุมขนกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเกิดริ้วรอยแห่งวัย จุดด่างดำเกิดขึ้นง่ายอีกด้วย

มาทำให้ผิวเปล่งปลั่งประดุจดังสาวเกาหลีกันเถอะ

มาทำให้ผิวเปล่งปลั่งประดุจดังสาวเกาหลีกันเถอะ เชื่อได้เลยว่าสาว ๆ หลายคนนั้นเวลาที่นอนดูซีรี่ย์เกาหลีหรือแม้แต่รายการต่าง ๆ ของเกาหลีก็จะเห็นผู้หญิงเกาหลีที่หน้าตาเปล่งปลั่ง แล้วก็เกิดคำถามขึ้นมาในหัวว่า “ฉันจะต้องทำอย่างไรให้ผิวของฉันดีเหมือนสาวเกาหลีบ้าง” ถ้าสาว ๆ อยากมีผิวเปล่งปลั่งดุจสาวเกาหลีละก็ตามมาทางนี้กันเลยจ้า อยากรู้กันมั้ยล่ะว่าสาว ๆ เหล่านั้นทำยังไงกันบ้าง ผิวถึงได้ดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขนานนั้น ดังนั้นในวันนี้เราจะบอกถึงเคล็ดลับผิวเปล่งปลั่งดุจสาวเกาหลี พร้อมกันหรือยังเอ่ย ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย ล้างหน้าสองครั้ง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับสาว ๆ ที่ชอบแต่งหน้า เพราะนอกจากเครื่องสำอาง ยังมีสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ อีกมากมายเช่น ฝุ่นละออง สารเคมี แบคทีเรียที่ยังตกค้างอยู่บนหน้าเรา ดังนั้นจะต้องทำความสะอาดให้หมดจดหลังหมดวันทุกครั้ง ห้ามขี้เกียจเด็ดขาด พักหน้าให้แห้งตามธรรมชาติ เมื่อล้างหน้าเสร็จแล้วอย่าเพิ่งรีบคว้าผ้าขนหนูมาเช็ดล่ะ เพราะเราไม่รู้ว่าในผ้าขนหนูนั่นมีแบคทีเรียก่อตัวอยู่มากน้อยแค่ไหน แม้จะซักแล้วตากให้แห้งแต่สารเคมีแรง ๆ หลายตัวจากผลิตภัณฑ์ซักผ้าก็อาจจะหลงเหลืออยู่จนทำร้ายผิวที่บอบบางของเราได้ นั่นก็คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงควรปล่อยให้ผิวแห้งเองตามธรรมชาติหลังจากการอาบน้ำหรือล้างหน้า ถึงแม้ว่าจะใช้เวลานานหน่อยแต่ก็ดีสำหรับผิวนะ นวดหน้าหน่อย วันนี้รู้สึกหน้าบวม ๆ เหรอ งั้นก็ต้องนวดหน้าสิ อาจจะฟังดูแปลก ๆ นะแต่การนวดเบา ๆ บนผิวหน้าขณะที่ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวไปด้วยจะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้ดีขึ้นได้นะ โดยนวดวนเป็นวงกลมเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด แถมบางคนยังบอกว่าการนวดแบบนี้จะทำให้ใบหน้าดูเด็กลงอีกต่างหาก กฎ 10 วินาที เคยได้ยินคำว่า […]

บอกลารอยตีนกา เพื่อผิวพรรณที่อ่อนวัย

บอกลารอยตีนกา เพื่อผิวพรรณที่อ่อนวัย

ตีนกาเกิดจากผิวที่เสื่อมสภาพลงตามวัย เพราะการหดตัวของกล้ามเนื้อขณะแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ทางใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นการยิ้ม หัวเราะ หรือเครียด จะทำให้ริ้วรอยต่าง ๆ ค่อย ๆ ลึกลงและมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งอาจส่งผลให้ขาดความมั่นใจเมื่อต้องพบปะหรือพูดคุยกับผู้อื่น แต่รู้หรือไม่ว่า ในปัจจุบันมีทางเลือกในการรักษาตีนกาและริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้ามากมาย แต่การรักษาตีนกานั้นต้องขึ้นอยู่กับระดับความลึกของริ้วรอย และอาจต้องใช้วิธีการรักษามากกว่า 1 อย่างเพื่อผลลัพธ์ที่ดี ดังนี้

ทาครีมลดริ้วรอย

มักนิยมนำครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์อย่างเตรติโนอิน (Tretinoin) มาใช้ในการลดเลือนริ้วรอย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้มีการผลัดผิวใหม่ ซึ่งมักจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นใน 24 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม การทาครีมที่มีเรตินอยด์เป็นส่วนประกอบจะช่วยลดริ้วรอยร่องตื้นเท่านั้น แต่ไม่สามารถลดริ้วรอยลึกได้

