Posts

วิธีดูแลผิวพรรณให้สวยสดใส

วิธีดูแลผิวพรรณให้สวยสดใส

ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สวยใส ดูมีออร่า นั้นเป็นสิ่งที่ผู้หญิงหลายคนต่างต้องการกันทั้งนั้น แต่การจะไปถึงจุด ๆ นั้นได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันประกอบไปด้วยขั้นตอนในการดูแลหลาย ๆ อย่าง และต้องมีความสม่ำเสมอในการดูแลอย่างต่อเนื่อง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเพราะใคร ๆ ก็สามารถทำได้ เพียงแค่มีวินัยมากเพียงพอ ดังนั้นในวันนี้เราได้รวบรวมวิธีดูแลผิวพรรณในสวยสดใสมาฝากทุกคนกัน โดยมีดังต่อไปนี้

สครับผิวเพื่อเผยผิวใหม่

เป็นการขจัดเซลล์ที่ตายแล้วให้ออกไปจากผิวของเรา โดยการใช้สครับที่เหมาะกับสภาพผิวอาจเลือกใช้สครับสำเร็จรูปแบบที่ขายทั่วไป แต่ต้องดูว่ามีมาตรฐานรับรองหรือไม่ด้วย หรืออาจใช้ใยบวบขัดเบา ๆ ขณะอาบน้ำก็ได้ หรือจะใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ทำสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง หรือทุกครั้งหลังออกกำลังกายหนัก ก็จะช่วยเผยผิวใหม่ที่กระจ่างใสยิ่งขึ้น

ทาครีมกันแดดทุกครั้วที่สัมผัสกับแสงแดด

ครีมกันแดดจะช่วยปกป้องผิวไม่ให้ไหม้ หรือคล้ำเสียจากแสงแดด สามารถช่วยป้องกันการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ ชะลอการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นบนผิว แต่จะต้องเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ที่เหมาะสมกับการใช้งานนอกบ้าน หากต้องตากแดดตอนเช้า ครีมกันแดดควรใช้แค่ SPF 10 – 15 ก็เพียงพอแล้ว แต่หากต้องอยู่กลางแดดจ้าควรจะต้องหาครีมที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไปมาใช้ และควรทาซ้ำทุก 1 – 2 ชั่วโมงเพื่อให้การปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพแท้จริง

ทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำ

หากเป็นผิวกายก็ควรจะต้องบำรุงอย่างต่อเนื่องจึงจะเรียบเนียนเห็นผลแบบผิวหน้า โดยเฉพาะการเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถไว้ใจได้ ควรทาหลังอาบน้ำ ทั้งเช้าและก่อนนอน นี่คือวิธีที่จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ผิวเป็นอย่างดี โดยเฉพาะสาวออฟฟิศที่นั่งตากแอร์อยู่ทั้งวัน ความเย็นจะทำให้ผิวของเรานั้นแห้งง่าย แต่ไม่ว่าจะอยู่วัยไหน หากปล่อยนานไป ผิวจะแห้งเสียอย่างแน่นอน

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้การไหลเวียนเลือดทำงานดีไปทั่วร่างกาย ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งดูมีเลือดฝาดอ่อน ๆ ตามธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นการขับสารพิษ เพราะร่างกายจะขับเอาสารพิษออกมาทางเหงื่อนั่นเอง และอย่าลืมหลังจากการออกกำลังกาย ควรใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหลังจากจบกิจกรรมและหลังอาบน้ำจากการเล่นกีฬาเป็นประจำ

หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์

งดอาหารมักดอง พวกน้ำอัดลม แอลกอฮอล์ เนื้อปิ้งย่างไหม้ ๆ โดยเฉพาะหมูกระทะ ขนมหวาน อาหารแปรรูป และอาหารกระป๋อง เพราะอาหารเหล่านี้นอกจากจะอ้วนแล้ว ยังทำลายคอลลาเจนในผิวหนังได้อีกด้วย โดยอาจทำให้เป็นสิว ผิวซีด ผิวพรรณแห้งเสียเกิดริ้วรอยง่าย และควรดื่มน้ำมาก ๆ ให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 – 10 แก้ว ควบคู่กับการกินผักผลไม้เยอะ ๆ จะดีที่สุด เพื่อบำรุงผิวให้สวยสดใสจากภายในสู่ภายนอก

