เรื่อง

อัพผิวสวยใสด้วยท่าโยคะ P.2

อัพผิวสวยใสด้วยท่าโยคะ P.2

เรากลับมาแล้วจ้าสาว ๆ ทุกคน หลังจากที่คราวที่แล้วเราได้แนะนำท่าโยคะกันไปแล้วประมาณ 3 – 4 ท่า แต่เหมือนว่าสาว ๆ จะยังไม่จุใจกันเท่าไหร่เลย วันนี้เราเลยจะมาแนะนำท่าโยคะที่ช่วยเรื่องผิวพรรณกันอีกประมาณ 3 ท่า ถ้าพร้อมแล้วก็ปูแผ่นโยคะรอกันเลย

ท่า Trikonasana

ท่านี้เป็นอีกท่าที่ทำตามได้ง่ายมาก แถมยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของเราเยอะแยะไปหมด ท่านี้จะช่วยทำให้กระดูกสันหลังยืดหยุ่น ช่วยเสริมสร้างต้นขา นอกจากนี้ยังช่วยให้ทรวงอกขยายเต็มที่บรรเทาอาการปวดหลัง ทำให้อวัยวะในช่องท้องและกล้ามเนื้อสะโพกแข็ง แถมยังช่วยปรับสภาพผิวให้ดีขึ้นด้วย

How To

  • ยืนแยกเท้าห่างกัน ยกแขนทั้งสองข้างออกด้านข้างเสมอหัวไหล่
  • โน้มลำตัวไปทางด้านขวา วางมือขวาใกล้เท้าขวาห แขนซ้ายเหยียดขึ้นเป็นเส้นตรงกับแขนขวา หันฝ่ามือซ้ายออกมาด้านหน้า หันศีรษะมองฝ่ามือซ้าย
  • ค้างท่า 20 – 30 วินาที ด้วยลมหายใจปกติ
  • ค่อย ๆ คืนท่ายกแขนขนานพื้น ลดแขนลง ทำซ้ำโดยสลับข้าง

ท่า Pavanamuktasana

ท่านี้สามารถกอดเข่าได้ทั้งแบบ ทีละข้างหรือทีเดียวสองข้างเลยก็ได้ เอาที่สะดวกเลยจ้า ท่านี้จะช่วยเพิ่มกำลังและปรับกล้ามเนื้อที่ขา แถมยังมีผลสำคัญกับระบบย่อยอาหาร ซึ่งถ้าเราขับถ่ายปกติ ผลดีมันเกิดขึ้นแน่นอนทั้งต่อสุขภาพกายและสุขภาพผิว

How To

  • นอนยืดตัวตรง เท้าชิด วางแขนแนบลำตัว จากนั้นหายใจเข้า
  • ยกเข่าขวาขึ้นหรือจะยกเข่าขึ้งสองข้างขึ้นก็ได้ ยกขึ้นมาชิดที่บริเวณอกพร้อมกับหายใจออก
  • ใช้แขนกอดขาไว้ แล้วกดบริเวณต้นขาลงที่ท้อง
  • ปล่อยมือออกแล้วค่อย ๆ กลับสู่ท่าปกติ ใครที่ทำทีละข้างให้เปลี่ยนไปทำแบบเดิมในขาอีกข้างนึง

ท่า Ustrasana

เรียกอรกชื่อหนึ่งก็คือ ท่าอูฐ ท่านี้จะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ การไหลเวียนเลือดและระบบทางเดินหายใจ ทั้งยังช่วยกระชับกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย ขจัดไขมันบริเวณอก คอ หน้าท้อง ต้นขา ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลไม่ได้ช่วยแค่เรื่องหุ่นสวย แต่ยังช่วยในเรื่องของผิวสวยด้วย เพราะท่าโยคะท่านี้จะช่วยให้ปอดของเรารับออกซิเจนได้มากขึ้น จึงส่งผลให้ผิวของเรามีสุขภาพดีไปด้วยโดยปริยาย

How To

  • เริ่มจากนั่งตั้งเข่า แยกเข่ากว้างพอประมาณ ปลายเท้าชิด ตั้งเท้า หลังตรงมองตรงไปข้างหน้า
  • หายใจเข้า เหยียดแขนไปด้านหน้า หายใจออก วาดมือทั้งสองจับส้นเท้าด้านหลังและหายใจเข้า
  • หายใจออก ยกสะโพกดันสูง แอ่นอก ไม่หลับตา ไม่อ้าปาก สติอยู่ที่ลมหายใจ เข้าลึก ออกยาว ผ่อนคลาย ค้างไว้สักครู่
  • เสร็จแล้วหายใจเข้า ยกลำตัวและแขนกลับที่เดิม หายใจออก ลดมือลงแล้วพัก

