Posts

เลือกสกินแคร์อย่างไรให้เหมาะกับผิวพรรณ

เลือกสกินแคร์อย่างไรให้เหมาะกับผิวพรรณ

สกินแคร์นั้น ไม่เหมือนกับเสื้อผ้าที่ถึงแม้ว่าซื้อผิดไซส์ก็ยังสามารถปรับแก้ให้พอดีกับรูปร่างได้ แต่ผิวพรรณนั้นไม่เหมือนกัน เคยเป็นกันหรือไม่ เวลาที่เราลองใช้สกินแคร์ไม่ว่าจะเป็น ครีม เซรั่ม หรือโลชั่นทาผิว ตามเพื่อนใช้แล้วดี แต่พอใช้เองกับไม่ดีเหมือนกับคนอื่น แถมเป็นผื่นเห่อเต็มไปหมดร

ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าคนเรามีสภาพผิวที่แตกต่างกัน ดังนั้นเราจึงจะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ความงามไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอาง ครีม หรือสกินแคร์ต่าง ๆ ให้เหมาะกับสภาพผิวและช่วยแก้ปัญหาของแต่ละคนได้อย่างตรงจุด ดังนั้นเราไปดูกันดีกว่าว่าผิวแต่ละประเภทนั้นเหมาะกับผลิตภัณฑ์สกินแคร์หรือเครื่องสำอางแบบไหนบ้าง

ผิวมัน

ต่อมไขมันของผู้ที่มีผิวมันนั้นจะมีขนาดใหญ่และผลิตน้ำมันในปริมาณที่มากกว่าคนทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากกรรมพันธุ์ที่เราอาจจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่อย่างเพิ่งหมดหวังเพราะคนผิวมันสามารถเลือกใช้สกินแคร์ที่บรรเทาปัญหาได้ ขั้นตอนในการดูแลผิวสำหรับผู้ที่มีผิวมันจึงควรเน้นไปทางการกำจัดน้ำมันส่วนเกินออกไป โดยไม่ทำลายสารเคลือบตามธรรมชาติที่อยู่บนชั้นผิว ดังนี้

  • ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำคามสะอาดผิว คลีนเซอร์เนื้อเจลที่ไม่มีส่วนผสมของซัลเฟต น่าจะตอบโจทย์กับกลุ่มผู้ที่มีผิวมันมากที่สุด
  • เลือกใช้โทนเนอร์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ และมีส่วนผสมของโซเดียมของกรดไพโรกลูตามิคที่มีประสิทธิภาพในการดูดซึมน้ำได้ดี ช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น รวมถึง Witch Hazel ที่ช่วยกระชับรูขุมขน ลดความมันบนใบหน้าโดยไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึง
  • หลายคนมักเข้าใจว่า “มอยส์เจอไรเซอร์” ไม่ค่อยมีความจำเป็นสำหรับคนที่มีผิวมัน แต่ในความเป็นจริงผิวมันที่ขาดน้ำจะผลิตน้ำมันมากขึ้นมามากกว่าปกติเพื่อทดแทน ดังนั้นใครที่มีผิวมันก็ยังจำเป็นต้องทาครีมบำรุงผิว เพียงแต่ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อครีมบางเบาและเป็นสูตร Oil-Free หรือมีส่วนผสมของ Glycerin ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ดีโดยไม่อุดตันรูขุมขน
  • ครีมกันแดด สำหรับที่มีหน้ามันลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคำว่า “Zinc Oxide” อยู่บนฉลาก เพราะเป็นสูตรที่ให้ความแมตต์ ไม่เหนียวเหนอะหนะเหมือนครีมกันแดดสูตรอื่น ๆ
  • เซรั่มที่มีส่วนผสมของ “เรตินอล” เพราะสามารถช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลงได้หากใช้อย่างต่อเนื่อง แถมยังช่วยลบเลือนริ้วรอยให้ดูจางลงได้อีกด้วย

ผิวแห้ง

ใคร ๆ ก็อยากมีผิวอิ่มน้ำเด้งฟูกันทั้งนั้น แต่ถ้าเราเป็นคนผิวแห้ง หลักสำคัญในการดูแลผิวคือการเติมน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เพราะผิวชั้นบนขอคนที่มีผิวแห้งมักไม่แข็งแรง เมื่อต้องเผชิญกับรังสี UV และความแห้งในอากาศ จึงทำให้ผิวหน้าสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายกว่าปกติ

  • แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนมาก ๆ ถ้าเป็นประเภทที่ไม่มีฟองได้เลยยิ่งดี ลองเลือกใช้คลีนเซอร์ที่เป็นสูตรน้ำนมหรือโลชั่น จะช่วยให้ผิวหน้าของคุณไม่แห้งตึงหลังจากล้างเสร็จ
  • ห้ามใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด เพราะแอลกอฮอล์จะยิ่งทำให้ผิวของเราแห้งไปกันใหญ่ ลองหันไปใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงและปลอบประโลมผิวอย่างกรดไฮยาลูโรนิก, สารสกัดว่านหางจระเข้, ดอกคาโมไมล์, แตงกวาและน้ำกุหลาบ
  • เซรั่มเนื้อเข้มข้นมี่มีส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว เช่น วิตามินอีและเอ น่าจะแก้ปัญหาผิวที่แห้งและช่วยป้องกันการสูญเสียคอลลาเจนระหว่างวันให้กับคนที่ผิวแห้งได้ ถ้าให้ดีลองใช้ร่วมกับอายครีมที่มีส่วนผสมของ Peptide ที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนของผิวได้อีกขั้น
  • ในส่วนของมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อคืนคความชุ่มชื้นให้กับผิวและปกป้องผิวจากแสงแดด ให้ลองใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของครีมกันแดดในตอนกลางวัน และเปลี่ยนเป็นมอยส์เจอไรเซอร์สูตรเข้มข้นในตอนกลางคืน โดยเน้นส่วนผสมที่เป็นน้ำมันสกัดที่ได้จากธรรมชาติ เช่น Rose Hip seed Oil, Evening Primrose Oil, Cranberry Oil, Sweet Almond Oil และ Jojoba Oil

ผิวผสม

ปัญหาของคนที่มีผิวผสม คือผิวหน้าบางส่วนที่แห้งขาดความชุ่มชื้น ขณะที่ผิวหน้าส่วนอื่น ๆ มีน้ำมันมากกว่าปกติ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นบริเวณทีโซน ทริคในการเลือกใช้สกินแคร์ที่เหมาะกับสาวผิวผสมก็คือ ให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถแก้ปัญหาให้ได้ในหนึ่งเดียว โดยไม่จำเป็นต้องแยกผลิตภัณฑ์ออกเป็นหลาย ๆ ชนิดเพื่อแก้ปัญหาแต่ละอย่าง

  • เลือกใช้คลีนเซอร์ที่อ่อนโยนแต่ทำความสะอาดรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก โดยมากมักจะมีสารสกัดจากน้ำมันธรรมชาติเป็นส่วนผสมหลัก เพราะจะได้ไม่ระคายเคืองผิว เน้นที่ไม่มีน้ำหอม
  • หลีกเลี่ยงโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมที่มีฤทธิ์เป็นกรด และเปลี่ยนมาใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมอย่าง Witch Hazel ที่ช่วยลดอาการอักเสบและสมานแผล หรือ Tannin ที่สามารถยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย และน้ำกุหลาบที่ช่วยปลอมประโลมผิวและกลิ่นที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย
  • ผู้คนที่มีผิวผสม ไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน แค่เลือกใช้สูตรที่บางเบาเท่านั้นเอง เพราะครีมที่มีความเข้มข้นสูงอาจทำให้ผิวบริเวณทีโซนอุดตันได้ ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic acid และ Vitamin C ดูจะตอบโจทย์สาวผิวผสมได้อย่างตรงจุด
  • สำหรับครีมกันแดด แนะนำให้ใช้สูตร “Zinc Oxide” เหมือนกับคนผิวมัน เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้ผิวสัมผัสแบบแมตต์ จะได้ไม่มันเยิ้มระหว่างวัน
  • สำหรับการเลือกเซรั่ม อาจลองดูส่วนผสมอย่าง Salicylic Acid ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวและสิ่งสกปรกภายในรูขุมขนได้อย่างหมดจด อีกทั้งยังลดการเกิดน้ำมันพร้อมปรับผิวหน้าให้เนียนเรียบและดูสุขภาพดีขึ้นได้ด้วย

