Posts

เจลแต้มสิวที่สาว ๆ ห้ามพลาด

เจลแต้มสิวที่สาว ๆ ห้ามพลาด

สิว จุดเล็ก ๆ ที่กลายเป็นปัญหาใหญ่กวนใจสาว ๆ พอขึ้นมาแต่ละทีอยากจะร้องกรี๊ดเลย เพราะลองรักษาสิวก็แล้ว แต่งหน้ากลบก็แล้ว แต่ดูเหมือนสิวเจ้ากรรมจะหายช้าซะเหลือเกิน ยิ่งใกล้วันที่อยากสวยเป็นพิเศษ เราจึงต้องหาตัวช่วยอย่างเจลแต้มสิว หรือครีมแต้มสิวมาใช้กันเป็นการด่วน ซึ่งใครที่อยากสิวยุบไว หายอักเสบเร็ว ๆ ละก็ต้องมาทางนี้เลย เพราะวันนี้เราได้รวบรวมเอา 10 เจลแต้มสิวที่สาว ๆ ห้ามพลาดมาฝากกัน

Mizumi Peptide Acne Gel

เห็นซองจิ๋ว ๆ แบบนี้ แต่เอาอยู่หมด ไม่ว่าจะเป็นสิวฮอร์โมน สิวหัวหนอง สิวอักเสบ แค่ทาเจลแต้มสิวตัวนี้ต่อเนื่องสัก 1 – 2 วัน จะช่วยลดการอักเสบของสิว ลดการอุดตัน รวมถึงลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็นได้ด้วย ลองสังเกตดูหลังใช้ สิวใหม่ขึ้นน้อยลงอีกต่างหาก เนื้อเจลก็บางเบา ซึมง่าย จุดเด่นคือมีส่วนผสมเปปไทด์ที่สกัดจากพืชจึงอ่อนโยนแม้แต่คนที่มีผิวแพ้ง่าย ซื้อมาทดลองก่อนก็ยังไหว เพราะราคาดีต่อใจมาก ๆ แค่ 49 บาทเอง ในขนาด 4 กรัม

Jula’s Herb Marigold Acne Gel

เจลแต้มสิวดอกดาวเรืองตัวดังและใช้ดีจนต้องบอกต่อ ด้วยสารสกัดที่คิดค้นมาพิเศษ มีส่วนช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุสำคัญของการเกิดสิว และที่สำคัญคือป้องกันการอักเสบของสิว พร้อมช่วยสมานรอยแผลได้ชะงัด แนะนำให้แต้มไปบนหัวสิว ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก รุ่งขึ้นสิวจะยุบลงอย่างเห็นได้ชัดเลย แต่อย่าทาทิ้งไว้ค้างคืนนะคะ เพราะอาจทำให้หน้าแห้งได้ หลอดนี้ 40 มิลลิลิตร ราคา 195 บาท

Nami I’m Fresh Mangosteen Acne Gel

ถ้าสิวผุดขึ้นเมื่อไร รีบเดินเข้าเซเว่นให้ไว แล้วหยิบเจลแต้มสิวซองนี้มาใช้ด่วน รับรองว่ายุบไวทันใจชัวร์ ด้วยคุณสมบัติของเปลือกมังคุดที่สามารถลดสิวอักเสบได้เริดมาก เน้นแต้มลงบนหัวสิวที่เป่ง ๆ ได้เลย แต่ถ้าใครอยากลดพวกสิวอุดตัน สิวผด ให้พอกทิ้งไว้สัก 10-15 นาที แล้วล้างออก แค่นี้สิวก็หายวับ รูขุมขนกระชับ ผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ถือว่าเป็นไอเทมในเซเว่นอีกตัวที่ไม่ควรพลาด ขนาด 7 กรัม ราคา 39 บาท เท่านั้น

Tomei Clindai Gel

สาวเป็นสิวง่ายต้องรู้จักแบรนด์นี้อย่างแน่นอน เพราะเขาขึ้นชื่อเรื่องจัดการสิวอยู่แล้ว โดยเฉพาะใครที่กังวลเรื่องสิวอักเสบที่มักจะมาเยือนบ่อย ๆ และทิ้งรอยเอาไว้ Tomei เขาก็มีเจลแต้มสิวที่ช่วยรักษาสิวอักเสบได้อยู่หมัด พร้อมกำจัดเชื้อแบคทีเรียไปในตัว ใช้แต้มหลังทำความสะอาดผิวหน้าทั้งเช้า-เย็น เพิ่มด้วยครีมบำรุงที่ช่วยให้รอยแผลเป็นดูจางลงอีกนิด รับรองว่าบอกลาหน้าสิวไปได้เลย ขนาด 5 กรัม ราคา 90 บาท

Smooth-E Acne Hydrogel Plus

จะไปเที่ยวแล้วสิวดันขึ้น คือเบื่อมากกก และถ้าเป็นสิวไม่มีหัวที่บีบออกเองไม่ได้ยิ่งแล้วใหญ่ งานนี้ขอแนะนำเจลแต้มสิวหลอดสีเขียวจาก Smooth-E ที่หลายเสียงบอกมาว่าเวิร์กมาก สามารถแต้มได้ตั้งแต่สิวเริ่มแดงนูน แตะแล้วเจ็บ หรือเป็นไต ๆ ด้านล่าง สังเกตได้เลยว่าสิวยุบลงเร็วเว่อร์ในไม่กี่วัน และไม่เกิดรอยดำตามมาด้วย เนื้อเจลก็ค่อนข้างบางเบา แต่อาจจะทำให้ผิวแห้งนิดหนึ่ง จึงควรบำรุงเพิ่มด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ค่ะ ขนาด 10 กรัม ราคา 240 บาท

Dr.Somchai Acne Spot Touch Gel

เจลแต้มสิวยอดฮิตอีกตัวที่ครองใจคนเป็นสิว เพราะเป็นสูตรเร่งด่วน สิวแห้ง ยุบไว้ และไม่ทิ้งรอยดำด้วย โดยตัวเจลจะช่วยผลัดเซลล์ผิวและขจัดสิวออกพร้อม ๆ กัน และที่หลายคนชอบก็คือเนื้อเจลชุ่มชื้นมาก ไม่ทำให้ผิวแห้ง แถมยังหลอดเล็กพกพาสะดวก แต้มทับเครื่องสำอางได้แบบไม่ทิ้งคราบ หรือจะทาบาง ๆ ไว้ก่อนนอนก็ได้ทั้งนั้น ขนาด 4 กรัม ราคา 149 บาท สบายกระเป๋าไปอีก

Mentholatum Acnes Sealing Jell

สาวคนไหนที่ชอบเผลอบีบสิว จนสิวแตกเป็นรอยแดง ๆ เจลแต้มสิวตัวนี้มาช่วยแล้ว จะรอยแดงแค่ไหนก็ลดเลือนได้ ลดอักเสบ ไม่ทำร้ายผิว ผิวไม่เป็นขุย แต่งหน้าต่อได้สบาย แล้วยังช่วยขจัดสิ่งสกปรกอุดตันในรูขุมขน ต้นเหตุการเกิดสิวซ้ำซากอีกด้วย เนื้อเจลจะออกสีเหลืองใส ทาแล้วรู้สึกหนึบหน้านิดหน่อย แต่วันถัดไปสิวจะค่อย ๆ แห้งจนยุบสนิทก็ใช้เวลาราว ๆ 3 วันเอง แอบบอกว่าสายประหยัดต้องเลิฟ เพราะหลอดหนึ่งใช้ได้นานมาก ขนาด 18 กรัม 139 บาท

Puricas Advanced Formula Anti-Acne Gel

มาถึงเจลแต้มสิวจากแบรนด์ Puricas ที่โดดเด่นเรื่องลดรอยดำกันบ้าง อย่างที่รู้กันว่าสิวตัวร้ายมักจะทิ้งร่องรอยให้เราหนักใจเสมอ แต่ตัวนี้เขามีสารสกัดจากสมุนไพรชื่อ Dragon’s Blood ที่ช่วยยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียและดูดหัวสิวออก ทำให้สิวแห้งไว พร้อมทั้งสมานแผลและเติมเต็มให้ผิวเราแข็งแรงมากขึ้น พอสิวยุบแล้วก็เลยไม่มีรอยดำให้เห็นนั่นเอง ยังไม่พอเจลแต้มสิวตัวนี้ยังลดความมันได้ด้วยนะ เหมาะกับสาวผิวมันและมีปัญหาสิวมาก ๆ ขนาด 10 กรัม ราคาอยู่ที่ 250 บาท

