เรื่อง

How To สวยใสจนคนอื่นต้องร้องทัก

How To สวยใสจนคนอื่นต้องร้องทัก

แน่นอนว่าสาว ๆ ทุกคนมักจะชอบหาวิธี How To Perfect มาทำให้เราดูสวยและดูดีอยู่เสมอ เพราะสิ่งที่สำคัญของผู้หญิงนั้นจากเรื่องกินก็หนีไม่พ้นเรื่องความสวยความงามอยู่แล้ว เลยไม่แปลกใจถ้าสาว ๆ ส่วนใหญ่นั้นจะพยายามสรรหาทริคความงามดี ๆ หรือสกินแคร์ตัวเด็ด ๆ มาเพิ่มความสวยงามให้กับตัวเอง เอาล่ะพูดถึงขนาดนี้ เรามีทริคดี ๆ ในการทำให้ตัวเองสวยใสขึ้น จนคนอื่นต้องร้องทักขึ้นมา

ดื่มน้ำเยอะ ๆ

น้ำเปล่า ที่เราดื่มกันในทุกวันนั้น นอกจากจะช่วยดับกระหาย คลายร้อนให้กับสาว ๆ แล้ว น้ำเปล่าก็ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายและของเราอีกด้วย โยเฉพาะสาว ๆ ที่อยากลดน้ำหนักให้หุ่นนั้นผอมเพรียว เพราะเพียงแค่นั้นดื่มน้ำเปล่าแทนเครื่องดื่มที่รสชาติหวานอย่าง ชา กาแฟ หรือน้ำอัดลม จะสามารถช่วยกระตุ้นกระบวนการขับถ่ายให้ดีขึ้น ส่วนสาว ๆ ที่มีปัญหาเรื่องผิวแห้งกร้านไร้ความสมูท การดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ จะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ให้ผิวเนียนเด้งเต่งตึงตั้งแต่ภายใน เพราะฉะนั้นอย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้ว ต่อวัน

ออกกำลังกายบ้าง

สาว ๆ คิดเหมือนกันมั้ยเอ่ยว่าช่วงนี้เทรนด์ความสวยสไตล์เฮลตี้เนี่ยมาแรงแซงทุกโค้งจริง ๆ เลยนะ ไม่ว่าจะเป็นดารา เซเลปแม้แต่คนธรรมดา ก็หันมาสนใจสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกทานอาหารคลีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หรือการเข้าฟิตเนสไปออกกำลังกายเพื่อปั้นหุ่นสวย ซึ่งเราขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าการออกกำลังกายหรือเอ็กเซอร์ไซส์ขยับร่างกายเป็นประจำนั้น จะช่วยเบิร์นไขมัน ปั้นหุ่นสวยให้สาว ๆ ได้แล้ว ยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้ผิวแข็งแรง ผิวสวยสุขภาพดีได้อีกด้วยนะ

นอนหลับพักผ่อนให้เต็มอิ่ม

เคยได้ยินกันหรือเปล่าว่า การนอนนั้นจะเยียวยาทุกสิ่ง ซึ่งเราขอคอนเฟิร์มได้เลยว่าประโยคนี้จริงสุด ๆ สาว ๆ ลองสังเกตตัวเองดูสิเวลาที่เราเครียด ทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน ร่างกายก็จะฟ้องว่าไม่โอเคผ่านอาการเจ็บป่วย ไม่มีแรง แถมยังทำให้หน้าของเราดูหมองคล้ำ ไม่สดใส ไร้ชีวิตชีวาอีกต่างหาก ดังนั้นจึงขอแนะนำให้สาว ๆ เข้านอนให้เร็วขึ้น นอนหลับพักผ่อนให้เต็มอิ่ม 6 – 8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวให้กลับมาสวยใสปิ๊ง มีชีวิตชีวา

ดูแลผมบ่อย ๆ

หน้าสวย ผิวสวย หุ่นสวยแล้ว ผมจะไม่สวยได้ยังไง อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้สาว ๆ อย่างเรานั้นสวยได้แบบไม่สุด เพราะต้องมาสะดุดกับปัญหาผมเสียเนี่ยแหละ เพราะว่าหลาย ๆ คนมัวแต่ให้เวลาและความสำคัญไปกับการดูแลผิวหน้าและผิวกาย จนปล่อยให้ผมเสียจากการขาดการดูแลแบบไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นสาว ๆ ก็ควรที่จะหันมาดูแลเส้นผมให้มากขึ้น โดยไม่ควรจะสระผมบ่อยหรือน้อยจนเกินไป โดยสระผมแค่ 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็เพียงพอแล้ว แต่ต้องไม่ลืมทำทรีทเมนต์หลังสระผมเสร็จแล้ว ผมสาว ๆ จะได้นุ่มสลวย เงางามและสมใจอยากไปเลย

ทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำ

ถึงแม้ตอนนี้นั้นเรายังอายุน้อย ผิวก็ยังดูใสเต่งตึงเด้งดึ๋งเหมือนเด็กก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณสาว ๆ นั้นจะละเลยขั้นตอนการบำรุงผิวไปได้หรอกนะ เพราะว่ายิ่งเราดูแลผิวของตัวเองเร็วเท่าไหร่ ก็จะช่วยชะลอการเกิดปัญหาผิวกวนใจที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นสาว ๆ จะต้องขยันทาครีมบำรุงผิวทั้งหน้าและผิวกายเป็นประจำอย่าให้ขาด ไม่ว่าจะเป็นมอยซ์เจอไรเซอร์ โทนเนอร์ เซรั่ม หรือครีมกันแดด รับรองได้เลยถ้าบำรุงดีขนาดนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาผิวกวนใจแล้วล่ะ

การผู้หญิงกับการทานอาหารเสริม

การผู้หญิงกับการทานอาหารเสริม

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิง ถ้าเป็นเรื่องความสวยความงามนั้น ไม่มีใครยอมใครเลย เพราะว่าความสวยนั้นทำให้ผ็หญิงมีความมั่นใจ โดยเห็นได้จากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่อยู่ในมากมาย ก็ไม่พ้นเป็นสินค้าสำหรับผู้หญิงกันทั้งนั้น เลยทำให้มีคนบางคนกำลังสนใจที่จะผลิตอาหารเสริมสำหรับผู้หญิงออกมาจำหน่าย เผื่อเป็นแนวทางให้เดินเหล่านั้น เราจะพาไปดูกันว่าผู้หญิงสนใจในการบริโภคอาหารเสริมด้านไหนบ้าง