ฉีดโบท็อกซ์

การฉีดโบท็อกซ์สามารถลดรอยตีนกาและรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าที่เกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่มีริ้วรอยผ่อนคลาย และช่วยป้องกันการหดตัวของกล้ามเนื้อ ทำให้ริ้วรอยตื้นขึ้น ทั่วไปการฉีดโบท็อกซ์อาจมีประสิทธิภาพนานถึง 3 เดือน และมักไม่ส่งผลกระทบต่อการแสดงอารมณ์ทางสีหน้า เพราะการฉีดโบท็อกซ์เพื่อรักษารอยตีนกาจะทำให้ผิวหน้าบริเวณหางตาตึงขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การฉีดโบท็อกซ์จะให้ผลลัพธ์ที่ดีสำหรับผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยในช่วงอายุ 30-50 ปี แต่ไม่สามารถลดริ้วรอยลึกในผู้สูงอายุได้

ทำเลเซอร์

การยิงเลเซอร์เพื่อให้ผิวเกิดการลอก (Ablative Laser Resurfacing) เป็นการลอกผิวหนังชั้นบนออกไป เพื่อเผยผิวที่มีสุขภาพดีและดูอ่อนเยาว์ การใช้เลเซอร์รักษารอยตีนกาเป็นอีกหนึ่งวิธีที่มีประสิทธิภาพ เพราะความร้อนจากเลเซอร์จะกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ส่งผลให้ผิวหนังบริเวณหางตาเรียบเนียนและตื้นขึ้น โดยหลังทำเลเซอร์อาจใช้เวลาพักฟื้นหลายสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม การทำเลเซอร์อาจไม่สามารถลดริ้วรอยอย่างตีนกาได้ 100 เปอร์เซ็นต์

ป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดตีนกา ?

  • ปกป้องผิวจากแดด ด้วยการใช้ครีมกันแดดที่มีค่าป้องกันแสงแดด (SPF) ตั้งแต่ 30 ขึ้นไปอย่างสม่ำเสมอ และควรใส่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ปกปิดผิวเพื่อป้องกันผิวคล้ำเสียจากแดดด้วย
  • เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเลือกรับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืช และไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เช่น แซลมอน ถั่ว น้ำมันมะกอก อะโวดาโค เป็นต้น และควรเลี่ยงการดื่มคาเฟอีน รับประทานอาหารแปรรูป และอาหารที่มีเกลือหรือน้ำตาลสูง
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายส่งผลดีต่อระบบไหลเวียนเลือด และช่วยกระตุ้นระบบน้ำเหลืองให้ร่างกายสามารถกำจัดสารพิษออกไปได้ ซึ่งช่วยทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งและมีสุขภาพดี
  • ห้ามสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ส่งผลเสียต่อสุขภาพและยังกระตุ้นให้ร่างกายผลิตสารอนุมูลอิสระเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุของริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้า
  • เลี่ยงการขมวดคิ้ว การขมวดคิ้วเป็นประจำจากการทำงาน การเพ่งมอง หรือการอ่านหนังสือ จะทำให้ริ้วรอยบริเวณรอบดวงตาและหน้าผากลึกขึ้น ดังนั้น ควรใส่แว่นสายตาหรือซื้อหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อลดการใช้กล้ามเนื้อรอบดวงตา

เซรั่มตัวเด็ดลดเลือนริ้วรอย

เซรั่มตัวเด็ดลดเลือนริ้วรอย

สกินแคร์กับผู้หญิงเป็นสิ่งที่ขาดกันไม่ได้ เพราะหน้าเรานั้นจะต้องดีไว้ก่อน แต่ก็มีบางครั้งที่ผู้หญิงอย่าเรา ๆ จะต้องเผชิญกับกิจกรรมต่าง ๆ หลาย ๆ วันจนทำให้เรานั้นลืมที่จะดูแลหน้าของตัวเอง พอมาส่งกระจกถึงได้รู้ว่าหน้าเรานั้นมีทั้งริ้วรอย รอยคล้ำใต้ตา รอยย่นที่หน้าผาก ร่องแก้ม ฝ้า กระ จุดด่างดำ ที่พร้อมใจกันถาโถมกันเข้ามาบนใบหน้าแบบที่ไม่ได้นัดหมาย ดังนั้นการหาเซรั่มดี ๆ สักตัวที่สามารถช่วยเรื่องนี้ได้นั้นจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมาก ฉะนั้นในวันนี้เราได้รวบรวมเซรั่มตัวเด็ดที่ขึ้นชื่อเรื่องการลดเลือนริ้วรอย ยกกระชับผิว พร้อมกับลดจุดด่างดำและบำรุงผิวให้กระจ่างใสขึ้นได้พร้อมกัน จะมีตัวไหนบ้างนั้นไปดูกันเลย