ผิวบอบบางแพ้ง่าย

ผู้คนที่มีผิวบอบบาง ฟังดูเป็นคุณหนูน่าทะนุถนอมเนอะ แต่ถ้าใครมีผิวประเภทนี้ จะรู้เลยว่ามันช่างน่าหงุดหงิดกวนใจเสียเหลือเกิน เพราะจะใช้อะไรก็ต้องระวังไปหมด ดังนั้นสกินแคร์สำหรับผิวแพ้ง่ายจะต้องไม่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว เพราะคนที่มีผิวประเภทนี้มักเกิดผดผื่น, อาการบวม, การอักเสบหรือรอยแดงได้ง่าย หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรงเกินไป

  • ใช้คลีนเซอร์ที่ไม่มีฟองเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากซัลเฟต และถ้ามีส่วนผสมของ Glycerin และ Panthenol ก็จะยิ่งดี เพราะส่วนผสม 2 ชนิดนี้ช่วยสร้างเกราะป้องกันให้ผิวแข็งแรงได้
  • เลือกใช้โทนเนอร์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์หรือสารที่มีฤทธิ์เป็นกรด และเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ไม่ระคายเคืองและช่วยลดการอักเสบของผิว เช่น Green Tea และ Chamomile หรือเซราไมด์ที่ช่วยฟื้นฟูและรักษาปราการผิวตามธรรมชาติ
  • หลีกเลี่ยงครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำหอมสังเคราะห์, แอลกอฮอล์และสารย้อมสี เพราะส่วนผสมเหล่านี้มักก่อให้เกิดการระคายเคือง หรือรบกวนผิวได้ง่าย
  • ครีมกันแดดสูตร Zinc Oxide ยังคงเป็นสูตรที่อ่อนโยนและมีโอกาสที่จะเกิดการระคายเคืองต่อผิวได้น้อยที่สุด

สกินแคร์หรือเครื่องสำอางนั้นก็จะการผลิตที่แตกต่างกันออกไป เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน พูดง่าย ๆ ก็คือ การผลิตสกินแคร์อย่างใดอย่างหนึ่งก็จะเหมาะสมกับผิวพรรณประเภทหนึ่งเท่านั้นอย่างเช่น แบรนด์ที่ผลิตครีมสำหรับคนผิวมัน ก็เพื่อจำหน่ายสำหรับคนผิวมันเท่านั้น เป็นต้น

สกินแคร์หรือเครื่องสำอางแต่ละประเภทนั้นย่อมมีสรรพคุณและประโยชน์จากสารสกัดต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน เพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างตรงจุด และเพื่อให้ได้ผลอย่างชัดเจน ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องกับประเภทผิวพรรณ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา

แหล่งที่มา : www.thairath.co.th

8 ไอเทมเครื่องสำอางกันน้ำ ที่หน้าฝนต้องมี

8 ไอเทมเครื่องสำอางกันน้ำ ที่หน้าฝนต้องมี

หน้าฝนกับเครื่องสำอางเนี่ยเป็นของที่ไม่ถูกกันอย่างมากสำหรับสาว ๆ เลยทีเดียว เพราะกว่าจะแต่งหน้าออกมาได้สวยสะดุดตานั้นต้องใช้เวลานานมาก ต้องลงนั้นลงนี่เยอะแยะเต็มไปหมด แต่ทว่าเมื่อออกมาไม่ทันไรเจอฝนเข้าไป เครื่องสำอางที่ใช้เวลาในการแต่งมาตั้งนานก็หลุดออกอย่างง่ายดาย ทำให้เห็นหน้าสดที่สาว ๆ มักไม่อยากให้เห็นกันสักเท่าไหร่ บางคนถึงขั้นพกเครื่องสำอางไปแต่งใหม่เลยก็มี แต่พอออกมาเจอฝนก็หลุดทุกทีเช่นกัน ฉะนั้นวันนี้เราจะพามารู้จักกับ 8 เครื่องสำอางที่มีคุณสมบัติกันน้ำมาฝากกัน รับรองว่าปัญหาหน้าฝนนั้นจะไม่เข้ามากวนใจสาว ๆ ได้อีกอย่างแน่นอน โดยจะมีตัวไหนบ้างนั้นไปดูกันเลย