สวยและสุขภาพดี

นอกจากการบำรุงร่างกายด้วยอาหารตามหลักโภชนาการแล้ว ก็ต้องทานอาหารเสริมด้วยสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วน โดยสารอาหารบางชนิดที่ต้องทานเพิ่มเข้าไปก็เช่น วิตามินบีรวม ไฟเบอร์ โปรตีน น้ำมันปลา แมกนีเซียม แคลเซียม เป็นต้น เพราะว่าสารอาหารแต่ะชนิดต่าง ๆ มีความจำเป็นต่อร่างกายต่อร่างกาย เพื่อจะทำให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สมบูรณ์ ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ

อ้วนไปก็ไม่ได้ ผอมไปก็ไม่ดี

ปัญหาหลัก  ๆ ของผู้หญิงก็คงไม่พ้นเรื่องน้ำหนัก ไม่ว่าจะเรื่องน้ำหนักเกินหรือน้ำหนักที่น้อยกว่ามาตรฐาน ทำให้ผู้หญิงหลายคนหันมาบริโภคอาหารเสริมกันมาก เพราะลำพังแต่ห้ามปากตัวเองในการทานอาหารนั้นก็ยากเหลือเกินแล้ว อาหารเสริมจึงเป็นตัวช่วยที่ดีที่จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นครบ โดยช่วยควบคุมน้ำหนัก และกระตุ้นระบบเผาผลาญ เป็นต้น

บอกลาสิวบนหน้า

สาว ๆ เกือบทุกคนก็อยากหน้าใสไร้สิวกันทั้งนั้น เลยจะต้องดูแลสุขภาพด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ น้ำดื่มสะอาดให้มาก ๆ หมั่นออกกำลังกาย ควบคุมอาหารที่เกิดการเกิดไขมันอุดตันและหลีกเลี่ยงสาเหตุที่จะทำให้เกิดสิว เช่น การใช้เครื่องสำอางที่อาจเกิดอาการแพ้เป็นสิวได้ ดูแลเรื่องความสะอาด เมื่อเกิดสิวอย่าไปกดอย่าไปบีบ โดยควรใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะทางและหาข้อมูลอาหารเสริมที่ช่วยลดและป้องกันกันเกิดสิวได้

ผิวขาว หน้าใส มีออร่า

ผิวขาวใส เปล่งประกาย มีออร่าเป็นเรื่องที่ผู้หญิงให้ความสนใจเรื่อย ๆ จึงอยากที่จะบำรุงผิวพรรณให้ขาวกระจ่างใส ลดริ้วรอยความหมองคล้ำจากแผลเป็นจากสิว ฝ้า กระ ให้จางลง หรือลดปัญหาผิวพรรณหยาบกร้าน จึงหันมาใช้อาหารเสริมประเภทที่มีคอลลาเจน โคเอ็นไซม์ คิวเทน กลูต้าไธโอน หรือพวกสารสกัดจากพืช เพื่อให้มีสุขภาพผิวที่ดีขึ้น

ระบบภายในของเพศหญิง

ผู้หญิงที่มีความผิวปกติเกี่ยวกับประจำเดือน ต้องทานอาหารเสริมที่ปรับฮอร์โมน ช่วยบรรเทาและรักษาอาการปวดท้องระหว่างมีประจำเดือนได้ ส่งผลถึงผิวให้สวยมีสุขภาพดีขึ้นด้วย แต่สำหรับคุณแม่ที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ก็ควรเน้นอาหารเสริมบำรุงทารก เมื่อหลังคลอดจะเสริมอาหารที่สามารถสร้างภูมิคุ้มกัน เกี่ยวกับการปรับระบบมดลูกให้กลับมาสภาพปกติ

ทั้งหมดนั้นก็คือความต้องการอันดับต้น ๆ ของการบริโภคอาหารเสริมของผู้หญิง ซึ่งผู้ที่สนใจจะผลิตอาหารเสริมของผู้หญิงควรที่รู้เอาไว้ เพื่อง่ายในการพูดคุยกับทางโรงงานผลิตอาหารเสริมเพื่อทำการผลิตอาหารเสริมออกมาจำหน่ายในท้องตลาด

อัพผิวสวยใสด้วยท่าโยคะ P.2

อัพผิวสวยใสด้วยท่าโยคะ P.2

เรากลับมาแล้วจ้าสาว ๆ ทุกคน หลังจากที่คราวที่แล้วเราได้แนะนำท่าโยคะกันไปแล้วประมาณ 3 – 4 ท่า แต่เหมือนว่าสาว ๆ จะยังไม่จุใจกันเท่าไหร่เลย วันนี้เราเลยจะมาแนะนำท่าโยคะที่ช่วยเรื่องผิวพรรณกันอีกประมาณ 3 ท่า ถ้าพร้อมแล้วก็ปูแผ่นโยคะรอกันเลย

ท่า Trikonasana

ท่านี้เป็นอีกท่าที่ทำตามได้ง่ายมาก แถมยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของเราเยอะแยะไปหมด ท่านี้จะช่วยทำให้กระดูกสันหลังยืดหยุ่น ช่วยเสริมสร้างต้นขา นอกจากนี้ยังช่วยให้ทรวงอกขยายเต็มที่บรรเทาอาการปวดหลัง ทำให้อวัยวะในช่องท้องและกล้ามเนื้อสะโพกแข็ง แถมยังช่วยปรับสภาพผิวให้ดีขึ้นด้วย

How To

  • ยืนแยกเท้าห่างกัน ยกแขนทั้งสองข้างออกด้านข้างเสมอหัวไหล่
  • โน้มลำตัวไปทางด้านขวา วางมือขวาใกล้เท้าขวาห แขนซ้ายเหยียดขึ้นเป็นเส้นตรงกับแขนขวา หันฝ่ามือซ้ายออกมาด้านหน้า หันศีรษะมองฝ่ามือซ้าย
  • ค้างท่า 20 – 30 วินาที ด้วยลมหายใจปกติ
  • ค่อย ๆ คืนท่ายกแขนขนานพื้น ลดแขนลง ทำซ้ำโดยสลับข้าง

ท่า Pavanamuktasana

ท่านี้สามารถกอดเข่าได้ทั้งแบบ ทีละข้างหรือทีเดียวสองข้างเลยก็ได้ เอาที่สะดวกเลยจ้า ท่านี้จะช่วยเพิ่มกำลังและปรับกล้ามเนื้อที่ขา แถมยังมีผลสำคัญกับระบบย่อยอาหาร ซึ่งถ้าเราขับถ่ายปกติ ผลดีมันเกิดขึ้นแน่นอนทั้งต่อสุขภาพกายและสุขภาพผิว

How To

  • นอนยืดตัวตรง เท้าชิด วางแขนแนบลำตัว จากนั้นหายใจเข้า
  • ยกเข่าขวาขึ้นหรือจะยกเข่าขึ้งสองข้างขึ้นก็ได้ ยกขึ้นมาชิดที่บริเวณอกพร้อมกับหายใจออก
  • ใช้แขนกอดขาไว้ แล้วกดบริเวณต้นขาลงที่ท้อง
  • ปล่อยมือออกแล้วค่อย ๆ กลับสู่ท่าปกติ ใครที่ทำทีละข้างให้เปลี่ยนไปทำแบบเดิมในขาอีกข้างนึง

