เรื่อง

ทริคลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยม

ทริคลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยม

เพราะในทุกวันนี้คนเรารักสุขภาพกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพแข็ง หรือต้องการรูปร่างที่สวยงาม ซึ่งปัญหาแรกหลัก ๆ ที่หลายคนพบเจอก็คือน้ำหนักที่มากเกินความจำเป็น ทำให้หลายคนจึงหันมาลดน้ำหนัก แต่การลดน้ำหนักนั้นต้องอาศัยหลายวิธีเลยทีเดียว หากไม่ได้วิธีนั้นก็ต้องลองวิธีนี้ ลองกันไปหลาย ๆ แบบจนกว่าจะเจอวิธีที่ถูกใจเราและสามารถลดน้ำหนักได้ ดังนั้นวันนี้เราจึงได้นำทริคลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมมาฝากกัน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

อาหารคลีน

การทานอาหารคลีนหมายถึงการทานอาหารที่ลดกระบวนการมากมายในการผลิตให้น้อยที่สุด โดยไม่ใส่เครื่องปรุง เน้นงดหวาน มัน เค็ม ทานแต่โปรตีน คาร์โบไฮเดรตให้พอในแต่ละวันและไขมันดี โปรตีนได้จากอกไก่หรือปลา ไม่เน้นเนื้อแดง การทอดนั้นจะต้องใช้น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว ส่วนคาร์โบไฮเดรตนั้นก็ต้องเป็นข้าวไม่ขัดสีอย่างโฮลวีท น้ำตาลหากว่าลดได้ก็จะดี ซึ่งถ้าใครออกใจไม่ไหวนั้นให้ทานได้ไม่เกิน 16 กรัมก็พอแล้ว

สมูทตี้ดีท็อกซ์

อีกหนึ่งเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากทำทานได้ง่ายและสามารถลดน้ำหนักได้เร็ว นั่นก็คือ การทานสมูทตี้ปั่นนั่นเอง โดยการทำสมูทตี้นั้นจะเลือกใช้ผลไม้และผักนำมาปั่นรวมกัน ซึ่งอาจจะปั่นทานวันละ 3 ครั้งโดยแต่ละวันนั้นทานได้แค่สมูทตี้เท่านั้น ห้ามทานอย่างอื่น ข้าวก็ห้ามทานด้วยนะ ทำแบบนี้ไปสัก 3 วันก็จะมีคนทักแล้วว่าไปทำอะไรมาทำไมน้ำหนักลด ซึ่งวิธีนี้เหมาะสมกับคนที่ใจร้อนอยากลดน้ำหนักเร็ว ๆ แต่น้ำหนักที่ลดไปนั้นเป็นน้ำหนักของน้ำในร่างกาย ไม่ใช่ไขมันนะต้องระวังเรื่องนี้ด้วย

ลดน้ำหนักแบบ IF

เป็นอีกหนึ่งการลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมมานานพอสมควรนั่นก็คือ IF หรือ Intermittent Fasting เป็นการอดอาหารเป็นช่วง ๆ เพื่อลดไขมันแต่ในบทความส่วนใหญ่นั้นเขาจะอดกันช่วงเช้าจนถึงเที่ยงที่เป็นช่วงทานและนับเวลาจากตอนทานอาหารครั้งแรกไป 8 ชั่วโมง และกลับสู่ช่วงลดอีกครั้ง และรอให้ครบ 16 ชั่วโมงจึงจะทานอาหารได้อีกครั้ง ตัวอย่างเช่น หากสาว ๆ เลือกทานอาหารตอน 8 โมงก็ทานไปได้จนถึง 4 โมงเย็น ส่วนนอกเหนือจากนั้นต้องห้ามทานอะไรนอกจากน้ำเปล่าหรือกาแฟดำเท่านั้น ซึ่งถ้าสาว ๆ คนไหนทำได้ก็สามารถลดไขมันในร่างกายไปได้นะ

คีโตเจนิก

คีโตเจนิก ไดเอตคือการลดน้ำหนักที่แปลกมาก เพราะว่ายิ่งทานไขมันไปเท่าไหร่ น้ำหนักก็จะยิ่งลดลง อาจจะบอกได้ว่าการทานคีโตเน้นการทานไขมันสูง รองมาด้วยโปรตีน แต่ว่าการทานคาร์โบไฮเดรตั้นให้เหลือในปริมาณที่น้อยมาก ๆ พูดง่าย ๆ ก็คือลดคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลให้น้อยมาก แต่ให้แทนที่สารอาหารที่ขาดด้วยไขมันที่มาจากพืชและสัตว์แทนนั่นเอง และจะต้องเลี่ยงอาหารแปรรูปจำพวกไส้กรอก หมูยอ ลูกชิ้นด้วย นอกจากนี้ยังต้องหลักเลี่ยงไขมันหรือน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเคมีสังเคราะห์อย่างน้ำมันพืชบางชนิดหรือมาการีนด้วยนั่นเอง

นับแคลอรี่

วิธีนี้เป็นวิธีที่สาว ๆ หลายคนชอบใช้ ซึ่งหลักการง่าย ๆ สำหรับการนับแคลอรี่ คือก่อนอื่นเราจะต้องหาค่า BMR ก่อนว่า BMR ของเราเท่าไหร่โดยใช้น้ำหนักและส่วนสูงมากำหนดค่า BMR ของเรา โดยเรานั้นจะต้องทานให้น้อยกว่าค่า BMR โดยการนับแคลอรี่เช่น สาว ๆ นั้นค่า BMR 1500 ก็สามารถทานได้แต่ละวันไม่เกิน 1500 แคลอรี่ หากว่าเราเผาผลาญแคลอรี่ให้มากกว่าที่รับมานั่นเอง

นี่เป็นวิธีการลดน้ำหนักที่นิยมทำกัน โดยแต่ละคนนั้นจะเหมาะกับการลดน้ำหนักทีแตกต่างกันไป ไม่ใช่ว่าเพื่อนเราลดแบบทานคลีนได้ผล แล้วเราจะได้ผลเหมือนกัน บางทีเราอาจจะลดได้ดีในแบบทานสมูทตี้ก็ได้นะ แต่ที่สำคัญอย่างลืมออกกำลังกายกันด้วย เพื่อให้ร่างกายของเรานั้นแข็งแรงไม่ผอมแบบป่วย ๆ กันนะ

กำจัดเซลลูไลท์ง่าย ๆ ด้วย 5 วิธี

กำจัดเซลลูไลท์ง่าย ๆ ด้วย 5 วิธี

สาว ๆ รู้จักเซลลูไลท์ไหม เซลลูไลท์ (Cellulite) ก็คือไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังทำให้ผิวมีลักษณะเป็นรอยบุ๋ม ขรุขระหรือเกิดรอยย่น มักเกิดที่ต้นขา สะโพก ก้นและท้อง และสามารถเกิดบริเวณหน้าอก ท้องน้อย และต้นแขน ได้เช่นกัน โดยส่วนใหญ่จะเกิดในวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่เพศหญิง เอาล่ะมาถึงตรงนี้บอกเลยว่าสาว ๆ ที่มีเซลลูไลท์จะต้องบอกลากับมันแล้วล่ะ เพราะในวันนี้เราจะบอกวิธีกำจัดเซลลูไลท์ง่าย ๆ มาฝากกัน ว่าแต่จะมีวิธีไหนบ้างนั้นก็ไปดูกันเลย