แหล่งที่มา : sistacafe.com

อัพผิวสวยใสด้วยท่าโยคะ P.1

อัพผิวสวยใสด้วยท่าโยคะ P.1

การเล่นโยคะนั้นไม่ได้มีดีแค่ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังช่วยทำให้สุขภาพผิวดีขึ้นอีกด้วยนะรู้หรือป่าว ละยิ่งช่วงนี้ที่ออกไปไหนแต่ละทีก็กลัวติดเชื้อ หรือบางคนกำลังกักตัวต้องติดอยู่บ้านแบบเหงา ๆ แล้วไม่รู้จะทำอะไรดี เรามาโยคะกันดีกว่านะ โดยในวันนี้เราได้รวบรวมท่าโยคะ เพื่อผิวสวยสุขภาพดีมาฝากกัน ว่าแต่จะมีท่าไหนบ้างนั้นก็ไปดูกันเลย

ท่า Matsyasana

ท่า Matsyasana หรือ ท่าปลา ท่านี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกสันหลัง ทั้งยังช่วยกระตุ้นในระบบหายใจทำงานได้อย่างสมบูรณ์ แถมท่านี้ยังช่วยปรับสมดุลภายในหน้าใส ลดริ้วรอยบริเวณคาง หน้าผากได้

How To

  • เริ่มจากนอนหงาย หลังราบพื้น
  • ซ่อนแขนใต้ตัว ฝ่ามือคล้ำใต้สะโพก พยายามให้ศอกชิดกันให้มากที่สุด เพื่อให้ไหล่ – อกเปิด
  • ใช้ศอกดันพื้น ยกตัวขึ้นมาในท่ากึ่งนั่ง กึ่งนอน โดยให้สะโพก แขนท่อนล่าง ข้อศอก เป็นฐานรับน้ำหนักตัว สายตามแงปลายเท้า
  • เสร็จแล้วเงยหน้า วางกลางกระหม่อมแตะพื้น จะหลับตา หรือลืมตาก็ได้ แต่ถ้าลืมตาระวังอาการย่นหน้าผาก

ท่า Kapalbhati

ท่า Kapalbhati หรือท่าสุขะสนะ ก็เป็นท่านั่งสมาธิทั่ว ๆ ไป แต่รู้มั้ยว่า ท่าโยคะท่านี้ไม่ได้มีดีแค่ช่วยให้จิตใจสงบ แต่ยังสามารถช่วยชะล้างสารพิษที่ตกข้างในร่างกายของเราให้ออกไปได้ด้วย ก็จะช่วยทำให้เรารู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า ทั้งยังช่วยทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น ปัญหาผิวต่าง ๆ ที่เคยมีดูลดลง

How To

  • เริ่มจากนั่งขัดสมาธิกับพื้น แล้วหงายมือสองข้างบนเข่า จะจับเข่าไว้ หรือพนมมือไว้ก็ได้ เอาที่สะดวก
  • หายใจเข้า – ออกลึก ๆ อย่างสม่ำเสมอ กำหนดลมหายใจเข้าและออกสัมพันธ์กัน ทำอย่างน้อย 5 ครั้ง

ท่า Janu Sirsasana

ท่า Janu Sirsasana ท่านี้เป็นท่าที่จะช่วยยืดกล้ามเนื้อหน้าท้อง หลังและขา ทั้งยังช่วยลดอาการของวัยทอง ช่วยระบบย่อยอาหาร ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน ปวดศีรษะ นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของผิวพรรณ โดยช่วยขจัดปัญหาเรื่องสิวให้หมดไปโดยไม่ต้องพึ่งยาอีกด้วย

How To

  • นั่งบนพื้น ให้เท้าทั้งสองข้างเหยียดตรง หลังตรง ศีรษะตั้งตรง
  • งอเข่าขวา นำส้นเท้าชิดบริเวณหัวเหน่า ฝ่าเท้าขวาแตะต้านในของต้นขาซ้าย
  • ยกมือขึ้นเหยียดตรงไปข้างหน้า หายใจเข้าพร้อมกับยกมือเหนือศีรษะ
  • หายใจออกช้า ๆ พร้อมกับก้มตัวลง ให้อกแนบต้นขา มือจับนิ้วเท้าซ้าย ค้างไว้จนกระทั้งจะเริ่มหายใจเข้า ให้ยกตัวกลับไปสู่ท่าเริ่มต้นแล้วเปลี่ยนสลับเท้า

ท่า Chakrasana

ท่า Chakrasana หรือท่ากงล้อ ก็เป็นอีกหนึ่งท่า ที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดีในชื่อ ท่าสะพานโค้ง ท่านี้สามารถช่วยเพิ่มพลังงานและความแข็งแรงให้กับปอดและทรวงอก และช่วยเร่งการขับสารพิษออกจากร่างกาย ถือว่าเป้นผลดีต่อสุขภาพและผิว

How To

  • นอนหงายให้หลังแนบพื้น ชันเข่าขึ้น แยกเท้าห่างเท่ากับความกว้างของสะโพก แขนวางแนบลำตัว
  • ค่อย ๆ ยกสะโพกขึ้นจนก้นกบอยู่ระนาบเดียวกับหัวเข่า
  • ยกหน้าอกให้อยู่เหนือไหล่ หายใจเข้าแล้วกลั้นหายใจไว้ครู่หนึ่ง แล้วค่อยผ่อนลมหายใจออก
  • กลับเข้าสู่ท่าผ่อนคลาย