ท่า Ustrasana

เรียกอรกชื่อหนึ่งก็คือ ท่าอูฐ ท่านี้จะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ การไหลเวียนเลือดและระบบทางเดินหายใจ ทั้งยังช่วยกระชับกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย ขจัดไขมันบริเวณอก คอ หน้าท้อง ต้นขา ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลไม่ได้ช่วยแค่เรื่องหุ่นสวย แต่ยังช่วยในเรื่องของผิวสวยด้วย เพราะท่าโยคะท่านี้จะช่วยให้ปอดของเรารับออกซิเจนได้มากขึ้น จึงส่งผลให้ผิวของเรามีสุขภาพดีไปด้วยโดยปริยาย

How To

  • เริ่มจากนั่งตั้งเข่า แยกเข่ากว้างพอประมาณ ปลายเท้าชิด ตั้งเท้า หลังตรงมองตรงไปข้างหน้า
  • หายใจเข้า เหยียดแขนไปด้านหน้า หายใจออก วาดมือทั้งสองจับส้นเท้าด้านหลังและหายใจเข้า
  • หายใจออก ยกสะโพกดันสูง แอ่นอก ไม่หลับตา ไม่อ้าปาก สติอยู่ที่ลมหายใจ เข้าลึก ออกยาว ผ่อนคลาย ค้างไว้สักครู่
  • เสร็จแล้วหายใจเข้า ยกลำตัวและแขนกลับที่เดิม หายใจออก ลดมือลงแล้วพัก

แหล่งที่มา : sistacafe.com

อัพผิวสวยใสด้วยท่าโยคะ P.1

อัพผิวสวยใสด้วยท่าโยคะ P.1

การเล่นโยคะนั้นไม่ได้มีดีแค่ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังช่วยทำให้สุขภาพผิวดีขึ้นอีกด้วยนะรู้หรือป่าว ละยิ่งช่วงนี้ที่ออกไปไหนแต่ละทีก็กลัวติดเชื้อ หรือบางคนกำลังกักตัวต้องติดอยู่บ้านแบบเหงา ๆ แล้วไม่รู้จะทำอะไรดี เรามาโยคะกันดีกว่านะ โดยในวันนี้เราได้รวบรวมท่าโยคะ เพื่อผิวสวยสุขภาพดีมาฝากกัน ว่าแต่จะมีท่าไหนบ้างนั้นก็ไปดูกันเลย

ท่า Matsyasana

ท่า Matsyasana หรือ ท่าปลา ท่านี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกสันหลัง ทั้งยังช่วยกระตุ้นในระบบหายใจทำงานได้อย่างสมบูรณ์ แถมท่านี้ยังช่วยปรับสมดุลภายในหน้าใส ลดริ้วรอยบริเวณคาง หน้าผากได้

How To

  • เริ่มจากนอนหงาย หลังราบพื้น
  • ซ่อนแขนใต้ตัว ฝ่ามือคล้ำใต้สะโพก พยายามให้ศอกชิดกันให้มากที่สุด เพื่อให้ไหล่ – อกเปิด
  • ใช้ศอกดันพื้น ยกตัวขึ้นมาในท่ากึ่งนั่ง กึ่งนอน โดยให้สะโพก แขนท่อนล่าง ข้อศอก เป็นฐานรับน้ำหนักตัว สายตามแงปลายเท้า
  • เสร็จแล้วเงยหน้า วางกลางกระหม่อมแตะพื้น จะหลับตา หรือลืมตาก็ได้ แต่ถ้าลืมตาระวังอาการย่นหน้าผาก

ท่า Kapalbhati

ท่า Kapalbhati หรือท่าสุขะสนะ ก็เป็นท่านั่งสมาธิทั่ว ๆ ไป แต่รู้มั้ยว่า ท่าโยคะท่านี้ไม่ได้มีดีแค่ช่วยให้จิตใจสงบ แต่ยังสามารถช่วยชะล้างสารพิษที่ตกข้างในร่างกายของเราให้ออกไปได้ด้วย ก็จะช่วยทำให้เรารู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า ทั้งยังช่วยทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น ปัญหาผิวต่าง ๆ ที่เคยมีดูลดลง

How To

  • เริ่มจากนั่งขัดสมาธิกับพื้น แล้วหงายมือสองข้างบนเข่า จะจับเข่าไว้ หรือพนมมือไว้ก็ได้ เอาที่สะดวก
  • หายใจเข้า – ออกลึก ๆ อย่างสม่ำเสมอ กำหนดลมหายใจเข้าและออกสัมพันธ์กัน ทำอย่างน้อย 5 ครั้ง

ท่า Janu Sirsasana

ท่า Janu Sirsasana ท่านี้เป็นท่าที่จะช่วยยืดกล้ามเนื้อหน้าท้อง หลังและขา ทั้งยังช่วยลดอาการของวัยทอง ช่วยระบบย่อยอาหาร ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน ปวดศีรษะ นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของผิวพรรณ โดยช่วยขจัดปัญหาเรื่องสิวให้หมดไปโดยไม่ต้องพึ่งยาอีกด้วย

How To

  • นั่งบนพื้น ให้เท้าทั้งสองข้างเหยียดตรง หลังตรง ศีรษะตั้งตรง
  • งอเข่าขวา นำส้นเท้าชิดบริเวณหัวเหน่า ฝ่าเท้าขวาแตะต้านในของต้นขาซ้าย
  • ยกมือขึ้นเหยียดตรงไปข้างหน้า หายใจเข้าพร้อมกับยกมือเหนือศีรษะ
  • หายใจออกช้า ๆ พร้อมกับก้มตัวลง ให้อกแนบต้นขา มือจับนิ้วเท้าซ้าย ค้างไว้จนกระทั้งจะเริ่มหายใจเข้า ให้ยกตัวกลับไปสู่ท่าเริ่มต้นแล้วเปลี่ยนสลับเท้า

ท่า Chakrasana

ท่า Chakrasana หรือท่ากงล้อ ก็เป็นอีกหนึ่งท่า ที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดีในชื่อ ท่าสะพานโค้ง ท่านี้สามารถช่วยเพิ่มพลังงานและความแข็งแรงให้กับปอดและทรวงอก และช่วยเร่งการขับสารพิษออกจากร่างกาย ถือว่าเป้นผลดีต่อสุขภาพและผิว

