เรื่อง

บอกลาห่วงยางที่เอวด้วยการออกกำลังกาย

บอกลาห่วงยางที่เอวด้วยการออกกำลังกาย

เราเชื่อว่าผู้หญิงส่วนใหญ่นั้นมีปัญหาเรื่องพุงที่ยื่นออกมา ซึ่งไม่ใช่แค่คนเจ้าเนื้อเท่านั้น แต่สาวตัวเล็กหรือสาวที่รูปร่างผอมบางก็เจอปัญหานี้ได้ โดยสาเหตุหลัก ๆ ของไขมันสะสมที่ด้านข้างเอวของเรานั้นเกิดจากการทานที่ไม่ดี ที่ทานอาหารขยะและการดื่มแอลกอฮอล์บ่อย ๆ นอกจากนี้ฮอร์โมนของผู้หญิงก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้เรามีห่วงยางได้เช่นตอนก่อนมีประจำเดือน เป็นต้น ซึ่งการบอกลาห่วงยางนั้นก็ง่ายแสนง่าย ก็คือ การออกกำลังกาย โดยในวันนี้เรามีท่าออกกำลังกายลดห่วงยางมาฝากสาว ๆ กัน ถ้าพร้อมแล้วก็มาดูกันเลย

Bicycle Crunch

ท่านี้จะช่วยลดรอบเอว และลดไขมันต้านข้างได้ดีมาก ๆ ทำเพียงแค่ 3 – 4 สัปดาห์ก็เริ่มเห็นผลแล้ว โดยให้เริ่มต้นด้วยการนอนราบไปกับพื้น เอามือรองที่หัวด้านหลัง จากนั้นทำการบริหารด้วยการสลับขางอเข่าและเหยียดตรงเหมือนกำลังปั่นจักรยานอากาศ ซึ่งขณะที่งอเข่าเข้าหาลำตัวให้บิดตัวให้ข้อศอกด้านตรงข้ามชนกันมากที่สุด ทำแบบนี้ 25 -30 ครั้งแล้วสลับเปลี่ยนข้าง

Plank Crunch

ท่านี้จะเน้นบริหารกล้ามหน้าท้องด้านข้างให้แข็งแรง โดยบางคนเรียกท่านี้ว่า Side Plank เป็นท่าที่แม้ว่าจะไม่ได้ขยับตัวมากมายแต่ทำแล้วมีหอบแน่นอน โดยนอนตะแคงแล้วตั้งศอกขนาดกับลำตัว ยืดขาออก วางขาขนานกัน แขนแนบข้างลำตัว ยืดขาออก วางขาขนานกัน แขนแนบข้างลำตัวเป็นเส้นตรง หลังจากนั้นพับข้อศอกแล้วก้มลงค้างไว้ 2 วินาทีและกลับสู่ตำแหน่งไม้กระดาน ทำครั้งละ 10 – 12 ครั้งต่อเช็ต ทำประมาณ 3 – 5 เช็ต

One Hand Toe Touch

ท่านี้จะช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินที่ท้องส่วนล่างและเอว ทำให้เรามีเอวคอดขึ้นได้ วิธีการออกกำลังกายคือให้นั่งที่พื้น แล้วยืดขาออกไปข้างหน้า หลังจากนั้นให้ก้มตัวลงไปด้านซ้าย นิ้วมือแตะที่ปลายนิ้วเท้า โดยให้แกนลำตัววางตัวเราไปกับต้นขาด้านในค้างไว้ 5 วินาที จากนั้นทำซ้ำทำอย่างน้อยข้างละ 10 ครั้ง แล้วสลับข้างหรือใครมีเวลามากกว่านั้นก็สามารถทำได้เลย สามารถทำตอนดูหนังได้ ทำเพลินแป๊ปเดียวผอม