แหล่งที่มา : sistacafe.com

ออกกำลังกายที่บ้านนั้นดีอย่างไร

ออกกำลังกายที่บ้านนั้นดีอย่างไร

สาว ๆ คนไหนชอบออกกำลังกายหรือกำลังจะอยากออกกำลังกายบ้าง ซึ่งอย่างที่สาว ๆ รู้กันว่าเวลาออกกำลังกายนั้นเราจะต้องไปเข้าฟิตเนสหรือยิมกันใช่ไหมล่ะ แต่ก็มีบางทีหรือบางคนก็อยากจะออกกำลังกายที่บ้านบ้าง แล้วปัญหาต่าง ๆ เช่นเวลากว่าจะเลิกงาน กว่าจะไปถึงฟิตเนสและกว่าจะถึงบ้านอีก ดังนั้นเราควรมาออกกำลังกายกันที่บ้านกันดีกว่าสำหรับคนที่ไม่มีเวลา โดยเราจะมาบอกข้อดีของการออกกำลังกายที่บ้านมาฝากสาว ๆ กัน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

ประหยัดเงิน

เหตุผลแรกที่อยากสนับสนุนเป็นอย่างยิ่งคือการออกกำลังกายที่บ้านนั้นสุดแสนจะประหยัดเงินไงล่ะ ลองคิดดูสิ เราแค่ลงทุนซื้อเสื่อโยคะหนึ่งฝืน จากนั้นก็ออกกำลังกายประเภทต่าง ๆ โดยไม่ต้องเสียเงินค่าเข้าฟิตเนสกันเลย เหมาะสมกับสาว ๆ ที่อยากออกกำลังกาย แบบไม่ต้องลงทุนมากเกินไป เพราะบางครั้งเราก็ไม่เข้าฟิตเนสบ่อยขนาดจะต้องเสียเงินเป็นพันเป็นหมื่น

ประหยัดเวลา

นอกจากจะประหยัดเงินแล้ว ยังประหยัดเวลาอีกด้วย เพราะกว่าเรานั้นจะขับรถ ขี่มอเตอร์ไซต์เพื่อไปฟิตเนส แต่ก็จะต้องเผชิญกับรถติดซึ่งทำให้เรานั้นเปลืองเวลามากไปอีก บางทีเราแค่จะไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสแค่ 1 ชั่วโมง แต่เสียเวลาอยู่บนรถเพราะรถติดไป 2 ชั่วโมงมันแย่มากเลยนะ มันทำให้เราหมดอารมณ์ในการออกกำลังกายไปด้วย

ใส่อะไรก็ได้

เมื่อเราออกกำลังกายที่บ้านนั้น เราจะใส่อะไรก็ได้จริงไหม เนื่องจากไม่มีใครมาดูเราหรอก ในขณะเดียวกันเมื่อเราออกกำลังกายที่ฟิตเนสหรือยิม ทำให้เรานั้นต้องรักษาลุคของเราให้ดูดีอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นออกกำลังกายที่บ้านนั้นชุดออกกำลังกายจะใส่ยังไงก็ได้ จะใส่เสื้อย้วย ๆ กับกางเกงขาสั้นก็ได้ แต่ถ้าไปฟิตเนสนั้นชุดจะต้องเป๊ะตลอดเวลา

โฟกัสกับการออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่

ข้อดีของการออกกำลังกายที่บ้านนั้นคือเราสามารถโฟกัสกับการออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ หรือยิ่งอยู่หอพักคนเดียวนั้นจะไม่มีใครมารบกวนได้เลย สามารถออกกำลังกายได้แบบชิลล์ ๆ แต่ในขณะที่ไม่ออกกำลังกายที่ฟิตเนสนั้น บางทีก็เจอคนรู้จัก ก็จะต้องทักทายพูดคุยกันมากกว่า แทนที่จะได้ออกกำลังกายแบบเต็มประสิทธิภาพ

ออกเวลาไหนก็ได้

ในขณะที่การออกกำลังกายที่ฟิตเนสนั้น เราจะต้องรีบออกจากที่เรียนหรือที่ทำงานเพื่อให้ไปถึงฟิตเนส แต่ถ้าหากเราออกกำลังที่บ้านนั้น เราสามารถออกตอนไหนก็ได้ จะทำการบ้าน ทำรายงาน ดูซีรีย์ คุยกับเพื่อน คุยกับพ่อแม่ก่อนแล้วค่อยออกก็ได้เพราะฟิตเนสนั้นก็คือบ้านของตัวเอง