How To

  • นอนหงายให้หลังแนบพื้น ชันเข่าขึ้น แยกเท้าห่างเท่ากับความกว้างของสะโพก แขนวางแนบลำตัว
  • ค่อย ๆ ยกสะโพกขึ้นจนก้นกบอยู่ระนาบเดียวกับหัวเข่า
  • ยกหน้าอกให้อยู่เหนือไหล่ หายใจเข้าแล้วกลั้นหายใจไว้ครู่หนึ่ง แล้วค่อยผ่อนลมหายใจออก
  • กลับเข้าสู่ท่าผ่อนคลาย

แหล่งที่มา : sistacafe.com

ทายนิสัยจากการสวมแหวน

ทายนิสัยจากการสวมแหวน

สาว ๆ คนไหนชอบสวมแหวนกันมั้ย ถ้าสาว ๆ ชอบสวมแหวนกันล่ะก็ วันนี้เรามาทายนิสัยของเพื่อน ๆ จากการสวมแหวนกันหย่อยดีกว่า ซึ่งการทายนิสัยในครั้งนี้ เราจะไม่แบ่งแยกนะว่าสวมใส่มือซ้ายหรือมือขวา แต่จะดูภาพรวม ไม่ว่าจะสวมข้างไหนก็ตาม ถ้าเป็นนิ้วเดียวกัน คำทำนายที่ออกมาก็จะเหมือนกันเนอะ เอาล่ะอยากรู้มั้ยว่าตัวตนที่ซ้อนอยู่ของคุณเป็นยังไง ถ้าอยากรู้งั้นเราไปดูกันเลย

นิ้วชี้

มาเริ่มทำนายกันเลยดีกว่า สำหรับคนที่ชอบสวนแหวนนิ้วชี้ ทายว่าคุณเป็นคนที่ชอบทำอะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ เป็นคนที่มีความกระตืนรือร้นที่ทำอะไรใหม่ ๆ ตลอดเวลา ทั้งยังเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองค่อนข้างสูง กล้าคิดกล้าทำ แต่ถึงแม้ภายนอกคุณจะดูเป็นคนที่เข้มแข็งมาก ๆ ในสายตาคนอื่น แต่จริง ๆ แล้วคุณเป็นคนที่มีความอ่อนแอพอสมควรเลย นอกจากนี้คุณยังเป็นคนที่มีเสน่ห์ด้วยนะ

นิ้วกลาง

สำหรับคนที่ชอบสวมแหวนที่นิ้วกลาง ว่ากันว่าคุณเป็นคนที่ร่าเริงแจ่มใส ทั้งยังเป็นคนที่มีจินตนาการสูงมาก เป็นคนที่ค่อนข้างจะอ่อนโยน ถ่อมตน มองโลกในแง่ดี รักครอบครัว รักเพื่อน ชอบยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยากอยู่เสมอ ๆ และเพราะความใจดี มีน้ำใจของคุณนี่แหละ เลยมักจะทำให้เพื่อนที่ไม่หวังดี ชอบเอาเปรียบ แต่ก็ใช่ว่าคุณไม่สู้คนนะ นอกจากนี้คุณยังเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเองอีกด้วย มักจะชอบหาขอติให้กับตัวเองหอยู่เสมอ ๆ เลย

นิ้วนาง

การสวมแหวนที่นิ้วนาง ไม่ใช่แค่เฉพาะวันแต่งงาน แต่มันสามารถทานนิสัยของเพื่อน ๆ ได้ด้วยนะ คนที่ชอบสวนแหวนที่นิ้วนาง ทายว่าคุณเป็นคนที่ค่อนข้างโรแมนติก อ่อนไหวง่าย และชอบความรักที่อบอุ่น ทั้งยังเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความรักมาก คุณเป็นคนที่ไม่ชอบคนเสแสร้ง คือถ้าใครหจะเข้ามาเป็นเพื่อนหรือแฟน คนคนนั้นจะต้องแสดงความจริงใจออกมาให้คุณเห็นเท่านั้น แต่ลึก ๆ แล้วนั้นคุณเป็นคนหัวรั้นเอาแต่ใจใช้ได้เลย ทั้งยังเป็นคนที่ตรงไปตรงมา กล้าหาญอดทน

นิ้วก้อย

สำหรับคนที่ชอบสวมแหวนที่นิ้วก้อย ทายว่าคุณเป็นคนที่ช่างฝันมาก ทั้งยังมีนิสัยน่ารัก ถ่อมตน เป็นคนที่มีความตั้งใจและจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงานหรือการใช้ชีวิต แต่คุณเป็นคนไม่ค่อยเผยความรู้สึกของคุณออกมาให้คนอื่นรู้ ชอบเก็บไว้กับตัว จนบางครั้งสิ่งที่เก็บเอาไว้ กลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้คุณไม่มีความสุข โดยเฉพาะเรื่องของความรักเวลารู้สึกอะไรยังไง จะไม่ค่อยพูดออกมาได้แต่เก็บเอาไว้คนเดียวอยู่เสมอ ๆ นอกจากนี้คุณยังเป็นคนที่จริงใจ ทั้งยังเป็นคนจู้จี้จุกจิกอีกด้วย

นิ้วโป้ง

สำหรับคนที่ชอบสวนแหวนนิ้วโป้ง ทายว่าคุณเป็นคนที่ค่อนข้างจะทันสมัย ชอบแสงสี ชอบเข้าสังคมและเป็นคนที่สนุกสนานเฮฮา ทั้งยังปรับตัวเข้ากับสิ่งใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลาด้วย แถมคุณยังเป็นคนที่มีความมั่นในใจตัวเองสูง จะไม่ค่อยแคร์สายตาใคร ฉันรักที่จะทำ รักที่จะเป็นแบบนี้ ใครจะทำไม เป็นคนที่รักอิสระ ไม่ชอบถูกบังคับหรือถูกขัดใจ

สวมแหวนหลายนิ้ว

คนบางคนก็ไม่ได้ชอบใส่แหวนแค่นิ้วเดียว ดังนั้นเรามาทายนิสัยคนใส่แหวนหลายนิ้วก็ดีกว่า เขาว่ากันว่าคุณเป็นคนที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง ทั้งยังเป็นคนขาดความรักด้วย หรือเรียกได้ว่าโสดลืมวันลืมคืนไปเลย นั่นจึงทำให้คุณมักจะมองหารักแท้จากใครสักคนอยู่บ่อย ๆ นอกจากนี้คุณยังเป็นคนที่ชอบใช้ชีวิตฟู่ฟ่า ชอบเข้าสังคม แต่ถึงยังงั้นก็เถอะคุณก็ยังรู้สึกเหงาอยู่ดี