ดื่มน้ำมาก ๆ

การที่สาว ๆ นั้นมีปริมาณน้ำที่ไม่เพียงพอในร่างกาย จะทำให้เรานั้นไม่สามารถลดเซลลูไลท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเหตุนี้เองทำให้การดื่มน้ำนั้นเป็นกฎข้อแรกเลยที่ทุกคนจะต้องทำ โดยในร่างกายของเรา หรือเซลล์ของเรานั้นมีสารพิษจำนวนมากที่อยู่ในเซลล์ไขมัน ซึ่งหากจะให้เซลลูไลท์ถูกทำลายนั้น จะต้องดื่มน้ำในปริมาณที่มากพอ ขอแนะนำให้ดื่มอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร

กาแฟขัดผิว

มีผู้หญิงหลายคนที่ได้บอกว่าเซลลูไลท์ของเธอนั้นหายไปนั้น จากการนำกาแฟสดมาขัดผิว โดยผสมกากกาแฟสดกับน้ำอุ่น หลังจากนั้นนาขัดผิวเป็นเวลา 10 นาที 2 ครั้งต่อสัปดาห์ในพื้นที่ที่ต้องการลดเซลลูไลท์ เราจะเห็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมและชัดเจน หลังจากการสครับเป็นเวลาสี่สัปดาห์ เห็นไหมล่ะว่าการลดเซลลูไลท์นั้นมันง่ายนิดเดียว

เปลี่ยนอาหาร

อย่างสุดท้ายก็คือการเปลี่ยนนิสัยการทาน เพื่อช่วยให้ร่างกายของเราทำลายเซลลูไลท์ออกไปได้เช่น งดน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรต หันมาทานอาหารที่มีเส้นใย แทนที่ไขมันไม่อิ่มตัวด้วยน้ำมันมะกอก อัลมอนด์หรือน้ำมันอะโวคาโด หลีกเลี่ยงการบริโภคโซเดียมมากเกินไป กินผลไม้สดและผักที่มีปริมาณน้ำสูงเช่นแตงโม แตงกวา และผักใบเขียวเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวและล้างสารพิษในร่างกายของสาว ๆ ได้

นวดน้ำมันมะพร้าว

สาว ๆ รู้หรือไม่ ? ว่าน้ำมันมะพร้าวนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากเลย เพราะน้ำมันมะพร้าวถ้านำมารับประทานก่อนอาหารจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญของอาหาร ลดความหิวและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว หรือจะใช้เป็น Moisturizer ก็ได้  นอกจากนี้ก็นำน้ำมันมะพร้าวไปนวดที่ตรงบริเวณที่เกิดเซลลูไลท์ก็ได้เช่นกัน

เพิ่มการไหลเวียนเลือดในร่างกาย

การไหลเวียนของเลือดที่เหมาะสมนั้น สามารถช่วยป้องกันและกำจัดเซลลูไลท์ได้ โดยหลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าที่รัดในส่วนที่เกิดเซลลูไลท์ การไหลเวียนเลือดไปยังสะโพก ต้นขาและบริเวณอื่น ๆ ที่มีแนวโน้มที่จะเกิดเซลลูไลท์ ถ้าหากใส่กางเกงรัดมันจะยิ่งทำให้เกิดเซลลูไลท์มากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้การออกกำลังกายเพิ่มมวลกล้ามเนื้อก็สามารถทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีกว่าเดิมด้วย

เมนูอาหารไดเอท ทานยังไงให้น้ำหนักลด

เมนูอาหารไดเอท ทานยังไงให้น้ำหนักลด

ถ้าพูดถึงการลดน้ำหนัก ก็คงหนีไม่พ้นการไดเอท แต่ถ้าไม่กินอะไรเลยโรคกระเพาะก็อาจถามหาได้ ทำให้หลายคนหันไปทานอาหารที่ช่วยทำให้อิ่มท้องแต่ยังสามารถไดเอทได้อยู่กัน แต่เดี๋ยวก่อน เราเคยคิดกันหรือไม่ว่าอาหารที่ทานอยู่นั้นมันช่วยให้น้ำหนักของเราลดลงจริง ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะพาไปดูอาหารไดเอทพวกนั้นกันว่าต้องทานอย่างไรให้น้ำหนักของเราลดลง

ซีซาร์ สลัด

อาหารอย่างแรกเมื่อจะลดน้ำหนักที่ทุกคนคิดถึงนั้นก็คือ “สลัด” แต่ช้าก่อน เพราะมีนักโภชนาการจากมหาวิทยาลัย พิตต์เบิร์ก ที่ชื่อว่า เลสลี่ย์ บอนซี ได้บอกว่า เจ้าซีซาร์ สลัดเนี่ยแค่ถ้วยเล็กนิดเดียว ยังให้พนักงานถึง 300 – 400 แคลอรีเลยนะ แถมพ่วงมากับไขมัน 30 กรัมอีกด้วย ละเจ้าไขมันมาจากไหนล่ะ ก็มาจากน้ำสกัดที่เราใส่ไง ถ้าที่ดีเราควรทานน้ำสลัดที่เป็นน้ำใสนะ

สมูทตี้

เคยมั้ยที่อยากกินอาหารไดเอทแล้วอร่อยด้วย สมูทตี้นี่ตัวดีเลยล่ะ ถ้าเป็นสมูทตี้เปล่า ๆ เนี่ยอาจจะไม่ค่อยมีอะไร แต่ถ้ามีวิปปิ้งครีมหรือไอศกรีมขึ้นมาละก่อน บอกลาที่จะลดความอ้วนไปเลย

ชูการ์ฟรี

ปราศจากน้ำตาลน่ะดีนะ แต่ต้องดูดี ๆ ด้วยสาปราศจากน้ำตาลจริง ๆ หรือเปล่า เพราะบางทีผู้ผลิตอาจจะใส่สารให้รสหวานลงไปในอาหาร เครื่องดื่มแทน ถ้าเราทานเข้าไปก็ไม่ต่างจากเราทานขนมหวานเลยทีเดียว

นมพร่องมันเนย

นมพร่องมันเนยที่หลาย ๆ คนว่ามีไขมันน้อยกว่านมสด แต่จริง ๆ แล้ว นมพร่องมันเนยที่ว่านั้นก็มีไขมันอิ่มตัวไม่ต่างไปจากนมสดเท่าไหร่  ดังนั้นถ้าเราชอบดื่มนมสดแต่ไม่อยากที่จะได้เจ้าไขมันอิ่มตัวนี้มากเกินไป ก็ลองดื่มแบบผสมกันดู โดยเริ่มจาก นมพร่องมันเนย 2%,1% และนมไขมันต่ำตามลำดับ

มัฟฟิน

หลาย ๆ คนชอบทานมัฟฟินเป็นอาหารเช้า แต่ก็ก็ดูด้วยนะว่าแป้งที่มาทำมัฟินเป็นแป้งอะไรให้แคลอรีเท่าไหร่ ทางที่ดีควรหามัฟฟินที่บอกจำนวนแคลลอรี่ได้ หรือเป็นมัฟฟินโฮลเกรนไปเลยดีกว่า