ฟังเพลงดังแค่ไหนก็ได้

สำหรับสาว ๆ ที่ชอบฟังเพลงในขณะที่ออกกำลังกายนั้น จะรู้ว่าเวลาไปฟิตเนสเราจะต้องใส่หูฟัง แถมหูฟังก็ต้องเลือกคุณภาพดี ๆ ที่กันน้ำกันเหงื่อได้ แต่ถ้าหากออกกำลังกายที่บ้าน เราสามารถเปิดเพลงจากโทรศัพท์มือถือใส่ลำพังได้แบบไม่ต้องเกรงใจใครเลย

ไม่ต้องเผชิญกับเชื้อโรค

ที่ไหนก็ตามที่มีคนรวมตัวกันเยอะ ๆ เราก็รู้อยู่นะว่าอาจจะมีเชื้อโรคกระจายอยู่ในอากาศได้นั่นเอง ดังนั้นเราเลยอยากจะสนับสนุนสำหรับสาว ๆ ที่ไม่อยากติดโรคอะไรจากฟิตเนส ให้หันมาออกกำลังกายที่บ้านกันดีกว่า เพราะการออกกำลังกายที่บ้านโดยไม่ต้องเสี่ยงกับเชื้อโรคอะไรนั่นเอง

ท่าบริหารลดน่องฉบับง่าย ๆ

ท่าบริหารลดน่องฉบับง่าย ๆ

ไหนสาว ๆ ลองสังเกตบริเวณขาของเรากันหน่อยว่ามีน่องป่อง ๆ ปูด ๆ จนทำให้ขาดูใหญ่บ้างรึเปล่า ถึงแม้ว่าสาว ๆ จะเป็นคนตัวเล็ก หุ่นผอมบาง ช่วงบนสมส่วนก็จริง แต่ถ้าน่องบวมใหญ่จนเด่นกว่าส่วนอื่น ๆ ก็อาจะทำให้หุ่นดูตันได้เหมือนกันนะ เพื่อแก้ปัญหานั้นวันนี้เราได้รวบรวมเอาท่าบริหารลดน่องฉบับง่าย ๆ มาฝากกกัน ซึ่งจะมีท่าอะไรบ้างนั้นก็ไปดูกันเลย

คลายกล้ามเนื้อน่องด้วย Foam Roller

ท่านี้ต้องเพิ่มตัวช่วยนิดหน่อย โดยให้เตรียม Foam Roller เข้ามาใช้เป็นอุปกรณ์เสริม

วิธีทำ

  • นั่งลงบนพื้นโดยยืดปลายเท้าตรงไปด้านหน้า ส่วนฝ่ามือทั้งสองข้างวางแนบพื้นไว้ด้านหลังลำตัวห
  • วาสงขาทั้งสองข้างไว้บนโฟมโรลเลอร์ ไขว้ขาซ้ายไว้บนขาขวา พยายามยืดเข่าให้ตึง ห้ามงอเข่าเด็ดขาด
  • ค่อย ๆ ออกแรงยกก้นขึ้นจากพื้น แล้วดันตัวไปด้านหน้าเพื่อให้โฟมเลื่อนขึ้นมาหาหัวเข่า
  • ดันลำตัวไปด้านหน้าและด้านหลังสลับกันไปประมาณ 1 นาที แล้วสลับไปทำแบบเดียวกันกับขาอีกข้าง โดยทำให้ครบข้างละ 3 เซ็ต

ท่ายืนเขย่งปลายเท้า

การยืนเขย่งปลายเท้าก็สามารถช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อบริเวณน่อง ไปพร้อม ๆ กับการสลายไขมันที่สะสมอยู่ตรงน่องได้เหมือนกัน

วิธีทำ

  • เริ่มต้นก็ให้ตัวตรง ปลายเท้าชิดกัน หัวเข่าทั้งสองข้างยืดให้ตรง ไม่ต้องงอเข่า
  • ใช้มือทั้งสองข้างถือดัมเบลไว้ข้างละ 1 อันแขนแนบลำตัว ส่วนบริเวณหลังและหัวไหล่ยืดให้ตรง
  • ค่อย ๆ ออกแรงเขย่งปลายเท้าขึ้นด้านบนให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ค้างเอาไว้ประมาณ 10 นาที
  • เสร็จแล้วให้ลดระดับปลายเท้ากลับมาอยู่ในท่าเริ่มต้น แล้วเขย่งปลายเท้าขึ้นลงให้ครบ 15 นาที

ท่าหมุนข้อเท้า

วิธีทำ

  • ยืนตรง แยกเท้าออกจากกัน มือทั้งสองข้างวางแนบลำตัวเอาไว้ หรือถ้าเลือกทำท่าบริหารนี้ในท่านั่งให้นั่งลงบนเก้าอี้ ยืดหลังตรง เอาแขนไว้ข้างลำตัวและใช้มือจับขอบเก้าอี้ได้เลย
  • ค่อย ๆ ยกเท้าซ้ายขึ้นด้านบนให้ห่างจากพื้นค้างไว้ แล้วเริ่มหมุนข้อเท้าเข้าด้านในก่อน 1 รอบ แล้วค่อยหมุนข้อเท้าออกด้านนอกอีก 1 รอบ ทำหมุนข้อเท้าเข้า – ออกสลับกันจนครบ 10 รอบ
  • ลดระดับเท้าลงมือวางไว้บนพื้นในท่าเริ่มต้น แล้วสลับไปทำแบบเดียวกันกับเท้าขวา
  • ถ้าอยากจะลดน่องให้เรียวลงแบบด่วนจี้ ก็ให้ทำท่าหมุนข้อเท้าข้างละ 10 ครั้งให้ครบ 3 เซ็ต