Bobbi Brown Long-Wear Even Finish Foundation SPF16 PA++

Bobbi Brown Long-Wear Even Finish Foundation SPF16 PA++

มาเริ่มกันที่ตัวนี้เลยกับรองพื้นของ Bobbi Brown ที่สาว ๆ หลายคนต้องการในช่วงหน้าฝน เพราะรองพื้นตัวนี้นั้นทั้งบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ และที่สำคัญคือติดทนนานมาก ถึงแม้จะโดนฝนกระหน่ำก็ยังไม่เลือนแน่นอน แต่ราคาของตัวหนักนั้นจะค่อนข้างสูงถึง 2,100 บาทเชียวล่ะ

Make Up For Ever Aqua Eyes

Make Up For Ever Aqua Eyes

ต่อกันที่ดินสออายไลเนอร์ที่เนื้อนุ่ม เขียนง่าย ไม่เลอะจนเป็นหมีแพนด้า และที่แน่ ๆ คือกันน้ำกันฝนได้มาก ราคาของตัวนี้จะอยู่ที่ 850 บาท แต่ใช้ได้นานและคุ้มค่ากับราคาสุด ๆ

Stila Stay All Day Liquid Lipstick

Stila Stay All Day Liquid Lipstick

ลิปสติกแบบจิ้มจุ่มที่พอเอามาทาแล้วจะกลายเป็นเนื้อแมทต์ที่ริมฝีปากทันที ที่สามารถทนน้ำทนฝนแบบที่เรียกว่าตกหนักสักแค่ไหนปากยังสวยแจ่มอยู่ดี โดยราคาอยู่ที่ 750 บาทเท่านั้น

Majolica Majorca Lash King Mascara

Majolica Majorca Lash King Mascara

มาสคาร่าตัวนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้ขนตาของเรางอนยาวแล้ว ยังปัดง่ายและสามารถกันน้ำได้อย่างดีเลิศ ที่ขนาดเมคอัพรีมูฟเวอร์ยังล้างออกยาก นับประสาอะไรกับฝนล่ะ ซึ่งราคาอยู่ที่ 500 บาท

Canmake Cream Cheek

Canmake Cream Cheek

บลัชออนแบบฝุ่นนั้นเอากลับเข้าลิ้นชักไปก่อน สำหรับหน้าฝนนี่ต้องหยิบบลัชออนเนื้อครีมตัวนี้มาใช้แทนดีกว่า เพราะว่าบลัชออนตัวนี้นั้นเกลี่ยได้ง่ายไม่เป็นปื้น ๆ และที่สำคัญติดทนนานสุด ๆ ราคาอยู่ที่ราว ๆ 400 บาท

Maybelline Eyestudio Color Tattoo Eyeshadow

Maybelline Eyestudio Color Tattoo Eyeshadow

หน้าฝนแบบนี้ต้องหันมาใช้อายแชโดว์แบบเนื้อครีมจะดีกว่า โดยเฉพาะตัวนี้เพราะตัวนี้นั้นจะให้สีที่ชัดเจนและติดทนนานทั้งวันทั้งคืน ถึงแม้ฝนจะตกลงมาจนหน้าเปียก แต่ตาก็ยังสวยอยู่นะจ๊ะ ราคาตัวนี้อยู่ที่ 300 บาทเท่านั้น

Skinfood Fresh Aloe Waterproof Sun SPF50+ PA+++

Skinfood Fresh Aloe Waterproof Sun SPF50+ PA+++

ถึงแม้หน้าฝนที่ไม่ค่อยจะมีแดดมากนักเราก็ต้องป้องกันไว้อยู่ดีเพราะเราไม่รู้ว่าแดดจะออกเปรี้ยงมาตอนไหน ซึ่งถ้าใครที่กำลังมองหากันแดดที่ไม่เป็นคราบในระหว่างวัน ขอเสนอตัวนี้เลยเพราะกันแดดตัวนี้นั้นเป็นสูตรกันน้ำและอ่อนโยนมาก แม้สาว ๆ ที่ผิวแพ้ง่ายก็ยังใช้ได้แบบสบาย ๆ โดยราคาอยู่ที่ 300 – 400 บาท

Mei Linda Miracle My Brow 3D Gel

Mei Linda Miracle My Brow 3D Gel

บอกลาปัญหาคิ้วเปลือยช่วงหน้าฝนไปเลยทันทีเมื่อได้ใช้เจลเขียนคิ้วตัวนี้ เพราะว่าสีนั้นจะติดทนนานมาก ที่สำคัญยังเขียนง่ายให้คิ้วออกกมาเป็นธรรมชาติในราคาสบายกระเป๋าแค่ 100 บาท