Provamed Rapid Clear Acne Spot Gel

ถ้าใครต้องการเจลแต้มสิวสูตรเร่งด่วน ชนิดที่สิวอักเสบ สิวหัวหนองยุบภายในครึ่งวัน ต้องลองตัวนี้ แนะนำว่าให้ทาวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็นเลย ระหว่างทาจะแสบยิบ ๆ เล็กน้อย เหมือนตัวยากำลังตรงเข้าจัดการสิว เผลออีกทีก็คือสิวยุบแล้วจ้า แต่ก็ต้องแลกมากับผิวที่แห้งลงนิดหน่อย ดังนั้นสาว ๆ ผิวมันน่าจะใช้ดี ส่วนสาวผิวแห้งก็ต้องทดลองกันดูอีกทีนะคะ ขนาด 10 มิลลิลิตร ราคา 195 บาท

Hiruscar Anti-Acne Spot Gel

ยี่ห้อนี้ไม่ได้มีแค่เจลลดรอยแผลเป็นจากสิวเท่านั้นนะ เพราะใครที่เป็นสิวอุดตันละก็ เจลแต้มสิวหลอดสีเขียวนี้ตอบโจทย์ได้เลย ด้วยเนื้อเจลใส ค่อนข้างลื่น เกลี่ยง่าย ช่วยลดการอักเสบของสิว ทาไปสัก 2-3 วันก็เห็นผลแล้ว แต่ที่ตามมาแบบไม่ได้คาดหวังก็คือผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้นด้วย เหมือนได้รับการบำรุงไปในหลอดเดียวเลย ขนาด 4 มิลลิลิตร ราคา 165 บาท

แหล่งที่มา : women.kapook.com

วิธีดูแลผิวพรรณให้สวยสดใส

วิธีดูแลผิวพรรณให้สวยสดใส

ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สวยใส ดูมีออร่า นั้นเป็นสิ่งที่ผู้หญิงหลายคนต่างต้องการกันทั้งนั้น แต่การจะไปถึงจุด ๆ นั้นได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันประกอบไปด้วยขั้นตอนในการดูแลหลาย ๆ อย่าง และต้องมีความสม่ำเสมอในการดูแลอย่างต่อเนื่อง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเพราะใคร ๆ ก็สามารถทำได้ เพียงแค่มีวินัยมากเพียงพอ ดังนั้นในวันนี้เราได้รวบรวมวิธีดูแลผิวพรรณในสวยสดใสมาฝากทุกคนกัน โดยมีดังต่อไปนี้

สครับผิวเพื่อเผยผิวใหม่

เป็นการขจัดเซลล์ที่ตายแล้วให้ออกไปจากผิวของเรา โดยการใช้สครับที่เหมาะกับสภาพผิวอาจเลือกใช้สครับสำเร็จรูปแบบที่ขายทั่วไป แต่ต้องดูว่ามีมาตรฐานรับรองหรือไม่ด้วย หรืออาจใช้ใยบวบขัดเบา ๆ ขณะอาบน้ำก็ได้ หรือจะใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ทำสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง หรือทุกครั้งหลังออกกำลังกายหนัก ก็จะช่วยเผยผิวใหม่ที่กระจ่างใสยิ่งขึ้น

ทาครีมกันแดดทุกครั้วที่สัมผัสกับแสงแดด

ครีมกันแดดจะช่วยปกป้องผิวไม่ให้ไหม้ หรือคล้ำเสียจากแสงแดด สามารถช่วยป้องกันการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ ชะลอการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นบนผิว แต่จะต้องเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ที่เหมาะสมกับการใช้งานนอกบ้าน หากต้องตากแดดตอนเช้า ครีมกันแดดควรใช้แค่ SPF 10 – 15 ก็เพียงพอแล้ว แต่หากต้องอยู่กลางแดดจ้าควรจะต้องหาครีมที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไปมาใช้ และควรทาซ้ำทุก 1 – 2 ชั่วโมงเพื่อให้การปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพแท้จริง

ทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำ

หากเป็นผิวกายก็ควรจะต้องบำรุงอย่างต่อเนื่องจึงจะเรียบเนียนเห็นผลแบบผิวหน้า โดยเฉพาะการเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถไว้ใจได้ ควรทาหลังอาบน้ำ ทั้งเช้าและก่อนนอน นี่คือวิธีที่จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ผิวเป็นอย่างดี โดยเฉพาะสาวออฟฟิศที่นั่งตากแอร์อยู่ทั้งวัน ความเย็นจะทำให้ผิวของเรานั้นแห้งง่าย แต่ไม่ว่าจะอยู่วัยไหน หากปล่อยนานไป ผิวจะแห้งเสียอย่างแน่นอน

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้การไหลเวียนเลือดทำงานดีไปทั่วร่างกาย ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งดูมีเลือดฝาดอ่อน ๆ ตามธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นการขับสารพิษ เพราะร่างกายจะขับเอาสารพิษออกมาทางเหงื่อนั่นเอง และอย่าลืมหลังจากการออกกำลังกาย ควรใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหลังจากจบกิจกรรมและหลังอาบน้ำจากการเล่นกีฬาเป็นประจำ

หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์

งดอาหารมักดอง พวกน้ำอัดลม แอลกอฮอล์ เนื้อปิ้งย่างไหม้ ๆ โดยเฉพาะหมูกระทะ ขนมหวาน อาหารแปรรูป และอาหารกระป๋อง เพราะอาหารเหล่านี้นอกจากจะอ้วนแล้ว ยังทำลายคอลลาเจนในผิวหนังได้อีกด้วย โดยอาจทำให้เป็นสิว ผิวซีด ผิวพรรณแห้งเสียเกิดริ้วรอยง่าย และควรดื่มน้ำมาก ๆ ให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 – 10 แก้ว ควบคู่กับการกินผักผลไม้เยอะ ๆ จะดีที่สุด เพื่อบำรุงผิวให้สวยสดใสจากภายในสู่ภายนอก

ทานอาหารที่มีคอลลาเจน

คอลลาเจนมีส่วนช่วยในเรื่องของผิวพรรณ สังเกตได้จากตอนเด็กจนถึงวัยรุ่นผิวพรรณของเรานั้นจะสวย กระจ่างใส และไม่มีริ้วรอยแห่งวัยใด ๆ แต่เมื่อเริ่มอายุมากขึ้นผิวพรรณจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เริ่มมีริ้วรอยต่าง ๆ ปรากฏขึ้น นั่นเพราะคอลลาเจนในร่างกายเริ่มลดน้อยตามช่วงอายุ ดังนั้นการทานอาหารที่มีคอลลาเจนจึงช่วยดูแลผิวพรรณได้

โดยอาหารที่มีคอลลาเจนสูงมีหลากหลายแต่จะพบมากที่สุดในปลา แต่ถ้าหากทานอาหารที่มีคอลลาเจนเข้าไปแล้วแต่ยังไม่มีเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ควรทานคอลลาเจนเสริมเข้าไปเพื่อให้ร่างกายได้รับคอลลาเจนที่เพียงพอและสามารถนำไปบำรุงผิวพรรณได้ ซึ่งคอลลาเจนเสริมควรเลือกเป็นคอลลาเจนเปปไทด์ (Collagen Peptide) เนื่องจากมีโมเลกุลเล็ก สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย เพียงทานวันละ 5,000 มิลลิกรัมก็เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