โยเกิร์ตไขมันต่ำ

รู้หรือไม่ว่าโยเกิร์ตไขมันต่ำบางยี่ห้อเนี่ยเขาแอบเติมน้ำตาลพวกฟรักโตส ซูโครส และน้ำตาลเทียมลงไปมากกว่า 30 กรัมด้วย ซึ่งเราก็ไม่ได้มองกันทุกคนหรอก แค่เห็นว่าไขมันต่ำก็หยิบกันระนาว ขอแนะนำว่าคราวหน้าอ่านส่วนประกอบก่อนเอาเข้าตะกร้านะ

มัลติเกรน

เป็นกันหรือไม่เวลาเดินเข้าร้านสะดวกซื้อเวลาที่เราจะซื้อขนมปังแล้วจะเห็นคำว่า มัลติเกรน บนถุงขนมปัง หรืออื่นๆ ที่ทำมาจากแป้ง แล้วเราเคยพลิกมาอ่านเรื่องสารอาหารที่จะได้รับกันมั้ย ถ้าไม่ให้รีบพลิกดูเลยเพราะบางทีส่วนผสมที่ทำมานั้น อาจจะเป็นธัญพืชที่ผ่านการขัดสีแล้ว ซึ่งมันจะขาดไฟเบอร์และสารอาหารที่ดี ๆ ออกไปหมดแล้ว ดังนั้นคราวหน้าให้ลองมองหาคำว่า โฮลเกรน 100% หรือ อ่านสารอาหารที่ได้รับว่ามีไฟเบอร์หรือเปล่า

บอกลาห่วงยางที่เอวด้วยการออกกำลังกาย

บอกลาห่วงยางที่เอวด้วยการออกกำลังกาย

เราเชื่อว่าผู้หญิงส่วนใหญ่นั้นมีปัญหาเรื่องพุงที่ยื่นออกมา ซึ่งไม่ใช่แค่คนเจ้าเนื้อเท่านั้น แต่สาวตัวเล็กหรือสาวที่รูปร่างผอมบางก็เจอปัญหานี้ได้ โดยสาเหตุหลัก ๆ ของไขมันสะสมที่ด้านข้างเอวของเรานั้นเกิดจากการทานที่ไม่ดี ที่ทานอาหารขยะและการดื่มแอลกอฮอล์บ่อย ๆ นอกจากนี้ฮอร์โมนของผู้หญิงก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้เรามีห่วงยางได้เช่นตอนก่อนมีประจำเดือน เป็นต้น ซึ่งการบอกลาห่วงยางนั้นก็ง่ายแสนง่าย ก็คือ การออกกำลังกาย โดยในวันนี้เรามีท่าออกกำลังกายลดห่วงยางมาฝากสาว ๆ กัน ถ้าพร้อมแล้วก็มาดูกันเลย

Bicycle Crunch

ท่านี้จะช่วยลดรอบเอว และลดไขมันต้านข้างได้ดีมาก ๆ ทำเพียงแค่ 3 – 4 สัปดาห์ก็เริ่มเห็นผลแล้ว โดยให้เริ่มต้นด้วยการนอนราบไปกับพื้น เอามือรองที่หัวด้านหลัง จากนั้นทำการบริหารด้วยการสลับขางอเข่าและเหยียดตรงเหมือนกำลังปั่นจักรยานอากาศ ซึ่งขณะที่งอเข่าเข้าหาลำตัวให้บิดตัวให้ข้อศอกด้านตรงข้ามชนกันมากที่สุด ทำแบบนี้ 25 -30 ครั้งแล้วสลับเปลี่ยนข้าง

Plank Crunch

ท่านี้จะเน้นบริหารกล้ามหน้าท้องด้านข้างให้แข็งแรง โดยบางคนเรียกท่านี้ว่า Side Plank เป็นท่าที่แม้ว่าจะไม่ได้ขยับตัวมากมายแต่ทำแล้วมีหอบแน่นอน โดยนอนตะแคงแล้วตั้งศอกขนาดกับลำตัว ยืดขาออก วางขาขนานกัน แขนแนบข้างลำตัว ยืดขาออก วางขาขนานกัน แขนแนบข้างลำตัวเป็นเส้นตรง หลังจากนั้นพับข้อศอกแล้วก้มลงค้างไว้ 2 วินาทีและกลับสู่ตำแหน่งไม้กระดาน ทำครั้งละ 10 – 12 ครั้งต่อเช็ต ทำประมาณ 3 – 5 เช็ต

One Hand Toe Touch

ท่านี้จะช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินที่ท้องส่วนล่างและเอว ทำให้เรามีเอวคอดขึ้นได้ วิธีการออกกำลังกายคือให้นั่งที่พื้น แล้วยืดขาออกไปข้างหน้า หลังจากนั้นให้ก้มตัวลงไปด้านซ้าย นิ้วมือแตะที่ปลายนิ้วเท้า โดยให้แกนลำตัววางตัวเราไปกับต้นขาด้านในค้างไว้ 5 วินาที จากนั้นทำซ้ำทำอย่างน้อยข้างละ 10 ครั้ง แล้วสลับข้างหรือใครมีเวลามากกว่านั้นก็สามารถทำได้เลย สามารถทำตอนดูหนังได้ ทำเพลินแป๊ปเดียวผอม

Front Bends

ท่านี้เป็นท่าคลายกล้ามเนื้อเบา ๆ ที่ใครก็สามารถทำได้โดยการโค้งแล้วหมุนตัว จะทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องทำงานได้ดี เป็นการเบิร์นแบบง่าย ๆ เริ่มด้วยการยืนแยกขากว้างกว่าไหล่ ยืดแขนเหยียดออกไปทางด้านข้าง หายใจเข้าและงอร่างกายไปข้างหน้า ใช้นิ้วมือขวาแตะบนนิ้วเท้าซ้ายค้างไว้สัก 5 วินาที แล้วกลับมาอยู่ตำแหน่งเดิม ทำซ้ำอย่างน้อย 10 ครั้ง ทั้งหมด 3 ชุด

Side Squats

ท่านี้ก็คือเอามาจาก Squats นั่นล่ะ เป็นการฟิตส่วนต้นขาและเอว โดยเริ่มจากวางเท้าให้ห่างกันประมาณ 2 ช่วงแขน ปลายเท้าชี้ไปข้างหน้า มือทั้ง 2 ข้างประสานไว้ที่อก จากนั้นทิ้งน้ำหนักตัวไปทางขาฝั่งซ้าย โดยให้ทำท่าเหมือนสควอท หลังจากนั้นให้ดันตัวขึ้นมาโดยใช้แรงจากเท้าของขาข้างซ้าย นับเป็น 1 ครั้งแล้วให้ทำสลับกันกับข้างขวาให้ครบ 15 ครั้ง บอกเลยว่าท่านี้ช่วยเผาผลาญไขมันทั้งเอวทั้งขาเลย

7 คำที่ห้ามพูดถ้าอยากผอม

7 คำที่ห้ามพูดถ้าอยากผอม

สาว ๆ เคยรู้สึกกันหรือไม่ว่าเวลาที่เรานั้นจะทำการไดเอตหรือลดความอ้วนนั้น เรามักจะทำกันไม่ค่อยยได้ตามที่เราคาดหวังกันเอาไว้ เพราะอะไรรู้ไหม ? เพราะว่าในช่วงที่เราลดน้ำหนักกันนั้นเรามักจะมีคำพูดบางอย่างที่พูดออกมาแล้วทำให้เราน้ำหนักขึ้นมาได้ สาว ๆ อย่างรู้กันแล้วใช่หรือไม่ว่าคำพูดเหล่านั้นคืออะไร พูดแล้วน้ำหนักขึ้นจริงเหรอ ดังนั้นเราไปดูกันกับ 7 คำที่ห้ามพูดถ้าอยากผอม ถ้าพร้อมแล้วตามไปส่องกันเลย

ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ค่อยลด

เป็นคำพูดยอดฮิตในหมู่สาว ๆ ลดน้ำหนักเลยก็ว่าได้ เพราะเมื่อเราเจออาหารที่น่าทานหรืออยากทานอาหารที่มันจะเพิ่มน้ำหนักของตัวเองขึ้นมา คำพูดนี้จะเป็นประโยคแรกที่พูดขึ้นมาเลย ซึ่งสาว ๆ จะต้องเปลี่ยนตัวเองอย่างด่วน เพราะการผัดวันประกันพรุ่ง ชอบหาข้ออ้างมาถ่วงเวลาอยู่ตลอดแบบนี้ มันเหมือนกับการฉุดรั้งตัวเองเอาไว้ไม่ให้เริ่มลงมือทำอะไรแบบจริงจังสักที

วันนี้เราเหนื่อยมาก

สาว ๆ หลายคนนั้นเมื่อจะต้องลดน้ำหนักอย่างจริงจังแล้วนั้น ก็จะการเข้าโหมดคนเศร้าทันที และก็จะบ่นว่าวันนี้เรียนบ้าง ทำงานเยอะบ้าง ใช้สมองเยอะบ้าง ใช้ร่างกายเยอะบ้าง จนทำให้ประโยค วันนี้เราเหนื่อยมาก กลายเป็นประโยคที่เอาไว้อ้างเพื่อจะได้ไม่ต้องออกกำลังกาย ซึ่งพอไม่ออกกำลังกาย น้ำหนักก็จะขึ้น แล้วก็มาเครียดอีก ดังนั้นก็ออกลังกายสักที อาจจะไม่ต้องออกเต็มที่เท่าวันที่ไม่เหนื่อย แต่ก็ยังถือว่าได้ออกกำลังกายนะ

ร่างกายต้องการน้ำตาล

ความหวานในใจฉันนั้นมันต่ำไป สาว ๆ เคยเป็นไหมเอ่ย เวลาที่ร่างกายของเรานั้นเหนื่อยล้าจากเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องเรียน เรื่องงาน ก็จะเรียกหาของหวานหรือเครื่องดื่มที่ทำน้ำตาลสูง ด้วยประโยคที่ว่า ร่างกายต้องการน้ำตาล ทำให้ตบะแตกและรีบวิ่งไปซื้อชานมไข่มุกมาดูดให้ชื่นใจ ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาหรือแนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ แทนนะ หรือไม่สั่งเครื่องดื่มเป็นพวกหวานน้อยแทนก็โอเค

แค่คำเดียว ไม่อ้วนหรอกน่า

แค่คำเดียวเอง ไม่อ้วนหรอก สาว ๆ รู้หรือไม่ว่าประโยคนี้เป็นสาเหตุหลัก ๆ เลยที่ทำให้สาว ๆ ลดน้ำหนักไม่ได้ เพราะเมื่อทานคำแรกเข้าไปแล้วมันอร่อย รสชาติที่เฝ้าหามานาน มันก็จะมีคำที่สอง สาม สี่ ต่อไปเรื่อย ๆ จนอิ่ม และสิ่งที่ตามมาก็คือ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเหมือนไม่เคยลดน้ำหนักมาก่อน เพราะฉะนั้นทางที่ก็คอทานอาหารให้ครบทุกมื้อไม่ทำตัวเองหิว

เดี๋ยวค่อยใช้กรรมวันหลัง

ใช้กรรมในที่นี้ไม่ได้หมายถึงทำบุญนะ แต่หมายถึงการออกกำลังกายต่างหาก ซึ่งสาว ๆ หลายคนนั้นเป็นกันบ่อยก็คือลดไปแล้วสักพักนึงแต่อยากทานอาหารนี้แล้วค่อยไปลดเพิ่ม 2 เท่าให้เบิร์นที่ทานออกให้หมด พูดน่ะง่าย แต่ตอนทำนี้สิ เพราะมันจะต้องออกกำลังกายหนักขึ้น แถทมยังใช้เวลานานกว่าเดิมอีกด้วย เพราะฉะนั้นอย่าตามใจปากมากเกินไปนะ

ค่าอาหารมันแพง ทานไม่หมดเสียดายแย่

สาว ๆ คนไหนเป็นแบบนี้มั้งเอ่ย เวลาที่เราไปทานอาหารอย่างพวกปิ้งย่างหรือชาบูเนี่ย จะเป็นคนที่ขี้เหนียวขึ้นมา แบบทานทั้งทีต้องทานให้คุ้ม เพราะว่าค่ามันอาหารมันแพง ทานไม่หมดแล้วเสียดาย แต่พอเป็นสลัดกลับกินทิ้งกินขว้าง ทำให้ไม่เอานิสัยกินให้คุ้มมาทานอาหารที่อย่างสกัดล่ะ แต่ทางที่ดีนั้นการทานแค่พออิ่มนั้นดีที่สุดแล้ว

ลดความอ้วนมันยากไป ทำไม่ให้หรอก

เป็นประโยคที่ห้ามพูดอย่างเด็ดขาดเลยนะ เพราะขนาดยังมี่เริ่มเลย สาว ๆ ยังปั่นทอนจิตใจ ยังยอมแพ้ขนาดนี้เลย จะแล้วแรงที่ไหนไปลดน้ำหนักได้ล่ะ ถึงการลดน้ำหนักนั้นจะเป็นเรื่องยากแต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะทำไม่ได้ ถ้ามีความพยายามมากพอ ทางที่ดีนั้นต้องคอยให้กำลังใจตัวเอง บอกตัวเองว่าชั้นทำได้ แล้วค่อย ๆ มองหาวิธีไอเดตที่เหมาะกับตัวเองดู

ภัยอันตรายของอาหารเสริม ไซบูทรามีน

ไซบูทรามีน ภัยอันตรายของอาหารเสริม

ในบรรดาสารอันตรายในอาหารเสริม สารตัวแรก ๆ ที่ถ้าเจ้าของแบรนด์และโรงงานรับผลิตอาหารเสริมคิดถึงก็คือ ไซบูทรามีน ภัยอันตรายของอาหารเสริม โดยมีคำเตือนมากมายว่ามันถูกแฝงเข้าในอาหารเสริมลดน้ำหนัก โดยอาหารเสริมลดน้ำหนักที่มีสารไซบูทรามีนผสมอยู่นั้น จะอยู่ในโรงงานอาหารเสริมที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่มีความปลอดภัย โดยในการรับผลิตอาหารเสริมนั้นจะมีการแอบใส่ลงไปโดยที่เจ้าของแบรนด์ไม่รู้ตัว กว่าจะรู้ตัวสินค้าก็ถูกจำหน่ายไปแล้วนั่นเอง โดยในวันนี้เราจะทำความรู้จักสารไซบูทรามีนกัน

ไซบูทรามีนคืออะไร

ไซบูทรามีน เป็นสารเคมีอินทรีย์มีลักษณะเป็นผงสีขาวคล้ายเกลือหรือน้ำตาล ไม่มีกลิ่น มีคุณสมบัติออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง ลดการทำลายสารสื่อประสาทอย่าง ซิโรโทนิน, นอร์อีพิเนฟรินและโดปามีนทำให้สารเหล่านี้ทำงานนานขึ้น จึงส่งผลทำให้รู้สึกไม่หิวหรืออิ่มเร็วขึ้น