แหล่งที่มา : sistacafe.com

บอกลาห่วงยางที่เอวด้วยการออกกำลังกาย

บอกลาห่วงยางที่เอวด้วยการออกกำลังกาย

เราเชื่อว่าผู้หญิงส่วนใหญ่นั้นมีปัญหาเรื่องพุงที่ยื่นออกมา ซึ่งไม่ใช่แค่คนเจ้าเนื้อเท่านั้น แต่สาวตัวเล็กหรือสาวที่รูปร่างผอมบางก็เจอปัญหานี้ได้ โดยสาเหตุหลัก ๆ ของไขมันสะสมที่ด้านข้างเอวของเรานั้นเกิดจากการทานที่ไม่ดี ที่ทานอาหารขยะและการดื่มแอลกอฮอล์บ่อย ๆ นอกจากนี้ฮอร์โมนของผู้หญิงก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้เรามีห่วงยางได้เช่นตอนก่อนมีประจำเดือน เป็นต้น ซึ่งการบอกลาห่วงยางนั้นก็ง่ายแสนง่าย ก็คือ การออกกำลังกาย โดยในวันนี้เรามีท่าออกกำลังกายลดห่วงยางมาฝากสาว ๆ กัน ถ้าพร้อมแล้วก็มาดูกันเลย

Bicycle Crunch

ท่านี้จะช่วยลดรอบเอว และลดไขมันต้านข้างได้ดีมาก ๆ ทำเพียงแค่ 3 – 4 สัปดาห์ก็เริ่มเห็นผลแล้ว โดยให้เริ่มต้นด้วยการนอนราบไปกับพื้น เอามือรองที่หัวด้านหลัง จากนั้นทำการบริหารด้วยการสลับขางอเข่าและเหยียดตรงเหมือนกำลังปั่นจักรยานอากาศ ซึ่งขณะที่งอเข่าเข้าหาลำตัวให้บิดตัวให้ข้อศอกด้านตรงข้ามชนกันมากที่สุด ทำแบบนี้ 25 -30 ครั้งแล้วสลับเปลี่ยนข้าง

Plank Crunch

ท่านี้จะเน้นบริหารกล้ามหน้าท้องด้านข้างให้แข็งแรง โดยบางคนเรียกท่านี้ว่า Side Plank เป็นท่าที่แม้ว่าจะไม่ได้ขยับตัวมากมายแต่ทำแล้วมีหอบแน่นอน โดยนอนตะแคงแล้วตั้งศอกขนาดกับลำตัว ยืดขาออก วางขาขนานกัน แขนแนบข้างลำตัว ยืดขาออก วางขาขนานกัน แขนแนบข้างลำตัวเป็นเส้นตรง หลังจากนั้นพับข้อศอกแล้วก้มลงค้างไว้ 2 วินาทีและกลับสู่ตำแหน่งไม้กระดาน ทำครั้งละ 10 – 12 ครั้งต่อเช็ต ทำประมาณ 3 – 5 เช็ต

One Hand Toe Touch

ท่านี้จะช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินที่ท้องส่วนล่างและเอว ทำให้เรามีเอวคอดขึ้นได้ วิธีการออกกำลังกายคือให้นั่งที่พื้น แล้วยืดขาออกไปข้างหน้า หลังจากนั้นให้ก้มตัวลงไปด้านซ้าย นิ้วมือแตะที่ปลายนิ้วเท้า โดยให้แกนลำตัววางตัวเราไปกับต้นขาด้านในค้างไว้ 5 วินาที จากนั้นทำซ้ำทำอย่างน้อยข้างละ 10 ครั้ง แล้วสลับข้างหรือใครมีเวลามากกว่านั้นก็สามารถทำได้เลย สามารถทำตอนดูหนังได้ ทำเพลินแป๊ปเดียวผอม

Front Bends

ท่านี้เป็นท่าคลายกล้ามเนื้อเบา ๆ ที่ใครก็สามารถทำได้โดยการโค้งแล้วหมุนตัว จะทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องทำงานได้ดี เป็นการเบิร์นแบบง่าย ๆ เริ่มด้วยการยืนแยกขากว้างกว่าไหล่ ยืดแขนเหยียดออกไปทางด้านข้าง หายใจเข้าและงอร่างกายไปข้างหน้า ใช้นิ้วมือขวาแตะบนนิ้วเท้าซ้ายค้างไว้สัก 5 วินาที แล้วกลับมาอยู่ตำแหน่งเดิม ทำซ้ำอย่างน้อย 10 ครั้ง ทั้งหมด 3 ชุด