แหล่งที่มา : www.palmmade.com

เลือกสกินแคร์อย่างไรให้เหมาะกับผิวพรรณ

เลือกสกินแคร์อย่างไรให้เหมาะกับผิวพรรณ

สกินแคร์นั้น ไม่เหมือนกับเสื้อผ้าที่ถึงแม้ว่าซื้อผิดไซส์ก็ยังสามารถปรับแก้ให้พอดีกับรูปร่างได้ แต่ผิวพรรณนั้นไม่เหมือนกัน เคยเป็นกันหรือไม่ เวลาที่เราลองใช้สกินแคร์ไม่ว่าจะเป็น ครีม เซรั่ม หรือโลชั่นทาผิว ตามเพื่อนใช้แล้วดี แต่พอใช้เองกับไม่ดีเหมือนกับคนอื่น แถมเป็นผื่นเห่อเต็มไปหมดร

ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าคนเรามีสภาพผิวที่แตกต่างกัน ดังนั้นเราจึงจะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ความงามไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอาง ครีม หรือสกินแคร์ต่าง ๆ ให้เหมาะกับสภาพผิวและช่วยแก้ปัญหาของแต่ละคนได้อย่างตรงจุด ดังนั้นเราไปดูกันดีกว่าว่าผิวแต่ละประเภทนั้นเหมาะกับผลิตภัณฑ์สกินแคร์หรือเครื่องสำอางแบบไหนบ้าง

ผิวมัน

ต่อมไขมันของผู้ที่มีผิวมันนั้นจะมีขนาดใหญ่และผลิตน้ำมันในปริมาณที่มากกว่าคนทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากกรรมพันธุ์ที่เราอาจจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่อย่างเพิ่งหมดหวังเพราะคนผิวมันสามารถเลือกใช้สกินแคร์ที่บรรเทาปัญหาได้ ขั้นตอนในการดูแลผิวสำหรับผู้ที่มีผิวมันจึงควรเน้นไปทางการกำจัดน้ำมันส่วนเกินออกไป โดยไม่ทำลายสารเคลือบตามธรรมชาติที่อยู่บนชั้นผิว ดังนี้

  • ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำคามสะอาดผิว คลีนเซอร์เนื้อเจลที่ไม่มีส่วนผสมของซัลเฟต น่าจะตอบโจทย์กับกลุ่มผู้ที่มีผิวมันมากที่สุด
  • เลือกใช้โทนเนอร์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ และมีส่วนผสมของโซเดียมของกรดไพโรกลูตามิคที่มีประสิทธิภาพในการดูดซึมน้ำได้ดี ช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น รวมถึง Witch Hazel ที่ช่วยกระชับรูขุมขน ลดความมันบนใบหน้าโดยไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึง
  • หลายคนมักเข้าใจว่า “มอยส์เจอไรเซอร์” ไม่ค่อยมีความจำเป็นสำหรับคนที่มีผิวมัน แต่ในความเป็นจริงผิวมันที่ขาดน้ำจะผลิตน้ำมันมากขึ้นมามากกว่าปกติเพื่อทดแทน ดังนั้นใครที่มีผิวมันก็ยังจำเป็นต้องทาครีมบำรุงผิว เพียงแต่ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อครีมบางเบาและเป็นสูตร Oil-Free หรือมีส่วนผสมของ Glycerin ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ดีโดยไม่อุดตันรูขุมขน
  • ครีมกันแดด สำหรับที่มีหน้ามันลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคำว่า “Zinc Oxide” อยู่บนฉลาก เพราะเป็นสูตรที่ให้ความแมตต์ ไม่เหนียวเหนอะหนะเหมือนครีมกันแดดสูตรอื่น ๆ
  • เซรั่มที่มีส่วนผสมของ “เรตินอล” เพราะสามารถช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลงได้หากใช้อย่างต่อเนื่อง แถมยังช่วยลบเลือนริ้วรอยให้ดูจางลงได้อีกด้วย

ผิวแห้ง

ใคร ๆ ก็อยากมีผิวอิ่มน้ำเด้งฟูกันทั้งนั้น แต่ถ้าเราเป็นคนผิวแห้ง หลักสำคัญในการดูแลผิวคือการเติมน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เพราะผิวชั้นบนขอคนที่มีผิวแห้งมักไม่แข็งแรง เมื่อต้องเผชิญกับรังสี UV และความแห้งในอากาศ จึงทำให้ผิวหน้าสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายกว่าปกติ

  • แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนมาก ๆ ถ้าเป็นประเภทที่ไม่มีฟองได้เลยยิ่งดี ลองเลือกใช้คลีนเซอร์ที่เป็นสูตรน้ำนมหรือโลชั่น จะช่วยให้ผิวหน้าของคุณไม่แห้งตึงหลังจากล้างเสร็จ
  • ห้ามใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด เพราะแอลกอฮอล์จะยิ่งทำให้ผิวของเราแห้งไปกันใหญ่ ลองหันไปใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงและปลอบประโลมผิวอย่างกรดไฮยาลูโรนิก, สารสกัดว่านหางจระเข้, ดอกคาโมไมล์, แตงกวาและน้ำกุหลาบ
  • เซรั่มเนื้อเข้มข้นมี่มีส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว เช่น วิตามินอีและเอ น่าจะแก้ปัญหาผิวที่แห้งและช่วยป้องกันการสูญเสียคอลลาเจนระหว่างวันให้กับคนที่ผิวแห้งได้ ถ้าให้ดีลองใช้ร่วมกับอายครีมที่มีส่วนผสมของ Peptide ที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนของผิวได้อีกขั้น
  • ในส่วนของมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อคืนคความชุ่มชื้นให้กับผิวและปกป้องผิวจากแสงแดด ให้ลองใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของครีมกันแดดในตอนกลางวัน และเปลี่ยนเป็นมอยส์เจอไรเซอร์สูตรเข้มข้นในตอนกลางคืน โดยเน้นส่วนผสมที่เป็นน้ำมันสกัดที่ได้จากธรรมชาติ เช่น Rose Hip seed Oil, Evening Primrose Oil, Cranberry Oil, Sweet Almond Oil และ Jojoba Oil

ผิวผสม

ปัญหาของคนที่มีผิวผสม คือผิวหน้าบางส่วนที่แห้งขาดความชุ่มชื้น ขณะที่ผิวหน้าส่วนอื่น ๆ มีน้ำมันมากกว่าปกติ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นบริเวณทีโซน ทริคในการเลือกใช้สกินแคร์ที่เหมาะกับสาวผิวผสมก็คือ ให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถแก้ปัญหาให้ได้ในหนึ่งเดียว โดยไม่จำเป็นต้องแยกผลิตภัณฑ์ออกเป็นหลาย ๆ ชนิดเพื่อแก้ปัญหาแต่ละอย่าง

  • เลือกใช้คลีนเซอร์ที่อ่อนโยนแต่ทำความสะอาดรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก โดยมากมักจะมีสารสกัดจากน้ำมันธรรมชาติเป็นส่วนผสมหลัก เพราะจะได้ไม่ระคายเคืองผิว เน้นที่ไม่มีน้ำหอม
  • หลีกเลี่ยงโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมที่มีฤทธิ์เป็นกรด และเปลี่ยนมาใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมอย่าง Witch Hazel ที่ช่วยลดอาการอักเสบและสมานแผล หรือ Tannin ที่สามารถยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย และน้ำกุหลาบที่ช่วยปลอมประโลมผิวและกลิ่นที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย
  • ผู้คนที่มีผิวผสม ไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน แค่เลือกใช้สูตรที่บางเบาเท่านั้นเอง เพราะครีมที่มีความเข้มข้นสูงอาจทำให้ผิวบริเวณทีโซนอุดตันได้ ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic acid และ Vitamin C ดูจะตอบโจทย์สาวผิวผสมได้อย่างตรงจุด
  • สำหรับครีมกันแดด แนะนำให้ใช้สูตร “Zinc Oxide” เหมือนกับคนผิวมัน เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้ผิวสัมผัสแบบแมตต์ จะได้ไม่มันเยิ้มระหว่างวัน
  • สำหรับการเลือกเซรั่ม อาจลองดูส่วนผสมอย่าง Salicylic Acid ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวและสิ่งสกปรกภายในรูขุมขนได้อย่างหมดจด อีกทั้งยังลดการเกิดน้ำมันพร้อมปรับผิวหน้าให้เนียนเรียบและดูสุขภาพดีขึ้นได้ด้วย