ทานอาหารที่มีคอลลาเจน

คอลลาเจนมีส่วนช่วยในเรื่องของผิวพรรณ สังเกตได้จากตอนเด็กจนถึงวัยรุ่นผิวพรรณของเรานั้นจะสวย กระจ่างใส และไม่มีริ้วรอยแห่งวัยใด ๆ แต่เมื่อเริ่มอายุมากขึ้นผิวพรรณจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เริ่มมีริ้วรอยต่าง ๆ ปรากฏขึ้น นั่นเพราะคอลลาเจนในร่างกายเริ่มลดน้อยตามช่วงอายุ ดังนั้นการทานอาหารที่มีคอลลาเจนจึงช่วยดูแลผิวพรรณได้

โดยอาหารที่มีคอลลาเจนสูงมีหลากหลายแต่จะพบมากที่สุดในปลา แต่ถ้าหากทานอาหารที่มีคอลลาเจนเข้าไปแล้วแต่ยังไม่มีเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ควรทานคอลลาเจนเสริมเข้าไปเพื่อให้ร่างกายได้รับคอลลาเจนที่เพียงพอและสามารถนำไปบำรุงผิวพรรณได้ ซึ่งคอลลาเจนเสริมควรเลือกเป็นคอลลาเจนเปปไทด์ (Collagen Peptide) เนื่องจากมีโมเลกุลเล็ก สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย เพียงทานวันละ 5,000 มิลลิกรัมก็เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

แหล่งที่มา : www.palmmade.com

พฤติกรรมทำร้าย-เล็บ-ที่ทำให้เล็บไม่น่ามอง

ดูแลเล็บ ให้น่ามอง

ดูแลเล็บ ให้น่ามอง

วันนี้ขอเอาใจสาวๆ ที่อยากใส่ใจดูแลเล็บ เพราะว่าการที่มีเล็บที่แข็งแรง สวย สุขภาพดีนั้นจะช่วยเสริมบุคลิกภาพของเราได้อย่างหนึ่ง ดังนั้นสาวๆ ที่เคยมองห้ามเรื่องเล็บ ก็คงต้องให้มาใส่ใจหรือสำหรับใครที่มีเล็บสวย สุขภาพดีอยู่แล้ว ก็สามารถเข้ามาเข้าได้ ซึ่งเราจะมาบอก พฤติกรรมทำร้าย เล็บ ที่ทำให้เล็บไม่น่ามอง ให้กับสวยๆ จะเป็นอย่างไรบ้างมาดูกันเลย

พฤติกรรมทำร้าย-เล็บ-ที่ทำให้เล็บไม่น่ามอง

1.อย่าพยายามตัดหรือดึงจมูกเล็บ

                การมีจมูกเล็บ ที่แข็งแรงเป็นตัวบ่งบอกอย่างหนึ่งว่ามีเล็บสุขภาพดี แข็งแรง ดังนั้นสาวๆ ไม่ควรดึง กัด จิก หรือตัดผิวหนังบริเวณรอบเล็บที่ควรที่จะหยุด เพราะว่า จมูลเล็บจะทำให้หน้าที่ป้องกันเชื้อโรค ไม่ให้มีการติดเชื้อและมีกรแพร่กระจาย รวมไปถึงยังช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นได้อย่างดีเยี่ยม

หากจมูกเล็บมีการโพล่ออกมากแนะนำว่า ควรจะใช้วิธรการดันหนังให้กลับไปที่บริเวณเดิม และใช้น้ำ Cuticle Remover เพื่อกำจัดหนังที่ตายแล้วมาช่วยจะทำให้ผิวหนังบริเวณที่ตายแล้วหลุดลอดออกมา

2.ไม่ใช้น้ำยาล้างเล็บ ใส่ลงไปในน้ำยาทาเล็บทที่แห้ง

                สาวๆ หลายคนคงเคยทำหากน้ำยาทาเล็บแห้ง เป็นก้อน เหนียว แล้วเอาน้ำยาล้างเล็บเติมลงไป จะช่วยทำให้น้ำยาทาเล็บฟื้นคืนชีพ แต่ความจริงแล้วน้ำยาล้างเล็บ จะทำให้สีของน้ำยาทาเล็บเพื้ยนไป และเสียร็วขึ้น เพราะว่าน้ำยาล้างเล็บไม่ได้เป็นส่วนประกอบของน้ำยาทาเล็บ