Side Squats

ท่านี้ก็คือเอามาจาก Squats นั่นล่ะ เป็นการฟิตส่วนต้นขาและเอว โดยเริ่มจากวางเท้าให้ห่างกันประมาณ 2 ช่วงแขน ปลายเท้าชี้ไปข้างหน้า มือทั้ง 2 ข้างประสานไว้ที่อก จากนั้นทิ้งน้ำหนักตัวไปทางขาฝั่งซ้าย โดยให้ทำท่าเหมือนสควอท หลังจากนั้นให้ดันตัวขึ้นมาโดยใช้แรงจากเท้าของขาข้างซ้าย นับเป็น 1 ครั้งแล้วให้ทำสลับกันกับข้างขวาให้ครบ 15 ครั้ง บอกเลยว่าท่านี้ช่วยเผาผลาญไขมันทั้งเอวทั้งขาเลย

มีหุ่นสุด Sexy ได้ง่าย ๆ แค่ 5 ท่า 3 นาที

หุ่น Sexy ในเวลา 3 นาที

หุ่น Sexy ในเวลา 3 นาที

สาว ๆ ทุกก็ย่อมอยากที่มีรูปร่างที่สวยและเซ็กซี่เพื่อเอาไว้ดึงดูดเพศตรงข้ามกันทั้งนั้น ซึ่งการที่จะได้รูปร่างแบบนั้นเนี่ยมันก็ต้องมาจากการออกกำลังกาย เพราะถ้าผอมแห้ง ๆ มันจะดูแห้งเกินไป มันต้องดูเฟิร์ม ดูเย้ายวน และมีน้ำมีนวลด้วย ดังนั้นใครที่กำลังมองหาท่าออกกำลังกายเพื่อให้รูปร่างที่สุดแสนเซ็กซี่อยู่ล่ะก็ พวกเธอมาถูกกันแล้ว เพราะเรากำลังจะเสนอ 5 ท่าออกกำลังกายที่ไม่ต้องใช้เวลามากมายเพียงแค่ท่าละ 3 นาที ไม่ต้องมีอุปกรณ์ ไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะ แต่บริหารได้ทุกสัดส่วน ถ้าพร้อมแล้วก็จัดไปอย่าให้เสีย

มีหุ่นสุด Sexy ได้ง่าย ๆ แค่ 5 ท่า 3 นาที

  1. ท่ากระชับก้น เป็นท่าที่จะช่วยบริหารเน้นที่สะโพกและบั้นท้ายของเรา แต่ก็สามารถกระชับหน้าท้องและต้นแขนของเราให้เฟิร์มได้อีกด้วย โดยขั้นตอนมีดังนี้
  2. อยู่ในท่าโต๊ะ คุกเข่าลงพื้นปลายนิ้วเท้าชี้ไปด้านหลัง วางท้องแขนรับน้ำหนัก ข้อศอกอยู่ใต้ไหล่
  3. เอียงตัวไปทางซ้าย ยืดแขนขวาตรง ฝ่ามือแตะพื้น ศอกไม่งอ
  4. พร้อมกันนั้นให้ยกขาขวาขึ้น เข่าชี้ออกด้านข้าง ต้นขาขนานกับพื้น
  5. ยกขาขวาขึ้นด้านบนให้สูงที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยลำตัวมั่นคง ไม่บิดไปมา
  6. ยกขึ้นลง 10 – 15 ครั้ง แล้วสลับทำอีกข้าง
  7. ท่าหน้าท้องแบน เป็นท่าที่จะทำให้หน้าท้องนั้นแบนราบ พร้อมกับฟิตต้นแขนและต้นขาให้กระชับแน่น ที่สำคัญพยายามให้ก้นอยู่ระดับเดิมโดยไม่แตะพื้น ถ้าพร้อมแล้วไปดูขั้นตอนการทำกันเลย
  8. นั่งราบไปกับพื้นขาเหยียดตรง แขนทั้งสองวางไว้ข้างลำตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย มือหันเข้าหาปลายเท้า
  9. เอียงตัวท่อนล่างไปด้านซ้าย ให้ขาขวาอยู่บนขาซ้าย
  10. ยกสะโพกและขาขึ้น ใช้เท้าซ้ายพยุงตัว เข่าขวางอชี้ไปด้านหน้า
  11. บิดลำตัวพร้อมกับบิดขาขวาให้เข่าชี้ขึ้นเพดาน และบิดลงให้ชี้ไปด้านข้าง นับเป็น 1 ครั้ง
  12. ทำประมาณ 10 – 15 ครั้ง แล้วสลับทำอีกข้าง
  13. ออกกำลังกายทั่วร่างในท่าเดียว มันจะมีสักกี่ท่าที่สามารถออกกำลังได้ทุกส่วนในท่าเดียว ท่านี้สามารถบริหารได้ทั้งต้นแขน หัวไหล่ หลัง กล้ามเนื้อหน้าท้อง ก้นและสะโพก
  14. เริ่มที่ท่า Plank แบบเต็มท่า แขนยืดตรง เท้าห่างกันประมาณไหล่ ยืนด้วยปลายเท้า
  15. งอเข่าขวาขึ้น ให้เข่าชี้ไปด้านหน้า
  16. ยืดขาขวาเตะไปด้านบนให้สูงที่สุดเท่าที่ทำได้
  17. ลดระดับลงสู่ท่าที่ 2 แล้วบิดลำตัว พร้อมกับเตะเข่าขวาไปทางซ้ายช้า ๆ
  18. นำเข่าขวากลับมาที่เดิม นับเป็น 1 ครั้ง ทำท่านี้ซ้ำ 10 – 15 ครั้ง จากนั้นสลับทำอีกข้าง
  19. ท่ากระชับแขนให้เรียวเล็ก ท่านี้นั้นจะเน้นบริหารแขนที่แม้แต่คนที่เพิ่งออกกำลังกายก็ยังทำได้ ขึ้นตอนการทำนั้นมี 3 ระดับ ตามความแข็งแรงของร่างกายดังนี้