ผิวบอบบางแพ้ง่าย

ผู้คนที่มีผิวบอบบาง ฟังดูเป็นคุณหนูน่าทะนุถนอมเนอะ แต่ถ้าใครมีผิวประเภทนี้ จะรู้เลยว่ามันช่างน่าหงุดหงิดกวนใจเสียเหลือเกิน เพราะจะใช้อะไรก็ต้องระวังไปหมด ดังนั้นสกินแคร์สำหรับผิวแพ้ง่ายจะต้องไม่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว เพราะคนที่มีผิวประเภทนี้มักเกิดผดผื่น, อาการบวม, การอักเสบหรือรอยแดงได้ง่าย หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรงเกินไป

  • ใช้คลีนเซอร์ที่ไม่มีฟองเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากซัลเฟต และถ้ามีส่วนผสมของ Glycerin และ Panthenol ก็จะยิ่งดี เพราะส่วนผสม 2 ชนิดนี้ช่วยสร้างเกราะป้องกันให้ผิวแข็งแรงได้
  • เลือกใช้โทนเนอร์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์หรือสารที่มีฤทธิ์เป็นกรด และเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ไม่ระคายเคืองและช่วยลดการอักเสบของผิว เช่น Green Tea และ Chamomile หรือเซราไมด์ที่ช่วยฟื้นฟูและรักษาปราการผิวตามธรรมชาติ
  • หลีกเลี่ยงครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำหอมสังเคราะห์, แอลกอฮอล์และสารย้อมสี เพราะส่วนผสมเหล่านี้มักก่อให้เกิดการระคายเคือง หรือรบกวนผิวได้ง่าย
  • ครีมกันแดดสูตร Zinc Oxide ยังคงเป็นสูตรที่อ่อนโยนและมีโอกาสที่จะเกิดการระคายเคืองต่อผิวได้น้อยที่สุด

สกินแคร์หรือเครื่องสำอางนั้นก็จะการผลิตที่แตกต่างกันออกไป เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน พูดง่าย ๆ ก็คือ การผลิตสกินแคร์อย่างใดอย่างหนึ่งก็จะเหมาะสมกับผิวพรรณประเภทหนึ่งเท่านั้นอย่างเช่น แบรนด์ที่ผลิตครีมสำหรับคนผิวมัน ก็เพื่อจำหน่ายสำหรับคนผิวมันเท่านั้น เป็นต้น

สกินแคร์หรือเครื่องสำอางแต่ละประเภทนั้นย่อมมีสรรพคุณและประโยชน์จากสารสกัดต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน เพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างตรงจุด และเพื่อให้ได้ผลอย่างชัดเจน ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องกับประเภทผิวพรรณ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา

แหล่งที่มา : www.thairath.co.th

สูตรกำจัดขี้ไคล ผิวเนียนใสทุกสัดส่วน

สูตรกำจัดขี้ไคล ผิวเนียนใสทุกสัดส่วน

สาว ๆ คนไหนที่กำลังมองหาวิธีการกำจัดขี้ไคลให้ผิวพรรณสะอาดและปลอดภัยต่อผิว วันนี้เราขอเอา 5 สูตรธรรมชาติที่ช่วยกำจัดขี้ไคลให้สะอาดหมดจดมาแชร์ให้ได้นำไปลองทำตามกันดูค่ะ ขอบอกเลยว่าแต่ละวิธีไม่เพียงแต่จะทำให้ผิวไร้ขี้ไคลเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยทำให้ผิวไร้ความหมองคล้ำอีกด้วย แต่ละวิธีต้องทำอย่างไรกันบ้างนั้นไปดูกันเลยค่ะ

น้ำมันมะกอกผสมเกลือ

สูตรนี้ให้เอาเกลือและน้ำมันมะกอกมาผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน นำมานวดและขัดผิวให้ทั่วแต่เพียงเบา ๆ ก่อนอาบน้ำ หมั่นทำบ่อย ๆ ได้ตามต้องการ จะช่วยขจัดคราบขี้ไคลและสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ตามผิวหนังให้หลุดออกไป ทำให้ผิวพรรณค่อย ๆ ขาวใสและเนียนนุ่มน่าสัมผัส

กากกาแฟผสมน้ำผึ้งและนมสด

สำหรับสาว ๆ ที่ชื่นชอบกลิ่นหอมของกาแฟ แนะนำให้เอากากกาแฟผสมกับน้ำผึ้งและนมสดเข้าด้วยกัน จากนั้นเอามาขัดผิวให้ทั่วแต่เพียงเบา ๆ พอกทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงอาบน้ำตามปกติ จะช่วยให้ผิวขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แถมยังช่วยให้ผิวนุ่มน่าสัมผัสอีกด้วย

มะขามเปียกผสมน้ำผึ้ง

สูตรนี้หลาย ๆ คนมักจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยเอามะขามเปียกผสมน้ำผึ้งแต่เพียงเล็กน้อย แล้วคั้นส่วนผสมทั้งสองให้เข้ากัน นำมาขัดผิวเบา ๆ หรืออาจจะใช้ใยบวบมาเป็นตัวช่วยในการขัดผิวให้ทั่วตัวก็ได้ เน้นขัดบริเวณที่มีคราบขี้ไคลฝังแน่น จากนั้นให้พอกทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วจึงค่อยอาบน้ำตามปกติ จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายให้หลุดออกได้ง่าย และยังช่วยให้ผิวนุ่มขึ้นพร้อมทั้งขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

เบกกิ้งโซดาผสมน้ำเปล่า

สูตรนี้แนะนำสำหรับใครที่มีคราบขี้ไคลเยอะมาก ให้เอาเบกกิ้งโซดาผสมกับน้ำเปล่าแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นเอามาขัดให้ทั่วตัว ใช้ใยบวบขัดเบา ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วอาบน้ำตามปกติ ต่อด้วยเช็ดตัวให้แห้งแล้วทาครีมบำรุงผิวสูตรไวท์เทนนิ่งทันที จะช่วยให้ผิวขาวและเนียนนุ่มขึ้น

ใช้หินขัดตัว

สูตรนี้คือสูตรสุดเบสิคที่ไม่ต้องมีส่วนผสมอะไรมากมาย แค่ใช้หินขัดตัวถูสบู่ในขณะน้ำอาบอย่างเบามือ ก็ช่วยให้ขี้ไคลถูกกำจัดออกไปได้เช่นกัน

เมื่อรู้ถึง 5 สูตรกำจัดขี้ไคลให้ได้ผลกันไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้สาว ๆ อย่าได้ละเลยการขัดขี้ไคลเด็ดขาด เพราะการปล่อยให้ขี้ไคลติดตามผิวหนังเป็นเวลานาน จะยิ่งทำให้กำจัดออกไปยาก และสำหรับใครที่ไม่ค่อยมีเวลาขัดผิวด้วยสูตรต่าง ๆ แนะนำให้ล้างสบู่ออกให้หมดทุกครั้งที่อาบน้ำ จะช่วยลดการสะสมของคราบสบู่ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้มีขี้ไคลได้นั่นเอง

แหล่งที่มา : www.sanook.com

ทริคดูแลผิวสำหรับว่าที่เจ้าสาว

ทริคดูแลผิวสำหรับว่าที่เจ้าสาว

ฝันถึงงานแต่งงานของเรา ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีที่สาว ๆ ทุกคนที่กำลังเข้าสู่ประตูวิวาห์นะคะ เนื่องจากเป็นงานสำคัญสำหรับผู้หญิงอย่างเรา หลาย ๆ คนฝันและรอคอยที่จะมีวันนี้มากันมานานแสนนาน ดังนั้นเราจะต้องใส่ใจกับงานนี้เป็นพิเศษ แต่นอกจากจะพิเศษในเรื่องของตัวงานแล้ว ตัวเจ้าสาวก็ต้องดูแลเป็นพิเศษเหมือนกัน

ถ้าหากเจ้าสาวนั้นไชน์ สวย โดดเด่นมีออร่า จะเป็นโมเมนต์ที่แสนประทับใจไม่มีวันลืม ดังนั้นการดูแลตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ เราควรใส่ใจสิ่งที่เป็นพื้นฐานทุกอย่างนั่นคือ “ผิว” ทั้งผิวหน้าและผิวกาย วันนี้เราเลยมีทริคเด็ด ๆ ในการดูแลผิวสำหรับว่าที่เจ้าสาวมาฝากกัน ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