ไม่ชอบสวมแหวน

มีคนชอบใส่แหวนก็ต้องมีคนไม่ชอบใส่แหวนเหมือนกัน สำหรับคนที่ไม่ชอบใส่แหวน ว่ากันว่าคุณเป็นคนที่รักสงบมาก ชอบใช้ชีวิตสันโดษ ไม่ชอบความวุ่นวาย เป็นคนง่าย ๆ อะไรก็ได้ ทั้งยังเป็นคนที่มีความน่าเชื่อถือ ไว้ใจได้อีกด้วย ชอบที่หาอะไรทำ ไม่ชอบอยู่ว่าง ๆ ไปวัน ๆ เป็นคนที่ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ตลอดเวลา แต่ในทางกลับกันอาจจะมีบางคนที่ชอบอยู่กับเพื่อน ชอบเข้าสังคมบ้าง แต่ถึงยังไงก็จะไม่ชอบอะไรที่มันยุ่งยากวุ่นวายอยู่ดี

แหล่งที่มา : sistacafe.com

ไอเดียแฟชั่นสาวออฟฟิศ

ไอเดียแฟชั่นสาวออฟฟิศ

ผู้หญิงอย่างเราเป็นเพศที่มักจะให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ของตัวเองอยู่พอสมควรเลย โดยเฉพาะเรื่องของแฟชั่นเสื้อผ้า เรียกได้ว่าไม่มีใครยอมใคร แต่สำหรับสาววัยทำงานหรือสาวออฟฟิศ ก็คงจะเจอกับปัญหาแบบเดียวกัน ก็คือไม่รู้ว่าจะใส่ชุดไหนไปทำงานดี หรือจะแมทซ์เสื้อผ้าออกมายังไงไม่ให้ดูป้าเกินไป ขอจงอย่ากังวลไป เพราะวันนี้เรามีไอเดียมิกซ์แอนด์แมทซ์แฟชั่นสำหรับสาวออฟฟิศมาให้สาว ๆ ดูกัน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

เสื้อเชิ้ต + กางเกงขายาว

แฟชั่นสาวออฟฟิศสุดเบสิคอย่าง เสื้อเชิ้ตกับกางเกงขายาว เชื่อหรือไม่ว่า ไม่ว่าจะเป็นสาวที่เพิ่งเริ่มทำงาน หรือจะเป็นสาววัยทำงานที่ผ่านประสบการณ์มานานแล้วก็ตาม เวลานึกไม่ออกว่าจะใส่ชุดอะไรไปทำงานดี ก็มักจะหยิบเสื้อเชิ้ตมาใส่คู่กับกางเกงขายาวไว้ก่อนแน่ ๆ ถ้าอยากจะเพิ่มความชิคให้ชุดทำงานสไตล์นี้ดูไม่น่าเบื่อจนเกินไป ก็อาจจะเลือกใส่เสื้อเชิ้ตเรียบ ๆ ตัวใหญ่หน่อยคู่กับกางเกงเอวสูง แล้วใส่ชายเสื้อข้างใดข้างนึงเข้าไปด้านในกางเกง ก็จะได้ลุคสวยชิคแบบไม่เยอะเกินไปแล้ว

เสื้อเชิ้ต + กระโปรง

ถ้าวันไหนอยากจะเปลี่ยนลุคให้ดูหวาน ๆ แบ๊ว ๆ น่ารักขึ้นกว่าเดิม เสื้อเชิ้ตตัวโปรดถือเป็นไอเทมที่หยิบมาแมทซ์ให้ออกมาเป็นลุคสาวหวานได้เหมือนกัน เพียงแค่แมทซ์เสื้อเชิ้ตได้ทั้งแบบสีเดียวเรียบ ๆ หรือเสื้อเชิ้ตที่มีวลวดลาย เข้ากับกระโปรงมินิสเกิร์ตหรือกระโปรงยาว เท่านี้ก็ได้ลุคสาวออฟฟิศไปทำงานแบบสวย ๆ ได้แล้ว

ท่อนบน ท่อนล่างลายเดียวกัน

สำหรับสาวคนไหนที่คิดว่าเทสต์แฟชั่นของตัวเองนั่นอยู่ในระดับติดลบ หยิบเสื้อผ้าชิ้นไหนมาใส่ก็ดูไม่ค่อยเข้ากัน แล้วถ้าต้องจับคู่สีเสื้อเมื่อไหร่ยิ่งแล้วเข้าไปอีก ใครรู้ตัวว่ามีปัญหานี้มาทางนี้ได้เลย เพราะเราจะมาแนะนำวิธีแมทซ์ท่อนบน ท่อนล่างลายเดียวกันทั้งตัวไปเลย โดยอาจจะเลือกจับคู่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงขายาวลายเดียวกัน หรือแมทซ์เสื้อคลุมตัวนอกกับกระโปรงสั้นลายเดียวกันก็ได้

เบลเซอร์ + กางเกงยีนส์

สมัยนี้เขานิยมแต่งตัวชิลล์ ๆ สาบ ๆ ไปทำงานกันทั้งนั้น แล้วไอเทมเด็ดอย่าง เกงกางยีนส์ ก็คือเป็นแฟชั่นที่พวกเธอชอบใส่กันด้วย แล้วถ้าอยากแมทซ์ลุคกางเกงยีนส์สุดชิลล์ให้ใส่ออกมาแล้วดูมีความสุภาพ เหมาะกับการไปทำงานมากขึ้นกว่าเดิม ลองแมทซ์เสื้อเบลเซอร์กับกางเกงยีนส์ ดูสิ โดยคุณสาว ๆ อาจจะเลือกใส่เสื้อยืดสีขาวเรียบ ๆ ด้านใน แมทซ์กับกางเกงยีนส์ขาเดฟเข้ารูป แล้วสวมเสื้อเบลเซอร์สุดชิคทับด้านนอก เท่านี้ก็ช่วยเปลี่ยนลุคให้กลายเป็นสาวออฟฟิศที่มีความเท่ ๆ ชิค ๆ แล้ว

เสื้อยืด + กางเกงขายาว / กระโปรง

ใครว่า เสื้อยืด เหมาะกับการใส่อยู่บ้าน หรือใส่ไปเที่ยวชิลล์เท่านั้น เพราะสาว ๆ รู้จักแมทซ์เสื้อผ้าให้เป็นก็สามารถครีเอทลุคไปทำงานจากเสื้อยืดได้เหมือนกัน ถ้าอยากแต่งตัวสไตล์สาวออฟฟิศที่มีความชิลล์ขั้นสุดก็สามารถแมทซ์เสื้อยืดดีไซน์เรียบ ๆ เข้ากับ กางเกงขายาว ทั้งสแล็ค / เอวสูง / ผ้าลินิน / ขาบาน หนือถ้าอยากได้ลุคที่ดูหวานขึ้นมาหน่อยก็หยิบเสื้อยืดมาแมทซ์กับกระโปรง ได้ทั้ง ทรงเอ / กระโปรงยาว / ทรงดินสอ หรือ ทรงบอลลูน ไม่ว่าจะอะไรก็สามารถแมทซ์เข้ากันทั้งนั้น