ระดับที่ 1 :

อยู่ในท่า Plank แขนตึง แบบคุกเข่า ค่อย ๆ งอศอกจนท้องแขนด้านล่างนาบกับพื้น นับเป็น 1 ครั้ง แล้วกลับเข้าสู่ท่าแรก ทำจนครบ 10 ครั้ง

ระดับที่ 2 :

อยู่ในท่า Plank แขนตึง เหมือนระดับแรก แต่ในระดับนี้นั้น เมื่องอศอกจนท้องแขนนาบไปกับพื้นแล้ว ตอนยืดแขนขึ้นไม่ต้องให้แขนตึง ให้ยืดแค่นิดเดียว แล้วลดระดับลงไปใหม่ ทำท่านี้ 10 ครั้ง

ระดับที่ 3 :

อยู่ในท่า Plank แขนตึง แต่ให้ยืดเข่าตึงด้วย ให้งอศอกไปด้านข้าง พร้อมกับลดระดับตัวลง จนหน้าเกือบแตะพื้น แล้วกลับเข้าสู่ท่าแรก ทำซ้ำ 10 ครั้ง ในระดับนี้นั้นจะเหมาะกับคนที่ค่อนข้างแข็งแรง เคยผ่านการออกกำลังมาบ้างแล้ว

  1. เทรนขาให้สวยดุจนางแบบ นอกจากอก เอว บั้นท้ายแล้ว อีกอย่างที่ผู้ชายสะดุดตามากที่สุดก็คือขานั่นเอง ดังนั้นอย่ารอช้ามาทำให้ขาเราสวยกันเถอะ
  2. อยู่ในท่า Side Plank ให้มือขวา และขาทั้งสองข้างรับน้ำหนัก มือซ้ายแนบลำตัว
  3. งอเข่าซ้าย คอยพยุงตัวด้านหลัง เขย่งเท้า
  4. กวาดเท้าขวาไปด้านหน้าของเรา เพื่อให้ไม่ยากเกิน สามารถวางกระดาษหรือผ้าไว้ใต้เท้าได้
  5. เลื่อนขากลับมาที่เดิม ทำท่านี้ 12 ครั้ง สลับข้างแล้วทำซ้ำ นับเป็น 1 เซ็ต ทำท่านี้ 3 เซ็ต

* ระหว่างการทำต้องพยายามทรงตัวให้มั่นคงไม่เอียงไปเอียงมา

วิธีง่ายๆ-เปลี่ยนการช็อปปิ้งให้เป็นการออ

เปลี่ยนการช็อปปิ้งให้เป็นการออกกำลังกาย

เปลี่ยนการช็อปปิ้งให้เป็นการออกกำลังกาย

ถ้าหากให้สาวๆ เลือกระหว่างการออกกำลังกาย กับการช็อปปิ้ง ร้อยทั้งร้อยสาวๆ ก็ต้องเลือกอย่างหลังแน่นอน สำหรับสาวๆ คนไหนที่เป็นขาช็อปทั้งหลาย วันนี้เรามีวิธีง่ายๆ มาแนะนำที่จะเปลี่ยนการช็อปปิ้งให้เป็นการออกกำลังกายไปในตัว ตามไปดูกันเลย

วิธีง่ายๆ-เปลี่ยนการช็อปปิ้งให้เป็นการออ

เพียงแต่ไปช็อปปิ้งจริงๆ ไม่ใช้ช็อปปิ้งแบบออนไลน์

เพราะว่าการบริหารแค่นิ้วนั้น ไม่ได้เป็นการออกกำลังการ ดังนั้นสาวๆ ก็ควรที่จะออกไปช็อปปิ้งข้างนอก ซึ่งจะได้ทั้งเดิน ทั้งถือของเพียงเท่านี้ก็เท่ากับได้ออกกำลังกายเบาๆ แล้ว