เช็คสภาพผิวหน้าปัจจุบันว่ามีปัญหาอะไรบ้าง

ก่อนเริ่มลงมือดูแลผิว ลองเช็คตัวเองก่อนว่ามีปัญหาผิวใด ๆ ที่ชัดเจนและควรเป็นกังวลหรือไม่ เพื่อแก้ไขอย่างตรงจุด เพราะการบำรุงแบบหว่านแห ไม่ได้ทำให้ปัญหาเฉพาะจุดเหล่านั้นหายไป วันงานก็อาจจะกร่อยได้เพราะมัวแต่กังวลปัญหาเหล่านี้

ถ้าปัญหาที่หน้าค่อนข้างเยอะ เวลาเตรียมตัวน้อยและมีงบมากพอ เราแนะนำให้ไปคลินิกรักษาผิว ทำเลเซอร์ ทรีทเมนต์โดยตรงเลยจะเห็นผลเร็วกว่า แต่ถ้ายังพอมีเวลา และปัญหาไม่มา แค่เพิ่มสกินแคร์บางตัวเข้ามาใน Skincare routine ของตัวเอง หรือเปลี่ยนสกินแคร์บางขั้นตอนให้เป็นสูตรที่เข้มข้นมากขึ้นให้ผลมากขึ้นก็พอ

ใช้โทนเนอร์แผ่น (peel pads) ช่วงกลางคืน

สำหรับสาว ๆ ที่พื้นฐานผิวค่อนข้างคล้ำเสีย หรือมีความหมอง ไม่ค่อยกระจ่างใส หากไม่สะดวกทำเลเซอร์ซึ่งราคาแพง ก็สามารถใช้สกินแคร์อย่าง “โทนเนอร์แผ่น (peel pads)” ได้เช่นกัน ไอเทมนี้จะมีส่วนผสมของ glycolic acid ช่วยลอกเซลล์ผิวเก่า กระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องจะทำให้ผิวหน้าสว่าง กระจ่างใส ขึ้นทีละขั้นแบบไม่ดูหลอกตา โดยหลังล้างหน้า ซับผิวหน้าที่เปียกให้พอหมาด ๆ แล้วใช้โทนเนอร์เช็ดผิวหน้าก่อนนอนทุกวัน

มาสก์หน้าทุกวัน บูสต์หน้าโทรม

หนึ่งในไอเทมยอดฮิตที่ทุกคนต้องทำคือ “มาสก์หน้า” โดยเฉพาะมาสก์หน้าแบบแผ่น เจ้าสาวบางคนต้องการผิวหน้าที่ชุ่มชื้นสูง มีส่วนผสมของ hyaluronic acid เป็นพื้นฐาน ถ้ามีปัญหาผิวอย่างอื่นก็ค่อยเลือกสูตรที่ผสมสารที่ช่วยรักษาเพิ่มเข้าไป เช่น ถ้ากังวลจุดด่างดำ ก็เลือกมาสก์ที่ผสมทั้ง hyaluronic + vitamin c เป็นต้น

ใช้อายครีมสูตรเน้นความชุ่มชื้น และลดบวมใต้ตา

ช่วงที่ต้องเตรียมงานแต่ง เชื่อว่าเจ้าสาวแทบทุกคนนอนหลับไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่ เพราะต้องมีเรื่องให้ต้องจัดการตัดสินใจ ลงพื้นที่ดูงาน และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ตลอดเวลา เมื่ออดนอน นอนน้อยส่งผลให้ใต้ตาบวม หรือหมองคล้ำเป็นแพนด้ากินไม้ไผ่ได้

แก้ปัญหาได้ด้วยการทา “อายครีม” สูตรที่ให้ความชุ่มชื้น มีส่วนผสมของ hyaluronic acid ให้ใต้ตาเนียนเรียบ อิ่มฟู ควบคู่กับการใช้เครื่องนวดใต้ตา หรือถ้าวิธีง่าย ๆ ก็ใช้ช้อนสแตนเลสแช่ตู้เย็นประคบใต้ตา หรือจะใช้แตงกวา มะเขือเทศหั่นสไลด์แปะเพื่อลดรอยคล้ำใต้ตาก็ได้เช่นกัน

สครับผลัดเซลล์ผิวเก่า ตั้งแต่หัวจรดเท้า

จะเป็นเจ้าสาวทั้งที ผิวฉ่ำวาวทั้งตัวคือสิ่งที่ต้องมี ถึงแม้เราจะใส่ชุดฟูฟ่องลากยาวแค่ไหนก็ตาม ซึ่งไอเทมที่ช่วยได้ดีที่สุดก็คือ สครับ ที่ขจัดเซลล์ผิวเก่า กระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ให้เนียนใส นุ่มเหมือนผิวเด็กไปทั้งตัว ไม่ว่าจะเป็นสาว ๆ ผิวแพ้ง่ายหรือไม่ก็ตาม ควรใช้สครับแยกส่วนผิวหน้ากับผิวกาย เพราะสครับผิวกายจะใช้เม็ดสครับที่ค่อนข้างใหญ่และหยาบกว่า ถ้าใช้รวมกับผิวหน้าอาจเกิดบาดแผลระคายเคืองได้ เน้นสครับช่วงเข่า ข้อศอกและเท้าเป็นพิเศษ เพราะเป็นส่วนที่ดำง่าย

ใช้มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิว ทั้งช่วงเช้าและกลางคืน

หัวใจสำคัญของการดูแลผิว ก็คงหนีไม่พ้น “มอยส์เจอไรเซอร์” หรือครีมบำรุงผิวที่ช่วยให้ผิวพร้อมสำหรับการลงเบสและรองพื้นในการแต่งหน้าช่วงวันงาน งานแต่งของสาว ๆ บางคนมีประเพณีช่วงเช้าแยกกับช่วงเย็น ต้องแต่งหน้าคนละแบบ ต้องลบแล้วแต่งใหม่ระหว่างวันด้วย

ดังนั้นพื้นฐานผิวหน้าควรแข็งแรงและชุ่มชื้นมาก ๆ ไว้ก่อน เพราะถ้าผิวไม่ค่อยดีแล้วโดนเช็ด โดนถูหลายรอบล่ะก็ สุดท้าย ๆ ที่ได้แต่งหน้า ผิวจะดูเหนื่อย ดูพังสุด ๆ ซึ่งจะเห็นชัดมากในรูปถ่ายป้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้นะ

กินอาหารมีประโยชน์กับสุขภาพ ถ้าภายในดี ผิวก็จะดีตาม

สาว ๆ หลายคนมุ่งทุ่มเทกับสกินแคร์ ทรีทเมนต์ สครับมากมายซึ่งก็ไม่ปฏิเสธว่าเป็นเรื่องที่ควรทำ แต่มันคือปัจจัยส่วนหนึ่งที่ส่งผลกับผิวกายภายนอกเท่านั้น ถ้าอยากให้ผิวสวยจากภายใน ต้องเริ่มต้นที่ “อาหารการกิน” ด้วย เจ้าสาวบางคนยุ่งกับการเตรียมงานมากไป จึงไม่ได้ใส่ใจกับอาหารเท่าไหร่ เน้นฟาสต์ฟู้ดหรือของที่แคลอรีสูงที่กินง่ายไว้ก่อน จึงทำให้เป็นสิวหรือผิวไม่ใสเท่าที่ควร

หลีกเลี่ยงคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว (แป้งขาว) และน้ำตาลให้ได้มากที่สุด ทำให้หุ่นเสียและสุขภาพแย่ลง ให้เน้นกินผักผลไม้ โปรตีนแทนเช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา ถั่ว โยเกิร์ต เต้าหู้ และเครื่องดื่มก็ควรกื่มสิ่งที่มีสรรพคุณช่วยดีท็อกซ์ ทำให้ผิวกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ เช่น น้ำเปล่าบีบมะนาว ชาสมุนไพร ชาเขียว น้ำมะพร้าวเป็นต้น รับรองว่าหุ่นเป๊ะ สวยสุด ๆ ในวันงานแน่นอน