ทำไมถึงใส่ไซบูทรามีนในอาหารเสริมลดน้ำหนัก

ยาไซบูทรามีนนั้น ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาในปี 2540 ว่าช่วยลดน้ำหนัก และลดปริมาณคอเลสเตอรอลในร่างกายได้ แต่จัดเป็นยาที่ได้รับการควบคุมดูแลเป็นพิเศษ และแพทย์จะต้องเป็นผู้พิจารณาการใช้ยาเพื่อรักษาโรคอ้วนในผู้ป่วยรายที่จำเป็นเท่านั้น

ไซบูทรามีนนั้นอันตรายอย่างไร

จากการศึกษาภายหลังนั้นพบว่า ไซบูทรามีนทำให้ภาวะไตวาย มีความผิดปกติในระบบทางเดินอาหารมีโอกาสเสี่ยงเกิดโรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดตีบตัน และอาจจะทำให้ถึงเสียชีวิตได้ ดังนั้นในปี 2553 ทางประเทศในยุโรปจึงประกาศยกเลิกใช้ยานี้ รวมถึงในประเทศไทยด้วยได้มีการเรียกเก็บยาที่มีสารไซบูทรามีนออกจากท้องตลาด และยกเลิกทะเบียนยาไซบูทรามีน ทำให้การพบไซบูทรามีนในอาหารเสริมนั้นเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายที่ผู้ผลิตจงใจหลีกเลี่ยงและแอบใส่ในผลิตภัณฑ์ เพื่อหวังในผลลัพธ์ที่ดี แต่ไม่คำนึงถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นต่อสุขภาพของผู้บริโภคในภายหลัง

อาการที่พบหลังทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของไซบูทรามีน

  • ปากแห้ง
  • รับรู้ถึงรสชาติที่แปลก ๆ แปร่ง ๆ ลิ้น
  • คลื่นไส้ หรืออาเจียน
  • ท้องผูก
  • นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท กระสับกระส่าย
  • วิงเวียนศีรษะ
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดประจำเดือนมากกว่าปกติ
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามแขน ขา ตัวและตามข้อต่อต่าง ๆ ในร่างกาย

อาการที่พบหลังจากบริโภคไซบูทรามีนเป็นเวลานาน

  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • เกิดภาพหลอน หรืออาการที่เกี่ยวข้องกับจิตประสาท
  • เกิดภาวะไตวาย
  • ระบบทางเดินอาหารทำงานผิดปกติ
  • มีความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด หรือโรคหลอดเลือดตีบตัน

อย่างที่เห็นว่าไซบูทรามีนนั้นมีอันตรายต่อผู้บริโภคมากแค่ไหน ดังนั้นสำหรับเจ้าของแบรนด์ที่กำลังจะทำงานผลิตอาหารเสริมลดน้ำหนักนั้น ควรที่จะพิจารณาโรงงานที่รับผลิตอาหารเสริมที่ได้คุณภาพ มาตรฐานและปลอดภัย โดยจะต้องตรวจสอบโรงงานอาหารเสริมอย่างละเอียด เพื่อความปลอดภัยต่อสินค้าและผู้บริโภค

ไดเอทผิดวิธี ชีวิตพัง

ไดเอทผิดวิธี ชีวิตพัง

สาว ๆ เคยสังเกตกันหรือไม่ว่าทำไมเวลาที่เราไอเดทเพื่อลดน้ำหนักนั้น น้ำหนักจึงไม่ค่อยลดลงเลยสักที ทั้ง ๆ ที่ไดเอทอย่างหนักก็แล้ว ทานอาหารน้อยก็แล้ว แต่ก็ไม่เห็นทีท่าว่าน้ำหนักจะลดลงไปแม้แต่ขีดเดียว ที่เป็นแบบอาจจะเป็นเพราะสาว ๆ นั้นไดเอทผิดวิธีอยู่ก็ได้นะ เพราะวันนี้เราจะพาไปดูวิธีผิด ๆ เกี่ยวกับการไดเอทกัน ว่ามีวิธีไหนที่ทำให้ชีวิตการลดน้ำหนักนั้นพังบ้าง ถ้าพร้อมแล้วก็ไปส่องกันเลย

ไดเอทแบบหักดิบ ไม่ให้ร่างกายได้ปรับตัว

                ข้อแรกที่สาว ๆ ไอเดทหลายคนชอบทำคือการอดอาหารแบบหักดิบโดยไม่ปล่อยให้ร่างกายนั้นได้ปรับตัวเลยนั่นเอง ลองคิดตามดูสิถ้าเมื่อวานเราทานอาหารแบบจัดเต็มในปริมาณปกติอยู่ แล้วจู่ ๆ ก็ลดปริมาณอาหารให้เหลือนิดเดียว ร่างกายก็จะรู้สึกหิวโหยจนทนไม่ไหวเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้นขอแนะนำเลยว่าให้ลดปริมาณอาหารทีละน้อย ค่อย ๆ ปรับลดลงไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ร่างกายและกระเพาะอาหารนั้นสามารถปรับตัวจนชินกับปริมาณอาหารลดลงไปเอง

ทานอาหารไขมันต่ำ แต่ลืมเช็คระดับน้ำตาล

                ถ้าคิดถึงการลดน้ำหนัก สิ่งแรก ๆ ที่สาว ๆ คิดถึงก็หนีไม่พ้นอาหารคลีนที่มีไขมันต่ำแน่ ๆ แต่รู้หรือเปล่าว่าอาหารไขมันต่ำที่เรานั้นตักเข้าปาก อาจจะมีน้ำตาลที่เป็นภัยต่อหุ่นสวย ๆ ของเราแอบซ่อนอยู่ ถ้าไม่เชื่อล่ะก็ เราจะยกตัวอย่างให้เห็นกันชัด ๆ ไปเลยอย่างเช่น เราทานโยเกิร์ตเข้าไปนั้นเพราะในใจคิดว่าเมนูนี้เป็นอาหารสุดเฮลตี้ สาวลดน้ำหนักคนไหนก็ทานกัน แต่จริง ๆ แล้วนั้นโยเกิร์ตแต่ละรสชาติมีระดับปริมาณน้ำตาลที่ไม่เท่ากัน ซึ่งถ้าเลือกรสชาติที่มีระดับน้ำตาลสูงก็อาจจะทำให้ไดเอทไม่ได้ผล ดังนั้นก่อนซื้อทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม อย่าพลิกฉลากมาอ่านเพื่อเช็คปริมาณน้ำตาลที่ผสมอยู่จะดีที่สุด

ไดเอทพัง เพราะไม่ทานข้าวเช้า

                กฎเหล็กที่ห้ามทำเด็ดขาดถ้าอยากไดเอทให้ถูกวิธีและได้ผล คือห้ามงดหรืออดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่งไปยังไงล่ะ มั่นใจได้เลยว่าสาว ๆ มักจะคิดว่าการไม่ทานข้าวมื้อใดมื้อหนึ่งจะช่วยให้ผอมไว แต่จริง ๆ แล้วมันจะทำให้ร่างกายหิวโหยและไปทานเยอะขึ้นในมื้อถัดไปแทน โดยเฉพาะคนที่ไม่ยอมทานข้าวเช้า ซึ่งเป็นมื้อที่สำคัญมาก ๆ เพราะว่าร่างกายนั้นต้องการพลังงานจากอาหารเพื่อนำไปใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละวัน ทางที่ดีอาหารเช้าควรเป็นอาหารไขมันต่ำแต่อิ่มท้องอย่าง ไข่ไก่ ปลา และธัญพืช