Front Bends

ท่านี้เป็นท่าคลายกล้ามเนื้อเบา ๆ ที่ใครก็สามารถทำได้โดยการโค้งแล้วหมุนตัว จะทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องทำงานได้ดี เป็นการเบิร์นแบบง่าย ๆ เริ่มด้วยการยืนแยกขากว้างกว่าไหล่ ยืดแขนเหยียดออกไปทางด้านข้าง หายใจเข้าและงอร่างกายไปข้างหน้า ใช้นิ้วมือขวาแตะบนนิ้วเท้าซ้ายค้างไว้สัก 5 วินาที แล้วกลับมาอยู่ตำแหน่งเดิม ทำซ้ำอย่างน้อย 10 ครั้ง ทั้งหมด 3 ชุด

Side Squats

ท่านี้ก็คือเอามาจาก Squats นั่นล่ะ เป็นการฟิตส่วนต้นขาและเอว โดยเริ่มจากวางเท้าให้ห่างกันประมาณ 2 ช่วงแขน ปลายเท้าชี้ไปข้างหน้า มือทั้ง 2 ข้างประสานไว้ที่อก จากนั้นทิ้งน้ำหนักตัวไปทางขาฝั่งซ้าย โดยให้ทำท่าเหมือนสควอท หลังจากนั้นให้ดันตัวขึ้นมาโดยใช้แรงจากเท้าของขาข้างซ้าย นับเป็น 1 ครั้งแล้วให้ทำสลับกันกับข้างขวาให้ครบ 15 ครั้ง บอกเลยว่าท่านี้ช่วยเผาผลาญไขมันทั้งเอวทั้งขาเลย

5 วิธีงดของหวานฉบับสาวลงพุง

ลดพุง 5 วิธีงดของหวาน

ลดพุง 5 วิธีงดของหวาน

สำหรับสาว ๆ ที่แม้จะมีรูปร่างที่สวยเพรียวตามที่ใจอยากนั้น แต่ก็ดันมีเจ้าพุงน้อยกลอยใจโผล่ขึ้นมาทักทายกันอยู่ตลอด ถึงแม้ว่าเราจะออกกำลังกายในหน้าท้องของเราแบบเรียบสวยแค่นั้นก็ตาม แต่ถ้าเรายังกินอาหาร บุฟเฟต์ หรือของหวานแบบไม่ยั้งคิดอยู่ละก็ เจ้าพุงน้อยกลอยใจนั้นก็จะมาทักทายเราอยู่เสมอไม่หนีไปไหนแน่นอน ดังนั้นวันนี้เราจะมาบอกวิธีงดของหวานกัน ฟังไม่ผิดหรอก งดจ้ะไม่ใช่ลด เพราะถ้าลดมันก็จะอยากกินอยู่เรื่อย ๆ และมันก็จะกลับมากินหนักเหมือนเดิม โดยจะมีวิธีไหนบ้างนั้นไปดูกันเลย

5 วิธีงดของหวานฉบับสาวลงพุง

ดื่มน้ำเปล่าเมื่ออยากทานของหวาน

แน่นอนว่าช่วงที่เรางดแรก ๆ นั้นมักจะมีอาการอยากกินอยู่เรื่อย ๆ หรือไม่บางคนก็ติดนิสัยที่แบบทานอาหารหลักต้องทานของหวานต่อเป็นการตบท้ายไม่ว่าจะของหวานเล็ก ๆ อย่างขนมกรุบกรอบ หวานเย็น หรือไปถึงขั้นจัดเต็มอย่างเค้ก แพนเค้ก ให้สมกับสำนวนที่ว่า กินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่ บางคนดีหน่อยเลือกทานผลไม้ แต่ผลไม้ทานนั้นกลับเป็นผลไม้ที่ทำให้อ้วนได้ง่าย ๆ อย่างทุเรียน เพราะฉะนั้นอย่าตามใจปากมากเกินไป เพราะมันไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่สำหรับคนรักสุขภาพ หากเกิดหิวหรืออยากทานของหวานขึ้นมาแนะนำให้ดื่มเปล่าแทน จิบไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็อิ่มเอง อีกทั้งน้ำเปล่ายังช่วยให้ผิวพรรณดูสดใสขึ้นด้วยนะ