แหล่งที่มา : sistacafe.com

ออกกำลังกายที่บ้านนั้นดีอย่างไร

ออกกำลังกายที่บ้านนั้นดีอย่างไร

สาว ๆ คนไหนชอบออกกำลังกายหรือกำลังจะอยากออกกำลังกายบ้าง ซึ่งอย่างที่สาว ๆ รู้กันว่าเวลาออกกำลังกายนั้นเราจะต้องไปเข้าฟิตเนสหรือยิมกันใช่ไหมล่ะ แต่ก็มีบางทีหรือบางคนก็อยากจะออกกำลังกายที่บ้านบ้าง แล้วปัญหาต่าง ๆ เช่นเวลากว่าจะเลิกงาน กว่าจะไปถึงฟิตเนสและกว่าจะถึงบ้านอีก ดังนั้นเราควรมาออกกำลังกายกันที่บ้านกันดีกว่าสำหรับคนที่ไม่มีเวลา โดยเราจะมาบอกข้อดีของการออกกำลังกายที่บ้านมาฝากสาว ๆ กัน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

ประหยัดเงิน

เหตุผลแรกที่อยากสนับสนุนเป็นอย่างยิ่งคือการออกกำลังกายที่บ้านนั้นสุดแสนจะประหยัดเงินไงล่ะ ลองคิดดูสิ เราแค่ลงทุนซื้อเสื่อโยคะหนึ่งฝืน จากนั้นก็ออกกำลังกายประเภทต่าง ๆ โดยไม่ต้องเสียเงินค่าเข้าฟิตเนสกันเลย เหมาะสมกับสาว ๆ ที่อยากออกกำลังกาย แบบไม่ต้องลงทุนมากเกินไป เพราะบางครั้งเราก็ไม่เข้าฟิตเนสบ่อยขนาดจะต้องเสียเงินเป็นพันเป็นหมื่น

ประหยัดเวลา

นอกจากจะประหยัดเงินแล้ว ยังประหยัดเวลาอีกด้วย เพราะกว่าเรานั้นจะขับรถ ขี่มอเตอร์ไซต์เพื่อไปฟิตเนส แต่ก็จะต้องเผชิญกับรถติดซึ่งทำให้เรานั้นเปลืองเวลามากไปอีก บางทีเราแค่จะไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสแค่ 1 ชั่วโมง แต่เสียเวลาอยู่บนรถเพราะรถติดไป 2 ชั่วโมงมันแย่มากเลยนะ มันทำให้เราหมดอารมณ์ในการออกกำลังกายไปด้วย

ใส่อะไรก็ได้

เมื่อเราออกกำลังกายที่บ้านนั้น เราจะใส่อะไรก็ได้จริงไหม เนื่องจากไม่มีใครมาดูเราหรอก ในขณะเดียวกันเมื่อเราออกกำลังกายที่ฟิตเนสหรือยิม ทำให้เรานั้นต้องรักษาลุคของเราให้ดูดีอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นออกกำลังกายที่บ้านนั้นชุดออกกำลังกายจะใส่ยังไงก็ได้ จะใส่เสื้อย้วย ๆ กับกางเกงขาสั้นก็ได้ แต่ถ้าไปฟิตเนสนั้นชุดจะต้องเป๊ะตลอดเวลา

โฟกัสกับการออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่

ข้อดีของการออกกำลังกายที่บ้านนั้นคือเราสามารถโฟกัสกับการออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ หรือยิ่งอยู่หอพักคนเดียวนั้นจะไม่มีใครมารบกวนได้เลย สามารถออกกำลังกายได้แบบชิลล์ ๆ แต่ในขณะที่ไม่ออกกำลังกายที่ฟิตเนสนั้น บางทีก็เจอคนรู้จัก ก็จะต้องทักทายพูดคุยกันมากกว่า แทนที่จะได้ออกกำลังกายแบบเต็มประสิทธิภาพ

ออกเวลาไหนก็ได้

ในขณะที่การออกกำลังกายที่ฟิตเนสนั้น เราจะต้องรีบออกจากที่เรียนหรือที่ทำงานเพื่อให้ไปถึงฟิตเนส แต่ถ้าหากเราออกกำลังที่บ้านนั้น เราสามารถออกตอนไหนก็ได้ จะทำการบ้าน ทำรายงาน ดูซีรีย์ คุยกับเพื่อน คุยกับพ่อแม่ก่อนแล้วค่อยออกก็ได้เพราะฟิตเนสนั้นก็คือบ้านของตัวเอง

ฟังเพลงดังแค่ไหนก็ได้

สำหรับสาว ๆ ที่ชอบฟังเพลงในขณะที่ออกกำลังกายนั้น จะรู้ว่าเวลาไปฟิตเนสเราจะต้องใส่หูฟัง แถมหูฟังก็ต้องเลือกคุณภาพดี ๆ ที่กันน้ำกันเหงื่อได้ แต่ถ้าหากออกกำลังกายที่บ้าน เราสามารถเปิดเพลงจากโทรศัพท์มือถือใส่ลำพังได้แบบไม่ต้องเกรงใจใครเลย

ไม่ต้องเผชิญกับเชื้อโรค

ที่ไหนก็ตามที่มีคนรวมตัวกันเยอะ ๆ เราก็รู้อยู่นะว่าอาจจะมีเชื้อโรคกระจายอยู่ในอากาศได้นั่นเอง ดังนั้นเราเลยอยากจะสนับสนุนสำหรับสาว ๆ ที่ไม่อยากติดโรคอะไรจากฟิตเนส ให้หันมาออกกำลังกายที่บ้านกันดีกว่า เพราะการออกกำลังกายที่บ้านโดยไม่ต้องเสี่ยงกับเชื้อโรคอะไรนั่นเอง

How To เลือกโทนแต่งหน้าให้เข้ากับสีผิว

How To เลือกโทนแต่งหน้าให้เข้ากับสีผิว

เรารู้กันดีว่า ผู้หญิงอย่างเรา ๆ นั้นชอบแต่งหน้ากันมากแค่ไหน ซึ่งเอาเข้าจริงกันแต่งหน้าไม่ได้แต่การเอาอะไรลง ๆ ไปบนหน้าก็ได้นะ เพราะการแต่งหน้าจะต้องคำนึงถึงสภาพผิว สีผิวต่าง ๆ บนใบหน้าด้วย เพราะถ้าหากเลือกใช้เครื่องสำอางที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวหรือสีผิวนั้นก็จะส่งผลให้การแต่งหน้าออกมาไม่ตรงตามที่ต้องการ เช่น การทารองพื้นผิดเบอร์ก็จะทำให้หน้าของเรานั้นขาวเกินไปหรือคล้ำเกินไป ดังนั้นในวันนี้เราจะมาบอก How To เลือกโทนแต่งหน้าให้เข้ากับสีผิว ซึ่งสีผิวแต่ละสีนั้นควรแต่หน้าโทนไหนก็ไปดูกันเลย