แหล่งที่มา : sistacafe.com

รักษาสิวหายใน 1 วัน ด้วย 7 ไอเทมเป็นมิตรต่อผิว

รักษาสิวหายใน 1 วัน ด้วย 7 ไอเทมเป็นมิตรต่อผิว

สิวขึ้นทีไร เป็นอันต้องทำให้ความมั่นใจลดลงไปเยอะเลยทีเดียว ยิ่งวันไหนมีนัดพิเศษ แต่เจ้าสิวดันมาเห่อขึ้นเสียดื้อ ๆ จะรักษาสิวให้หายไปในพริบตาก็คงจะทำไม่ได้ แต่เชื่อหรือไม่ว่ามีหลากหลายวิธีที่ช่วยรักษาสิวให้ยุบลงภายในวันเดียวเท่านั้น และที่สำคัญแต่ละวิธียังไม่ทำร้ายผิวอีกด้วย จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูพร้อมกันเลย

ครีมรักษาสิว

การใช้ครีมรักษาสิวที่มีส่วนผสมหลักอย่าง Benzyl Peroxide และ Salicylic ช่วยให้สิวยุบลงได้ และยังช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป เนื่องจากตัวยาทั้งสองชนิดนี้มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นตัวการทำให้เกิดสิว แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรแต้มยาบนสิวมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคือง เนื่องจากตัวยามีความเข้มข้นหลายระดับ

Tea Tree Oli

ในส่วนของการรักษาสิวด้วย Tea Tree Oil แนะนำให้สาว ๆ ใช้คอตตอนบัดจุ่มลงไป แล้วนำมาแต้มบริเวณหัวสิว วิธีนี้ช่วยลดการอักเสบและลดรอยแดง และช่วยลดขนาดสิวให้เล็กลง เนื่องจากน้ำมันชนิดนี้มีส่วนช่วยกำจัดแบคทีเรียและเชื้อราในรูขุมขนได้ดี

น้ำผึ้ง

การใช้น้ำผึ้งรักษาสิวนั้น เพียงนำน้ำผึ้งมาแต้มลงบนหัวสิวที่อักเสบ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นล้างออกให้สะอาด สิวจะยุบลงจากเดิม เนื่องจากน้ำผึ้งมีคุณสมบัติที่ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียนั่นเอง

ว่านหางจระเข้

นำวุ้นจากว่านหางจระเข้ทาลงไปบนสิว แล้วทิ้งไว้ข้ามคืน สิวจะยุบลงอย่างเห็นได้ชัด  เนื่องจากว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติช่วยต้านฤทธิ์แบคทีเรียและลดการอักเสบ ที่สำคัญยังเหมาะสำหรับผิวที่บอบบางอีกด้วย

กระเทียม

เพียงนำกระเทียมมาหั่นบางแล้วถูตรงบริเวณที่เป็นสิวประมาณ 5 – 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ถือเป็นการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว เนื่องจากในกระเทียมมีส่วนประกอบของซัลเฟอร์ที่มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อได้เป็นอย่างดี

น้ำมะนาว

อย่างที่ทราบกันดีว่าน้ำมะนาวอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารเอเอชเอ ซึ่งเป็นสารที่มีความสามารถในการทำให้สิวแห้งเร็ว ดังนั้นจึงแนะนำให้เอาน้ำมะนาวแต้มสิว หรือจะผสมกับดินสอพองก็ช่วยให้สิวแห้งตัวได้เช่นกัน

น้ำแข็ง

อีกหนึ่งวิธีรักษาสิวที่ทำได้ง่ายก็คือ การใช้น้ำแข็งประคบไว้ที่บริเวณสิวประมาณ 10 – 20 นาที เนื่องจากน้ำแข็งมีคุณสมบัติช่วยลดอาการบวมแดงจากการเป็นสิว ลดการอักเสบ และช่วยกระชับรูขุมขนได้ดี

แหล่งที่มา : www.sanook.com

ส่องสาเหตุปัญหารูขุมขนกว้าง

ส่องสาเหตุปัญหารูขุมขนกว้าง

เรื่องงานผิวนั้นเป็นเรื่องที่สาว ๆ อย่างเรานั้นจะละเลยไม่ได้ เพราะถ้าหน้าของเรานั้นไม่เนียน รูขุมขนกว้างเด่นชัด หน้ามันเยิ้ม แต่งหน้าไม่ติดล่ะก็ ปัญหาใหญ่แน่ ๆ ดังนั้นได้เวลาหันมาดูแลตัวเองกัน อะไรที่เป็นเหตุที่ทำให้หน้าพังหยุดซะตอนนี้ก่อนจะสายไป

ซึ่งปัญหาที่พบเจอบ่อยก็คือปัญหารูขุมขนกว้าง ดังนั้นเรามาดูสาเหตุของรูขุมขนกว้างมาฝากกัน เพื่อจะได้รู้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นเป็นตัวการทำให้เกิดปัญหารูขุมขนหรือไม่ ถ้าพร้อมแล้วมีดังต่อไปนี้

ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับผิว

สิ่งแรกที่สาว ๆ ควรทำในการเลือกสกินแคร์ก็คือ เช็คสภาพผิวของตัวเองก่อนที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็ตาม เพราะเราไม่รู้ว่าผลข้างเคียงที่ตามมาจะส่งผลต่อผิวเรายังไง ซึ่งผลิตภัณฑ์บางตัวอาจจะมีสารระคายเคืองที่ก่อให้เกิดการอุดตัน การอักเสบ และส่งผลให้รูขุมขนกว้างขึ้น

อย่างพวกคลีนซิ่งถ้าเราเลือกไม่เหมาะกับสภาพผิวก็อาจจะพบปัญหาเหมือนกันเช่น ผิวแห้งกร้าน หน้ามัน ซึ่งส่งผลให้รูขุมขนกล้างตามไปด้วย

แสงแดด เป็นตัวการสำคัญ

แสงแดดเป็นอีกหนึ่งตัวการหลัก ๆ ที่ทำให้รูขุมขนของเรากว้างขึ้น ยิ่งถ้าสาว ๆ ไม่ชอบทาครีมกันแดดบอกเลยว่าคิดผิดอย่างแรง เพราะแสงแดดเป็นศัตรูตัวร้ายของผิวเลยล่ะ โดยการที่ผิวโดนแดดเป็นเวลานาน ๆ จะส่งผลกระทบต่อคอลลาเจนและอีลาสตินถูกทำลาย ทำให้ผิวหยาบกร้าน ขาดความยืดหยุ่น และรูขุมขนขยายกว้างมากขึ้น เพราะฉะนั้นทาครีมกันแดดป้องกันด้วยนะ

บีบสิวรูขุมขนก็กว้างได้

สาว ๆ หรือชอบบีบสาวกันหรือไม่ ถ้าชอบมาฟังทางนี้เลย การบีบ แกะ กด หรือแม้แต่ใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนเป็นประจำนั้นไม่ใช่แค่ทำให้ผิวระคายเคืองอย่างเดียวเท่านั้น ยังจะทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นตามไปด้วย ถ้าสาว ๆ ยังทำแบบนั้นอยู่หยุดด่วนเลย ถ้าไม่อยากให้มีหลุมอยู่บนใบหน้า อย่าไปบีบน้องให้ใช้เป็นยาแต้มแทนนะ

หลับทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ล้างเมคอัพ

ผู้หญิงกับการแต่งหน้านั้นเป็นของคู่กัน แต่ถึงแม้ว่าเราจะเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม อย่าเผลอหลับทั้ง ๆ ที่ยังมีเมคอัพติดอยู่บนหน้า ต้องขอบอกเลยว่าไม่ว่าเราจะแต่งหน้าหรือไม่แต่งหน้าก็ตาม สิ่งที่ควรทำคือ การทำความสะอาดผิว ล้างทุกอย่างที่เราไปเผชิญมาให้หมด เพราะถ้าไม่ล้างมันจะเข้าไปอุดตันรูขุมขน ทำให้รูขุมขนกว้าง เป็นสิวง่าย และเกิดปัญหาผิวตามมาอีกมากมาย