ทานผลไม้ที่ไม่หวานมาก

ผลไม้นั้นก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีสำหรับการงดของหวาน โดยสามารถทานต่อจากอาหารมื้อหลักหรือเมื่อรู้สึกอยากทานของหวานได้ แต่เดี๋ยวก่อนใช่ว่าจะสามารถทานผลไม้ได้ทุกอย่างนะ เราจะต้องเลือกทานแค่ผลไม้ที่มีรสหวานอมเปริ้ยว หรือเปรี้ยวไปเลย เช่น กีวี่ ฝรั่ง สตรอเบอร์รี่ กล้วยน้ำว้าแบบที่ไม่งอมจัดเป็นต้น แต่ต้องทานในปริมาณที่พอดี อย่าทานมากจนเกินไป เพราะไม่อย่างนั้นเราจะได้รับน้ำตาลจากผลไม้มากเกินไป เดี๋ยวก็อ้วนเห็นพุงน้อยกลอยใจอีก

น้ำผึ้งช่วยได้

หลายคนคงสงสัยว่าทำไมต้องน้ำผึ้ง เพราะน้ำผึ้งนั้นก็หวานและยังเป็นส่วนประกอบของของหวานหลายอย่างอีก แต่ฟังกันก่อนนะเพราะน้ำผึ้งในที่นี้เราจะเอามาดื่มแทนน้ำหวาน ไมโล หรือน้ำผลไม้ต่าง ๆ ที่มีรสชาติหวานนั่นเอง โดยการนำน้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชา ชงกับน้ำอุ่น 1 แก้วใหญ่แล้วดื่มเข้าไปก็จะทำให้เราไม่อยากที่จะทานของหวานอีกแล้วเพราะ เมื่อเราทานน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่มนั้นจะทำให้เรารู้สึกว่าเราได้รับของหวานไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปแสวงหาขนมอย่างมาทานนั่นเอง

 

มีมื้อตอบแทนตัวเอง

ใช่ว่าเราจะหักดิบแบบไม่กินของหวานไปได้เลย ของแบบนี้มันต้องใช้เวลา โดยเฉพาะของที่หลายคนโปรดปรานอย่างของหวาน จะให้เลิกกินไปเลยคงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นเราควรที่จะมีมื้อตอบแทนตัวเองอาทิตย์ละ 1 ครั้งที่เราสามารถจะปลดปล่อยอยากกินอะไรก็กิน แต่ก็ต้องทานอย่างพอดีนะ ไม่ใช่สุดสัปดาห์ปุบ จัดไปเลยปาร์ตี้หมูกระทะชาบู หรือปาร์ตี้ของหวาน ถ้าทานอย่างงั้นที่ทำมาตลอดทั้งอาทิตย์สูญเปล่าอย่างแน่นอน

 

บริหารร่างกายทุกวัน

กำลังกายเกี่ยวอะไรกับการงดของหวาน จะว่าเกี่ยวทางตรงก็ไม่ใช่ เรียกว่าเกี่ยวแบบทางอ้อมจะดีกว่าเพราะการที่เราออกกำลังกายแล้วเหนื่อยมาก ๆ นั้น จะทำให้เราไม่อยากที่จะทานของหวานเพราะรู้สึกเสียดายเวลาและความเหนื่อยที่เราออกกำลังกายไป และยิ่งเห็นผลของการออกกำลังมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้เราไม่อยากทานของหวานมากเท่านั้นเพราะไม่อยากกลับไปมีหุ่นก่อนหน้าเริ่มออกกำลังกายอีก

เป็นอย่างไรกันบ้างกับวิธีที่แนะนำไป ถ้าสาว ๆ เกิดสนใจอยากที่จะงดของหวานเพื่อบอกลาไขมันและเจ้าพุงน้อย ๆ นั้น ก็สามารถนำวิธีต่าง ๆ ไปปรับใช้ตามแบบฉบับของสาว ๆ เองได้เลย รับรองว่าไม่มีเจ้าพุงน้อยกลอยใจมาเยือนสาว ๆ อีกอย่างแน่นอน