สาวผิวขาว

มาเริ่มกันที่สาวผิวขาว เป็นผิวที่สาว ๆ หลายคนอิจฉาตาร้อน แต่เอาจริง ๆ แล้วการแต่งหน้าสำหรับสาว ๆ ผิวขาวมาก ๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะถ้าเลือกโทนสีที่สดใสมากเกินไป ก็อาจทำให้เมคอัพดูโดดเหมือนละครลิงได้ ดังนั้นโทนเมคอัพที่เหมาะกับสาวผิวขาว ก็จะเป็นโทนสีหวาน ๆ อย่างสีชมพู ถ้าใครหอนากแต่งตาทำให้ดูเด่นขึ้นกว่าเดิมก็ควรเลือกอายแชโดวสีชมพู / สีเบจ / สีน้ำตาล จะดีที่สุด แล้วอย่าลืม ปัดแก้มด้วยบลัชออนสีชมพู / สีพีชอมชมพู ก็จะช่วยทำให้สีแก้มดูมีเลือดฝาดแบบสุขภาพดีขึ้นได้ แล้วปิดท้ายด้วยลิปสติก สีนู้ดอมชมพู / สีชมพูอ่อนก็เปลี่ยนผิวซีด ๆ ให้ดูสดใสได้ง่าย ๆ แล้วล่ะ

สาวผิวขาวเหลือง

เราขยับมาที่โทนสีผิวของสาวเอเชียส่วนใหญ่อย่าง ผิวขาวเหลือง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ขาววิ้งค์ ดูอมชมพูเหมือนสาว ๆ ผิวขาวก็จริง แต่ก็ถือว่าเป็นผิวขาวแบบธรรมชาติที่สามารถแมทซ์โทนสีเมคอัพได้ง่ายกว่าเยอะ โดยโทนสีเมคอัพที่เหมาะกับสาวผิวขาวเหลือง มากที่สุดก็จะเป็นโทนสีธรรมชาติหน่อย ๆ ถ้าจะเลือกแต่งตาให้ดูเป๊ะเข้ากับสีผิวก็ควรเลือกทาอายแชโดว์ สีน้ำตาล / สีเนื้อ / สีแชมเปญ ส่วนแก้มก็บลัชออนด้วย สีชมพูอ่อน / สีพีชอมชมพู / สีชมพูอมน้ำตาล เท่านั้น ปิดท้ายด้วยสีชมพูอมม่วง / สีพีช / สีแดงเข้ม

สาวผิวกลาง ๆ

สาว ๆ ที่ผิวนั้นจะขาวก็ไม่ได้ขาวขนาดนั้น หรือจะคล้ำก็ไม่ใช่อยู่ดี พวกเธอถูกจัดอยู่ในโซนของสาวผิวกลาง ๆ ก็ได้นะ ซึ่งถ้าอยากแต่งหน้าเสริมผิวให้ดูปัง แนะนำให้เลือกสไตล์เน้นความฉ่ำให้ผิว โดยเลือกแต่งตาด้วยอายแชโดว์ สีแทน / สีน้ำตาล / สีทองชิมเมอร์ แล้วแมทซ์เข้ากับการปัดบลัชออน สีม่วงอ่อน / สีแอพริคอต / สีแดงเบอร์รี่ เพื่อเติมสีสันให้พวงแก้ม แล้วคอมพลีทลุคสวยด้วยลิปสติก สีชมพูนม ๆ / สีชมพูอมม่วง ก็จะช่วยขับผิวให้ดูสว่างขึ้น

สาวผิวแทน

มาต่อกันสาวผิวแทน ที่มองทีไรก็มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร แถมยังมีพลังความเซ็กซี่สูงเวอร์อีกต่างหาก ซึ่งสำหรับสาว ๆ ที่อยากแต่งหน้าให้เข้ากับโทนสีผิว ก็เริ่มจากเลือกอายแชโดว์สีน้ำตาลอมเทา / สีทอง / สีน้ำตาลช็อกโกแลต ส่วนบลัชออนก็ให้เลือกใช้สีแดงกุหลาบ / สีบรอนซ์ / สีพีชอมส้ม จะดูแมทซ์เข้ากับสีผิวแทนสุด ๆ แล้วปิดท้ายด้วยลิปสติกสีนู้ดอมน้ำตาล / สีแดงอมม่วง

แหล่งที่มา : https://sistacafe.com/

กำจัดเซลลูไลท์ง่าย ๆ ด้วย 5 วิธี

กำจัดเซลลูไลท์ง่าย ๆ ด้วย 5 วิธี

สาว ๆ รู้จักเซลลูไลท์ไหม เซลลูไลท์ (Cellulite) ก็คือไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังทำให้ผิวมีลักษณะเป็นรอยบุ๋ม ขรุขระหรือเกิดรอยย่น มักเกิดที่ต้นขา สะโพก ก้นและท้อง และสามารถเกิดบริเวณหน้าอก ท้องน้อย และต้นแขน ได้เช่นกัน โดยส่วนใหญ่จะเกิดในวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่เพศหญิง เอาล่ะมาถึงตรงนี้บอกเลยว่าสาว ๆ ที่มีเซลลูไลท์จะต้องบอกลากับมันแล้วล่ะ เพราะในวันนี้เราจะบอกวิธีกำจัดเซลลูไลท์ง่าย ๆ มาฝากกัน ว่าแต่จะมีวิธีไหนบ้างนั้นก็ไปดูกันเลย

ดื่มน้ำมาก ๆ

การที่สาว ๆ นั้นมีปริมาณน้ำที่ไม่เพียงพอในร่างกาย จะทำให้เรานั้นไม่สามารถลดเซลลูไลท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเหตุนี้เองทำให้การดื่มน้ำนั้นเป็นกฎข้อแรกเลยที่ทุกคนจะต้องทำ โดยในร่างกายของเรา หรือเซลล์ของเรานั้นมีสารพิษจำนวนมากที่อยู่ในเซลล์ไขมัน ซึ่งหากจะให้เซลลูไลท์ถูกทำลายนั้น จะต้องดื่มน้ำในปริมาณที่มากพอ ขอแนะนำให้ดื่มอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร

กาแฟขัดผิว

มีผู้หญิงหลายคนที่ได้บอกว่าเซลลูไลท์ของเธอนั้นหายไปนั้น จากการนำกาแฟสดมาขัดผิว โดยผสมกากกาแฟสดกับน้ำอุ่น หลังจากนั้นนาขัดผิวเป็นเวลา 10 นาที 2 ครั้งต่อสัปดาห์ในพื้นที่ที่ต้องการลดเซลลูไลท์ เราจะเห็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมและชัดเจน หลังจากการสครับเป็นเวลาสี่สัปดาห์ เห็นไหมล่ะว่าการลดเซลลูไลท์นั้นมันง่ายนิดเดียว