จอดรถให้ไกลกว่าเดิม

ยิ่งเดินไกลมาเท่าไร เดินนานมากเท่าไร่ ก็ยิ่งเป็นประโยชน์กับตัวของสาวมาเท่านั้น

เมื่อถึงร้านให้เดินสำรวจของให้ทั่วก่อน

เมื่อสาวๆ มาถึงเราที่สาวๆ จะซื้อของควรที่จะเดินดูของให้ทั่วร้านก่อน แล้วค่อเดินกลับมาหยิบของที่สาวๆ จะซื้อทีหลัง ร้านเป็นร้านใหญ่ก็ยิ่งดี

เริ่มช็อปจากโซนชุดยีนส์

โดยการเริ่มต้นการช็อปนั้นสาวๆ ควรที่จะที่โซนชุดยีนส์ ถ้าหากได้ตัวที่ถูกใจแล้ว ก็ลองให้พาลไว้บนแขน ซึ่งน้ำหนักของชุดยีสส์จะทำให้สาวๆ ได้บริหารแขนไปในตัวได้ด้วย

ถือของทุกอย่างด้วยตัวเอง

ถึงแม้ว่าของจะหนักจนแทบจะยกไม่ไหล ก็อย่าแบ่งให้แฟนช่วยถือเด็ดขาด ให้คิดซะว่าถือของหนักเท่าไรก็จะเท่ากับการออกกำลังกาย

ใช้ทางเชื่อมให้มีประโยชน์

ข้อนี้สาวๆ ที่อยู่เมืองกรุงน่าจะได้เปรียบสุดๆ ยิ่งโดยเฉพาะห้างที่เรียงรายอยู่ตามเส้นทางรถไฟฟ้ามักจะมีทางเชื่อให้เดินจากห้างนั้นไปห้างนี้ได้สะดวก ดังนั้นสาวๆ ลองจอดรถไว้ที่ห้างหนึ่ง แล้วให้การเดินไปยังห้างอื่นๆ ที่อยู่ใหล้เคียงได้

ใช้บันไดเลื่อนแทนการขึ้นลิฟท์

ถึงแม้ร้านโปรดของสาวๆ จะอยู่ชั้นบนสุด ก็ควรที่จะใช้บันไดเลื่อนแทนการขึ้นใช้ลิฟท์

ทำกายบริหารขณะต่อแถวจ่ายเงิน

สาวๆ ไม่ควรปล่อยเวลาอันมีค่าของสาวๆ หมดไปกับการยืนต่อแถวจ่ายเงิน โดยที่สาวๆ ควรจะบริหารร่างกายง่ายๆ เบาๆ ไปด้วย อย่างเช่น

ท่าบริหารขา : โดยการยืนเทาชิดกัน จากนั้นให้ชมิยก้นและยกส้นเท้าขึ้น ยิ่งสูงเท่าไรยิ่งดี ทำค้างไว้ประมาณ 10 วินาทีและปล่อยส้นเท้าลง

ท่าบริหารก้น : ถ้าท่าก่อนหน้านี้เล่นใหญ่ไป ลองยืนขมิบก้นค้างไว้สักประมาณ 10 วินาที ทำซ้ำๆ จนจะถึงคิวของสาวๆ

ท่าบริหารหน้าท้อง : ให้สาวๆ หน้าใจออกให้สุด เกร็งหน้าท้องไว้สักครู่แล้วให้ปล่อย ทำซ้ำๆ กันไป

ท่าบริหารแขน : ให้แนบแขนไว้กับลำตัว จากนั้นวางเสื้อผ้าที่สาวๆ จะซื้อไว้บนแขนทั้ง 2 ข้าง จับของด้วยปลายนิ้ว แล้วยกขึ้นลงสลับกัน

ทำท่า Wall-Sit ตอนรอเพื่อนออกจากห้องแต่งตัวง่ายๆ เลยด้วยการพิงหลังกับผนังแล้วย่อตัวด้วยท่าสควอท ให้เข่ากาง 90 องศา พร้อมลงน้ำหนักที่ปลายเท้า

ใช้ตระกร้าแทนรถเข็น

ถ้าหากสาวๆ เลือการช็อปปิ้งเป็นซูเปอร์มาเก็ตใกล้บ้าน หากของที่จะซื้อไม่ได้เยอะอะไรมากมายจนต้องใช้รถเช็น ก็ควรที่จะให้ตะกร้าแทน

สาวๆ เห็นไหมล่ะว่าการออกไปช็อปปิ้งข้างนอก ก็สามารถออกกำลังกายได้ ซึ่งข้อแนะนำแต่ละข้อก็ไม่ได้อยากอะไรมากมาย ถ้าหาสาวๆ คนไหนสนใจก็ลองเอาไปทำตามได้ รับรองว่าหุ่นของสาวๆ ก็ยังจะฟิตสวยได้ตลอด