ทริคการลดน้ำหนักแบบไม่ต้องไดเอท-กินดีอยู

ลดน้ำหนักแบบไม่ต้องไดเอท

ลดน้ำหนักแบบไม่ต้องไดเอท

กินดีอยู่ดี แถมมีประโยชน์ต่อสุขภาพ

                สาวๆ คนไหนที่กำลังลดความอ้วน ควบคุมอาหารหรือหักโหมออกกำลังกาย เพื่อให้ได้หุ่นสวย เพรียวอยู่ล่ะก็ วันนี้เรามีขอเสนออีกแนวทางที่เป็นตัวช่วยให้สาวๆ ที่อยากหุ่นสวย สุขภาพดี ตามฉบับของสาวสายเฮท์ตี้ โดยการปรับเปลี่ยนวิธีการกินเพียงเล็กน้อย พร้อมกับออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วย อยากรู้ใช่ไหมล่ว่าทริดการกิยแบบสวยๆ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย ลดน้ำหนักแบบไม่ต้องไดเอท

ทริคการลดน้ำหนักแบบไม่ต้องไดเอท-กินดีอยู1. กินอาหารว่างบ่อยๆ

                ใช่แล้วสาวๆ อ่านไม่ผิดแน่ การกินอาหารว่างบ่อยๆ ในทุก 3-4 ชั่วโมง จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วและลดการกินจุบจิบลงได้ แต่การกินอาหารว่างที่ว่า จะต้องเป็นอาหารที่มีแคลลอรี่ไม่เกิน 150-200 แคลลอรี่เท่านั้น และควรที่จะเน้นไปทางอาหารที่มีโปรตีนกับเส้นใยอาหารสูง

2. กาแฟดำช่วยได้

                มีสาวๆ หลายคนคิดว่าการดื่มกาแฟมักจะทำให้อ้วน แต่ความจริงแล้วการดื่มกาแฟดำนั้น จะช่วยลดความอ้วนได้ดี เพราะกาแฟดำจะช่วยละลลายไขมันไม่ให้จับกันเป็นก้อน ทั้งยังสามารถทดแทนพลังงานได้อีกด้วย ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดื่มการกาแฟดำคือ ช่วงหลังมื้ออาหาร แต่ต้องเป็นกาแฟดำที่ไม่มีน้ำเท่านั้น

3. เปลี่ยนอาหารเช้าให้ดีกว่าเดิม

                เพราะมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญ สาวๆ จึงต้องกินมื้อเช้าเป็นประจำและกินให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วนบางคนกินมื้อเช้าเพียงแค่กาแฟหนึ่งถ้วย แซนวิชหนึ่งชิ้นหรือข้าวเหนียวหมูปิ้ง แม้อาหารเหล่านี้มีความรวดเร็วทันใจ แต่ว่ามันไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายเลยสักนิด

ดังนั้นสาวๆ ลองหันมากินอาหารเช้าแบบเต็มที่ แล้วปรับเปลี่ยนเมนูอาหารเหล่านั้นดู อาจจะเปลี่ยนเป็นสลัดผักหรือผลไม้ เต้าฮวยฟรุ้ตสลัด ซีเรียลธัญพืช เป็นต้น

4. ผักและผลไม้ กินเข้าไปเยอะ

                ผักและผลไม้เป็นที่สุดของการลดความอ้วนเลยก็ว่าได้ ไม่มีสาวคนไหนที่ไม่กินผักและผลไม้ แล้วจะมีหุ่นสวย สุขภาพดีได้หรอก แนะนำว่าให้สาวๆ กินเข้าไปเลย กินเยอะๆ ถึงแม้ว่ารสชาติของมันจะไม่อร่อยเท่ากับพิซซ่า ขนมเค้ก แต่รับรองว่ามีประโยชน์มากมายมหาศาล แค่ลองเปลี่ยนจากข้าวกระเพราหมู เป็นข้าวราดผัดดูบ้าง ปรับไปทีละนิดเชื่อว่ามันต้องได้ผลอย่างแน่นอน