ดังนั้นหากเจอน้ำยาทาเล็บแห้ง ให้ใช้ยาละลายยาทาเล็ยแทน เพียแค่หยดไปไม่กี่หยดก็จะช่วยทำให้น้ำยาทาเล็บใช้ได้แล้ว แต่อย่าใส่เยอะเกินแ จะมีผลต่อคุณภาพของน้ำยาทาเล็บด้วย

3.ลด ละ เลิกการต่อเล็บอะครีลิค

                แนะนำให้หยุดการต่อเล็บแบบอะครีลิค เพราะน้ำยาที่ใช้สำหรับการต่อเล็บอะครีลิค ส่วนใหญ่จะเป็นสูตรที่แน่น แหนียว เวลาถอดเล็กแต่ละทีก็ทำยาก ต้องเสียเวลามากกว่าเดิม ที่ทำสำคัญคือ ทำให้เล็ถูกรบกวน เนื้อเล็บอาจเปลี่ยนสี หรือรูปร่างผิลปกติไปได้ และบางน้ำยาที่นำมาต่อเล็บอาจจะซึมสู่ผิวไปตามเส้นเลือดมีผลต่อระบบประสาทได้ด้วย

4.ไม่ตะไบเล็บไปๆ มาๆ

หลายคนเวลาตะไบเล็บ จะตะไบแบบถูไปถูมาแบบนี้ควรเลิก เพราะว่าการที่เราตะไบเล็บแบบนี้ นอกจากจะทำให้เล็บของเราหายหรือ แหว่งไปเร็วมาก ทำให้การที่เราจะแต่งทรงเล็บ ไม่ว่าจะเป็นแบบทรงไข่ ทรงเหลี่ยม ทรงกลม หรือทรงอื่นๆ ทำได้อยาก และการทำแบบนี้จะทำให้เล็บเกิดการเสียหายได้

ดังนั้นเวลาตะไบเล็บ ให้ตะไบไปทางเดียว หากต้องการตะไบซ้ำๆ เก็บรายละเอียดก็ให้กลับมาจุดที่เริ่มต้นใหม่ ทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ทรงเล็บที่ต้องการ แบบนี้จะช่วยทำให้การแต่งทรงเล็บง่ายขึ้น และไม่ทำให้เล็บเสียหาย

5.เลิกทาเล็บบนเล็บที่มีความมันเงา

                หลายคนมักจะบำรุงดูแลรักษามือและเล็ยด้วยการทาโลชั่นหรือน้ำมันเพื่อทำให้เล็บ รวมถึงผิวหนังบริเวณรอบเล็บชุ่มชื้น และแข็งแรง และหลายคมักคิดว่าการที่ทาพวกครีม หรือน้ำมันลงบนเล็บก่อนทาเล็บจะเป็นการบำรุงเล็บ บอกเลยว่าหยุดทำ เพราะว่าการที่เล็บเรามีความมันอยู่ทำให้การทาเล็บของเราไม่ติดทน

ดังนั้นก่อนทาเล็บ ควรเริ่มต้นจากเล็บที่แห้ง หลังจากนั้นให้ตัดแต่งทรงเล็บ จัดการจมูกเล็บอย่างระมัดระวัง แล้วจึงบำรุงผิวด้ยครีมทามือหรือน้ำมัน หลังจากนั้นให้ใช้น้ำยาล้างเล็บเช็ดล้างบริเวณเล็บอีกครั้งเพื่ให้เล็บไม่มัน แล้วจึงค่อยเริ่มทาเล็บ

6.ไม่เขย่าน้ำยาทาเล็บ

                หากน้ำยาทาเล็บที่ใช้ ไม่ได้ใช้นานมาก แล้วทำให้เกิดการแบ่งชั้นภายในขวด สิ่งที่ควรทำคือ นำขวดมาหมุนไปหมุนมาที่ฝ่ามือ แทนที่การเขย่าขวด เพราะการที่เขย่าน้ำยาทาเล็บจะทำให้เกิดฟองอากาศ เวลานำมาทาบนเล็บก็มีฟองเล็กๆ ทำห้ดูไม่สวย