ทานน้อยหรือทิ้งระยะห่างแต่ละมื้อนานเกินไป

                ปริมาณกับเวลา นั้นเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการไดเอทเลยนะ เพราะว่าถ้าเราทานในปริมาณที่น้อยเกินไป ไม่เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน หรือทิ้งระยะห่างของอาหารแต่ละมื้อนานเกินไป ก็สามารถส่งผลให้ร่างกายรู้สึกหิวหนักและมีความอยากทานอาหารมากกว่าปกติ ดังนั้นเมื่อเราลดปริมาณอาหารลงแล้ว อย่าลืมพกอาหารทานเล่นที่มีไขมันและแคลอรี่ต่ำอย่างผลไม้หรือธัญพืชอัดแท่งติดตัวไว้ พอรู้สึกหิวก้จะได้หยิบมาทานได้ทันที

ทานน้อยลง แต่ไม่ยอมออกกำลังกาย

                ถ้าแม้ว่าการไดเอทโดยลดปริมาณอาหารนั้นจะช่วยให้น้ำหนักของเราลดลงได้ แต่ก็ไม่มีอะไรดีเท่าการออกกำลังกายได้ และถ้าหากเรานั้นเลือกที่จะไดเอทอย่างเดียวก็อาจจะทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้แบบชั่วคราวเท่านั้น แต่พอตบะแตกกลับมาทานอาหารแบบเดิมปุ๊ป ก็เสี่ยงที่น้ำหนักตัวจะดีดกลับขึ้นมาได้ ซึ่งถ้าอยากลดน้ำหนักให้เห็นผลเร็วที่สุด ควรไดเอทด้วยการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ไปพร้อม ๆ กับการออกกำลังกายเป็นประจำด้วยจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

ทริคการลดน้ำหนักแบบไม่ต้องไดเอท-กินดีอยู

ลดน้ำหนักแบบไม่ต้องไดเอท

ลดน้ำหนักแบบไม่ต้องไดเอท

กินดีอยู่ดี แถมมีประโยชน์ต่อสุขภาพ

                สาวๆ คนไหนที่กำลังลดความอ้วน ควบคุมอาหารหรือหักโหมออกกำลังกาย เพื่อให้ได้หุ่นสวย เพรียวอยู่ล่ะก็ วันนี้เรามีขอเสนออีกแนวทางที่เป็นตัวช่วยให้สาวๆ ที่อยากหุ่นสวย สุขภาพดี ตามฉบับของสาวสายเฮท์ตี้ โดยการปรับเปลี่ยนวิธีการกินเพียงเล็กน้อย พร้อมกับออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วย อยากรู้ใช่ไหมล่ว่าทริดการกิยแบบสวยๆ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย ลดน้ำหนักแบบไม่ต้องไดเอท

ทริคการลดน้ำหนักแบบไม่ต้องไดเอท-กินดีอยู1. กินอาหารว่างบ่อยๆ

                ใช่แล้วสาวๆ อ่านไม่ผิดแน่ การกินอาหารว่างบ่อยๆ ในทุก 3-4 ชั่วโมง จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วและลดการกินจุบจิบลงได้ แต่การกินอาหารว่างที่ว่า จะต้องเป็นอาหารที่มีแคลลอรี่ไม่เกิน 150-200 แคลลอรี่เท่านั้น และควรที่จะเน้นไปทางอาหารที่มีโปรตีนกับเส้นใยอาหารสูง

2. กาแฟดำช่วยได้

                มีสาวๆ หลายคนคิดว่าการดื่มกาแฟมักจะทำให้อ้วน แต่ความจริงแล้วการดื่มกาแฟดำนั้น จะช่วยลดความอ้วนได้ดี เพราะกาแฟดำจะช่วยละลลายไขมันไม่ให้จับกันเป็นก้อน ทั้งยังสามารถทดแทนพลังงานได้อีกด้วย ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดื่มการกาแฟดำคือ ช่วงหลังมื้ออาหาร แต่ต้องเป็นกาแฟดำที่ไม่มีน้ำเท่านั้น

3. เปลี่ยนอาหารเช้าให้ดีกว่าเดิม

                เพราะมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญ สาวๆ จึงต้องกินมื้อเช้าเป็นประจำและกินให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วนบางคนกินมื้อเช้าเพียงแค่กาแฟหนึ่งถ้วย แซนวิชหนึ่งชิ้นหรือข้าวเหนียวหมูปิ้ง แม้อาหารเหล่านี้มีความรวดเร็วทันใจ แต่ว่ามันไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายเลยสักนิด

ดังนั้นสาวๆ ลองหันมากินอาหารเช้าแบบเต็มที่ แล้วปรับเปลี่ยนเมนูอาหารเหล่านั้นดู อาจจะเปลี่ยนเป็นสลัดผักหรือผลไม้ เต้าฮวยฟรุ้ตสลัด ซีเรียลธัญพืช เป็นต้น

4. ผักและผลไม้ กินเข้าไปเยอะ

                ผักและผลไม้เป็นที่สุดของการลดความอ้วนเลยก็ว่าได้ ไม่มีสาวคนไหนที่ไม่กินผักและผลไม้ แล้วจะมีหุ่นสวย สุขภาพดีได้หรอก แนะนำว่าให้สาวๆ กินเข้าไปเลย กินเยอะๆ ถึงแม้ว่ารสชาติของมันจะไม่อร่อยเท่ากับพิซซ่า ขนมเค้ก แต่รับรองว่ามีประโยชน์มากมายมหาศาล แค่ลองเปลี่ยนจากข้าวกระเพราหมู เป็นข้าวราดผัดดูบ้าง ปรับไปทีละนิดเชื่อว่ามันต้องได้ผลอย่างแน่นอน

5. กินผักและผลไม้ให้ครบทุกสี

                ถ้าสาวๆ กินผักและผลไม้ชนิดเดียวกัน บ่อยๆ ซ้ำๆ มันก็คงจะไม่ค่อยเกิดประโยชน์หรอกนะ การที่จะมีร่างกายที่แข็งแรง บวกกับหุ่นที่ดีได้นั้น สาวๆ จะต้องกินผักและผลไม้ให้ครบ 5 สี ทุกชนิดให้ได้ สีที่ว่าก็คือ สีเขียว สีแดง สีม่วง มีเหลืองหรือสีส้ม และสีขาว เพราะผักและผลไม้แต่ละมีนั้นมีประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นสาวๆ ต้องกินให้ครบทุกสี เพื่อให้ร่างกายขับสารพิษ มีสุขภาพที่ดีไปตลอด

6. อาหารทะเลก็มีประโยชน์

                อาหารทะเล ปลาหมึก กุ้ง หอย ปู เป็นอาหารที่อร่อยมีไขมันต่ำ แต่เป็นอาหารทะเลที่มีคอลเลสเตอรอลสูงทั้งสิ้น แต่ต้องกินแบบมีลิมิต พอเพมาะพวอควรและไม่กินบ่อยจนเกินไป ส่วนปลาทะเลนั้นเป็นข้อยกเว้น กินได้แบบไม่ไม่ต้องกลัวอ้วน เพราะมีไขมันน้อนกว่าเนื้อหมู เนื้อไก่และเนื้อวัว แถมยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย สาวๆ ควรกินปลาทะเลสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อสุขภาพที่ดี