Estee Lauder Advanced Night Repair

Estee Lauder Advanced Night Repair หรือที่หลายคนนิยมเรียกกันติดปากว่า ANR ที่ถึงแม้ว่าจะมาในราคาที่ค่อนข้างสูงแต่คุณภาพก็ถือว่าคุ้มกับราคาที่จ่ายไป เนื่องจากมีคุณสมบัติที่ช่วยเรื่องบบำรุงผิว ปรับสภาพผิวให้แข็งแรง ทำให้คนที่อยากจะบำรุงผิวจึงมักจะเริ่มที่ตัวนี้เพราะครอบคลุมตั้งแต่ลดสิว เพิ่มความกระจ่างใส โยเฉพาะปัญหาเรื่อริ้วรอย ลดร่องรอยของผิวอ่อนล้าให้ดูสดใส หน้าอิ่ม สุขภาพผิวดี ดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้เมื่อใช้เป็นประจำ

The Body Shop Drops of Youth Concentrate

ตัวนี้นั้นขึ้นชื่อในเรื่องของสารสกัดบริสุทธิ์จากสเต็มเซลล์พืชออร์แกนิคธรรมชาติ ทำให้สาว ๆ หลายคนรู้สึกถึงกลิ่นที่ค่อนข้างชัดแต่ไม่ถึงกับแรงเกินไป โดยเซรั่มตัวนี้เน้นช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยแรกเริ่ม ฟื้นฟูได้ล้ำลึกถึงผิวชั้นในและยังกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่แทนที่การผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพไป จึงช่วยกระชับรูขุมขน ให้ผิวหน้าดูสดใส เนียนขึ้น ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

Caviar Gold Firming Serum

เซรั่มตัวนี้เป็นเซรั่มจากประเทศเกาหลีแบรนด์ Clinelle ซึ่งโด่งดังในเรื่องช่วยดูแลยกกระชับและลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า เซรั่มตัวนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่องการช่วยให้ผิวหน้าเฟิร์ม ยกกระชับและยังลดเลือนริ้วรอยได้ดี พร้อมทั้งช่วยบำรุงผิวให้ดูกระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ ชะลอริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้าที่อาจมาก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ Clinelle ยังมาในคอนเซ็ปต์อย่าง 7 No ซึ่งทุกขวดปราศจากส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดอันตราย อาทิ ไม่มีสี ไม่มีน้ำหอม ไม่มีลาโนลิน ไม่มีน้ำมัน ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ทำให้เกิดสิวและไม่มีสารกันเสียหรือพาราเบนอีกด้วย

LANCOME Advanced Genifique Youth Activating Concentrate

จุดเด่นของเซรั่มตัวนี้คือช่วยเสริมสร้างโปรตีนความอ่อนเยาว์ของผิว ต่อต้านริ้วรอยก่อนวัย กระชับรูขุมขนและบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื่นขึ้น โดยเนื้อเซรั่มเป็นสีน้ำเงินใส ๆ ไม่เหนียว ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ง่าย และที่สำคัฐญควรใช้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเช้าและก่อนนอน

Oriental Princess Ultimate Renewal Concentrated Serum

เซรั่มที่ติดโผอันดับต้น ๆ ที่ช่วยในเรื่องของริ้วรอยได้ดี ซึ่งจุดเด่นของเซรั่มตัวนี้อยู่ที่การใช้นวัตกรรมธรรมชาติบริสุทธิ์มาสกัดส่วนผสมจากธรรมชาติ อาทิ เซอรามายด์ ถั่วเหลืองและโสมทั้งห้าใบ จึงช่วยให้ผิวหน้าตึงกระชับ ยืดหยุ่นขึ้น พร้อมกับให้ความชุ่มชื้น ดูแลผิวจนริ้วรอยแลดูจางลง เนื้อเซรั่มเป็นสีขาวขุ่น เข้มข้นแต่สัมผัสบางเบา มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ

แหล่งที่มา : https://sistacafe.com

ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง ด้วย 6 อย่างนี้

ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง ด้วย 6 อย่างนี้

อย่างที่รู้กันช่วงนี้อากาศบ้านเราแย่เหลือเกิน ทั้งค่าฝุ่นที่สูงเกินปกติ ไหนจะมลพิษต่าง ๆ ที่มีอยู่ก่อนแล้วก็เพิ่มขึ้นมากในทุก ๆ วัน ทำให้เราต้องมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้นเพื่อไม่ได้รับผุ่นหรือมลพิษเข้าไปในร่างกายของเรานั่นเอง

แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่สาว ๆ อย่างเรานั้นก็ต้องดูแลให้มากขึ้น โดยเฉพาะในสภาวะที่อากาศนั้นทำร้ายเรา สิ่งหนึ่งในร่างกายของเราโดนร้านมากขึ้นนั่นก็คือ ผิว ของเรานั่นเอง ทั้งฝุ่น ทั้งมลพิษ ทั้งแสงแดด ทั้งแสงจากหน้าจอคอม หน้าจอโทรศัพท์ ส่งผลให้ผิวพรรณของเรามีสุขภาพที่ไม่ดี ไม่เปล่งปลั่ง แต่อย่าเพิ่งกังวลไปเพราะในวันนี้เราได้รวบรวมเอาอาหารต่าง ๆ ที่จะช่วยบำรุงให้ผิวพรรณให้สดใส เปล่งปลั่ง มากฝากกัน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

มะละกอ

มะละกอนั้นเป็นผลไม้ที่หากินได้ง่าย ราคาถูก แต่มีประโยชน์ที่เต็มเปี่ยม โดยมะละกอนั้นมีสารต้านอนุมูลลอิสระมากมายหลายชนิดไม่ว่จะเป็น วิตามินซี วิตามินเอ และอีกมากมายที่จะช่วยให้สุขภาพของเรานั้นแข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้ผิวพรรณกระจ่างใส สุขภาพดี ชะลอวัยและแน่นอนว่ามะละกอนั้นยังช่วยเรื่องขับถ่าย ซึ่งช่วยลดปัญหาผิวหมองคล้ำจากการท้องผูกด้วยนะ

น้ำมะเขือเทศ

ใจเย็น อย่าเพิ่งวิ่งหนีกัน ถ้าลองดูประโยชน์ของน้องน้ำมะเขือเทศอาจจะเปลี่ยนใจได้นะ โดยน้องน้ำมะเขือเทศนั้นอุดมไปด้วยวิตามินและธาตุเหล็กมากมาย ทั้งวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินเคและแร่ธาตุอีกมากมาย แถมยิ่งดื่มยิ่งช่วยเรื่องการขับถ่าย ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส ขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ แก้มแดงมีเลือดฝาดแบบไม่ใช่โดนตบนะ ลองดื่มดูแล้วจะติดใจ

ส้ม

ถ้าพูดผลไม้ที่ช่วยให้ผิวสดใสเปล่งปลั่ง สาว ๆ ทุกคนก็คงนึกถึง น้องส้ม เพราะน้องนั้นเป็นผลไม้ที่พกวิตามินมาให้แบบจัดเต็ม ซึ่งวิตามินซีนี้เองจะเข้าไปช่วยปกป้องผิจากการถูกทำร้ายจากรังสียูวี ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวยืดหยุ่น เต่งตึงกระชับ ผิวมีออร่า กินเพียง 1 ผลต่อวันก็เพียงพอต่อผิวแล้ว

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

มาถึงผลไม้วงศ์ตระกูลแห่งความสวยกันแล้วกับ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ไม่ว่าจะเป็นเชอร์รี่ บลูเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ และอีกมากมาย โดยผลไม้เหล่านี้อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยให้ผิวหน้าไม่แก่ก่อนวัย ลดริ้วรอย สิว จุดด่างดำ ผิวเปล่งปลั่ง แก้มแดงระเรื่อ แถมยังช่วยบำรุงสายตา เหมาะสำหรับสาวที่อยู่กับโทรศัพท์หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน บอกอีกอย่างหนึ่งว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นั้นมีแคลอรี่ที่ต่ำ แต่เพิ่มความสดชื่นได้สูงด้วยนะ

น้ำนมถั่วเหลือง

สำหรับสาว ๆ ที่กำลังไดเอต แล้วเลิกรับประทานน้ำนมถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้อยู่ล่ะก็อยู่ล่ะก็ บอกเลยว่าได้โชค 2 ชั้นเลยนะ เพราะนอกจากจะช่วยในเรื่องการลดน้ำหนัก เพราะมีโปรตีนเท่ากับนมวัว แต่มีแคลอรี่น้อยกว่า นอกจากนั้นเจ้าน้ำถั่วเหลืองยังช่วยให้ผิวของเราดี ผิวเนียนนุ่ม และมีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยให้นอนหลับสบายทำให้ผิวพรรณดีมากขึ้นด้วย

ปลา และอาหารทะเล

สำหรับสาวสายทะเล สายซีฟู๊ด มาทางนี้เลยจ้า โดยเฉพาะปลา เพราะปลามีไขมันน้อยกว่าไขมันในสัตว์อื่น ๆ และเป็นไขมันดีด้วยนะ ซึ่งพวกอาหารทะเลนั้นมีน้ำมัน Omega – 3 ที่จะเข้าไปช่วยเรื่องริ้วรอย จดด่างดำ สิว ช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่ง ดูกระจ่างใสขึ้น แถมยังช่วยให้อารมณ์ดี ลดความเครียด สุขภาพดีคูณสองได้ไปเลย