พันธุกรรมและอายุ

ข้อนี้อาจจะแก้ยากสักนิดนึง เพราะพันธุกรรมและอายุนั้นเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เรามีรูขุมขนที่กว้าง ฉะนั้นเราจะต้องรู้จักดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ยิ่งเราละเลยมากเท่าไหร่ ผิวก็จะยิ่งเสื่อมสภาพมากขึ้นเท่านั้น แม้ว่าจะรักษาไม่หายขาดแต่ก็สามารถบรรเทาได้นะ

ของมัน ของทอด

พวกของมัน ของทอดนั้นถึงแม้ว่าเราจะชอบมันมากแต่ไหนก็ตาม แต่ผิวไม่ชอบจ๊ะ เพราะของมัน ๆ ทอด ๆ พวกนี้จะส่งผลให้ต่อมไขมันใต้ชั้นผิวอุดตันจนเกิดปัญหาสิว ยังไม่พอนะยังก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขนได้ง่ายอีกด้วย ส่งผลให้รูขุมขนกว้างขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเลิกทานได้ก็จะดีมากนะ

นอนไม่พอ

สำหรับสาว ๆ สายปาร์ตี้ สายชอบทำอะไรตอนกลางคืนทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ รู้มั้ยว่าการนอนไม่เพียงก็เป็นสาเหตุที่ทำให้รูขุมขนกว้างเหมือนกันนะ เพราะการนอนไม่พอนั้นผิวของเราจะขาดการฟื้นฟู ผิวอ่อนล้า ส่งผลให้ผิวแห้งกร้านแต่หน้ามันเยิ้ม รูขุมขนกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเกิดริ้วรอยแห่งวัย จุดด่างดำเกิดขึ้นง่ายอีกด้วย

มาทำให้ผิวเปล่งปลั่งประดุจดังสาวเกาหลีกันเถอะ

มาทำให้ผิวเปล่งปลั่งประดุจดังสาวเกาหลีกันเถอะ เชื่อได้เลยว่าสาว ๆ หลายคนนั้นเวลาที่นอนดูซีรี่ย์เกาหลีหรือแม้แต่รายการต่าง ๆ ของเกาหลีก็จะเห็นผู้หญิงเกาหลีที่หน้าตาเปล่งปลั่ง แล้วก็เกิดคำถามขึ้นมาในหัวว่า “ฉันจะต้องทำอย่างไรให้ผิวของฉันดีเหมือนสาวเกาหลีบ้าง” ถ้าสาว ๆ อยากมีผิวเปล่งปลั่งดุจสาวเกาหลีละก็ตามมาทางนี้กันเลยจ้า อยากรู้กันมั้ยล่ะว่าสาว ๆ เหล่านั้นทำยังไงกันบ้าง ผิวถึงได้ดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขนานนั้น ดังนั้นในวันนี้เราจะบอกถึงเคล็ดลับผิวเปล่งปลั่งดุจสาวเกาหลี พร้อมกันหรือยังเอ่ย ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย ล้างหน้าสองครั้ง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับสาว ๆ ที่ชอบแต่งหน้า เพราะนอกจากเครื่องสำอาง ยังมีสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ อีกมากมายเช่น ฝุ่นละออง สารเคมี แบคทีเรียที่ยังตกค้างอยู่บนหน้าเรา ดังนั้นจะต้องทำความสะอาดให้หมดจดหลังหมดวันทุกครั้ง ห้ามขี้เกียจเด็ดขาด พักหน้าให้แห้งตามธรรมชาติ เมื่อล้างหน้าเสร็จแล้วอย่าเพิ่งรีบคว้าผ้าขนหนูมาเช็ดล่ะ เพราะเราไม่รู้ว่าในผ้าขนหนูนั่นมีแบคทีเรียก่อตัวอยู่มากน้อยแค่ไหน แม้จะซักแล้วตากให้แห้งแต่สารเคมีแรง ๆ หลายตัวจากผลิตภัณฑ์ซักผ้าก็อาจจะหลงเหลืออยู่จนทำร้ายผิวที่บอบบางของเราได้ นั่นก็คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงควรปล่อยให้ผิวแห้งเองตามธรรมชาติหลังจากการอาบน้ำหรือล้างหน้า ถึงแม้ว่าจะใช้เวลานานหน่อยแต่ก็ดีสำหรับผิวนะ นวดหน้าหน่อย วันนี้รู้สึกหน้าบวม ๆ เหรอ งั้นก็ต้องนวดหน้าสิ อาจจะฟังดูแปลก ๆ นะแต่การนวดเบา ๆ บนผิวหน้าขณะที่ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวไปด้วยจะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้ดีขึ้นได้นะ โดยนวดวนเป็นวงกลมเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด แถมบางคนยังบอกว่าการนวดแบบนี้จะทำให้ใบหน้าดูเด็กลงอีกต่างหาก กฎ 10 วินาที เคยได้ยินคำว่า […]

รวมฮิตครีมกันแดดถูกและดี

รวมฮิตครีมกันแดดถูกและดี

อยากที่หลาย ๆ คนรู้กันดีว่าแดดประเทศไทยมันแรงแค่ไหน แรงแบบที่เรียกว่าไม่เคยปรานีผิวของใครเลยจริง ๆ เผลอไปตากแดดแปปเดียวแค่ 5 นาที มาดูอีกที หน้านี่หมองไปแล้วจ้า ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปผิวของสาว ๆ แย่แน่ ซึ่งถ้าไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น จำไว้เลยว่าการทาครีมกันแดดเป็นเรื่องสำคัญมาก

ถ้าสาว ๆ นั้นกำลังหาครีมกันแดดดี ๆ สักตัวอยู่ละก็ มาทางนี้เลยจ้า เราได้รวบรวมครีมกันแดด 6 ตัวมาฝากกันที่สำคัญราคาถูกและใช้ดีมาก เอาล่ะถ้าอยากรู้ว่ามีตัวไหนบ้างนั้นก็ไปดูกันเลย

Biore UV Aqua Rich Watery Essence SPF 50+ PA++++

มาเริ่มกันที่ครีมกันของสัญชาติญี่ปุ่นกันก่อนเลย ต้องบอกเลยว่าตัวนี้เป็นตัวที่ทโด่งดังในวงการกันแดด ด้วยประสิทธิภาพในการกันแดดของเขามันดีจริง ๆ แถมราคาเพียง 420 บาท หาซื้อได้ตามห้างและร้านค้าทั่วไป โดยตัวนี้นั้นมีจุดเด่นหลัก ๆ คือ เป็นกันแดดสูตรน้ำ เมื่อเวลาที่ทาลงผิว เนื้อกันแดดจะซึมไวมาก แห้งไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่เป็นคราบอีกด้วย แต่ยังไม่หมดแค่นั้น ตัวนี้ยังใช้ได้กับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แถมยังสามารถทับ Make Up ระหว่างวันได้อีกด้วย

ZA True White Power Block UV SPF40 PA+++

อีกที่โด่งดังเหมือนกันกับครีมกันแดดของ ZA โดยกันแดดตัวนี้เลื่องลือในเรื่องของความคุมมันมาก เนื้อครีมแห้งเร็ว เหมาะกับสาวหน้ามันมาก แถมตัวนี้ยังสามารถใช้แทนเบสเมคอัพได้ด้วยนะ ซึ่งเนื้อครีมเป็นสีขาวพอทาลงไปจะช่วยให้หน้าของเราดูกระจ่างใสขึ้นมาในระดับนึง แถมทำให้เครื่องสำอางติดทนนานอีกด้วย มาในราคา 380 บาท แต่สาวผิวแห้งนั้นอาจไม่ค่อยเหมาะกับตัวนี้เท่าไหร่ เพราะเรื่องการคุมมันอาจจะทำให้หน้าของสาว ๆ เป็นขุยได้