7. นม เนยและชีส

                นม เนยและชีสเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีโปรตีนและแคลเซียมสูง มีประโยชน์มาก แต่สาวๆ เชื่อหรือไม่ว่านม เนยและชีสสามารถลดความอ้วนได้และเผาผลาญไขมันออกได้ แต่จะต้องเป็นนม เนยและชีสชนิดที่มีไขมันต่ำ ปริมาณการกินต่อวันไม่ควรเกิน 1 กรัม แต่ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้กินแค่สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็พอแล้ว

8. ลองกินเผ็ดเพิ่มอีกนิดหน่อย

                การกินเผ็ดจะทำให้รูกสึกแสบร้อน นั่นแหละจะช่วยลดความอ้วนได้เหมือนกัน ซึ่งมีการวิจัยว่าการกินเผ็ดช่วยลดไขมันได้ ทำได้ด้วยการเพิ่มพริกป่น เครื่องเทศหรือซอสเผ็ดลงในอาหารแคลลอเรี่ต่ำประมาณ 1 ช้อนชา เท่านี้ก็จะช่วยให้สาวๆ รู้สึกอิ่มง่านขึ้นแถมทั้งยังช่วยเผาผลาญแคลลอรี่ได้ดีกว่าการกินอาหารทั่วไป

9. หุ่นสวยด้วย โฮลเกรน

                โฮลเกรนหรือธัญพืช มีประโยชน์มากมายแถมยังช่วยให้สาวๆ มีหุ่มสวยได้แบบเฮลท์ตี้ หากินได้ง่านๆๆ ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นขนมปังโฮลวีต กราโนล่า ข้าวกล้อง ข้าวโพด เป็นต้น กินได้เต็มที่ไม่ต้องกลัวหุ่นเสีย จะกินเป็นอาหารหลักหรืออาหารว่างก็ได้หมด แถมยังมีสารอาหารที่ครบถ้วน ประโยชน์ต่อสุขภาพเต็มๆ

อยากหุ่นสวย-หุ่นเป๊ะ-ควรเลี่ยงอาหารประเภท

อยากหุ่นสวย หุ่นเป๊ะ ควรเลี่ยงอาหารประเภทนี้

อยากหุ่นสวย หุ่นเป๊ะ ควรเลี่ยงอาหารประเภทนี้

สาวๆ ทุกคนก็ฝันอยากหุ่นสวย หุ่นเป๊ะ กันทั้งนั้น อยากใส่ชุดสวยๆ เกาะอกโชว์รูปต่างบ้าง แต่ถ้าหากสาวๆ ยังไม่ดูแลตัวเองไม่ใส่ในการทานอาหาร มันก็ไม่มีประโยชน์เอาซะเลย แต่ถ้าสาวๆที่กำลังเริ่มไอเอทแล้ว นอกจากจะออกกำลังกายแล้ว การควบคุมอาหารเลี่ยงทานของไม่มีประโยชน์ ก็ถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดี วันนี้เราอาหารที่ควรเลี้ยงหรือควรเลยทาน มาบอกสาวๆ ที่ต้องการหุ่นสวย หุ่นเป๊ะ

อยากหุ่นสวย-หุ่นเป๊ะ-ควรเลี่ยงอาหารประเภท

ขนมปังธัญพืช

หลายคนคิดว่าพวกเมล็ดพันธุ์ธัญญาหารบนขนมปังช่างดูมีประโยชน์ต่อสุขภาพและน่ารับประทาน ทานเท่าไรก็ไม่อ้วนหรอก ไม่ใช้ขนมปังขาว ช่วงนี้กำลังไอเดทอยู่ก็ทานแทนข้าวซะเลย แต่มันไม่ได้อยู่ที่ธัญญาหารบนขนมปัง แต่เป็นวัตถุดิบที่นำมาทำขนมปังต่างหากที่สำคัญ เพราะขนมปังจากธัญพืชไม่ได้หมายความว่าทำจากเมล็ดธัญพืช 100% เสมอไป ดังนั้นจึงควรตรวจสอบฉลากให้ดีก่อน

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เจ้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่สาวๆ ดื่มไปนี่แหละ คือตัวร้ายทำให้การเผาผลาญอาหารสะดุดไป เพราะว่าร่างกายของคุณมัวแต่เร่งเผาผลาญและกำจัดแอลกอฮอล์ซึ่งร่างกายจะมองว่าเป็นพิษ และจะเริ่มขัดขวางการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและไขมันลดลง ทำให้ร่างกายชะลอการเผาผลาญ ทำให้ลดน้ำหนักได้ยากขึ้นไปอีก

ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำตาล

ใครบอกว่าอาหารที่ไม่มีน้ำตาลจะทำให้ไม่อ้วน ทานผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำตาลบ่อยๆ มีปริมาณแคลอรีที่ต่ำ แต่การบริโภคผลิตภัณฑ์ปลอดน้ำตาลมากๆ อาจจะเพิ่มระดับอินซูลินในร่างกายได้ เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้ก็มีส่วนผสมของสารที่ให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

นมสด

นมสดนั้นเต็มไปด้วยไขมันส่วนเกินและคลอเรสเตอรอล ลองเปลี่ยนเป็นนมที่ไม่มีไขมันแทน สลับไปรับประทานอย่างอื่นที่หลากหลายบ้าง สาวๆ จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องแคลอรีที่มากเกินไปหากเกิดต้องการจะดื่มนมขึ้นมา

ผลไม้โซนร้อน

การรับทานผลไม้เป็นอาหารว่างนั้นเป็นอีกทางเลือกที่ดีในการควบคุมอาหาร แต่อาจจะมีผลไม้บางประเภทที่คุณควรหลีกเลี่ยงหากต้องการจะลดน้ำหนัก เช่น มะม่วงสุก ทุเรียน ลำไย เป็นต้น ซึ่งผลไม้เหล่านี้มีปริมาณน้ำตาลสูงเกินไป ควรบริโภคแต่พอดี หรือเปลี่ยนไปทานผลไม้ชนิดอื่นแทน เช่น แอปเปิ้ล ชมพู่

ข้าวโพดคั่วอบเนย

ข้าวโพดคั่วอบเนยมีปริมาณไขมันจำนวนมาก โดยมีแคลอรีมากถึง 120-135 แคลอรี และมีไขมัน 8-12 กรัม หากเป็นข้าวโพดแบบเคลือบน้ำตาลหรือคาราเมล ก็จะมีแคลอรี 400 แคลอรีขึ้นไป ถือเป็นปริมาณที่สูงมากเกินตามความต้องการของร่างกาย

น้ำอัดลม น้ำหวาน

ถึงแม้ว่าจะอร่อยแค่ไหนก็ตามก็ควรที่จะงดได้จะดีมาก เพราะมีน้ำตาลเยอะมาก และเป้นภาระต่อร่างกายเรามาก ถ้าเบิร์นไม่หมดก็จะไปสะสมเป็นเซลลูไลท์ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ถ้าหากหิวน้ำก็ควรจะดื่มน้ำเปล่าแมน เพราะว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายที่สุด