เปลี่ยนอาหาร

อย่างสุดท้ายก็คือการเปลี่ยนนิสัยการทาน เพื่อช่วยให้ร่างกายของเราทำลายเซลลูไลท์ออกไปได้เช่น งดน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรต หันมาทานอาหารที่มีเส้นใย แทนที่ไขมันไม่อิ่มตัวด้วยน้ำมันมะกอก อัลมอนด์หรือน้ำมันอะโวคาโด หลีกเลี่ยงการบริโภคโซเดียมมากเกินไป กินผลไม้สดและผักที่มีปริมาณน้ำสูงเช่นแตงโม แตงกวา และผักใบเขียวเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวและล้างสารพิษในร่างกายของสาว ๆ ได้

นวดน้ำมันมะพร้าว

สาว ๆ รู้หรือไม่ ? ว่าน้ำมันมะพร้าวนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากเลย เพราะน้ำมันมะพร้าวถ้านำมารับประทานก่อนอาหารจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญของอาหาร ลดความหิวและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว หรือจะใช้เป็น Moisturizer ก็ได้  นอกจากนี้ก็นำน้ำมันมะพร้าวไปนวดที่ตรงบริเวณที่เกิดเซลลูไลท์ก็ได้เช่นกัน

เพิ่มการไหลเวียนเลือดในร่างกาย

การไหลเวียนของเลือดที่เหมาะสมนั้น สามารถช่วยป้องกันและกำจัดเซลลูไลท์ได้ โดยหลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าที่รัดในส่วนที่เกิดเซลลูไลท์ การไหลเวียนเลือดไปยังสะโพก ต้นขาและบริเวณอื่น ๆ ที่มีแนวโน้มที่จะเกิดเซลลูไลท์ ถ้าหากใส่กางเกงรัดมันจะยิ่งทำให้เกิดเซลลูไลท์มากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้การออกกำลังกายเพิ่มมวลกล้ามเนื้อก็สามารถทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีกว่าเดิมด้วย

ทริคแต่งหน้าแบบ Everyday Look

ทริคแต่งหน้าแบบ Everyday Look

เวลาสาว ๆ แต่งหน้าไปเรียน สาว ๆ ชอบแต่งหน้ายังไงกันบ้าง บางคนอาจจะแต่งซอฟต์ ๆ หรือบางคนอาจจะจัดเต็มแบบปากไม่แดง ไม่มีแรงจะเดิน โดยในวันนี้เราก็มีการแต่งหน้าไปเรียนมาฝากกัน ซึ่งอาจจะขัดใจสาว ๆ สายหน้าเต็มอยู่บ้าง เพราะวันนี้เราจะมาบอกทริคแต่งหน้าแบบ Everyday Look กัน เป็นการแต่งหน้าเบา ๆ สบาย ๆ แต่มันสวยครอบจักรวาลสุดๆ ไม่ว่าจะไปทำงาน ไปเรียน ช้อปปิ้ง หรือแม้กระทั่งมือใหม่หัดแต่งหน้า ก็สามารถแต่งออกมาได้สวยเป๊ะแถมยังง่ายอีกด้วย ได้ลุคใสๆ แบบคุณหนูหน้าเด็กที่สวยมาตั้งแต่เกิดเลยเชียว ซึ่งจะมีวิธีแต่งยังไงบ้าง ไปดูกันเลย

ลงรองพื้นให้เนียน

การที่เราจะแต่งหน้าออกมาได้ปังหรือพัง รองพื้น คือส่วนสำคัญที่สุด สำหรับคนผิวดีอยู่แล้วสามารถใช้แปรงลงรองพื้นได้เลย แต่หากต้องการปกปิดบางส่วนเป็นพิเศษ เช่น รอยสิว ไอเทมที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ฟองน้ำเกลี่ยรองพื้นนั่นเอง ลองสเปรย์น้ำแร่ลงบนฟองน้ำก่อนแล้วค่อยนำมากดๆ เกลี่ยๆ บนผิว รองพื้นจะติดทนและเนียนขึ้นอีกเยอะเลย หรือวิธีที่ง่ายกว่าก็คือ การใช้ Cushion Foundation เพราะทาง่ายๆ เหมือนทาแป้งพัฟก็ปกปิดผิวได้เรียบเนียนเหมือนใช้รองพื้นเลยทีเดียว

คิ้วคือมงกุฎของหน้า

ช่วงนี้การเขียนคิ้วโก่งแบบสาวตะวันตกกำลังมา แต่ถ้าอยากได้ลุคใสๆ สบายตาล่ะก็ แนะนำให้เขียนคิ้วแบบธรรมชาติจะเวิร์คที่สุด โดยเขียนให้สอดคล้องกับรูปคิ้วเดิมของเรามากที่สุด เพื่อที่เวลามองใกล้ๆ จะไม่ดูหลอกตา แล้วเพิ่มความหนาเข้าไปนิดหน่อยให้หน้าดูเด็กลงไปอีก

เน้นดวงตาด้วยสีน้ำตาลแทนสีดำ

พักอายไลเนอร์สีดำกับการกรีดตาเฉี่ยวๆ ไปได้เลย แล้วให้อายไลเนอร์สีน้ำตาลเป็นนางเอกแทนดีกว่า เพราะจะช่วยเบรคให้ดวงตาดูสวยละมุน เป็นธรรมชาติ และยังช่วยให้หน้าดูเด็กลงอีกด้วยนะ

เติมเปลือกตาล่างให้ดูเด็ก

มีสาวๆ ไม่น้อยเลยที่ศัลยกรรมเปลือกตาล่างให้ดูนูนขึ้นมาเพราะมันจะทำให้ดวงตาดูมีรอยยิ้มอยู่เสมอและอ่อนกว่าวัย แต่สำหรับคนที่ไม่อยากทำศัลยกรรม เราก็สามารถใช้เทคนิคการแต่งหน้าแทนได้เหมือนกันนะ น่ารักและหน้าเด็กได้แบบไม่ต้องเจ็บตัวเลย

เลือกสีสันที่ใกล้เคียงธรรมชาตินั้นก็สำคัญ

สำหรับสีตา ควรเลือกสไตล์สีเอิร์ธโทน และสำหรับสีปาก ควรเลือกสีชมพูเป็นหลัก และมีความแวววาวนิดๆ ซึ่งใกล้เคียงกับสีธรรมชาติมากที่สุด ไม่ว่าจะเข้มเลเวลไหนก็ยังดูเป็นธรรมชาติ และไม่เข้มจัดจ้านจนเกินไป