5. กินผักและผลไม้ให้ครบทุกสี

                ถ้าสาวๆ กินผักและผลไม้ชนิดเดียวกัน บ่อยๆ ซ้ำๆ มันก็คงจะไม่ค่อยเกิดประโยชน์หรอกนะ การที่จะมีร่างกายที่แข็งแรง บวกกับหุ่นที่ดีได้นั้น สาวๆ จะต้องกินผักและผลไม้ให้ครบ 5 สี ทุกชนิดให้ได้ สีที่ว่าก็คือ สีเขียว สีแดง สีม่วง มีเหลืองหรือสีส้ม และสีขาว เพราะผักและผลไม้แต่ละมีนั้นมีประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นสาวๆ ต้องกินให้ครบทุกสี เพื่อให้ร่างกายขับสารพิษ มีสุขภาพที่ดีไปตลอด

6. อาหารทะเลก็มีประโยชน์

                อาหารทะเล ปลาหมึก กุ้ง หอย ปู เป็นอาหารที่อร่อยมีไขมันต่ำ แต่เป็นอาหารทะเลที่มีคอลเลสเตอรอลสูงทั้งสิ้น แต่ต้องกินแบบมีลิมิต พอเพมาะพวอควรและไม่กินบ่อยจนเกินไป ส่วนปลาทะเลนั้นเป็นข้อยกเว้น กินได้แบบไม่ไม่ต้องกลัวอ้วน เพราะมีไขมันน้อนกว่าเนื้อหมู เนื้อไก่และเนื้อวัว แถมยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย สาวๆ ควรกินปลาทะเลสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อสุขภาพที่ดี

7. นม เนยและชีส

                นม เนยและชีสเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีโปรตีนและแคลเซียมสูง มีประโยชน์มาก แต่สาวๆ เชื่อหรือไม่ว่านม เนยและชีสสามารถลดความอ้วนได้และเผาผลาญไขมันออกได้ แต่จะต้องเป็นนม เนยและชีสชนิดที่มีไขมันต่ำ ปริมาณการกินต่อวันไม่ควรเกิน 1 กรัม แต่ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้กินแค่สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็พอแล้ว

8. ลองกินเผ็ดเพิ่มอีกนิดหน่อย

                การกินเผ็ดจะทำให้รูกสึกแสบร้อน นั่นแหละจะช่วยลดความอ้วนได้เหมือนกัน ซึ่งมีการวิจัยว่าการกินเผ็ดช่วยลดไขมันได้ ทำได้ด้วยการเพิ่มพริกป่น เครื่องเทศหรือซอสเผ็ดลงในอาหารแคลลอเรี่ต่ำประมาณ 1 ช้อนชา เท่านี้ก็จะช่วยให้สาวๆ รู้สึกอิ่มง่านขึ้นแถมทั้งยังช่วยเผาผลาญแคลลอรี่ได้ดีกว่าการกินอาหารทั่วไป

9. หุ่นสวยด้วย โฮลเกรน

                โฮลเกรนหรือธัญพืช มีประโยชน์มากมายแถมยังช่วยให้สาวๆ มีหุ่มสวยได้แบบเฮลท์ตี้ หากินได้ง่านๆๆ ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นขนมปังโฮลวีต กราโนล่า ข้าวกล้อง ข้าวโพด เป็นต้น กินได้เต็มที่ไม่ต้องกลัวหุ่นเสีย จะกินเป็นอาหารหลักหรืออาหารว่างก็ได้หมด แถมยังมีสารอาหารที่ครบถ้วน ประโยชน์ต่อสุขภาพเต็มๆ