โดนัท คุกกี้ เค้ก

ถ้าอยากหุ่นสวย หุ่นเปะ ถึงจะชอบแค่ไหนก็ควรงดเพราะมีปริมาณแคลอรีสูง อย่างโดนัทหนึ่งชิ้นมีแคลอรีสูงถึง 200 กิโลแคลอรี แต่เป็นแบบเคลือบน้ำตาลธรรมดา ถ้ามีพวกแยม ช็อคโกแลตเพิ่มครีม ก็เพิ่มแคลอรีเข้าไปอีก

ของประเภททอดน้ำมัน

ไม่ว่าจะเป็นลูกชิ้นทอด ไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์ ซึ่งทำให้มีโอกาสได้รับโทษจากน้ำมันที่ใช้ทอดอาหาร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาโรคอ้วน หัวใจทำงานหนัก ภาวะเสี่ยงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน สมองเสื่อม และโรคมะเร็ง หากยิ่งเป็นปาท่องโก๋ ยิ่งควรเลิกเลย เพราะมันคือก้อนแป้งทอดในน้ำมันท่วม และน้ำมันทอดซ้ำมาไม่รู้อีกตั้งกี่ครั้ง

ขนมขบเคี้ยว

พวกขนมถุงกรุบกรอบมันฝรั่งทั้งหลาย ควรเลิกเพราะว่าไม่มีประโยชน์และยังเพิ่มภาระให้ร่างกายเรา ยิ่งทานยิ่งทำให้อ้วน ที่มีทั้งน้ำตาล เกลือ แป้ง ไขมันและผงชูรส

ถึงแม้จะเป็นอาหารที่อร่อยๆทั้งนั้น สาวๆที่อยากหุ่นดี หุ่นสวย หุ่นเป๊ะ ก็ควรที่เลี่ยงอาหารประเภทนี้ และก็บวกกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็จะใช้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย

ผัก ตัวช่วยในการลดความอ้วน

ผัก ตัวช่วยในการลดความอ้วน

สาวๆ คนไหนที่กำลังดูแลรูปร่าง แต่ขาดแป้งในมื้ออาหารไม่ได้ เรามีวิธีมาบอกเทคนิคการกินแป้ง+น้ำตาล นั้นก็คือการกินผัก แต่ผักชนิดไหนมีไฟเบอร์สูง และโพแทสเซียมสูง กินแล้วจะช่วยให้ร่างกายสะสมไขมันได้ยากขึ้น ผัก จึงเป็น ตัวช่วยในการลดน้ำหนัก ไปดูกันเลย

  • ผักปวยเล้ง

    ผักปวยเล้ง

    ผักปวยเล้ง

    ผักปวยเล้งจะคล้ายๆ กับผักโขม ที่มีวิตามินซีและวิตามินเคสูง โดยเฉพาะวิตามินเค ที่ช่วยในการลำเลียงแคลเซียมไปยังกระดูก ช่วยเนื้อกระดูกเรียงตัว ป้องการการเกิดโรคกระดูกพรุน ผักปวยเล้ง 100 g ให้โพแทสเซียมถึง 558 mg

  • อะโวคาโด

อะโวคาโด

อะโวคาโด

อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีแคลอรี่สูง เพราะให้ไขมันเยอะ แต่เป็นไขมันดี กินแล้วช่วยลด            คอเลสเตอรอล อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ต่างๆ ในร่างกายไม่ให้ถูกทำลายได้อีกด้วย แต่ควรกินอโวคาโดวันละครึ่งลูกเท่านั้น ก็จะช่วยกำจัดไขมันออกไปได้ อะโวคาโด100 g ให้โพแทสเซียมสูงถึง485mg

  • มันเทศ

    มันเทศ

    มันเทศ

    เป็นแหล่งสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต พอกินแล้วจะช่วยให้อิ่มนาน แต่ถ้ากินมากเกินไปก็จะเหมือนข้าว ต้องระวังเรื่องปริมาณนิดนึ่ง เพราะมีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำไม่ได้อยู่จำนวนมาก ทำให้แน่นกระเพราะและอิ่มนาน นอกจากนี้มันเทศยังมี แอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอสิระ ช่วยชะลอความแก่ ชะลอความเสื่อมของดวงตา ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ และเส้นเลือดอุดตันได้ด้วย มันเทศ 100 g ให้โพแทสเซียม 337 mg

 

  • บีทรูท

    บีทรูท มีสารไนเตรทที่มีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยที่มีระดับไขมันในเลือดสูง ช่วยลดการสะสมไขมันและลดดารอุดตันในเส้นเลือดได้ ส่วนคนที่ออกกำลังกาย บีทรูทจะช่วยสร้างพละกำลังและความแข็งแรง ลดอาการเหนื่อยล้าจากการออกกำลังกาย บีทรูท 100 g ให้โพแทสเซียม 325 mg

  • แครอท

    แครอท

    แครอท

    ช่วยลดความดัน ลดคอเลสเตอรอลและลดระดับน้ำตาลในเลือด ส่วนสาวๆที่มีประจำเดือนเราจะสูญเสียน้ำและธาตุเหล็ก ซึ่งในแครอทมีธาตุเหล็ก ช่วยลดอาการอ่อนเพลียได้ และอีกอย่างคือ วิตามินเอและ เบตาแคโรทีนในแครอท ที่ช่วยควบคุมให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ แครอท 100 g ให้โพแทสเซียม 320 mg

  • เห็ด

เป็นเชื้อราชั้นสูงที่เป็นสมุนไพร ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยลดคอเลสเตอรอลและไขมันในเลือดได้ บางคนกินเห็นเพื่อลดความอ้วน โดยเฉพาะเห็ดกระดุมหรือเรียกว่า แชมปิญอง ที่มีสารลดไขมัน เห็ด 100 g ให้โพแทสเซียม 318 mg

  • บร็อคโคลี่

    บร็อคโคลีมีแคโรทีนอยด์ และลูทีน ช่วยบำรุงดวงตา สายตาให้ดีขึ้น แถมยังช่วยป้องกันไม่ให้ดวงตาของเราเป็นโรคต้อกระจก และป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ บร็อคโคลี่ 100 g ให้โพแทสเซียม 316 mg

  • กะหล่ำดอก

    เป็นผักอีกชนิดที่มีวิตามินซีสูง และมีกรดทาร์ทาริก ช่วยยับยั้งกระบวนการเปลี่ยนแป้งและน้ำตาลให้กลายเป็นไชมันส่วนเกิน กะหล่ำดอก 100 g ให้โพแทสเซียม 299 mg

  • มะเขือเทศ

    ช่วยในเรื่องผิวสวย เพราะมะเขือเทศมีสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง ไลโคปีน แต่การที่จะได้รับไลโคปีนอย่างเต็มที่นั้น ต้องให้มะเขือเทศโดนความร้อนก่อน ถึงจะแยกไลโคปีนออกมาให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ง่ายขึ้น มะเขือเทศ 100 g ให้โพแทสเซียม 237 mg

  • ซูกินี

    เป็นผักคล้ายๆ แตงกวา แคลอรี่ต่ำและไม่มีไขมัน เหมาะกับคนที่อยากควบคุมน้ำหนัก วิตามินบีในซูกินียังช่วยให้การเผาผลาญน้ำตาลเป็นไปอย่างปกติ ซูกินี 100 g ให้โพแทสเซียม 261 mg