Cute Press White & Matte Sunscreen SPF 50+ PA++++

สาว ๆ หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากันแดดเป็นอย่างนี้ เนื่องจากกันแดดตัวนี้เป็นกันแดดที่เรียกได้ว่า ครบครันในเลือดเดียว เพราะกันแดดตัวนี้เป็นกันแดดผสมเนื้อรองพื้น เหมาะกับสาว ๆ ที่ต้องแต่งหน้าในวันที่เร่งรีบ หรือขี้เกียจแต่งหน้า ตัวนี้ตัวเดียวเอาอยู่ทุกสถานการณ์ และยังไม่หมดเพียงเท่านั้น กันแดดตัวนี้กันน้ำ กันเหงื่อ คุมมัน แถมไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอมและน้ำมันอีกด้วยนะ ครบครันขนาดนี้แถมยังราคาที่แสนถูกเพียง 379 บาทเท่านั้น รีบไปหาซื้อกันด่วน ๆ เลย

Canmake Mermaid Skin Gel UV SPF50 PA++++

กันแดดของ Canmake ตัวนี้เป็นเนื้อเจล ซึ่งเนื้อของเขาบางเบามาก ทาแล้วรู้สึกเหมือนไม่ได้ทา ไม่ทำให้หน้ามันเพิ่ม ช่วยคุมความมัน และสาว ๆ หลายคนก็ยังชอบใช้กันแดดตัวนี้แทน Primer ด้วยนะ อีกอย่างกันแดดตัวนี้ไม่ใช่ส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ เอาใจสาวแพ้ง่าย ผิวมันเป็นสุด ๆ แถมยังสามารถล้างน้ำเปล่าได้เลย ในราคาที่น่ารักเพียง 300 บาท เป็นกันแดดที่น่าสนใจอีกตัวเลยล่ะ

Garnier UV Complete SPF50+ PA+++

กันแดดของ Garnier นั้นโด่งดังในเรื่องของการกันแดดที่ลดความเสถียรเลย สามารถกันแดดได้นานถึง 12 ชั่วโมง เรียกได้ว่าไม่ต้องพกไปเติมระหว่างวันเลย และเนื้อกันแดดออกเป็นแนวเบสเมคอัพเบา ๆ มีเฉดให้เลือกถึง 2 สี ทำให้ผิวดูขาวขึ้นมา 1 ระดับ ที่สำคัญเนื้อกันแดดตัวนี้จะให้ความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ เกลี่ยได้ง่าย ไม่เป็นคราบ คุมมัน และมาในราคาเพียง 119 บาท ขนาด 15 ml. และ 240 บาท ขนาด 30 ml.

Nivea Sun Protect & White Instant Aura Serum SPF50+ PA+++

กันแดดเนื้อเซรั่มที่กันแดดได้ดีไม่แพ้แบรนด์อื่น ๆ เวลาทาลงไปที่ผิวแล้วจะให้ลุคใส ๆ ธรรมชาติ ออร่าแบบสาวสุขภาพดี เวลาทาไปเรียนแล้วอาจารย์จับไม่ได้อย่างแน่นอน หรือถ้าสาว ๆ คนไหนที่อยากจะใช้เป็น Primer ก่อนแต่งหน้าก็ย่อมได้ เพราะตัวนี้ช่วยให้เครื่องสำอางนั้นติดทนมากขึ้น แถมด้วยราคาสุดน่ารัก 25 บาท ขนาด 7 ml. , 149 บาท ขนาด 15 ml. และ 279 บาท ขนาด 30 ml.

ทริคเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับผิว

ทริคเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับผิว

ผิวของเรานั้นจะต้องเจอแสงแดดอยู่ตลอดเวลา เพียงแค่เดินออกจากบ้านผิวของเรานั้นก็โดนแดดแล้ว ถ้าแดดและอากาศบ้านเรานั้นเหมือนกับโซนฝั่งยุโรป หรือแถบเอเชียอย่างญี่ปุ่นหรือเกาหลีก็ดีนะสิ แต่เผอิญว่าอากาศและแดดบ้านเรานั้นไม่ได้ดีอย่างนั้นนะสิ โดดแดดทีก็ทั้งแสบผิว ทั้งดำ ดังนั้นก่อนออกแดดทุกครั้งเราจะต้องทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านเสมอ แต่เราควรเลือกครีมกันแดดอย่างไรให้เหมาะกับสภาพผิวของสาว ๆ กันล่ะ วันนี้เราจะบอกถึงทริคให้การเลือกครีมกันแดดกัน

เลือกค่า SPF / PA ตามการใช้งาน

สาว ๆ หลายคนนั้นมักจะเลือกครีมกันแดดที่มาค่าปกป้องที่สูง ๆ ไว้ก่อน แต่ความจริงแล้วนั้นยิ่งค่า SPF/PA สูงเท่าไหร่ก็จะมีโอกาสเกิดการระคายเคืองต่อผิวของเรามากขึ้นเช่นกัน ดังนั้นควรที่จะเลือกตามความเหมาะสมกับลักษณะในการดำเนินชีวิตของตัวเองดีกว่า โดยแบ่งตามโอกาสต่าง ๆ ได้ดังนี้

  • ใช้ในชีวิตประจำวัน SPF 15 / PA
  • ออกกำลังกายข้างนอกเบา ๆ SPF 15 – 30 / PA+
  • กิจกรรมกลางแจ้งอย่างเช่น เข้าป่า ไปทะเล SPF 30 – 50+ / PA+++

ใช้แบบกันน้ำเมื่อโดนน้ำ

ครีมกันแดดแบบกันน้ำมีส่วนผสมที่ช่วยป้องกันและทนทานต่อน้ำ ช่วยให้ครีมกันแดดติดทนอยู่กับผิวของเราได้นานขึ้น แม้จะเปียกเหงื่อหรือเปียกน้ำก็ตาม แต่มีข้อควรระวังก็คือ ครีมกันแดดประเภทนี้จะล้างออกได้ยากกว่าครีมกันแดดปกติ อย่างไรก็ตามควรลองดูวิธีล้างออกให้สะอาดด้วยเพราะไม่งั้นจะเกิดการอุดตันภายหลังได้นะ

ผิวบอบบางแพ้ง่ายควรเลือกแบบไหน

ส่วนผสมของครีมกันแดดนั้นแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือแบบ Physical Sunscreen กับ Chemical Sunscreen ซึ่งสำหรับสาว ๆ ที่ผิวบอบบาง แพ้ง่ายนั้น แนะนำให้ใช้แบบ Physical Sunscreen เนื่องจากมีส่วนผสมหลัก ๆ คือ Titanium Oxide, Zine Oxide และ Iron Oxide ที่แม้ว่าราคานั้นอาจจะสูงสักหน่อย แต่ก็ดีกับผิวที่แพ้ง่ายด้วย

ใช้ครีมกันแดดแบบโลชั่นหรือเจลเป็นตัวหลัก

สำหรับสาว ๆ ที่ต้องการครีมกันแดดที่ทาง่ายและติดทนนาน เหมาะกับการใช้ชีวิตประจำวันเป็นหลัก แนะนำให้ใช้ครีมกันแดดที่มีเนื้อสัมผัสเป็นโลชั่นหรือเจล แบบครีมและแบบโลชั่นมักจะมีสารให้ความชุ่มชื้นอย่างเซราไมล์ กรดไฮยาลูรอนิคผสมอยู่ด้วยจึงเหมาะสมสำหรับคนที่ผิวแห้ง ส่วนคนที่เพิ่งจะเริ่มทาหรือสำหรับคุณผู้ชายให้ใช้เป็นแบบเจลเพื่อไม่ให้หนักหน้าเวลาทา

เลือกครีมกันแดดแบบสเปรย์เป็นตัวเสริม

จุดแด่นของกันแดดแบบสเปรย์นั้นมีความสะดวกในการใช้งาน ไม่ต้องใช้มือสัมผัสเนื้อกันแดด ใช้งานง่ายเพียงแค่ฉีดเท่านั้น ทำให้ลดระยะเวลาในการทากันแดดได้มากขึ้น เหมาะที่สุดในช่วงเวลาที่ต้องการความรวดเร็วและไม่สะดวกในการใช้มือสัมผัสเนื้อครีม บางชนิดสามารถใช้เส้นผมได้อีกด้วย แต่มีข้อระมัดระวังก็คืออาจทาได้ไม่ทั่วถึงเสมอกัน ควรเลือกเป็นไอเทมเสริมจะดีกว่า